ไพบูลย์โต้รายงานพศถึงรมวทุกข้อ.. ถ้าคนสนับสนุนมีมากจริง ทำไมกลัวประชามติ/ประชาพิจารณ์?

กระทู้ข่าว
http://www.naewna.com/local/204342

26 ก.พ.59 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ทำข้อสรุป 5 ข้อ ส่งถึง นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า ข้อสรุปทั้ง 5 ข้อ กับเนื้อหาที่เสนอไปนั้น สอดคล้องกับข้อเสนอของพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) ที่ยื่นต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม ตัวแทนรัฐบาล เมื่อช่วงวันที่พระสงฆ์มาชุมนุมที่พุทธมณฑล

โดย นายไพบูลย์ กล่าวว่า ข้อ 1 ที่ระบุว่า คนที่คัดค้านการแต่งตั้งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) หรือสมเด็จช่วง ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ต่อไป มีจำนวนน้อยนั้น เป็นการรายงานที่บิดเบือนข้อเท็จจริงต่อผู้บังคับบัญชา ซึ่งหากฝ่ายที่สนับสนุนให้แต่งตั้งสมเด็จช่วง มั่นใจว่ามีจำนวนคนในประเทศเห็นด้วยสนับสนุมมีมากกว่ากลุ่มคนคัดค้าน แต่ทำไมกลับหวาดกลัวปฏิเสธแนวคิดที่เสนอให้มีการทำประชาพิจารณ์ หรือสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งตนเชื่อมั่นว่า หากมีการสำรวจจริงทั่วประเทศ จะมีคนที่ไม่เห็นด้วยที่จะมีการแต่งตั้งสมเด็จช่วง ทั้งที่ยังมีคดีตรวจสอบครอบครองรถหรูผิดกฏหมายมีมากกว่า 10 ล้านคน แน่นอน

ส่วนข้อ 2 ที่มีเนื้อหาว่า ท่าทีของสงฆ์ต่อกิจการของวัดพระธรรมกาย เห็นว่ายังมีคนที่ไปทำบุญกับวัดพระธรรมกายนั้น คนจะยอมรับวัดพระธรรมกายก็ไม่ว่ากัน แต่เรื่องที่ธัมมชโยฝ่าฝืนพระธรรมวินัย จนเป็นเหตุให้สมเด็จพระสังฆราช ต้องมีพระลิขิตให้พระธัมมชโย อาบัติปาราชิก เมื่อปี 2542 แต่มหาเถรสมาคม (มส.) กลับอุ้มพระธัมมชโย เป็นคนละเรื่องกับที่ยังมีคนทำบุญวัดพระธรรมกาย

นายไพบูลย์ กล่าวต่อไปว่า ข้อ 3 ที่ให้ข้อมูลว่ารถเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ที่สมเด็จช่วงครอบครอง เป็นการซื้อมามือสุดท้าย จึงไม่มีความผิดนั้น เป็นการสรุปที่บิดเบือนของ พศ.เพราะรถคันดังกล่าวไม่ใช่รถโบราณที่นำมาโชว์ไว้ในพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่แรก โดยพฤติการณ์ตั้งแต่ต้นสมเด็จช่วงต้องการครอบครองรถ จึงได้ทะเบียนเป็นชื่อท่านตั้งแต่ปี 2554 และต้องการนำมาใช้ จึงได้ซื้อทะเบียน ขม 99 ในราคาหลักล้านบาท นอกจากนี้ ยังนำไปติดตั้งแก๊สเพื่อบิดเบือนใช้ในการจดแจ้งกับกรมการขนส่ง ว่าเป็นรถจดประกอบ

ทั้งนี้ การที่สมเด็จช่วง มีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้ว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ปี 2496 มาตรา 27 ทวิ ระบุผู้ซื้อหรือรับเอาไว้มีความผิดทางภาษีอากร ขณะที่ยังมี พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2482 มาตรา 16 กำหนดเอาไว้ว่า การกระทำในบัญญัติไว้ในมาตรา 27 ของ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2496 ให้ถือว่าเป็นความผิดโดยมิพักต้องคำนึงว่าผู้กระทำมีเจตนาเลินเล่อหรือไม่ ดังนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สมเด็จช่วงจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 27 ทวิ ดังนั้น การที่ พศ.ทำรายงานถึงนายสุวพันธุ์ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยบิดเบือน ก็จะเข้าข่ายความผิดละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งการที่สมเด็จช่วงครอบครองรถผิดกฎหมายนั้น เป็นการผิดพระธรรมวินัย ที่เข้าขั้นไม่สามารถปลงอาบัติได้ ซึ่ง นายเสฐียรพงษ์ วรรณปก นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา ก็ระบุไว้

ทั้งนี้ นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่จะระบุว่า "หลวงพี่แป๊ะ" เป็นคนดำเนินการจัดหารถมาให้สมเด็จช่วง ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา เมื่อช่วงกลางปี 2554 แล้วต่อมา หลวงพี่แป๊ะก็ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นชั้นพระราชาคณะ ช่วงปลายปีเดียวกัน ซึ่งก็จะเป็นการเพิ่มข้อสังเกตที่ไม่ชอบมาพากลในการทำหน้าที่ของสมเด็จช่วง ซึ่งขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นกรรมการ มส.

สำหรับรายงานข้อ 4 การที่ พศ.พูดถึงข้อเสนอ 5 ข้อ ที่พระเมธีธรรมาจารย์ ยื่นต่อรัฐบาลแล้วนั้น ดูเหมือนเป็นการสมคบคิดกันหรือไม่ ขณะที่ พศ.ทำรายงานข้อ 5 ว่า เหตุการณ์อาจมีความรุนแรงขึ้น ถ้ารัฐบาลปล่อยให้กลุ่มคัดค้านการเสนอชื่อสมเด็จช่วงขึ้นเป็นพระสังฆราชองค์ต่อไปยังเคลื่อนไหว ดังนั้น ขอให้รัฐบาลเร่งรัดแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช โดยที่ไม่คำนึงว่าเป็นผู้ที่ทำผิดพระธรรมวินัย ซึ่งหากฝ่ายสนับสนุนให้แต่งตั้งสมเด็จช่วง ต้องการให้ฝ่ายกลุ่มคัดค้านออกมาเคลื่อนไหว ทางฝ่ายที่สนับสนุนก็ควรที่จะหยุดเร่งรัดให้แต่งตั้ง

"การทำข้อสรุปของ พศ.นั้น เอื้อสนับสนุนให้สมเด็จช่วงขึ้นเป็นพระสังฆราช โดยไม่สนใจต่อความรู้สึกของประชาชนว่ามีข้อด่างพร้อย หรือข้อครหา ซึ่งผมมั่นใจว่ารัฐบาลจะยังไม่มีการเสนอชื่อสมเด็จช่วง ขึ้นทูลเกล้าฯ โปรดเกล้าแต่งตั้ง หากยังหาข้อยุติขัดแย้งไม่ได้ แต่หากรัฐบาลประกาศว่าจะนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ แต่งตั้งวันใด ผมเชื่อว่าจะมีประชาชนจำนวนมากที่ออกมารวมตัวกันแสดงความเห็นคัดค้านอย่างแน่นอน" นายไพบูลย์ กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่