คนที่กำลังใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยควรอ่าน!!

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ
  เราเองก็กำลังเรียนอยู่ระดับชั้นปริญญาตรี อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยก็ได้พบเจอเรื่องราวอะไรมากมายหลายแง่หลายมุม ทั้งที่ดีและไม่ดี ทุกๆคนคงจะรู้กันว่าชีวิตในมหาวิยาลัยนั้นมันไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ
   หลายคนคงอยากทราบว่าทำไมถึงตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา ตั้งเพื่ออะไร จะบอกใคร สร้างภาพหรือเปล่า เราขอตอบไว้เลยว่า ไม่ใช่ แต่ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาก็เพราะอยากจะแชร์ความคิดเห็นและเหตการณ์ต่างๆที่เราได้พบเจอ เราเองก็ไม่ได้เป็นคนดีอะไรหรอกน่ะ แต่ก็ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อนก็แล้วกัน งั้นเข้าเรื่องเลยดีกว่า พูดมานานละไม่เห็นเนื้อหาสาระเลย
   ทุกวันนี้เคยถามตัวเองหรือเปล่าว่า ตัวเรานั้น มาเรียน หรือมาเช็คชื่อ เก็บคะแนน?
   ทุกวันนี้เคยถามตัวเองไหมว่า มาเรียนเอาวิชา หรือมาฆ่ากัน เพื่อแย้งเกรด?
   ทุกวันนี้เคยถามตัวเองไหมว่า ใบปริญญาที่อยากได้ คุณ อยากได้เพื่ออะไร?
   ทุกวันนี้เคยถามตัวเองไหมว่า เงินที่คุณจ่ายค่าเทอมไป มันคุ้มค่าไหม กับการที่คุณมานั่งเรียน?
ยังคงมีอีกหลายๆคำถามที่เรามักจะถามตัวเองทุกๆครั้งที่มีโอกาสลืมตาตื่นขึ้นมา....
เราถือคติที่ว่า "เวลาเรียนคือเรียน เวลาเล่นคือเล่น"
    เวลาเรียนคือเรียน ก็คือ ทุกวิชาที่เข้าเรียน เราจะตั้งใจเรียนไปกับมัน มีความสุขไปกับมัน เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง มีงานมีการบ้านก็ตั้งใจทำให้ครบ เมื่อถึงเวลาสอบก็ควรมีเวลาอ่านหนังสือไว้ล่วงหน้า ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่ง แต่ถามตัวคุณสิว่า "คุณขยันพอที่จะมานั่งเรียนหรือเปล่า" (มนุษย์เราเรียนรู้ในห้องเรียน จบมาทำงานก็ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ก็จริง) แต่คุณอย่าลืมนะว่าทุกวิชาที่คุณลงทะเบียนเรียนมันเสียค่าหน่วยกิตไปก็หลายบาทอยู่ คนเรามันก็มีช่วงเวลาขี้เกียจกันทุกคน แต่ก็ไม่มีใครที่จะขี้เกียจตลอดชีวิตใช่ไหม เรียนไปเถอะ พ่อแม่ส่งคุณเรียนท่านยังไม่เคยท้อเลย
    เวลาเล่นคือเล่น ก็คือ หาเวลาพักให้ชีวิตคุณบ้าง ไม่มีใครหมกหหมุ่นอยู่กับตำราตลอดเวลา ผ่อนคลายความเครียดบ้าง ออกกำลังกาย อ่านหนังสือการ์ตูน ใช้ชีวิตวันหยุดให้คุ้มค่า อยากทำไรก็ทำ ถ้ามันไม่เดือดร้อนคนข้างๆ
     เหตุการณ์ต่อไปนี้คือสิ่งที่เราเจอมาจากเพื่อนร่วมคลาส เราก็ได้แต่ฟัง ไม่เคยพูดหรอก ก็มันชีวิตเขา พูดไปก็หาว่า เ-ือก (จงเติมคำในช่องว่าง) ถ้าเขาคิดเองไม่ได้ ก็ปล่อยเขาไป โตๆกันแล้ว ระดับปริญญาตรีแล้ว ถือว่าเป็นคนมีวุฒิภาวะแล้ว พวกเขามาเรียน แต่ดูเหมือนไม่ค่อยจะเต็มใจมาเรียน และไม่ค่อยอยากเรียนเท่าไหร่ ขาดบ้างมาบ้าง เวลาเรียนก็มานั่งเล่นมือถือ มาคุยกัน มานอนหลับ(เพราะเที่ยวดึก) สอบได้คะแนนไม่ดีก็โทษอาจารย์ (ไม่เคยโทษตัวเอง) เห่อ !! เราเห็นแล้วเรารู้สึกเสียดายค่าเทอมเลย เพราะพ่อกับแม่เราก็ไม่ได้รวยอะไรกว่าจะหาค่าเทอมมาจ่ายให้เราได้แต่ละเทอมเลือดตาแทบกระเด็น เวลาอาจารย์สั่งงานก็บ่นกันระงม จะสั่งไรว่ะ สั่งไรนักหนา ต่อว่าอาจารย์ก็มี ที่พีคสุดคือ เราได้ยินคำว่า เหนื่อยว่ะ ยิ้มเหนื่อย เหนื่อยมาก แทบทุกวัน
