การศึกษาและชีวิต
.
ฉันยังสงสัยอยู่ว่า เราจะเคยถามตัวเองหรือไม่ว่า การศึกษานั้นหมายถึงอะไร ทำไมจะต้องไปโรงเรียน ทำไมเราจะต้องเล่าเรียนวิชาต่างๆ มากมาย ทำไมจะต้องสอบแข่งขันกันเพื่อให้ได้คะแนนดีๆ สิ่งที่เรียกว่าการศึกษานั้นหมายถึงอะไร คือสิ่งใดกันแน่ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคำถามที่สำคัญมาก มิใช่มีความสำคัญสำหรับตัวนักเรียนเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงบรรดาผู้ปกครองครูและทุกคนที่มีความรักต่อโลกนี้อีกด้วย
.
ทำไมเราต้องแย่งชิงกันเข้ามาศึกษาเล่าเรียนด้วย เป็นเพราะต้องการจะสอบผ่านและได้งานอาชีพใช่หรือไม่ หรือว่าหน้าที่ของการศึกษาคือการช่วยเพิ่มพูนญาณทัศนะ ความรักความเข้าใจในชีวิตทั้งหมดให้แก่เราในขณะที่เรายังเยาว์อยู่ แน่นอนการมีงานทำและการเลี้ยงชีพเป็นสิ่งจำเป็น แต่นั่นคือจุดประสงค์ทั้งหมดของชีวิตหรือ เราพากันศึกษาเล่าเรียนเพื่อสิ่งนั้นแต่เพียงอย่างเดียวละหรือ หามิได้ เพราะชีวิตมิได้หมายถึงการมีงานทำเท่านั้น ด้วยชีวิตเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทั้งกว้างขวางและลึกซึ้ง ชีวิตเป็นความลับอันยิ่งใหญ่ เป็นอาณาจักรอันไร้ขอบเขตที่เราได้เข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วยในฐานะของมนุษย์ ถ้าหากเรามัวแต่เตรียมตัวเพียงเพื่อการหาเลี้ยงชีพแต่อย่างเดียวแล้ว เราก็จะพลาดจากจุดมุ่งหมายที่แท้ของชีวิตไปโดยสิ้นเชิง ความเข้าใจในชีวิตนั้นสำคัญยิ่งไปกว่าการเตรียมตัวสอบเพื่อที่จะได้เป็นบัณฑิตทางสาขาวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์และสาขาวิชาอื่นๆ
ดังนั้นไม่ว่าเราจะเป็นครูหรือนักเรียน เราจะต้องถามตัวเองอยู่เสมอว่าทำไมเราต้องศึกษาเล่าเรียน และทำไมจะต้องสำเร็จเป็นบัณฑิต เราจะต้องถามตนเองว่าชีวิตคืออะไร ชีวิตเป็นสิ่งพิเศษสุดหรือไม่ เหล่าวิหคมวลบุปผชาติ สุมทุมพุ่มพฤกษ์ สรวงสวรรค์ ดวงดารา สายน้ำ และมัจฉาที่อยู่อาศัยในน้ำ เหล่านี้คือชีวิต ชีวิตคือคนจนและคนรวย ชีวิตคือการยุทธ์แย้งกันระหว่างหมู่ เหล่า ชนชาติ และเชื้อชาติ ชีวิตคือสมาธิ ชีวิตคือสิ่งที่เราเรียกกันว่าศาสนา และหมายถึงสารัตถะอันลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ ความขี้อิจฉา ความทะเยอทะยาน กิเลส ความกลัว ความปรารถนา และความหงุดหงิดขุ่นข้อง สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดประกอบกันขึ้นเป็นชีวิต แต่เรากลับไปตระเตรียมตนเพียงเพื่อความเข้าใจในชีวิตแต่เพียงเสี้ยวเล็กๆ เท่านั้น เราเรียนสำเร็จได้ปริญญา ได้การงานอาชีพแต่งงานเป็นฝั่งฝา มีลูกหลานสืบตระกูล และชีวิตของเราก็ยิ่งเหมือนเครื่องจักรเข้าไปทุกที เรายังคงเต็มไปด้วยความกลัว ความกระวนกระวาย และความหวาดหวั่นต่อชีวิต ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของการศึกษาที่จะต้องช่วยเราให้เข้าใจถึงกระบวนการแห่งชีวิตทั้งหมด หรือการศึกษามีหน้าที่เพียงแค่การจัดฝึกอาชีพและเตรียมคนไว้สำหรับตำแหน่งการงานที่สูงส่งเท่านั้นกระมัง
.
อะไรจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อเราเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว เธอจะเคยถามตัวเธอเองหรือไม่ว่า เธอจะทำอะไรเมื่อเติบโตขึ้น บางทีอาจจะเป็นการแต่งงานและก่อนที่เธอจะรู้ตัว เธอก็จะกลายเป็นพ่อแม่คน เธอจะถูกงานอาชีพผูกรัดไว้อย่างเหนียวแน่น หรือไม่เธอก็จะขลุกอยู่แต่ในครัว เธอจะค่อยๆ ซบเซาร่วงโรยไปเป็นลำดับ นั่นคือความเป็นไปทั้งหมดในชีวิตของเธอหรือ เธอจะเคยถามปัญหาเหล่านี้กับตัวเองหรือไม่หรือว่าไม่อยากจะถาม หากว่าครอบครัวเธอร่ำรวยเธอก็จะได้เปรียบในทางฐานะที่มีความมั่นคง คุณพ่ออาจให้เธอทำงานสบายๆ อาจได้แต่งงานโดยจัดพิธีอย่างหรูหรา แต่แม้กระนั้นความเสื่อมโทรม ความร่วงโรยก็ยังจะมาเยือนเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
แน่ใจได้ว่าการศึกษาจะเป็นสิ่งไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง หากมันมิได้ช่วยให้เธอเข้าใจถึงความลึกซึ้งกว้างขวางของชีวิต เข้าใจถึงแก่นแท้ของชีวิต พร้อมทั้งสุนทรียภาพ ความทุกข์และความสุข เธออาจจะได้คะแนนดี อาจมีวุฒิต่อท้ายชื่อยาวเหยียด อาจได้การงานชั้นสูงแต่หลังจากนั้นเล่า เมื่อจิตใจของเธอเริ่มจะมึนงงเฉื่อยล้าและโง่เขลาลงสิ่งที่เธอได้มาทั้งหมดจะมีความหมายอะไร ดังนั้น ในขณะที่เธอยังเยาว์วัยอยู่ เธอควรจะแสวงหาให้พบความหมายของชีวิต นี่แหละคือหน้าที่อันแท้จริงของการศึกษาที่จะช่วยเสริมสร้างปัญญาให้เกิดขึ้นแก่เธอ เพื่อนำปัญญาไปแสวงหาคำตอบของคำถามเหล่านี้ ปัญญาคือสิ่งใดเล่าปัญญาคือความหมายที่จะคิดได้อย่างอิสระ โดยปราศจากความกลัวโดยไม่ต้องพึ่งพาสูตรหรือทฤษฎี เพื่อว่าเธอจะสามารถค้นพบได้ด้วยตัวเองว่าอะไรคือความจริง อะไรคือความถูกต้อง แต่ถ้าเธอมีความกลัวอยู่ มีแต่ตื่นตกใจอยู่ละก็ เธอจะไม่มีปัญญาเช่นนี้เกิดขึ้นเลย อุปสรรคที่ขัดขวางสติปัญญาเหล่านี้ได้แก่ความมักใหญ่ใฝ่สูง กิเลสราคะ ความกังวลว้าวุ่น ฯลฯ เพราะความมักใหญ่ใฝ่สูงไม่เคยก่อให้เกิดจิตใจที่แจ่มใส จิตใจที่เรียบง่าย จิตใจที่ซื่อตรงและเต็มไปด้วยปัญญาเลย
.
