ผมเองอยากจะมาเล่าความประทับใจจากกระดาษและปากกาของผม ผมได้แนวคิดนี่มากจากรู้สึกถ้าจำไม่ผิดจะได้มากจาก ริชาร์ด แบรนสัน จากหนังสือ "ลาออกสะถ้าอยากรวย" ที่เขาจะมีนิสัยชอบพกกระดาษติดตัวแล้วสนใจอะไรก็จดๆ และเนื่องด้วยเราเองเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็นอะไรอยู่บ่อยๆอยู่แล้ว การที่เราจะลองปฏิบัติความพฤติกรรมดังกล่าวเพื่อหาความรู้จากตรงนั้นผมว่ามันคุ้มค่ามาก อย่างเช่นมีอยู่วันหนึ่งผมนั่งรถไฟอยู่ ม.เทคโนลาดกระบัง แล้วก็เห็นขบวนรถไฟขนของวิ่งผ่านยาวหลาย 10 ขบวน (ลักษณะเป็นตู้คอนเทนเนอร์) แต่ล่ะขบวนก็มีสีและตัวอักษรที่แตกต่างกันไป มีอยู่ตัวอักษรนึงเขียนว่า Maersk อะไรสักอย่าง เอ๊ะเรามีกระดาษอยู่ในกระเป๋าเสื้อนิ เลยหยิบกระดาษขึ้นมาจดคำนั้นลงไป และพอกลับไปหอพักก็ลองหาเสิร์ชกูเกิลค้นหาดู ปรากฏว่า Maersk เป็นบริษัทที่ขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ด้วยพาหนะทางเรือ
นี่คือความรู้เล็กๆที่ได้ครับ แต่ลองคิดดูสิว่าถ้าทำเป็นประจำจะเป็นอย่างไร บางทีเราอาจจะเจออะไรที่ถูกใจจากเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ก็ได้
นี่คือกระดาษบางส่วนที่ผมจดๆและจดและปักหมุดไว้ เวลาที่เดินผ่านไปผ่านมาผมก็จะเห็นกระดาษพวกนี้อยู่เป็นประจำ พอเราอ่านก็จะทำให้เรานึกถึงความรู้สึกครั้งแรกที่เรานั่งเขียนมันได้ และนึกขึ้นมาได้ด้วยว่าทำไมเราถึงต้องเขียนมัน
และนี่คือกระดาษเตือนความจำ ถ้าผมจะต้องส่งงานอะไรหรือมีภารกิจอะไรที่ต้องทำ ผมจะจดใส่มันไว้ แล้ววางไว้ในจุดที่เราอยู่ประจำ เช่นตัวผมเองจะวางไว้ที่ข้างโต๊ะคอมพิวเตอร์เพราะว่าผมเล่นคอมบ่อยมาก ส่วนคุณผู้อ่านก็แล้วแต่จะวาง
บางทีพวกราคาหุ้นผมก็จดนะ แต่ก็ไม่บ่อยนักเราจะได้รู้ว่าราคาหุ้นในวันนั้นมีราคาเหล่าไหร่ และมาจนถึงวันนี้มีราคาเท่าไหร่ เราจะได้ใช้ในการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างๆได้ (อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผมเองทั้งนั้น)
ข้อดีของการจดกระดาษ
- ทำให้เราสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆหรือช่วยเตือนความจำให้ได้
- ถ้าเขียนเล่าเรื่อง ก็จะทำให้สามารถจดจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ว่าขณะนั้นรู้สึกอย่างไร และทำไมเราถึงเขียนมัน
- ฝึกนิสัยความมีระบบระเบียบในตัว
- ฝึกความคิดสร้างสรรค์ไปในตัว (บางทีอาจจะไม่จด แต่เปลี่ยนมาวาดรูปแทนก็ได้)
ผมอยากถามคุณว่าเคยเป็นไหมที่รู้สึกสงสัยอะไรบางอย่างแล้วหาคำตอบตรงนั้นไม่ได้ สุดท้ายเราไม่ได้สนใจมันและก็ปล่อยลืมข้อสงสัยตรงนั้นไปน่าเสียดาย จริงๆปัญหานี้แก้ได้ด้วยการจดลงกระดาษนี้แหละครับ อีกอย่างนึงผมเป็นคนค่อนข้างขี้ลืมด้วยแหละครับ วิธีนี้ก็จะช่วยลดปัญหาการลืมได้บางส่วนครับ ยังใครสนใจก็นำไปใช้ไปปฏิบัติตามได้นะครับ
ที่มาจาก :
http://tanat29blog.blogspot.com/2016/02/paper-and-pen.html
