ตอนช่วงกรกฎาคมปีที่แล้วเราสอบติดมหาลัยที่อยุธยาค่ะที่นี่ในตัวเมืองหอพักดีๆหายากมาก ที่ดีก็เต็ม หลายก้อทรุดโทรมน่ากลัวเข้าไปถามบอกว่าเป็นหอหอพักหญิงแม่เหลือบไปเห็นมีรองเท้าผู้ชายวางอยู่ห้องข้างๆแม่เลยหันไปพูดกับคนเฝ้า"แหมผู้หญิงสมัยนี้เท้าใหญ่จริงๆ" คนเฝ้าหอตอบว่า"ถ้ามีเพื่อนผู้ชายมาหาก็เข้าได้ครับ" (เอิ่มมมแล้วมันหอพักหญิงยังไงฟร้ะ!)พูดถึงราคาสามพันบาทแหน่ะ ห้องแคบมากๆไม่มีหน้าต่าง มีพัดลมเพดานให้ตัวเดียว พื่นที่ในห้องวางที่นอนหกฟุตน่าจะได้อันนึงแล้วก็มีพื่นที่เดินนิดหน่อย เห้ออออราคาโหดเกินนน
เลยวนรถหาที่ใหม่ค่ะเจอป้ายแปะไว้หลายที่เอาวะลองโทรดูได้หอพักที่นึงเป็นหอพักหญิงเป็นบ้านค่ะ ทำเป็นห้องๆมีประมาณ 10 ห้อง ราคาพันห้าต่อห้อง แต่...ห้องพันห้าเต็มหมด เอาไงดีล่ะ ป้าเค้าเลยเสนอห้องรวมซึ่งเป็นห้องที่เค้าพึ่งทำใหม่ค่ะ อยู่ได้สองคน ราคา 2,000บาท ไม่รวมค่าwifiคนละ 100 บาท ค่าน้ำคนละ 100 บาท ค่าไฟยูนิตละ 7 บาทวางมัดจำ5,000 บาท ไม่ได้เซ็นสัญญา
ใจเราไม่อยากได้ที่นี่เลยแม้แต่นิดเดียวเพราะไม่ชอบอยู่รวมกับคนอื่นขนาดพี่สาวแท้ของเรายังทะเลาะกันตลอดเพราะเราเป็นคนขี้รำคาญมาก ขี้เบื่อ เรียกได้ว่าเป็นคนโลกส่วนรวมต่ำและรู้ตัวดีว่าคงอยู่ร่วมกับใครไม่ได้แต่อีกอาทิตย์เดียวเปิดเทอมแล้วอ่ะทำไงดีทางบ้านก็ว่าดีเพราะจะได้มีเพื่อน ไม่เหงาอะไรแบบนี้และได้ฝึกอยู่ร่วมกัยคนอื่นด้วยค่ะแต่แม่ก็ไม่ได้บังคับนะคะให้ตัดสินใจเองค่ะ ว่าจะขึ้นรถไปกลับ(ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งต่อเที่ยว45บาท)หรือจะอยุ่ห้องรวมนี้ นั่งดูตารางเรียนแล้วโอ้...แปดโมงทุกวันเลย เครียดมากเวลาก้อบีบคั้นเหลือเกิน "เอาวะรวมก็รวม!"
