ทำหน้าตัวเองพัง...เพราะหาหมอสิวมา10กว่าปี

ฮัลโหลววววทุกคน สวัสดีค่ะ นี่เป็นครั้งแรกของเราใน pantip (ใหม่สดขนาดเพิ่งได้ล็อกอินน่ะตั๊ว) เพื่อการทำรีวิว ไม่ได้รีวิวสินค้าแต่เป็นหนังหน้าของตัวเอง ทั้งนี้เพราะอยากแชร์ประสบการณ์...กว่าจะหน้าใสแบบยั่งยืนได้ ผ่านไปถึงกว่าสิบปี!!!

ขอเล่าที่มาที่ไปก่อนนะตัว ช่วงนี้ว่างเลยได้อ่านรีวิวเรื่องปัญหาสิวและสกินแคร์บ่อย ไม่ว่าจะทางบล็อกเกอร์หรือกระทู้ทั่วไป เราพบว่า ยังไม่เห็นใครมีปัญหาคล้ายกับเรา อย่างมากก็เหมือนสัก50-60% ส่วนใหญ่จะผิวมัน หรือแพ้น้ำแพ้เครื่องสำอาง สิวเยอะ สิวอักเสบ สิวอุดตัน สิวเสี้ยน บลาบลา
เราเคยคิดว่า ไม่จำเป็นต้องอ่านรีวิวสกินแคร์และแนวทางการรักษาสิวของชาวเนต เพราะหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน สื่งที่เค้าใช้ดี อาจจะไม่ดีสำหรับหน้าเราก็ได้

เราเลยเลือก...ทางผิด มาตลอดสิบปี และทำหนังหน้าและสุขภาพผิวตัวเองพังและแหกโดยไม่รู้ตัว

นั่นคือการหาหมอสิวค่ะ

จุดเริ่มต้น ต้องย้อนไปสมัยมัธยมปลาย สมัยแรกแย้มเนอะ เริ่มรักสวยรักงามเอาสกินแคร์ของแม่มาใช้ เริ่มที่ครีมกันแดดเบาๆของ Clinique พอหมดก็ลองซื้อแมสแบรนด์มาใช้เองพวก Pond's หรือ L'Oréal ซึ่งไม่มีปัญหาอะไรเลย เราโชคดีที่ผิวไม่มีปัญหาเรื่องสิวฮอร์โมนวัยรุ่นใดๆ มีสิวเสี้ยนบ้าง สิวอุดตันนานๆทีมีหนึ่งเม็ด! โอยเล่าแล้วยิ่งเสียใจค่ะที่ทำร้ายผิวสุขภาพดีของตัวเองโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อยากจะกลับไปมีผิวแบบวันนั้นมาก

เราไม่แพ้สกินแคร์ตัวไหนเลย ตอนนั้นหลักๆใช้ของแม่คือ Clinique 3 step: cleansing soap, toner and moisturizer ตามด้วยครีมกันแดดของ L'Oréal จนกระทั่งเราอยู่มหาวิทยาลัยปีสอง (จำได้แม่นเลยปะละ) เกิดกระแดะขึ้นมาค่าคุณ อยากเปลี่ยนสกินแคร์ไปใช้แบบเนเชอรัลเก๋ๆ (สิบปีที่แล้วมันเพิ่งเข้ามา เรานี่อินนน) โหยอ่านสรรพคุณแล้วมันใช่อ่ะตัว เปลี่ยนค่ะเปลี่ยนไปใช้แบรนด์ Origins ด้วยความปลื้มปริ่มว่าชั้นนี่ได้นิพพานทางความงามแน่ๆ

และ...เปลี่ยนทั้งทีอีเด็กโง่นี่ไม่เลือกตัวเดียว เราเปลี่ยนทั้งเซตค่า!!!
จุดเริ่มต้นของหายนะมาแล้วทู๊กกกกกคน

ตอนแรกยังไม่มีอะไร พอสักพักเราเริ่มมีสิวอุดตันที่คาง แบบที่มองผ่านๆไม่เห็น แต่ถ้าเอาไฟส่องจะเป็นเม็ดๆ ลูบแล้วขรุขระ
เราเหวอค่ะ ทำอะไรไม่ถูก มันเด็กมากอ่ะ แล้วตอนนั้นไม่ได้มีรีวิวผ่านโซเชียลใดๆ (ฮัลโหลวมือถือบางรุ่นยังมีเสา?) เราคิดอะไรไม่ออก ทำไงดีๆๆๆ