ในขณะที่เธอยังเยาว์วัยอยู่ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความกลัว ด้วยพวกเราส่วนใหญ่เมื่อมีอายุมากขึ้นมักจะตื่นตกใจง่าย เรากลัวการดำเนินชีวิต กลัวตกงาน กลัวกฎเกณฑ์ประเพณี กลัวเพื่อนบ้าน กลัวสามีหรือภรรยาจะมาว่ากล่าวนินทา เรายังกลัวความตายอีกด้วย พวกเราส่วนมากล้วนมีความกลัวไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ที่ใดซึ่งมีความกลัว จะมีเชาว์ปัญญาอยู่ด้วยหาได้ไม่ ดังนั้นในขณะที่เรายังเยาว์วัยอยู่ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเลือกอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความกลัว ที่ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งเสรีภาพ เสรีภาพไม่ใช่การทำทุกอย่างตามที่ตนปรารถนาจะทำแต่เสรีภาพที่จะช่วยให้เข้าใจขั้นตอนทั้งหมดของชีวิต ชีวิตเป็นสิ่งงดงามหาใช่สิ่งน่าเกลียดที่ก่อร่างสร้างเรามาไม่ เธออาจแลเห็นคุณค่าอันมหาศาลลึกล้ำ และความหน้าชื่นชมรักใคร่ของมันได้ ก็ต่อเมื่อเธอได้ปฏิวัติต่อต้านทุกสิ่งทุกอย่าง ต่อต้านกับองค์กรทางศาสนา ต่อต้านกับวัฒนธรรมประเพณี ต่อต้านกับสังคมอันผุกร่อน เพราะในฐานะแห่งมนุษยชาติ เธอย่อมค้นหาสัจจะได้ด้วยตัวเอง ค้นหาสิ่งถูกต้องได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่ด้วยการลอกเรียนแบบ แต่ด้วยการแสวงหา สิ่งนี้แหละคือการศึกษาการลอกเรียนแบบดังที่สังคมกำหนด ดังที่บิดามารดาและครูบอกให้ทำนั้นง่ายมาก ทั้งเป็นหนทางที่ง่ายและปลอดภัยในการดำรงชีวิต แต่นั่นมิใช่วิถีทางแห่งชีวิต เพราะในหนทางสายนั้นเต็มไปด้วยความกลัว ความเสื่อมสลายและความตาย การมีชีวิตอยู่ คือการค้นหาสัจจะด้วยตนเอง เธอจะทำสิ่งนี้ได้ก็ต่อเมื่อเธอมีเสรีภาพ เมื่อเธอมีการปฏิวัติอยู่ภายในอย่างไม่หยุดยั้ง เป็นการปฏิวัติภายในตัวของเธอเอง
.
แต่ไม่มีใครสนับสนุนเธอให้ขบถหรอก ไม่มีใครอยากให้เธอซักถามไม่อยากให้เธอค้นหาด้วยตนเองว่าพระเจ้าเป็นอย่างไร ด้วยกลัวว่าการขบถจะทำให้เธอกลายเป็นปฏิปักษ์กับสิ่งผิดทั้งมวล ทั้งพ่อแม่และสังคมหวังจะให้เธอมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย และเธอเองก็คงจะต้องการดังนั้นการมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยหมายถึงการมีชีวิตอยู่โดยการลอกเลียนแบบ และอยู่ในความหวาดกลัว แน่นอนทีเดียวที่กระบวนการศึกษาควรจะช่วยให้ทุกคนมีชีวิตอยู่อย่างเสรี โดยปราศจากความกลัว การจะสร้างบรรยากาศซึ่งปราศจากความกลัวขึ้นมาได้ จำเป็นต้องมีการขบคิดใคร่ครวญอย่างใหญ่หลวงเกิดขึ้นทั้งในตัวเธอ ในตัวครู และในตัวของนักการศึกษาด้วย