มาเจอหน้ากันครั้งแรกก็วันก่อนวันเปิดเทอมวันแรกแม่เรามาส่งตั้งแต่กลางวัน เราเลยอยู่ในห้องคนเดียวเหงาและเครียดสุดพอตกเย็นรูมเมทแปลกหน้าถึงมา มาถึงยกกันมาทั้งบ้านเลยจ้า พ่อ แม่ พี่ชาย พี่สะใภ้ มาถึงก็โวยวายกันมาเลยจ่ะ รูมเมทเราแก่กว่าเรา 2 ปี หน้าบอกบุญไม่รับเลยวันแรกพ่อแม่เค้าก็ฝากฝัง เราก็พยายามเฟรนลี่กับเค้านะไม่ได้ปิดใจอะไรอ่ะชวนกันเดินไปเซเว่น(ประมาณ 500 เมตร)อ่ะไป จากนั้นก็เริ่มสนิทกัน ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันแรกๆเลย เค้าจะเล่าแต่เรื่องแฟนเก่า เราเป็นคนนึงที่ไม่เคยมีแฟนแล้วไม่ชอบรับฟังเรื่องไร้สาระซึ่งไม่ได้ทำให้เราเจริญขึ้นแบบนี้ เราก้อพยายามหาข้อสนทนาอื่นมาเค้าก็วกเข้าเรื่องแฟนเค้าจนได้ เห้ออ
แรกๆเรื่องดีนางก็มี เราเป็นคนที่ข้าวของเยอะ มันก้อรก แต่มันรกในส่วนของเราไม่ได้ไปเกะกะส่วนของนาง แต่นางเก็บเรียบร้อยราวกับแม่บ้านจากโรงแรมสามดาวที่นงที่นอนเก็บให้ทั้งหมดตอนแรกเราก็ว่า เออนิสัยดีจริงๆจนวันหนึ่งเราจะไปสอบตำรวจที่ภาคอีสานนางอยากไปค่ะแต่ไม่มีเงินขอแม่แล้วแม่บอกเงินเดือนยังไม่ออก อ่ะค่าสมัคร 450บาท ไม่เป็นไรค่ะแม่เราเป็นสปอนเซอร์เอง ลูกได้มีเพื่อนไปออกค่าสมัครให้เค้าไปเลยลูก เค้าไม่มีปฏิเสธเลยจ้า (ในใจเราเกรงใจแม่เรานะ) อ่ะช่างมันเงินแค่นั้นเองจะไปสอบเตรียมตัวอย่าไรดี?
อ่ะ อ่านหนังสือสิคะ หนังสือไหนอ่ะ ซื้อสิคะ หนังสือราคา 200 บาท หารครึ่งค่ะ โอเคหารก็หาร เราแทบไม่ได้อ่านเลยค่ะนางครองตลอด ไม่เป็นไรยูทูปมีติวเยอะแยะ ไม่อ่านก็ได้ค่ะหนังสือ
ก่อนวันจะไปรถแม่เราเสียค่ะ โอ้ววตายทำไงดี ปรึกษาเค้า เค้าบอกเอารถบ้านเค้าไปก็ได้ให้พี่ชายพาไปแต่ว่าไม่ต้องออกไรมากมายหรอกซื้อเบียร์ให้ก็พอ ค่าน้ำมันก็หารกัน อ้อ ที่พักเค้าให้พักบ้านญาติเค้าจังหวัดเดียวกะที่สอบนั่นแหละค่ะ บอกเราว่าก็ช่วยค่าน้ำค่าไฟไปสัก500 ล้ะกัน อืมมมจ้าาาา เราบอกแม่ ทางบ้านเราไม่โอเคที่จะต้องไปนอนบ้านญาติเค้าต้องซื้อเบียร์ให้พี่ชายเค้าไรงี้ แม่เลยไปเร่งที่ศูนย์รถ โอ้เย้ รถเสร็จทัน เราเลยบอกเค้าว่าเดี๋ยวแม่เราพาไปเองเค้าก็โอเคไปกับเรา
วันที่ออกเดินทางตลอดทางแวะปั้มเซเว่นแม่เราจ่ายตลอดคืองงกะนางมาก จะจ่ายเงินนางมาวางรวมบอกคิดรวมเลยค่ะ แม่เราเหวอเลย แต่ก็คิดว่าเอาน่านิดหน่อยเอง พอมาถึงมืดพอดีเปิดโรงแรมนอน(แม่เราจ่าย) อาหารเช้าโรงแรมเค้ามีเซอร์วิสคนละชุด นางสั่งเพิ่มคือไรงงมาก(แม่เราจ่าย) สอบเสร็จขากลับแวะร้านอาหาร(แม่เราจ่าย) พอกลับมาถึงหอเรารอดูว่าเค้าจะถามถึงค่าใช้จ่ายใดใดมั้ย ไม่มีเลยค่ะ โอ้จิตใจทำด้วยอะไรวะเนี่ยย แม่เราค่อนข้างโมโหนะ ทีเราจะไปกะเค้าต้องมีค่านู่นนี่นั่นต้องเอาอกเอาใจสารพัด ที่ไปครั้งนี้ หมดเบ็ดเสร็จแล้วแม่เราโดนไปเกือบหมื่นค่ะ ที่บ้านปลอบใจกันหาประสบการณ์ให้ลูกน่ะถถถถถT^T
