คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
ระดับโสดาบัน ท่านก็ไม่ยุ่งเรื่องกิเลสทางโลก เพราะต้องเพียรบำเพ็ญวิปัสสนาสมาธิ พวกการเมืองเรื่องในมุ้งเรื่องชาวบ้าน จะไม่หยิบยกมาพูด
เพราะไม่มีสาระในการพ้นทุกข์ให้กับจิต รังแต่จะทำจิตมัวหมอง
ระดับพระอรหันต์ เป็นผู้ว่างเว้นจากกิเลส ไม่มีเกลียด ไม่มีโกรธ ในสมัยพุทธกาล เคยมีเรื่องราวพระติดลาภสักการะ พาลไปหาเรื่องกับพระอรหันต์
เพราะคิดว่าของถวายลดลง เพราะคนไปถวายบำบุญกับพระอรหันต์ ท่านก็คิดอยู่เสียนาน กว่าจะลำดับอารมณ์ของ พระพรหม
เทวดา มนุษย์ระดับอริยะ ระดับกลาง ระดับล่าง แล้วค่อยรู้ว่า นั่น คือการกระทำด้วยความโลภ ที่พระภิกษุไม่ควรพึงกระทำ
ในใจอรหันต์ไม่มีความโกรธเป็นส่วนประกอบ มีแต่ความเมตตาสงสาร ด้วยรู้ผลของกรรม จึงหลีกหนี เก็บอัฐบริขาร
แล้วรีบเดินออกจากวัด แต่ก็ไม่ทัน ระบบเวรกรรมสัมฤิทธิ์ผล รวดเร็วเกินไป พระที่ติดลาภสักการะ ถูกชาวบ้านนินทา
โมโหจนคว่ำบาตรไม่ใส่ถวายอาหาร บีบจนต้องสึกออกมา แล้วเมื่อสิ้นใจ ก็ตกลงในนรก
พระสายวิปัสสนา จะไม่ยุ่งกับเรื่องทางโลก เช่นหลวงพ่อเกษมเขมโก ท่าน ธุดงค์หนีเข้าป่าช้า ไปสามรอบ เพราะ
ผู้มีอำนาจ อยากจะได้พระอรหันต์มีบุญมาก คอยค้ำจุนวาสนา ยิ่งถ้าได้สร้างวัดถวาย เชื่อว่าจะร่ำรวยอีกยาวนาน
สมัยพระอาจารย์มั่น ท่านก็หนีญาติโยมเข้าป่า กลายเป็นกิจกรรมตามหาพระอาจารย์ พอหาเจอ ก็จะขอร้อง
ให้ท่านยอมรับการสร้างถวายวัด แล้วก็ส่งบุตรของโยมเข้ามาบวช โดยเชื่อว่าหากได้พระอรหันต์บวชให้ ตระกูลของตน
จะยิ่งใหญ่ไม่ล่มสลาย แต่หลังจากสร้างวัดเสร็จพระอาจารย์มั่น ก็ธุดงค์หนีเข้าป่าลึก ด้วยวิสัยที่ชอบความสงบ สมถะ
ญาติโยมที่ทราบข่าว ก็ดีใจ เพราะหากได้พบท่านอีก ก็จะหวังถวายสร้างวัดอีก เป็นแบบนี้ถึง 24 ครั้ง มีหลายวัดที่ท่าน
เข้าไปหลบจำพรรษา ก็ถูกญาติโยมข่าวสารว่องไว ขอเข้าไปบุรณะสร้างใหม่ นานเข้า ก็จัดเรียงเป็นสาขาของวัดหนองป่าพง
ตามรอยเส้นทางธุดงค์มาราธอน
เพราะไม่มีสาระในการพ้นทุกข์ให้กับจิต รังแต่จะทำจิตมัวหมอง
ระดับพระอรหันต์ เป็นผู้ว่างเว้นจากกิเลส ไม่มีเกลียด ไม่มีโกรธ ในสมัยพุทธกาล เคยมีเรื่องราวพระติดลาภสักการะ พาลไปหาเรื่องกับพระอรหันต์
เพราะคิดว่าของถวายลดลง เพราะคนไปถวายบำบุญกับพระอรหันต์ ท่านก็คิดอยู่เสียนาน กว่าจะลำดับอารมณ์ของ พระพรหม
เทวดา มนุษย์ระดับอริยะ ระดับกลาง ระดับล่าง แล้วค่อยรู้ว่า นั่น คือการกระทำด้วยความโลภ ที่พระภิกษุไม่ควรพึงกระทำ
ในใจอรหันต์ไม่มีความโกรธเป็นส่วนประกอบ มีแต่ความเมตตาสงสาร ด้วยรู้ผลของกรรม จึงหลีกหนี เก็บอัฐบริขาร
แล้วรีบเดินออกจากวัด แต่ก็ไม่ทัน ระบบเวรกรรมสัมฤิทธิ์ผล รวดเร็วเกินไป พระที่ติดลาภสักการะ ถูกชาวบ้านนินทา
โมโหจนคว่ำบาตรไม่ใส่ถวายอาหาร บีบจนต้องสึกออกมา แล้วเมื่อสิ้นใจ ก็ตกลงในนรก
พระสายวิปัสสนา จะไม่ยุ่งกับเรื่องทางโลก เช่นหลวงพ่อเกษมเขมโก ท่าน ธุดงค์หนีเข้าป่าช้า ไปสามรอบ เพราะ
ผู้มีอำนาจ อยากจะได้พระอรหันต์มีบุญมาก คอยค้ำจุนวาสนา ยิ่งถ้าได้สร้างวัดถวาย เชื่อว่าจะร่ำรวยอีกยาวนาน
สมัยพระอาจารย์มั่น ท่านก็หนีญาติโยมเข้าป่า กลายเป็นกิจกรรมตามหาพระอาจารย์ พอหาเจอ ก็จะขอร้อง
ให้ท่านยอมรับการสร้างถวายวัด แล้วก็ส่งบุตรของโยมเข้ามาบวช โดยเชื่อว่าหากได้พระอรหันต์บวชให้ ตระกูลของตน
จะยิ่งใหญ่ไม่ล่มสลาย แต่หลังจากสร้างวัดเสร็จพระอาจารย์มั่น ก็ธุดงค์หนีเข้าป่าลึก ด้วยวิสัยที่ชอบความสงบ สมถะ
ญาติโยมที่ทราบข่าว ก็ดีใจ เพราะหากได้พบท่านอีก ก็จะหวังถวายสร้างวัดอีก เป็นแบบนี้ถึง 24 ครั้ง มีหลายวัดที่ท่าน
เข้าไปหลบจำพรรษา ก็ถูกญาติโยมข่าวสารว่องไว ขอเข้าไปบุรณะสร้างใหม่ นานเข้า ก็จัดเรียงเป็นสาขาของวัดหนองป่าพง
ตามรอยเส้นทางธุดงค์มาราธอน
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ศาสนาพุทธ
พระอรหันต์ ไปยุ่งกับการเมืองได้หรือไม่ ?
ถ้าได้ ได้แค่ไหน ?