กระดาษและปากกา
ผมเองอยากจะมาเล่าความประทับใจจากกระดาษและปากกาของผม ผมได้แนวคิดนี่มากจากรู้สึกถ้าจำไม่ผิดจะได้มากจาก ริชาร์ด แบรนสัน จากหนังสือ "ลาออกสะถ้าอยากรวย" ที่เขาจะมีนิสัยชอบพกกระดาษติดตัวแล้วสนใจอะไรก็จดๆ และเนื่องด้วยเราเองเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็นอะไรอยู่บ่อยๆอยู่แล้ว การที่เราจะลองปฏิบัติความพฤติกรรมดังกล่าวเพื่อหาความรู้จากตรงนั้นผมว่ามันคุ้มค่ามาก อย่างเช่นมีอยู่วันหนึ่งผมนั่งรถไฟอยู่ ม.เทคโนลาดกระบัง แล้วก็เห็นขบวนรถไฟขนของวิ่งผ่านยาวหลาย 10 ขบวน (ลักษณะเป็นตู้คอนเทนเนอร์) แต่ล่ะขบวนก็มีสีและตัวอักษรที่แตกต่างกันไป มีอยู่ตัวอักษรนึงเขียนว่า Maersk อะไรสักอย่าง เอ๊ะเรามีกระดาษอยู่ในกระเป๋าเสื้อนิ เลยหยิบกระดาษขึ้นมาจดคำนั้นลงไป และพอกลับไปหอพักก็ลองหาเสิร์ชกูเกิลค้นหาดู ปรากฏว่า Maersk เป็นบริษัทที่ขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ด้วยพาหนะทางเรือ
นี่คือความรู้เล็กๆที่ได้ครับ แต่ลองคิดดูสิว่าถ้าทำเป็นประจำจะเป็นอย่างไร บางทีเราอาจจะเจออะไรที่ถูกใจจากเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ก็ได้
นี่คือกระดาษบางส่วนที่ผมจดๆและจดและปักหมุดไว้ เวลาที่เดินผ่านไปผ่านมาผมก็จะเห็นกระดาษพวกนี้อยู่เป็นประจำ พอเราอ่านก็จะทำให้เรานึกถึงความรู้สึกครั้งแรกที่เรานั่งเขียนมันได้ และนึกขึ้นมาได้ด้วยว่าทำไมเราถึงต้องเขียนมัน
และนี่คือกระดาษเตือนความจำ ถ้าผมจะต้องส่งงานอะไรหรือมีภารกิจอะไรที่ต้องทำ ผมจะจดใส่มันไว้ แล้ววางไว้ในจุดที่เราอยู่ประจำ เช่นตัวผมเองจะวางไว้ที่ข้างโต๊ะคอมพิวเตอร์เพราะว่าผมเล่นคอมบ่อยมาก ส่วนคุณผู้อ่านก็แล้วแต่จะวาง
บางทีพวกราคาหุ้นผมก็จดนะ แต่ก็ไม่บ่อยนักเราจะได้รู้ว่าราคาหุ้นในวันนั้นมีราคาเหล่าไหร่ และมาจนถึงวันนี้มีราคาเท่าไหร่ เราจะได้ใช้ในการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างๆได้ (อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผมเองทั้งนั้น)
ข้อดีของการจดกระดาษ
- ทำให้เราสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆหรือช่วยเตือนความจำให้ได้
- ถ้าเขียนเล่าเรื่อง ก็จะทำให้สามารถจดจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ว่าขณะนั้นรู้สึกอย่างไร และทำไมเราถึงเขียนมัน
- ฝึกนิสัยความมีระบบระเบียบในตัว
- ฝึกความคิดสร้างสรรค์ไปในตัว (บางทีอาจจะไม่จด แต่เปลี่ยนมาวาดรูปแทนก็ได้)
ผมอยากถามคุณว่าเคยเป็นไหมที่รู้สึกสงสัยอะไรบางอย่างแล้วหาคำตอบตรงนั้นไม่ได้ สุดท้ายเราไม่ได้สนใจมันและก็ปล่อยลืมข้อสงสัยตรงนั้นไปน่าเสียดาย จริงๆปัญหานี้แก้ได้ด้วยการจดลงกระดาษนี้แหละครับ อีกอย่างนึงผมเป็นคนค่อนข้างขี้ลืมด้วยแหละครับ วิธีนี้ก็จะช่วยลดปัญหาการลืมได้บางส่วนครับ ยังใครสนใจก็นำไปใช้ไปปฏิบัติตามได้นะครับ
ที่มาจาก : http://tanat29blog.blogspot.com/2016/02/paper-and-pen.html