เธอรู้ไหมว่านี่หมายถึงอะไร การสามารถสร้างบรรยากาศที่ไร้ความกลัวขึ้นมาได้ นับเป็นสิ่งพิเศษสุดทีเดียว แน่นอน เราจะต้องสร้างมันขึ้นมาให้ได้ ด้วยเราได้เห็นแล้วว่าโลกนี้เต็มไปด้วยสงครามอันเรื้อรังซึ่งนักการเมืองบ้าอำนาจเป็นผู้ก่อให้เกิดขึ้น โลกนี้กลายเป็นโลกของนักกฎหมาย เป็นโลกของตำรวจทหาร เป็นโลกของหญิงชายผู้มักใหญ่ใฝ่สูงที่พยายามต่อสู้ช่วงชิงให้ได้มาซึ่งตำแหน่งและฐานะ ยังมีพวกนักบุญจอมปลอม มีศาสดาพร้อมเหล่าสานุศิษย์ พวกนี้ล้วนต้องการอำนาจและยศถาบรรดาศักดิ์ มิไยว่าจะได้มาในโลกนี้หรือโลกหน้า โลกนี้เป็นโลกที่บ้าคลั่ง สับสน เป็นโลกที่คอมมูนิสต์ต่อสู้กับทุนนิยมสังคมนิยมคัดค้านทั้งสองฝ่าย ต่างคนต่างสู้กัน ดิ้นรนเพื่อจะหาที่ที่ปลอดภัยที่สุด แสวงหาที่ที่เต็มไปด้วยอำนาจและความสะดวกสบาย โลกนี้ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ด้วยความเชื่อถือที่ขัดแย้งกัน ด้วยระบบวรรณะและการแบ่งแยกชนชั้นด้วยการแบ่งชาติแบ่งเขต ด้วยความโง่เขลาและความโหดร้ายป่าเถื่อนทุกชนิด นี่แหละคือโลกที่เธอถูกกล่อมเกลาด้วยระบบการศึกษา เพื่อให้เข้าไปมีชีวิตอยู่ในนั้นอย่างเซื่องๆ ว่านอนสอนง่ายเธอถูกส่งเสริมให้เข้าไปอยู่ในกรอบของสังคมอันทรุดโทรมเปี่ยมหายนะพ่อแม่หวังให้เธอเป็นอย่างนั้น และเธอเองก็ยังสมยอมด้วย
.
ขอให้ลองมาพิจารณาดูว่า การศึกษาควรจะส่งเสริมให้เธอลอกเลียนแบบจากสังคมเก่าอันผุโทรม หรือควรจะให้เสรีภาพกันแน่ เสรีภาพอันสมบรูณ์ที่จะช่วยให้เธอเติบโตและสร้างสรรค์สังคมที่ผิดแผกออกไปสังคมใหม่ โลกใหม่ของมนุษย์ เราต้องการเสรีภาพเช่นนี้ ไม่ใช่ในอนาคตแต่ต้องได้มาเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นเราก็จะถูกทำลายลงทั้งหมด เราจะต้องสร้างบรรยากาศแห่งเสรีภาพขึ้นให้เร็วที่สุด เพื่อที่เธอจะได้ดำรงชีวิตอยู่และแสวงหาสัจจะด้วยตนเอง เพื่อเธอจะได้เกิดปัญญา เพื่อที่เธอจะได้เผชิญกับโลกและเรียนรู้โลก มิใช่ลอกเลียนแบบมัน เพื่อที่เธอจะได้ดำเนินการปฏิวัติอย่างต่อเนื่อง เป็นการปฏิวัติภายในอย่างลึกซึ้ง เพราะมีเพียงผู้ที่ดำเนินการปฏิวัติอย่างไม่หยุดยั้งเท่านั้นที่อาจค้นพบสัจจะ หาใช่ผู้ชอบเลียบแบบผู้ยึดถือกฎเกณฑ์เก่าๆ ไม่ มีเพียงผู้ที่รู้จักซักถาม รู้จักแสวงหา รู้จักเรียนรู้เท่านั้นที่อาจค้นพบสัจจะ ค้นพบพระเจ้า ค้นพบความรัก เธอย่อมไม่อาจซักถาม แสวงหา เรียนรู้ และไม่อาจเกิดสำนึกภายในอย่างลึกๆ ได้ หากเธอมีความหวาดกลัวอยู่ ดังนั้นหน้าที่ของการศึกษาจะต้องช่วยถอนทำลายรากเหง้าแห่งความกลัวทั้งภายในและภายนอกลง ความกลัวอันเป็นเครื่องทำลายสำนึก ทำลายสายสัมพันธ์และความรักระหว่างมนุษยชาติ
กฤษณมูรติถึงคนหนุ่มสาว
.