หนังสือที่หารกันซื้อเราก็ดูว่าเค้าจะว่าไงเค้าเอากลับบ้านค่ะงงมาก อ่ะผ่านเรื่องนั่นมานิสัยแย่ขึ้นทุกวัน ข้าวของในห้องเครื่องใช้ทุกสิ่งอย่างเป็นของเราทั้งหมดเครื่องใช้ไปฟ้า พริกป่น น้ำปลา น้ำตาล จานข้าว(นางทำแตกไปสองใบเราก้อเอามาเพิ่ม) แก้ว(ทำแตกอีกเช่นกัน) เค้าใช้ของเราไม่มีเกรงใจสักนิดเลย หม้อข้าวแม่เราซื้อมาให้ใหม่เป็นหม้อจิ๋วที่หุงได้ถ้วยเดียวอ่ะค่ะเรามีเราก้อไม่ได้หวงนะคะแต่มันเกินไปแล้วว หุงข้าวของเราด้วยหม้อข้าวของเรานั่งกินคนเดียวหน้าตาเฉยๆใช้ช้อนกินในหม้อเลยนะคะเอิ่มม เสียงชอนขูดก้นหม้อเหมือนมีดกรีดลงกลางใจข้าาา เป็นรอยเต็มเลยฮือๆฉันอุตส่าเฝ้าถนอมมันอีบ้า!
หลังๆมานี่เรากลับบ้านบ่อยมากสมมุติ พรุ่งนี้ไม่มีเรียนเย็นนี้เรากลับบ้านล้ะเช้าก็นั่งรถมา เรียกได้ว่าอาทิตย์นึงนอนหอประมาณสามวันนอกนั้นกลับบ้านตลอดคือกลับมาถึงนางเกี่ยงกรอกน้ำซึ่งเราแทบไม่ได้อยู่กินด้วยซ้ำ(ต้องออกไปกดปากซอย)
พัดลมในห้องมีสองตัวค่ะเป็นของทางหอ ตัวหนึ่งที่นอนเรา ตัวหนึ่งที่นอนเค้ามีช่วงนั้นขาดเรียนไปเที่ยวต่างจังหวัดสามสี่วัน กลับมาพัดลมตัวเราพังถามเค้า เค้าบอกเออชองพี่มันไม่ค่อยเย็นเห้ยยมากไปแล้วนะคือพัดลมของเราอ่ะ ต้องเปิดเบอร์หนึ่งแล้วให้มันหมุนไปสักพักนึงก่อนแล้วค่อยเร่งสองสามอ่ะพังเข้าไปป
แล้วก็เค่าเป็นคนที่แปลกมากๆนอนได้ทั้งวันทั้งคืนเลิกเรียนมาสิบเอ็ดโมงนอนตั้งแต่เที่ยงยันห้าโมงเย็น เข้านอนตอนสามทุ่มคือไรรว้าา เราจะเปิดไฟก็เกรงใจการบ้านก็ต้องทำ หนังสือก็ต้องอ่าน
ตอนนี้ที่เครียดสุดคือเค้าวุ่นวายกับเรามากค่ะ ซื้อกับข้าวมาเราซื้อค่ะเราหุงข้าว ตั้งวงแบบไม่ต้องเชื้อเชิญหยิบจานมาเทกับข้าวเรียบร้อยรอข้าวสุก ไม่มีหารนะคะตักเข้าปากเป็นอย่างเดียว ล้างชามเกี่ยงเราอีกนะคะ
กระปุกออมสินเรามีเงินจำนวนหนึ่งค่ะไม่เยอะเท่าไหร่วางหลบอยู่ในชั้นวางของของเราก็ทำโค้ดไว้ค่ะแบบหันหน้ารูหยอดเข้าผนังวันนั้นกลับมาถึงห้องตอนสายๆเห็นกระปุกออมสินแปลกไปจากเดิมเราโมโหมากค่ะแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะลองแคะออกมานับแล้วหายไปไม่เท่าไหร่ พอตกเย็นเค้ากลับมาถึงเห็นเราไม่ค่อยพูดเค้าเลยบอกว่าเค้ายืมเงินในกระปุกไปสามสิบบาท บอกมีแบงค์ร้อยไม่มีเศษขึ้นรถเมล์ เฮ้ยยปากซอยมีร้านค้านะแก มันไม่ได้สำคัญเรื่องจำนวนเงินหรอกค่ะ ความรู้สึกมันเสียไปมากว่านั้นเยอะ