วิ่งไปหาหมอสิวสิคะ ง่ายจะตาย

ไปเลยค่ะสยามสแควร์ เลือกแล้วคือที่นี่ สถานที่ที่จะดับฝันร้ายของสาวสิบแปด ชั้นจะกลับมาหน้าใสอีกครั้ง คอนเฟิร์ม!
คลินิกที่เราเลือกเป็นหนึ่งในเจ้าดังๆของตลาดกระทั่งทุกวันนี้ค่ะ เคลมว่ารักษาโดยแพทย์ผิวหนังเท่านั้น โอเคพร้อมละไปเลย เข้าไปทำบัตรนั่งรอคิว...ยาวมาก ถ้าใครเคยไปคลินิกหมอสิวดังๆคงนึกภาพออกนะคะ นั่งรอเจอหมอเป็นชั่วโมง รู้สึกเสียดายเวลาเหล่านั้นจริงๆค่ะจอร์จ
ในที่สุดได้เจอหมอ สาวสิบแปดผู้แบกความเจ็บปวดใจเตรียมพร้อมสาธยายอาการและคาดหวังว่าคุณหมอนี่แหละ คือนางฟ้าผ็ที่จะเนรมิตใบหน้าใสให้เธอ

ฮัลโหลวววว ได้คุยกับหมอไม่ถึง 5 นาที???

ฝันของสาวน้อยดับวูบค่ะ เฟลสุดๆ แต่หวังว่ายังไงก็ต้องหาย เรากินยา ทายา เปลี่ยนสกินแคร์ตามหมอสั่งทุกอย่าง ซึ่งครั้งแรกของการหาหมอสิวเสียเงินแพงมาก เพราะเค้าจะสั่งเปลี่ยนสกินแคร์ทั้งหมดเป็นของคลินิก ไม่ว่าจะเป็นสบู่ล้างหน้า ยาแต้มสิว มอยเจอร์ไรเซอร์ ครีมลบรอยดำรอยแดง ยาทาก่อนล้างหน้าเพื่อละลายหัวสิว เดี๋ยวนะ...ยาละลายหัวสิวตอนเช้ากับตอนกลางคืนคนละตัวกันนะจ๊ะ ทั้งหมดเกือบสิบกระปุกไม่รวมยากิน สองเม็ดเช้าเย็นบลาบลา

แต่เราก็ทำค่ะ ทำตามที่หมอบอกอย่างเคร่งครัด เพราะห่วงสวย เราคิดว่าสิวเหมือนโรคอย่างหนึ่ง เราเจ็บป่วยต้องไปหาหมอ แล้วเราจะหายดี ไม่กลับมาเป็นอีก ซึ่งมันได้ผลค่ะ หน้าเรากลับมาใสปิ๊งเหมือนเดิม ว้าวดีใจๆๆๆ

ตามหลักแล้วเมื่อหายดีก็ไม่ต้องกินยา เราหยุดไปหาหมอแล้วกลับมาใช้สกินแคร์เดิมค่ะ (โศกนาฎกรรมของเด็กโง่แท้ๆ) ทุกคนเดาได้ใช่มั้ยคะ สิวกลับมา...กลับมายืนที่เดิม ที่ที่เคยคุ้นตา
โอ๊ยเราอยากกรี๊ดมาก วิ่งไปหาหมอสิว หมอดุอีก ทำไมไม่รักษาต่อเนื่องโน่นนี่ แหมหมอคะ เข้าคลินิกทีก็จ่ายเงินนะคะหนูเป็นนักศึกษายังขอเงินพ่อแม่ อย่าด่าหนูเลย แล้วอีกอย่างคิวร้านหมอไม่ใช่เล่นๆเลยนะคะรอคิวอย่างต่ำชั่วโมงนึงตลอด (คิดในใจค่ะ ต่อหน้าหมอทำได้แค่ยิ้มใสซื่อ)

แล้วชีวิตเราก็ผูกพันกับคลินิกแห่งนั้นวนไปวนมาจนครบสองปี...

