ทำมือถือหล่นหายที่ญี่ปุ่น สิ่งที่ได้กลับมาคือเรารักประเทศนี้มากขึ้นไปอีก

กระทู้สนทนา
เมื่อเดือนมกราคม 2559  ที่ผ่านมาผมได้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เพื่อสัมผัสหิมะแรกในชีวิตที่ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-Go) เป็นหมู่บ้านชาวนาเล็กๆ ในหุบเขา ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่าง ทาคายาม่า และ คานาซาว่า เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการเลือกให้เป็นหมู่บ้านมรดกโลกด้วยนะครับ มาเข้าเรื่องที่ทำมือถือหล่นเลยละกันครับ  วันที่เกิดเหตุคือวันที่ผมจะกลับเข้ามาพักที่โอซาก้า ก่อนกลับก็มีการแวะเที่ยว ที่คานาซาวา (Kanazawa) ได้แวะเที่ยวปราสาทคานาซาวา และ สวนเค็นโรคุเอ็น (Kenroku-en)  เพื่อรอกลับรถไฟเวลา 18.00 น.เพื่อกลับโอซาก้า เมื่อเดินเที่ยวกันเสร็จแล้วก็เตรียมตัวนั่งรถเมล์ จากสวนเค็นโรคุเอ็น (Kenroku-en) เพื่อมาที่ Kanazawa Station เพื่อเดินทางไปโอซาก้า นั่งรถเมล์ชิวๆเล่นมือถือไปพลางๆ สักพักถึงที่หมายคือ Kanazawa station วันนั้นคนเต็มรถมากๆเลยเบียดกันแน่นมาก ก่อนลงก็พยายามตรวจสอบสิ่งของต่างๆรวมทั้งไอ้มือถือเจ้าปัญหานี้ด้วยครับ ต่างคนต่างลงจากรถ ด้วยสังหรณ์ใจอะไรสักอย่างมาดลใจเลยลองล้วงกระเป๋าเสื้อกันหนาวเมื่อสักครู่ที่ใส่มือถือไว้ สิ่งที่ทำให้ใจหายแวปเลยคือมือถือไม่มี ด้วยการที่มากัน 2 คนเพื่อนเดินนำหน้าไม่มองหลังเลยว่าเพื่อนเกิดอะไรขึ้นตอนนี้ เลยตัดสินใจวิ่งกลับมาที่ป้ายรถเมล์ที่จอดเมื่อสักครู่เพื่อจะหารถคันที่นั่งมาจำได้ว่าเป็นรถสีแดง  แต่โอ้พระเจ้า อยากจะตะโกนดังๆว่าตายห่าแล้ว ทำไมรถมันคล้ายกันทุกคันเลย  เอ้าวะเลือกเอาสักคันวิ่งขึ้นไปบอกคนขับว่าทำมือถือตกขอขึ้นไปดูหน่อย ผลปรากฎผิดคันครับ เลยวิ่งลงจากรถ แล้วรีบวิ่งตามเพื่อนที่แสนดีเดินไม่มองหลังเลยว่าเพื่อนตามมาไหม ไปบอกมันตกใจหน้าตื่นให้วิ่งกลับมาที่รถเมล์อีกครั้งแล้วมันก็ให้ขึ้นไปดูอีกครั้ง ก็ไม่เจอก็มันผิดคันไงละไอเราก็ตกใจมืนๆงงเลยทำตาม 555 ตั้งสติแล้วมาหาทางแก้ เลยเข้าไปติดต่อที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ Kanazawa Station เพราะคิดอะไรไม่ออกตอนนั้น เห็นเขียนว่า may i help you เสร็จเรา เลยเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่เป็นผู้ชายวัยกลางคนท่านหนึ่ง เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือดีมาก ๆ พยายามถามเราละเอียดมาก สำเนียง ภาษาทั้ง 2 ฝ่ายก็ต่างฟังกันยากพอๆกัน อิอิ  อธิบายกันเหนื่อยเลย เพราะเราจำเบอร์หมายเลขรถไม่ได้แต่เราจำเวลาและสถานนีที่เราขึ้นได้ เขาประสานงานเข้าไปบริษัทรถที่เรานั่งมาแล้วขอเมล์เราไว้เพื่อติดต่อกลับพร้อมโรงแรมที่เราพักที่โอซาก้าเพื่อจะได้ส่งของไปให้ แล้วทางผมกับเพื่อนก็เดินไปนั่งดื่มกาแฟที่สตาร์บัคแถวๆสถานีเพื่อรอเวลาเดินทางไปโอซาก้า นั่งทานกาแฟประมาณ  30 นาทีได้ มีเมล์แจ้งมาบอกให้กลับไปหาเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ด่วน ทางผมกับเพื่อนรีบกลับไปหาอย่างไว เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ทางบริษัทรถเมล์จะนำมือถือเรามาส่งให้ เวลา 18.00 พอดีกับที่รถไฟที่ไปโอซาก้าออก (พวกผมต้องถึง โอซาก้าไม่เกิน 3 ทุ่ม เพราะโรงแรมที่จองไว้เขาจะไม่มีเจ้าหน้าที่รับลูกค้า) ทีนี้ทำไงละครับ ทางเจ้าหน้าที่ก็เลยโทรหาโรงแรมให้ทราบว่าเราอาจจะถึงโรงแรมช้า เขาเลยช่วยเอาเบอร์แท๊กซี่ให้เมือถึงสถานีโอซาก็ให้นั่งแท๊กซี่ไปเลย ตรงนี่เลยที่ทำให้ตัวเองรู้สึกผิดมากๆ เขาช่วยเราจนรู้สึกว่าวันหลังอย่าประมาณเลินเล่อ แล้วที่ทำให้ประทับใจเข้าไปอีกทีเขานัดเราไว้ 18.00 เจ้าหน้าที่รีบมาให้เราก่อนเวลา 10 นาที เขาวิ่งนำมือถือมาให้เราที่ตู้เก็บกระเป๋า บอกให้เรารีบไปขึ้นรถไฟด่วนเพราะเหลือเวลาอีก 10 นาที จะได้ทันเวลาที่เข้าโรงแรมไม่ต้องเสียค่าแท๊กซี่ เขายืนส่งเราที่ทางเข้ารถไฟจนเราเข้าตู้เขาถึงเดินกลับ ผมเองรีบจนลืมถ่ายรูปเขาไว้เลย  ผมถึงเข้าใจว่าทำไมผมถึงหลงรักประเทศนี้ นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่มาเที่ยวญี่ปุ่นและจะมีครั้งต่อๆไปอีกแน่นอน และจะแวะเข้าไปขอบคุณเจ้าหน้าที่ท่านนั้นด้วยตัวเองอีกสักครั้ง ครับ

โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่