อ้ออ ลืมเรื่องโทรศัพท์อีกเรื่องค่ะ เรามีโทรศัพท์ฮีโร่ที่เอาไว้ตั้งปลุกวางไว้หัวเตียง แล้วไม่ค่อยได้สนใจมันเท่าไหร่ โทรศัพท์เค้าเก่าค่ะสัมผัสไม่ติดบ้าง ไม่ดังบ้าง มีวันนึงมันเปิดไม่ติด เค้าเลยเอาของเรามาใช้ โดยที่ไม่ขอไม่บอกสักคำ จนเราเห็นเองแล้วเอ่ยปากถามเค้าถึงบอกว่าจะเอามาใช้นะ ใช้ไปสักสองอาทิตย์ แฟนเค้าซื้อให้ใหม่ เค้าก้อเอาของเราวางไว้หัวเตียงเค้าโดยไม่มีการกล่าวคืนใดใดทั้งสิ้น จนเราเอ่ยปากอีกถึงได้คืนให้ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี เราเอามาลองเปิดดูปุ่มกดไฟไม่ยอมดับ ทั้งที่ไม่เปิดเครื่อง เลยถามเค้าว่ามันเป็นอะไร เค้าบอกอ๋อพี่ทำตกน้ำน่ะ -_- เค้าก็ไม่พูดอะไรต่อนะขอโทษหรอฝันไปเถอะ โทรศัพท์เราไม่ได้เก่าเลยนะแต่จะพูดก็สงสารเค้าบ้านเค้าก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่มันเกินไปมั้ย เรื่องนี่ยังไม่ทั้งหมดนะคะ มีอีกเพียบ ฝึกความอดทนยิ่งกว่าเรียน รด. อีกค่าามีรูมเมทแบบนี้เนี่ย เราควรทำไงดีคะ? ย้ายออกก็ไม่ได้เสียดายเงินมัดจำ เจ้าของหอก็ใช่ย่อยมนุษย์ป้าดีๆนี่เอง
เจอรูมเมทปรสิตทำไงดี
เลยวนรถหาที่ใหม่ค่ะเจอป้ายแปะไว้หลายที่เอาวะลองโทรดูได้หอพักที่นึงเป็นหอพักหญิงเป็นบ้านค่ะ ทำเป็นห้องๆมีประมาณ 10 ห้อง ราคาพันห้าต่อห้อง แต่...ห้องพันห้าเต็มหมด เอาไงดีล่ะ ป้าเค้าเลยเสนอห้องรวมซึ่งเป็นห้องที่เค้าพึ่งทำใหม่ค่ะ อยู่ได้สองคน ราคา 2,000บาท ไม่รวมค่าwifiคนละ 100 บาท ค่าน้ำคนละ 100 บาท ค่าไฟยูนิตละ 7 บาทวางมัดจำ5,000 บาท ไม่ได้เซ็นสัญญา
ใจเราไม่อยากได้ที่นี่เลยแม้แต่นิดเดียวเพราะไม่ชอบอยู่รวมกับคนอื่นขนาดพี่สาวแท้ของเรายังทะเลาะกันตลอดเพราะเราเป็นคนขี้รำคาญมาก ขี้เบื่อ เรียกได้ว่าเป็นคนโลกส่วนรวมต่ำและรู้ตัวดีว่าคงอยู่ร่วมกับใครไม่ได้แต่อีกอาทิตย์เดียวเปิดเทอมแล้วอ่ะทำไงดีทางบ้านก็ว่าดีเพราะจะได้มีเพื่อน ไม่เหงาอะไรแบบนี้และได้ฝึกอยู่ร่วมกัยคนอื่นด้วยค่ะแต่แม่ก็ไม่ได้บังคับนะคะให้ตัดสินใจเองค่ะ ว่าจะขึ้นรถไปกลับ(ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งต่อเที่ยว45บาท)หรือจะอยุ่ห้องรวมนี้ นั่งดูตารางเรียนแล้วโอ้...แปดโมงทุกวันเลย เครียดมากเวลาก้อบีบคั้นเหลือเกิน "เอาวะรวมก็รวม!"