เราตัดสินใจว่าเราอยากหายขาด หน้าใสตลอดกาล ตอนนั้นเราใช้สกินแคร์ของหมอทุกตัวแล้วนะคะ ไม่ได้ใช้แบรนด์ธรรมดาเลย คิดดูว่าหน้าเราโดนยาและยาอัดมาตลอดสองปี เอาจริงๆนะคะ สิวอุดตันที่เราเป็นตอนนั้นมาจากการเปลี่ยนสกินแคร์ ซึ่งดูภายนอกแล้วไม่ได้ร้ายแรงอะไรเลย ถ้าเรามีสติเชื่อมั่นในตัวเองสักนิด เราคงไม่จบลงด้วยวงจรอุบาทว์เยี่ยงนี้ ผิวหน้าเราเหมือนคนไข้ที่เป็นแค่หวัดแต่โดนหมอจับอัดทั้งยากินยาฉีดยาแก้ไอลดน้ำมูกสารพัดเพื่อป้องกันหวัดตลอดสองปีอะไรอย่างนั้น

ช่วงนั้นมีวิธีการรักษาอีกแบบกำลังเป็นที่นิยม คือการกินยาขับสิว ให้ออกมาทีเดียวเปรี้ยงๆๆ แล้วหลังจากนั้นรักษาสิวเสร็จหน้าจะใสปิ๊งไปอีกนาน เราสนใจทันทีเพราะน้องสาวเพื่อนลองมาแล้ว นางเคยมีสิวฮอร์โมนวัยรุ่น เป็นสิวอักเสบทั่วหน้า พอใช้วิธีนี้นางกลับมาหน้าใสเลยค่ะ เราคิดหนักตอนที่ได้ยินว่าจะต้องมีช่วงขับสิวหน้าแหกอยู่ระยะหนึ่ง...ก่อนใสปิ๊ง แต่เอาวะ ไม่มีอะไรจะเสีย แล้วอีกตั้งสามอาทิตย์กว่าจะเปิดเทอม ต้องทันน่ะ!

โศกนาฏกรรมบทใหม่ค่ะ...

แค่อาทิตย์แรกเราเจอสิวปะทุทั้งคางและหน้าผาก เปรี้ยงๆๆๆ สิวอักเสบทั้งนั้นแบบที่เราไม่เคยเป็น (ปกติมีแต่สิวอุดตัน อักเสบนานๆทีจะมา) เราข่มใจอดทน มันจะดีขึ้นๆๆๆ พออาทิตย์ที่สองหนักกว่าเดิม เต็มคางและหน้าผากแน่นเนือง ในขณะที่แก้มเราใสมากไม่มีสักเม็ดมาแผ้วพาน จริงๆนี่คือสัญญาณบอกถึงสภาพผิวที่แตกต่างของเราแล้ว แต่ตอนนั้นเราไม่เฉลียวใจค่ะ ด้วยความไม่เคยสนใจใฝ่หาความรู้เรื่องผิวหน้า หวังแต่จ่ายเงินพึ่งหมอ

รับไม่ได้เลยค่ะกับสภาพหนังหน้าเยิน เราเป็นเด็กแต่งตัว แต่งหน้า ชอบเฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง แล้วนี่ใกล้จะเปิดเทอมแล้วหน้าชั้นยังระเบิดแบบไม่หยุดยั้ง!

สามอาทิตย์แห่งความทรมานและความหวัง...วันเปิดเทอม เราตื่นมาล้างหน้าส่องกระจก ช่วงหน้าผากกับคางเราอัดแน่นด้วยสิวเม็ดแดงก่ำ บวมปูด บ้างก็มีหนองหัวขาว เหมือนแย่งพื้นที่กันออกมาหายใจข้างบนผิวเรา ไม่อยากเชื่อมันเหมือนในละคร เราร้องไห้โฮเลยค่ะ รับหน้าตัวเองไม่ได้ ไม่อยากไปเรียน มันอาจดูไร้สาระปัญญาอ่อนสำหรับบางคนแต่สำหรับเด็กผู้หญิงคนนึงมันจริงจังและเซนสิทีฟมากๆ

เล่าแล้วยังขนลุก...นี่เพิ่งสองปีแรกของการหาหมอสิวเองนะคะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่