ฉันยังสงสัยอยู่ว่า เราจะเคยถามตัวเองหรือไม่ว่า การศึกษานั้นหมายถึงอะไร ทำไมจะต้องไปโรงเรียน ทำไมเราจะต้องเล่าเรียนวิชาต่างๆ มากมาย ทำไมจะต้องสอบแข่งขันกันเพื่อให้ได้คะแนนดีๆ สิ่งที่เรียกว่าการศึกษานั้นหมายถึงอะไร คือสิ่งใดกันแน่ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคำถามที่สำคัญมาก มิใช่มีความสำคัญสำหรับตัวนักเรียนเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงบรรดาผู้ปกครองครูและทุกคนที่มีความรักต่อโลกนี้อีกด้วย
.
ทำไมเราต้องแย่งชิงกันเข้ามาศึกษาเล่าเรียนด้วย เป็นเพราะต้องการจะสอบผ่านและได้งานอาชีพใช่หรือไม่ หรือว่าหน้าที่ของการศึกษาคือการช่วยเพิ่มพูนญาณทัศนะ ความรักความเข้าใจในชีวิตทั้งหมดให้แก่เราในขณะที่เรายังเยาว์อยู่ แน่นอนการมีงานทำและการเลี้ยงชีพเป็นสิ่งจำเป็น แต่นั่นคือจุดประสงค์ทั้งหมดของชีวิตหรือ เราพากันศึกษาเล่าเรียนเพื่อสิ่งนั้นแต่เพียงอย่างเดียวละหรือ หามิได้ เพราะชีวิตมิได้หมายถึงการมีงานทำเท่านั้น ด้วยชีวิตเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทั้งกว้างขวางและลึกซึ้ง ชีวิตเป็นความลับอันยิ่งใหญ่ เป็นอาณาจักรอันไร้ขอบเขตที่เราได้เข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วยในฐานะของมนุษย์ ถ้าหากเรามัวแต่เตรียมตัวเพียงเพื่อการหาเลี้ยงชีพแต่อย่างเดียวแล้ว เราก็จะพลาดจากจุดมุ่งหมายที่แท้ของชีวิตไปโดยสิ้นเชิง ความเข้าใจในชีวิตนั้นสำคัญยิ่งไปกว่าการเตรียมตัวสอบเพื่อที่จะได้เป็นบัณฑิตทางสาขาวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์และสาขาวิชาอื่นๆ
ดังนั้นไม่ว่าเราจะเป็นครูหรือนักเรียน เราจะต้องถามตัวเองอยู่เสมอว่าทำไมเราต้องศึกษาเล่าเรียน และทำไมจะต้องสำเร็จเป็นบัณฑิต เราจะต้องถามตนเองว่าชีวิตคืออะไร ชีวิตเป็นสิ่งพิเศษสุดหรือไม่ เหล่าวิหคมวลบุปผชาติ สุมทุมพุ่มพฤกษ์ สรวงสวรรค์ ดวงดารา สายน้ำ และมัจฉาที่อยู่อาศัยในน้ำ เหล่านี้คือชีวิต ชีวิตคือคนจนและคนรวย ชีวิตคือการยุทธ์แย้งกันระหว่างหมู่ เหล่า ชนชาติ และเชื้อชาติ ชีวิตคือสมาธิ ชีวิตคือสิ่งที่เราเรียกกันว่าศาสนา และหมายถึงสารัตถะอันลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ ความขี้อิจฉา ความทะเยอทะยาน กิเลส ความกลัว ความปรารถนา และความหงุดหงิดขุ่นข้อง สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดประกอบกันขึ้นเป็นชีวิต แต่เรากลับไปตระเตรียมตนเพียงเพื่อความเข้าใจในชีวิตแต่เพียงเสี้ยวเล็กๆ เท่านั้น เราเรียนสำเร็จได้ปริญญา ได้การงานอาชีพแต่งงานเป็นฝั่งฝา มีลูกหลานสืบตระกูล และชีวิตของเราก็ยิ่งเหมือนเครื่องจักรเข้าไปทุกที เรายังคงเต็มไปด้วยความกลัว ความกระวนกระวาย และความหวาดหวั่นต่อชีวิต ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของการศึกษาที่จะต้องช่วยเราให้เข้าใจถึงกระบวนการแห่งชีวิตทั้งหมด หรือการศึกษามีหน้าที่เพียงแค่การจัดฝึกอาชีพและเตรียมคนไว้สำหรับตำแหน่งการงานที่สูงส่งเท่านั้นกระมัง
.
อะไรจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อเราเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว เธอจะเคยถามตัวเธอเองหรือไม่ว่า เธอจะทำอะไรเมื่อเติบโตขึ้น บางทีอาจจะเป็นการแต่งงานและก่อนที่เธอจะรู้ตัว เธอก็จะกลายเป็นพ่อแม่คน เธอจะถูกงานอาชีพผูกรัดไว้อย่างเหนียวแน่น หรือไม่เธอก็จะขลุกอยู่แต่ในครัว เธอจะค่อยๆ ซบเซาร่วงโรยไปเป็นลำดับ นั่นคือความเป็นไปทั้งหมดในชีวิตของเธอหรือ เธอจะเคยถามปัญหาเหล่านี้กับตัวเองหรือไม่หรือว่าไม่อยากจะถาม หากว่าครอบครัวเธอร่ำรวยเธอก็จะได้เปรียบในทางฐานะที่มีความมั่นคง คุณพ่ออาจให้เธอทำงานสบายๆ อาจได้แต่งงานโดยจัดพิธีอย่างหรูหรา แต่แม้กระนั้นความเสื่อมโทรม ความร่วงโรยก็ยังจะมาเยือนเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
แน่ใจได้ว่าการศึกษาจะเป็นสิ่งไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง หากมันมิได้ช่วยให้เธอเข้าใจถึงความลึกซึ้งกว้างขวางของชีวิต เข้าใจถึงแก่นแท้ของชีวิต พร้อมทั้งสุนทรียภาพ ความทุกข์และความสุข เธออาจจะได้คะแนนดี อาจมีวุฒิต่อท้ายชื่อยาวเหยียด อาจได้การงานชั้นสูงแต่หลังจากนั้นเล่า เมื่อจิตใจของเธอเริ่มจะมึนงงเฉื่อยล้าและโง่เขลาลงสิ่งที่เธอได้มาทั้งหมดจะมีความหมายอะไร ดังนั้น ในขณะที่เธอยังเยาว์วัยอยู่ เธอควรจะแสวงหาให้พบความหมายของชีวิต นี่แหละคือหน้าที่อันแท้จริงของการศึกษาที่จะช่วยเสริมสร้างปัญญาให้เกิดขึ้นแก่เธอ เพื่อนำปัญญาไปแสวงหาคำตอบของคำถามเหล่านี้ ปัญญาคือสิ่งใดเล่าปัญญาคือความหมายที่จะคิดได้อย่างอิสระ โดยปราศจากความกลัวโดยไม่ต้องพึ่งพาสูตรหรือทฤษฎี เพื่อว่าเธอจะสามารถค้นพบได้ด้วยตัวเองว่าอะไรคือความจริง อะไรคือความถูกต้อง แต่ถ้าเธอมีความกลัวอยู่ มีแต่ตื่นตกใจอยู่ละก็ เธอจะไม่มีปัญญาเช่นนี้เกิดขึ้นเลย อุปสรรคที่ขัดขวางสติปัญญาเหล่านี้ได้แก่ความมักใหญ่ใฝ่สูง กิเลสราคะ ความกังวลว้าวุ่น ฯลฯ เพราะความมักใหญ่ใฝ่สูงไม่เคยก่อให้เกิดจิตใจที่แจ่มใส จิตใจที่เรียบง่าย จิตใจที่ซื่อตรงและเต็มไปด้วยปัญญาเลย
.