มาเจอหน้ากันครั้งแรกก็วันก่อนวันเปิดเทอมวันแรกแม่เรามาส่งตั้งแต่กลางวัน เราเลยอยู่ในห้องคนเดียวเหงาและเครียดสุดพอตกเย็นรูมเมทแปลกหน้าถึงมา มาถึงยกกันมาทั้งบ้านเลยจ้า พ่อ แม่ พี่ชาย พี่สะใภ้ มาถึงก็โวยวายกันมาเลยจ่ะ รูมเมทเราแก่กว่าเรา 2 ปี หน้าบอกบุญไม่รับเลยวันแรกพ่อแม่เค้าก็ฝากฝัง เราก็พยายามเฟรนลี่กับเค้านะไม่ได้ปิดใจอะไรอ่ะชวนกันเดินไปเซเว่น(ประมาณ 500 เมตร)อ่ะไป จากนั้นก็เริ่มสนิทกัน ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันแรกๆเลย เค้าจะเล่าแต่เรื่องแฟนเก่า เราเป็นคนนึงที่ไม่เคยมีแฟนแล้วไม่ชอบรับฟังเรื่องไร้สาระซึ่งไม่ได้ทำให้เราเจริญขึ้นแบบนี้ เราก้อพยายามหาข้อสนทนาอื่นมาเค้าก็วกเข้าเรื่องแฟนเค้าจนได้ เห้ออ
แรกๆเรื่องดีนางก็มี เราเป็นคนที่ข้าวของเยอะ มันก้อรก แต่มันรกในส่วนของเราไม่ได้ไปเกะกะส่วนของนาง แต่นางเก็บเรียบร้อยราวกับแม่บ้านจากโรงแรมสามดาวที่นงที่นอนเก็บให้ทั้งหมดตอนแรกเราก็ว่า เออนิสัยดีจริงๆจนวันหนึ่งเราจะไปสอบตำรวจที่ภาคอีสานนางอยากไปค่ะแต่ไม่มีเงินขอแม่แล้วแม่บอกเงินเดือนยังไม่ออก อ่ะค่าสมัคร 450บาท ไม่เป็นไรค่ะแม่เราเป็นสปอนเซอร์เอง ลูกได้มีเพื่อนไปออกค่าสมัครให้เค้าไปเลยลูก เค้าไม่มีปฏิเสธเลยจ้า (ในใจเราเกรงใจแม่เรานะ) อ่ะช่างมันเงินแค่นั้นเองจะไปสอบเตรียมตัวอย่าไรดี?
