ถ้าคุณอยู่บ้านไม่ได้ เพราะแม่หวงของ(สมบัติ)มากกว่าสุขภาพลูก จะทำอย่างไร ขอถามคุณหมอและแม่บ้านด้วยครับ

ผมคิดอยู่นานว่าจะตั้งกระทู้นี้ดีไหม คิดแล้วคิดอีก บางทีเหมือนจะเป็นปัญหาเล็กสำหรับครอบครัวอื่น
คือห้องเป็นคอนโด แล้วพื้นที่ส่วนใหญ่ แทบจะใช้เก็บของทั้งหมด จนเกิดฝุ่นเยอะมาก เคยเก็บกวาดครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งแล้ว สมบัติโคตรเยอะ มีแต่ของสมบัติ เก็บใส่ถุงจนฝุ่นเกาะเยอะๆ
เคยทะเลาะกับแม่เรื่องของแล้วแต่ก็ไม่สามารถเอาออกได้ แม่ก็ถามว่า จะให้แม่ทำยังไง ไปเช่าอีกห้องนอนไหม?(ซึ่งมันเป็นคำตอบที่แก้ปัญหาตรงจุดแล้วหรอ?) ซื้อเครื่องดูดฝุ่นแล้วก็เอาไม่อยู่
มีผมอยู่คนเดียวในบ้านที่ จมูกจะไวต่อฝุ่นมากกว่าคนในบ้าน คนอื่นเขาไม่เป็นกัน ผมเป็นภูมิแพ้อยู่ 2 วัน ซึ่งมันทรมาน มากๆเป็นบ่อยกว่าเดิมด้วย
มันทำให้ผมป่วย ทางสุขภาพจิต ไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากคุยกับใคร บางทีก็มีความคิดว่า อยากจะหนีไปให้ไกลๆ อยากจะหนีไปอยู่ต่างประเทศแล้วไม่กลับมาเลย แต่แม่ยังไงก็คือแม่ แต่ตอนนี้ผมเบื่อแม่ มากเลย เฮ้อ...จิตใจผมย่ำแย่มากๆ ตื่นขึ้นมาทุกวันก็ต้องมาลุ้นว่าวันนี้จะเป็นภูมิแพ้ไหม? เบื่อทุกอย่างจะเป็นโรคซึมเศร้าไหม?ยังเคยคิดอยู่เหมือนกันไม่อยากเป็นด้วย... ในระยะยาว
ถ้าออกไปข้างนอกจะไม่เป็น ถ้าไม่มีตัวกระตุ้น เคยตั้งหน้าจอโทรสับไว้ ก่อนนอนวันรุ่งขั้นตื่นมา เอามือปาดหน้าจอ ฝุ่นหนาประมาณหนึ่ง ผมได้แต่ถอนหายใจ ว่าจะต้องอยู่แบบนี้ไปอีกนานไหม? ขอถามคุณหมอ ว่าถ้าในระยะยาว เป็นภูมิแพ้แบบนี้บ่อยๆ จะมีปัญหาสุขภาพอะไรตามมา เรื้อรังไหมครับ?
ผมจนปัญญาแล้วจริงๆ ไม่รู้จะออกทางไหนดี? ควรจะทำอย่างไรดีครับ

ขอ Tag โต๊ะเครื่องแป้งด้วย เพราะ คิดว่าสาวๆห้องนี้น่าจะเคยประสบปัญหา แม่ชอบเก็บของที่บ้านเหมือนกันนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
ผมเข้าใจ   จขกท.   ครับ

คนที่โตมาอย่างยากลำบาก  
1. จะหวงแหนแม้แต่ถุงพลาสติกเก่าๆ   กล่องพลาสติกที่ใส่อาหารกล่องแบบเวฟได้   เสื้อผ้าเก่า   หม้อไฟฟ้าที่เสียแล้ว   โหลพลาสติกใส่บ๊วยเค็ม ฯลฯ
เขาจะเก็บแบบไม่ยอมทิ้ง  และ  แม้จะไม่เคยหยิบมาใช้นานกว่า10ปีก็ไม่ทิ้ง  ไม่บริจาค

2.แม้เขาจะไม่ได้เรียนหนังสือ   แต่  เขาก็ไม่มีวันจะยอมเชื่อและรับรู้เหตุผลของคนที่เป็นลูกแม้ลูกเขาจะเรียนจบปริญญาเอกหรือเป็นหมอ
แต่....เขาพร้อมจะเชื่อคำพูดคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหลาน  แม้คนนั้นจะเป็นแค่พนักงานกวาดขยะ  ช่างปูน  ฯลฯ  และแม้จะพูดอะไรที่ไม่มีตรรกะหรือเหตุผลที่ปัญญาชนยอมรับ    แต่เขากลับพร้อมจะปักใจเชื่อ

ดังนั้น   เจ้าของกระทู้เหนื่อยเปล่าที่จะใช้ความพยายามพูดด้วยเหตุผลและชักแม่น้ำทั้ง5อย่างไรก็ไม่มีผล  ตราบใดที่เหตุผลเหล่านั้นไม่ตรงใจเขา

ง่ายๆ      เปลี่ยนโลกไม่ได้   ก็ปรับตัวตามโลกของคุณ
1.ไปออกกำลังกายเยอะๆ    ...ภูมิแพ้เป็นโรคที่...ลดความรุนแรงได้...หากสุขภาพแข็งแรง
2.ตั้งใจเรียนให้จบ  มีงานดีๆ   มีรายได้ดีๆ    แล้วสร้างบ้านแบบทำห้องเก็บของใหญ่ๆ   มีตู้เก็บของเยอะๆ  ... หากต้องอยู่กับแม่
3.ขยันทำความสะอาด    แอบๆเอาของบางอย่างไปบริจาคคนอื่น     หรือ   หาทางบอกแม่ว่าพอดีวันนี้ไปเจอคนหนึ่งน่าสงสารมากอยากขอเสื้อ   หม้อ  ไห  กะทะ   ฯลฯ  ที่แม่คุณเก็บไว้ไปช่วยเหลือเขา     วันนี้อาจารย์ให้ทำโปรเจคท์ที่ต้องใช้อะไหล่จากหม้อไฟฟ้าหรือพัดลมที่เสียแล้ว   ฯลฯ  ปิดเทอมจะไปออกค่ายต้องการเสื้อเก่า  ถ้วยชามบางส่วน  ฯลฯ  .... ค่อยทะยอยขอไปเรื่อยๆครับ   
4.ยับยั้งหรือห้ามการซื้อของใหม่เข้ามาเพิ่ม
5.เวลาคุณหาแฟน   ต้อง   เลือกคนที่ไม่ใช่พวกวัตถุนิยม    เคาระห์จะได้ไม่ตกไปถึงลูกของคุณ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่