ในขณะที่เธอยังเยาว์วัยอยู่ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความกลัว ด้วยพวกเราส่วนใหญ่เมื่อมีอายุมากขึ้นมักจะตื่นตกใจง่าย เรากลัวการดำเนินชีวิต กลัวตกงาน กลัวกฎเกณฑ์ประเพณี กลัวเพื่อนบ้าน กลัวสามีหรือภรรยาจะมาว่ากล่าวนินทา เรายังกลัวความตายอีกด้วย พวกเราส่วนมากล้วนมีความกลัวไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ที่ใดซึ่งมีความกลัว จะมีเชาว์ปัญญาอยู่ด้วยหาได้ไม่ ดังนั้นในขณะที่เรายังเยาว์วัยอยู่ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเลือกอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความกลัว ที่ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งเสรีภาพ เสรีภาพไม่ใช่การทำทุกอย่างตามที่ตนปรารถนาจะทำแต่เสรีภาพที่จะช่วยให้เข้าใจขั้นตอนทั้งหมดของชีวิต ชีวิตเป็นสิ่งงดงามหาใช่สิ่งน่าเกลียดที่ก่อร่างสร้างเรามาไม่ เธออาจแลเห็นคุณค่าอันมหาศาลลึกล้ำ และความหน้าชื่นชมรักใคร่ของมันได้ ก็ต่อเมื่อเธอได้ปฏิวัติต่อต้านทุกสิ่งทุกอย่าง ต่อต้านกับองค์กรทางศาสนา ต่อต้านกับวัฒนธรรมประเพณี ต่อต้านกับสังคมอันผุกร่อน เพราะในฐานะแห่งมนุษยชาติ เธอย่อมค้นหาสัจจะได้ด้วยตัวเอง ค้นหาสิ่งถูกต้องได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่ด้วยการลอกเรียนแบบ แต่ด้วยการแสวงหา สิ่งนี้แหละคือการศึกษาการลอกเรียนแบบดังที่สังคมกำหนด ดังที่บิดามารดาและครูบอกให้ทำนั้นง่ายมาก ทั้งเป็นหนทางที่ง่ายและปลอดภัยในการดำรงชีวิต แต่นั่นมิใช่วิถีทางแห่งชีวิต เพราะในหนทางสายนั้นเต็มไปด้วยความกลัว ความเสื่อมสลายและความตาย การมีชีวิตอยู่ คือการค้นหาสัจจะด้วยตนเอง เธอจะทำสิ่งนี้ได้ก็ต่อเมื่อเธอมีเสรีภาพ เมื่อเธอมีการปฏิวัติอยู่ภายในอย่างไม่หยุดยั้ง เป็นการปฏิวัติภายในตัวของเธอเอง
.
แต่ไม่มีใครสนับสนุนเธอให้ขบถหรอก ไม่มีใครอยากให้เธอซักถามไม่อยากให้เธอค้นหาด้วยตนเองว่าพระเจ้าเป็นอย่างไร ด้วยกลัวว่าการขบถจะทำให้เธอกลายเป็นปฏิปักษ์กับสิ่งผิดทั้งมวล ทั้งพ่อแม่และสังคมหวังจะให้เธอมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย และเธอเองก็คงจะต้องการดังนั้นการมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยหมายถึงการมีชีวิตอยู่โดยการลอกเลียนแบบ และอยู่ในความหวาดกลัว แน่นอนทีเดียวที่กระบวนการศึกษาควรจะช่วยให้ทุกคนมีชีวิตอยู่อย่างเสรี โดยปราศจากความกลัว การจะสร้างบรรยากาศซึ่งปราศจากความกลัวขึ้นมาได้ จำเป็นต้องมีการขบคิดใคร่ครวญอย่างใหญ่หลวงเกิดขึ้นทั้งในตัวเธอ ในตัวครู และในตัวของนักการศึกษาด้วย
