สินเชื่อซื้อบ้านของธนาคารกรุงไทยแถวตลาดปทุม เงินครบแล้วแต่กลับไม่ยอมดำเนินเรื่องให้ แถมมารยาทแย่มาก!!!

กระทู้คำถาม
(ก่อนอื่นเรื่องนี้ผมได้โพสต์ในเพจของ KTB Care แล้ว แต่ไม่มีแอดมินให้คำปรึกษา เลยอยากจะขอคำปรึกษาจากพี่ๆน้องๆที่นี่ว่าผมควรทำอย่างไร)

เรื่องย่อนะครับ (เพื่อให้สะดวกสำหรับการอ่านถ้าอยากได้รายละเอียดให้ลองอ่านตัวเต็มด้านล่างนะครับ)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

เรื่องเต็มๆ (ครบทุกรายละเอียดครับ)

ผมมีเรื่องร้อนใจมาปรึกษา คือแม่ผมต้องการซื้อบ้านโดยการขอสินเชื่อจากธนาคารกรุงไทยสาขาแถวตลาดปทุมธานี หลังจากตกลงราคากันแล้ว ราคาบ้านอยู่ที่ 3,000,000 บาท แม่ผมมัดจำกับเจ้าของบ้านที่ต้องการขายไป 100,000 บาท หลังจากนั้นก็ดำเนินการติดต่อกับธนาคาร โดยขอกู้ร่วมโดยใช้ชื่อพี่ชายและน้องชายของผม เนื่องจากพี่ชายของผมเป็นข้าราชการ C7 ส่วนน้องชายเป็นวิศวะกร ดังนั้นจึงเริ่มทำเรื่องกับธนาคารในวันที่ 5 กุมภาพันธ์

ทางหัวหน้าสินเชื่อกรุงไทยสาขาดังกล่าว โทรเข้ามาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ บอกว่า "ธนาคารอนุมัติวงเงินกู้ 2,000,000 บาท และเนื่องจากมัดจำไปแล้ว 100,000 บาท ทางธนาคารต้องการดูตัวเลขในบัญชีอีก 900,000 บาท” แม่ของผมจึงเดินทางไปนครศรีธรรมราชเพื่อขายที่แล้วนำเงินสด 900,000 ขึ้นมา

แต่เนื่องจากเจ้าของบ้านนั้นต้องการจะขายด่วนเพราะเขามีความประสงค์ต้องใช้เงินอย่างมาก แม่ของผมจึงนำเงิน 900,000 บาทจ่ายสดเป็นค่ามัดจำงวดที่สองในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ แต่มีการนับเงินและทำสัญญาอย่างละเอียดพร้อมกับมีพยานรับรองว่ามีการจ่าย-รับเงินตามความจริง พร้อมทั้งมีการระบุว่าเจ้าของจะต้องโอนทันทีที่ธนาคารพร้อมโอนและมีค่าปรับหากไม่ปฎิบัติตามสัญญา(ถ้าอยากดูเอกสารสัญญาผมส่งให้ดูได้นะครับ) ที่แม่ผมตัดสินใจทำอย่างนี้เพราะว่า เหตุผลที่ธนาคารขอดูจำนวนเงินในบัญชีเนื่องจากธนาคารต้องการดูว่ามีเงินครบถ้วนในระบบครบ 3,000,000 บาทพอดีเพื่อที่จะทำเรื่องได้ในวันโอนได้ คราวนี้คือเงินทุกอย่างในระบบก็ครบเพราะว่าธนาคารให้กู้ 2,000,000 บาท มัดจำครั้งที่หนึ่ง 100,000 บาท ส่วนมัดจำครั้งที่สองคือ 900,000 บาท

แต่ปรากฎว่าเมื่อเข้าไปพบหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อคนเดิม หัวหน้าฝ่ายสินเชื่อคนเดิมกลับบอกว่า "ต้องการแต่ตัวเลขในสมุดบัญชีเท่านั้น" แม่ผมกลับมาบ้านเสียใจมากเพราะกลัวว่าเงินที่จ่ายไปทั้งหมดจะสูญ ผมเลยแนะนำให้โทรไปขอคำปรึกษากับ call center ของธนาคารกรุงไทย ปรากฎว่า call center โอนสายไปยังผู้รู้และตอบคำถามจนกระจ่างว่างสามารถทำเรื่องได้ แม่ผมดีใจมากรีบกลับไปหาหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อคนเดิม