อ่ะ อ่านหนังสือสิคะ หนังสือไหนอ่ะ ซื้อสิคะ หนังสือราคา 200 บาท หารครึ่งค่ะ โอเคหารก็หาร เราแทบไม่ได้อ่านเลยค่ะนางครองตลอด ไม่เป็นไรยูทูปมีติวเยอะแยะ ไม่อ่านก็ได้ค่ะหนังสือ
ก่อนวันจะไปรถแม่เราเสียค่ะ โอ้ววตายทำไงดี ปรึกษาเค้า เค้าบอกเอารถบ้านเค้าไปก็ได้ให้พี่ชายพาไปแต่ว่าไม่ต้องออกไรมากมายหรอกซื้อเบียร์ให้ก็พอ ค่าน้ำมันก็หารกัน อ้อ ที่พักเค้าให้พักบ้านญาติเค้าจังหวัดเดียวกะที่สอบนั่นแหละค่ะ บอกเราว่าก็ช่วยค่าน้ำค่าไฟไปสัก500 ล้ะกัน อืมมมจ้าาาา เราบอกแม่ ทางบ้านเราไม่โอเคที่จะต้องไปนอนบ้านญาติเค้าต้องซื้อเบียร์ให้พี่ชายเค้าไรงี้ แม่เลยไปเร่งที่ศูนย์รถ โอ้เย้ รถเสร็จทัน เราเลยบอกเค้าว่าเดี๋ยวแม่เราพาไปเองเค้าก็โอเคไปกับเรา
วันที่ออกเดินทางตลอดทางแวะปั้มเซเว่นแม่เราจ่ายตลอดคืองงกะนางมาก จะจ่ายเงินนางมาวางรวมบอกคิดรวมเลยค่ะ แม่เราเหวอเลย แต่ก็คิดว่าเอาน่านิดหน่อยเอง พอมาถึงมืดพอดีเปิดโรงแรมนอน(แม่เราจ่าย) อาหารเช้าโรงแรมเค้ามีเซอร์วิสคนละชุด นางสั่งเพิ่มคือไรงงมาก(แม่เราจ่าย) สอบเสร็จขากลับแวะร้านอาหาร(แม่เราจ่าย) พอกลับมาถึงหอเรารอดูว่าเค้าจะถามถึงค่าใช้จ่ายใดใดมั้ย ไม่มีเลยค่ะ โอ้จิตใจทำด้วยอะไรวะเนี่ยย แม่เราค่อนข้างโมโหนะ ทีเราจะไปกะเค้าต้องมีค่านู่นนี่นั่นต้องเอาอกเอาใจสารพัด ที่ไปครั้งนี้ หมดเบ็ดเสร็จแล้วแม่เราโดนไปเกือบหมื่นค่ะ ที่บ้านปลอบใจกันหาประสบการณ์ให้ลูกน่ะถถถถถT^T
หนังสือที่หารกันซื้อเราก็ดูว่าเค้าจะว่าไงเค้าเอากลับบ้านค่ะงงมาก อ่ะผ่านเรื่องนั่นมานิสัยแย่ขึ้นทุกวัน ข้าวของในห้องเครื่องใช้ทุกสิ่งอย่างเป็นของเราทั้งหมดเครื่องใช้ไปฟ้า พริกป่น น้ำปลา น้ำตาล จานข้าว(นางทำแตกไปสองใบเราก้อเอามาเพิ่ม) แก้ว(ทำแตกอีกเช่นกัน) เค้าใช้ของเราไม่มีเกรงใจสักนิดเลย หม้อข้าวแม่เราซื้อมาให้ใหม่เป็นหม้อจิ๋วที่หุงได้ถ้วยเดียวอ่ะค่ะเรามีเราก้อไม่ได้หวงนะคะแต่มันเกินไปแล้วว หุงข้าวของเราด้วยหม้อข้าวของเรานั่งกินคนเดียวหน้าตาเฉยๆใช้ช้อนกินในหม้อเลยนะคะเอิ่มม เสียงชอนขูดก้นหม้อเหมือนมีดกรีดลงกลางใจข้าาา เป็นรอยเต็มเลยฮือๆฉันอุตส่าเฝ้าถนอมมันอีบ้า!