เธอรู้ไหมว่านี่หมายถึงอะไร การสามารถสร้างบรรยากาศที่ไร้ความกลัวขึ้นมาได้ นับเป็นสิ่งพิเศษสุดทีเดียว แน่นอน เราจะต้องสร้างมันขึ้นมาให้ได้ ด้วยเราได้เห็นแล้วว่าโลกนี้เต็มไปด้วยสงครามอันเรื้อรังซึ่งนักการเมืองบ้าอำนาจเป็นผู้ก่อให้เกิดขึ้น โลกนี้กลายเป็นโลกของนักกฎหมาย เป็นโลกของตำรวจทหาร เป็นโลกของหญิงชายผู้มักใหญ่ใฝ่สูงที่พยายามต่อสู้ช่วงชิงให้ได้มาซึ่งตำแหน่งและฐานะ ยังมีพวกนักบุญจอมปลอม มีศาสดาพร้อมเหล่าสานุศิษย์ พวกนี้ล้วนต้องการอำนาจและยศถาบรรดาศักดิ์ มิไยว่าจะได้มาในโลกนี้หรือโลกหน้า โลกนี้เป็นโลกที่บ้าคลั่ง สับสน เป็นโลกที่คอมมูนิสต์ต่อสู้กับทุนนิยมสังคมนิยมคัดค้านทั้งสองฝ่าย ต่างคนต่างสู้กัน ดิ้นรนเพื่อจะหาที่ที่ปลอดภัยที่สุด แสวงหาที่ที่เต็มไปด้วยอำนาจและความสะดวกสบาย โลกนี้ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ด้วยความเชื่อถือที่ขัดแย้งกัน ด้วยระบบวรรณะและการแบ่งแยกชนชั้นด้วยการแบ่งชาติแบ่งเขต ด้วยความโง่เขลาและความโหดร้ายป่าเถื่อนทุกชนิด นี่แหละคือโลกที่เธอถูกกล่อมเกลาด้วยระบบการศึกษา เพื่อให้เข้าไปมีชีวิตอยู่ในนั้นอย่างเซื่องๆ ว่านอนสอนง่ายเธอถูกส่งเสริมให้เข้าไปอยู่ในกรอบของสังคมอันทรุดโทรมเปี่ยมหายนะพ่อแม่หวังให้เธอเป็นอย่างนั้น และเธอเองก็ยังสมยอมด้วย
.
ขอให้ลองมาพิจารณาดูว่า การศึกษาควรจะส่งเสริมให้เธอลอกเลียนแบบจากสังคมเก่าอันผุโทรม หรือควรจะให้เสรีภาพกันแน่ เสรีภาพอันสมบรูณ์ที่จะช่วยให้เธอเติบโตและสร้างสรรค์สังคมที่ผิดแผกออกไปสังคมใหม่ โลกใหม่ของมนุษย์ เราต้องการเสรีภาพเช่นนี้ ไม่ใช่ในอนาคตแต่ต้องได้มาเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นเราก็จะถูกทำลายลงทั้งหมด เราจะต้องสร้างบรรยากาศแห่งเสรีภาพขึ้นให้เร็วที่สุด เพื่อที่เธอจะได้ดำรงชีวิตอยู่และแสวงหาสัจจะด้วยตนเอง เพื่อเธอจะได้เกิดปัญญา เพื่อที่เธอจะได้เผชิญกับโลกและเรียนรู้โลก มิใช่ลอกเลียนแบบมัน เพื่อที่เธอจะได้ดำเนินการปฏิวัติอย่างต่อเนื่อง เป็นการปฏิวัติภายในอย่างลึกซึ้ง เพราะมีเพียงผู้ที่ดำเนินการปฏิวัติอย่างไม่หยุดยั้งเท่านั้นที่อาจค้นพบสัจจะ หาใช่ผู้ชอบเลียบแบบผู้ยึดถือกฎเกณฑ์เก่าๆ ไม่ มีเพียงผู้ที่รู้จักซักถาม รู้จักแสวงหา รู้จักเรียนรู้เท่านั้นที่อาจค้นพบสัจจะ ค้นพบพระเจ้า ค้นพบความรัก เธอย่อมไม่อาจซักถาม แสวงหา เรียนรู้ และไม่อาจเกิดสำนึกภายในอย่างลึกๆ ได้ หากเธอมีความหวาดกลัวอยู่ ดังนั้นหน้าที่ของการศึกษาจะต้องช่วยถอนทำลายรากเหง้าแห่งความกลัวทั้งภายในและภายนอกลง ความกลัวอันเป็นเครื่องทำลายสำนึก ทำลายสายสัมพันธ์และความรักระหว่างมนุษยชาติ