แต่สิ่งที่ทำให้ผิดหวังยิ่งกว่าเก่าคือ หัวหน้าฝ่ายสินเชื่อเริ่มพูดจาเชิงขมขู่แม่ ถามแม่ผมด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยสุภาพว่า “ไหน โทรไปที่ไหน ใครรับสาย ใครเป็นคนบอกว่าใช้ใบนี้ได้” แม่ผมบอกว่าโทรไปที่ call-center แต่ไม่ได้ถามว่าใครพูดสาย เขาก็ทำหน้าเหยียดๆประชด กดโทรศัพท์ไปหาเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อของสำนักงานใหญ่คนหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็ส่งเมลล์ที่มีสัญญามัดจำงวดที่สองให้เจ้าหน้าที่คนนั้น และได้คำตอบที่ว่า “ธนาคารไม่ทำเรื่องให้ เพราะไม่มีตัวเลขในบัญชี” ผมว่าตามกรณีนี้มันไม่สมเหตุสมผลเท่าไร เพราะธนาคารสามารถตรวจสอบกับผู้ขายได้ว่าได้รับเงินครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งผู้ขายก็พร้อมที่จะยืนยันและขายเพราะเขาก็ต้องการเงินด่วน ธนาคารทำหน้าที่ออกเงินส่วนต่าง 2,000,000 ตามที่อนุมัติทุกอย่างก็จบ หรือต้องให้แม่ผมไปขอเงิน 900,000 บาทจากผู้ขายคืนมาใส่ในบัญชีเตรียมตัวจ่ายต่อให้ธนาคารในวันโอนซึ่งผมว่าผู้ขายคงไม่มีเหตุผลที่ต้องคืนเงินดังกล่าว ดังนั้นผมอยากขอคำปรึกษาว่า

1) ผมควรจะดำเนินเรื่องอย่างไรต่อไป เพราะถ้าปล่อยไว้แบบนี้แม่ผมต้องสูญเสียเงิน 1,000,000 บาทเพราะระบบที่ไม่สมเหตุสมผลของธนาคาร

2) หัวหน้าฝ่ายสินเชื่อ ผมสามารถร้องเรียนได้มั้ยครั้บ เพราะไม่ใช่แม่ผมเท่านั้นที่โดนกริยาหยาบๆของเขาเล่นงาน คนที่แม่รู้จักหลายคนในตลาดปทุมก็โดนปฏิบัติเช่นเดียวกัน ผมขอยกมาแค่สองกรณีตัวอย่างนะครับ กรณีแรก ขณะแม่ผมกำลังคุยเรื่องสัญญาครั้งที่สองก็พบว่ามีโทรศัพท์เข้ามาที่โต๊ะ แม่เล่าให้ฟังว่าได้ยินเขาพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดๆว่า “ว่าอะไรนะ! คุณจะขอจ่ายก่อนสองพัน (หัวเราะเยาะสักพัก) มันช่วยไม่ได้หรอกคุณ คุณเป็นหนี้หมื่นสองนะ (แล้วก็หัวเราะเหยียดๆซ้ำๆ)” ซึ่งผมมองว่านี่ไม่ใช่กิริยาที่เหมาะสมสำหรับคนที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายสินเชื่อเลย คุณสามารถบอกรายละเอียดกับเขาดีๆก็ได้ แต่ทำไมต้องดูถูกคนทั้งที่คุณก็เป็นพนักงานธนาคารที่รัฐบาลถือหุ้นเกิน 50% แท้ๆ กรณีที่สอง เพื่อนของแม่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เขาก็อยากร้องเรียนคนนี้เหมือนกันแต่ไม่รู้จะทำยังไง เนื่องจากเขาเป็นพนักงานที่ทำงานในอำเภอซึ่งมีคนเดินเข้ามาติดต่อตลอดเวลา เมื่อมีโทรศัพท์เข้าบางครั้งก็ไม่ได้รับ และเนื่องจากเขาทำสินเชื่อกรุงไทยธนวัฎ คราวนี้ตอนเย็นหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อก็โทรไป “น้องๆ พี่ขีดชื่อน้องตัวแดงแล้วนะเพราะน้องไม่รับโทรศัพท์พี่” ซึ่งผมว่ากรณีนี้ก็ไ่ม่สมควรพูดอีกเช่นกัน รบกวนสอบถามว่าผมต้องร้องเรียนอย่างไรเพื่อให้คำร้องเรียนนั้นมีผลจริง

เรื่องตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเพราะหัวหน้าสินเชื่อปฏิเสธไม่ยอมดำเนินเรื่องให้เพราะเรียกร้องแต่ขอดู "ตัวเลขในสมุดบัญชีเท่านั้น" ส่วนเรื่องร้องเรียนที่ทำตอนนี้ผมทำได้แค่โทรเข้าไปฝากเรื่องไว้กับ call center แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้เรื่องเมื่อไร ซึ่งระยะเวลาในการทำเรื่องครั้งนี้มีสองเดือน และตอนนี้ก็ผ่านมาจะครบหนึ่งเดือนแล้ว ถ้าหมดเวลาตอนนี้ก็ต้องไปเริ่มทำเรื่องใหม่ ใครมีวิธีที่รวดเร็วกว่านี้ขอคำปรึกษาด่วนนะครับเพราะแม่กำลังร้อนใจมาก

ขอบคุณมากครับ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่