ใช่! เราเองก็รู้สึกเหนื่อยน่ะในบางวัน ที่ต้องเรียนเช้า เลิกเย็น ไหนจะมีภาคปฏิบัติ ลงงาน สาระพัด  แต่เก็บความเหนื่อยเอาไว้เถอะ พอคุณนอนคุณก็หายเหนื่อย คุณลองนึกถึงพ่อแม่คุณสิ เขาทำงานหลังขดหลังแข็งทั้งวัน บางครั้งข้าวแทบไม่ได้กินเลย คุณเคยเห็นเหงื่อของท่านบ้างไหม เรานั่งกินข้าวเที่ยงในห้องแอร์ หรือร้านข้าวกับเพื่อนๆพูดคุยเฮฮาสนุกสนาน เคยมีสักแว็บไหมที่คุณจะนึกถึงพ่อและแม่ ว่าเวลานี้ท่านจะทานข้าวหรือยัง? ชีวิตในมหาวิทยาลัยมีแค่สี่ปีเอง ถ้าเรียนครูก็ห้า เรียนหมอก็หก แต่เรียนไปเถอะ เรียนให้คุ้ม จบไปจะได้เลีย้งพ่อแม่ท่านได้ ทุกวันนี้เราเรียนเรายังนึกถึงพ่อและแม่ตลอด เราไม่เคยบ่นให้ท่านฟังเลยว่าเราเหนื่อย เราไม่เคยบอกกับท่านว่าเราท้อ พ่อแม่ทุกคนเป็นเหมือนกันน่ะ เชื่อเถอะ ที่ส่งลูกเรียนก็เพราะอยากเห็นลูกเรียนจบและเลี้ยงตัวเองได้
    ลองถามกลับมาที่ตัวเราสิว่า กับค่าเทอมหลักพัน หลักหมื่น คุณใช้มันคุ้มหรือเปล่าในแต่ละวัน คุณเชื่อไหมพ่อกับแม่ได้เงินเดือนมาต้องแบ่งให้เราใช้ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งต้องเก็บไว้ใช้ทั้งบ้าน คุณลองนึกดูสิ เราใช้เงินครึ่งหนึ่งคนเดียว กับอีกครึ่งหนึ่งมีกี่ชีวิตที่ต้องหารกันใช้ คนที่บ้านฐานะดีก็ดีไป แต่คนที่บ้านฐานะไม่ค่อยอยู่ตัวนี่สิ พ่อแม่ต้องคิดแล้วคิดอีกว่า ค่าเทอมเทอมนี้จะหาทันไหม ค่าห้องลูกจะมีพอไหม ไหนจะค่ากินลูกอีก
    เราแค่อยากจะสื่อให้เห็นว่า สี่ปีรีบเรียนกันให้จบเถอะ ไม่ต้องรักเรียนขนาดนั้นก็ได้ เห็นเรียนกันจังหลายๆปีเนียะ แล้วสุดท้ายก็ไม่จบเพราะดรอปแล้ว
ดรอปอีก เรียนจบมาบางคนกว่าจะมีงานทำก็เปลืองเงินพ่อแม่ไปตั้งหลายเดือนอีก กว่าจะสร้างตัวเองได้ เรียนบ้างเล่นบ้างก็ช่างไป แต่ก็ควรแยกแยะให้ได้ว่า มัน "สมควร" ไหมที่ทำ อะไรที่พลาดไปแล้วก็แก้ไข อยู่มหาวิทยาลัยควรจะบริหารชีวิตตัวเองให้ได้ ไม่ใช่เพื่อนว่ายังไงก็ว่าตาม พ่อแม่ไม่ได้อยู่กับคุณตลอด ยิ่งคุณโตพ่อแม่ยิ่งชรา ไม่รู้จะจากเราไปเมื่อไหร่ ระลึกเอาไว้ว่าใครที่สำคัญในชีวิตคุณ พ่อแม่คือพระในบ้านคุณเคยกราบท่านก่อนนอนบ้างหรือเปล่า .......?
    ใครที่กำลังท้อในการเรียนอยู่ตอนนี้ ก็รีบลุกขึ้นน่ะ เราเป็นกำลังใจให้ อย่าท้อเลย มันก็แค่ช่วงเวลาหนึ่ง บางครั้งเราอาจจะโชคดีกว่าใครๆบนโลกที่มีโอกาสได้เรียน ตั้งใจเรียนเถอะ ชีวิตตอนเรียนมันสนุกน่ะ ได้คิดอะไรใหม่ๆ ได้ทำอะไรในแบบที่ไม่เคยทำ และเราก็ต้องชื่นชมด้วย นอกจากเราจะเจอกลุ่มที่ไม่ค่อยตั้งใจเรียน เรายังเจอกลุ่มคนที่ตั้งใจเรียนและทำงานส่งตัวเองเรียนด้วย คนพวกนี้สุดยอดมากจริงๆ เราเองนับถือเลย บางคนทำงานร้านอาหารเล่นดนตรีดึกกลับบ้านกลับหอก็ใกล้รุ่ง แปดโมงเช้าต้องลุกมาเรียนอีก โห อันนี้เรายกนิ้วให้จริงๆ
    สุดท้าย.... ฝากไว้นิดนึง
     Every story has an end but in life every end is a new beginning.
พาพันไฟท์ติ้ง
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่