หลังๆมานี่เรากลับบ้านบ่อยมากสมมุติ พรุ่งนี้ไม่มีเรียนเย็นนี้เรากลับบ้านล้ะเช้าก็นั่งรถมา เรียกได้ว่าอาทิตย์นึงนอนหอประมาณสามวันนอกนั้นกลับบ้านตลอดคือกลับมาถึงนางเกี่ยงกรอกน้ำซึ่งเราแทบไม่ได้อยู่กินด้วยซ้ำ(ต้องออกไปกดปากซอย)
พัดลมในห้องมีสองตัวค่ะเป็นของทางหอ ตัวหนึ่งที่นอนเรา ตัวหนึ่งที่นอนเค้ามีช่วงนั้นขาดเรียนไปเที่ยวต่างจังหวัดสามสี่วัน กลับมาพัดลมตัวเราพังถามเค้า เค้าบอกเออชองพี่มันไม่ค่อยเย็นเห้ยยมากไปแล้วนะคือพัดลมของเราอ่ะ ต้องเปิดเบอร์หนึ่งแล้วให้มันหมุนไปสักพักนึงก่อนแล้วค่อยเร่งสองสามอ่ะพังเข้าไปป
แล้วก็เค่าเป็นคนที่แปลกมากๆนอนได้ทั้งวันทั้งคืนเลิกเรียนมาสิบเอ็ดโมงนอนตั้งแต่เที่ยงยันห้าโมงเย็น เข้านอนตอนสามทุ่มคือไรรว้าา เราจะเปิดไฟก็เกรงใจการบ้านก็ต้องทำ หนังสือก็ต้องอ่าน
ตอนนี้ที่เครียดสุดคือเค้าวุ่นวายกับเรามากค่ะ ซื้อกับข้าวมาเราซื้อค่ะเราหุงข้าว ตั้งวงแบบไม่ต้องเชื้อเชิญหยิบจานมาเทกับข้าวเรียบร้อยรอข้าวสุก ไม่มีหารนะคะตักเข้าปากเป็นอย่างเดียว ล้างชามเกี่ยงเราอีกนะคะ
กระปุกออมสินเรามีเงินจำนวนหนึ่งค่ะไม่เยอะเท่าไหร่วางหลบอยู่ในชั้นวางของของเราก็ทำโค้ดไว้ค่ะแบบหันหน้ารูหยอดเข้าผนังวันนั้นกลับมาถึงห้องตอนสายๆเห็นกระปุกออมสินแปลกไปจากเดิมเราโมโหมากค่ะแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะลองแคะออกมานับแล้วหายไปไม่เท่าไหร่ พอตกเย็นเค้ากลับมาถึงเห็นเราไม่ค่อยพูดเค้าเลยบอกว่าเค้ายืมเงินในกระปุกไปสามสิบบาท บอกมีแบงค์ร้อยไม่มีเศษขึ้นรถเมล์ เฮ้ยยปากซอยมีร้านค้านะแก มันไม่ได้สำคัญเรื่องจำนวนเงินหรอกค่ะ ความรู้สึกมันเสียไปมากว่านั้นเยอะ
อ้ออ ลืมเรื่องโทรศัพท์อีกเรื่องค่ะ เรามีโทรศัพท์ฮีโร่ที่เอาไว้ตั้งปลุกวางไว้หัวเตียง แล้วไม่ค่อยได้สนใจมันเท่าไหร่ โทรศัพท์เค้าเก่าค่ะสัมผัสไม่ติดบ้าง ไม่ดังบ้าง มีวันนึงมันเปิดไม่ติด เค้าเลยเอาของเรามาใช้ โดยที่ไม่ขอไม่บอกสักคำ จนเราเห็นเองแล้วเอ่ยปากถามเค้าถึงบอกว่าจะเอามาใช้นะ ใช้ไปสักสองอาทิตย์ แฟนเค้าซื้อให้ใหม่ เค้าก้อเอาของเราวางไว้หัวเตียงเค้าโดยไม่มีการกล่าวคืนใดใดทั้งสิ้น จนเราเอ่ยปากอีกถึงได้คืนให้ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี เราเอามาลองเปิดดูปุ่มกดไฟไม่ยอมดับ ทั้งที่ไม่เปิดเครื่อง เลยถามเค้าว่ามันเป็นอะไร เค้าบอกอ๋อพี่ทำตกน้ำน่ะ -_- เค้าก็ไม่พูดอะไรต่อนะขอโทษหรอฝันไปเถอะ โทรศัพท์เราไม่ได้เก่าเลยนะแต่จะพูดก็สงสารเค้าบ้านเค้าก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่มันเกินไปมั้ย เรื่องนี่ยังไม่ทั้งหมดนะคะ มีอีกเพียบ ฝึกความอดทนยิ่งกว่าเรียน รด. อีกค่าามีรูมเมทแบบนี้เนี่ย เราควรทำไงดีคะ? ย้ายออกก็ไม่ได้เสียดายเงินมัดจำ เจ้าของหอก็ใช่ย่อยมนุษย์ป้าดีๆนี่เอง