[CR] ลองเอาใจไปพัก [ พุกาม - มัณฑะเลย์ ] ความงามที่ซ่อนเร้นแห่งดินแดนพม่า EP.3 ที่นี่มัณฑะเลย์ (ตอนจบ)


มัณฑะเลย์ (Mandalay) เมืองใหญ่อันดับ 2 รองลงมาจาก "ย่างกุ้ง" เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของพม่าตอนบน มีสนามบินที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในประเทศ ปัจจุบันมัณฑะเลย์มีความเป็นเมืองมากขึ้น ชาวมัณฑะเลย์เองก็ต้อนรับขับสู้นักท่องเที่ยว ถ้าเทียบกับคนไทยแล้ว คนไทยยังกลัวชาวต่างชาติมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

สำหรับภารกิจ #ต้องรอดที่มัณฑะเลย์ กับเพื่อนร่วมชะตากรรมทีมงานบำบัดจิตของเราเดินทางมาเกินครึ่งทางแล้ว หลังจากโบกมือบ๊ายบายพุกาม พร้อมเก็บความประทับใจไว้เต็มกระเป๋า ก่อนจะเดินทางกลับมายังมัณฑะเลย์เพื่อสัมผัสกับเมืองที่ได้ชื่อว่าจะกลายเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาในอนาคตของภูมิภาคนี้  

สำหรับกระทู้นี้ (EP.3 ที่นี่มัณฑะเลย์) ถือว่าเป็นตอนจบของทริปมัณฑะเลย์-พุกามของพวกเรา หวังว่าข้อความและเนื้อหา รวมถึงความมีสาระและไม่มีสาระอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจเอาจิตไปบำบัดที่พม่านะจ้ะ

"... On the road to Mandalay
Every mistake I've ever made
Has been rehashed and then replayed
As I got lost along the way ..."


_______________________________________________________________________________________________

ตอน 1 : ลองเอาใจไปพัก [ พุกาม - มัณฑะเลย์ ] ความงามที่ซ่อนเร้นแห่งดินแดนพม่า EP.1 เปิดใจไปพม่า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ตอน 2 : ลองเอาใจไปพัก [ พุกาม - มัณฑะเลย์ ] ความงามที่ซ่อนเร้นแห่งดินแดนพม่า EP.2 เสน่ห์พุกาม
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ลาพักร้อน...พกกล้อง [GOPRO] ตะลอนเที่ยวพม่า : พุกาม-มัณฑะเลย์
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

_______________________________________________________________________________________________

7 กุมภาพันธ์ 2559

หัวใจประสบการณ์ครั้งที่สองนั่งรถบัสกลับมัณฑะเลย์

เสียงนาฬิกาปลุกจากสมาร์ทโฟนทั้ง 3 เครื่องแข่งกันแหกปากระงมตอน 3.30 น. ปลุกสมาชิกทุกคนให้เด้งตัวขึ้นจากเตียง และแย่งกรูกันเข้ามากดปิดเสียง ก่อนจะพุ่งตัวเข้าห้องน้ำอย่างกระตือรืนเพื่อเตรียมตัวไปขึ้นรถบัสพุกาม - มัณฑะเลย์ รอบ 5.00 น. ...นี่คือภาพที่เราวาดไว้ในหัว //เพราะความเป็นจริงคือ นาฬิกาปลุกปลุกจนอ่อนแรงก็ยังไม่มีใครคลานลงมาจากเตียงเพื่อกดปิดเสียง เป็นการอาบน้ำที่ทรมานจิตมากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบปี หากไม่นับช่วงเวลาที่กรุงเทพฯถูกมวลอากาศเย็นปกคลุมเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในที่สุดทีมงานเราก็วิ่งผ่านน้ำได้สำเร็จ แบกสัมภาระไปเช็คเอ้าท์โดยไม่ยอมหยิบท่อนไม้ทานาคาในห้องน้ำโรงแรมไปด้วย ก่อนหน้านี้พี่ในทีมงานได้ขอให้ทางพนักงานโรงแรมโทรศัพท์สปีคเมียนมาไปหาคิวรถบัสเพื่อให้ทางนั้นบริการส่งรถสองแถวมารับคนไทยตัวเล็กๆทั้ง 3 ชีวิตที่หน้าโรงแรมเวลา 4.30 น. เพื่อพาคนไทยที่พกเป้คนละหนึ่งใบกับใจเก่าๆไปขึ้นรถบัสรอบ 5.00 น.ให้ทันเวลา (รถบัสออกตรงเวลามาก)

ทุกอย่างเป็นไปตามแผน พวกเราขึ้นรถบัสแบบเดียวกับตอนขามา ต้องลุ้นกันว่าจะทำสถิติกี่ชั่วโมง พวกเราตั้งใจงีบหลับบนรถพักผ่อนเอาแรงให้เต็มที่ รถบัสเที่ยวนี้บรรยากาศดี เพราะรถออกวิ่งในเวลาเช้ามืด มีแวะจอด 2 ครั้งให้เข้าห้องน้ำและเดินยืนเส้นยืดสาย อากาศตอนเช้าเย็นสบายสะท้านทรวงยิ่งนัก แนะนำให้พกเสื้อแขนยาวอุ่นๆไว้ ใครหนาวง่ายก็ใส่ถุงเท้าด้วยก็ดี จะได้ไม่ปวดฉี่บนรถ แต่ทั้งนี้ไม่ใช่แค่แท็กซี่เท่านั้นที่มีทักษะมัณฑะเลย์ ดริฟท์ เพราะรถบัสก็เช่นกัน เราพยายามหลับ และรับรู้ได้ว่าไม่มีหลุมไหนบนถนน ที่ไม่ได้สัมผัสกับล้อรถบัสคันนี้ เรียกได้ว่าคนขับเก็บทุกหลุมได้อย่างสวยงาม อย่างไรก็ตาม...พวกเราก็มาถึงตัวเมืองมัณฑะเลย์โดยสวัสดิภาพในเวลา 9.00 น. ทุบสถิติการเดินทาง 200 กิโลเมตร 4 ชั่วโมง
_______________________________________________________________________________________________

หัวใจเตรียมวางแผนเที่ยวมัณฑะเลย์-ฑะเล๊ย์  (อ่านเป็นทำนองเพลงมาเล๊ย์ มาเล๊ย์ของเป้ อารักษ์)

ตั๋วรถบัสระบุชื่อโรงแรมที่เราจองไว้ และพวกเราก็ได้ลงรถหน้าโรงแรมสมใจ พนักงานโรงแรม Taw Win เดินข้ามถนนมาพร้อมกับผมที่เซ็ทให้ตั้งตรงมาอย่างดี ปรี่เข้ามาคว้ากระเป๋าของพวกเรา แล้ววิ่งหนีสุดชีวิตจากไปทันที ...ผิดๆ พนักงานเข้ามาช่วยหิ้วกระเป๋าและพาไปเช็คอินอย่างเป็นมิตร  สภาพห้องดีทั้งที่ราคาไม่แพงมาก มีทุกอย่างครบอย่างที่โรงแรมควรจะมี แต่ที่ทำให้พวกเราต้องแอบเข้าไปปาดน้ำตาในห้องน้ำด้วยความดีใจนั่นคือ โรงแรมแห่งนี้มี Wi-Fi ระดับไฮสปีดอินเตอร์เน็ต ลื่นปรื้ดๆ ทีมงานบำบัดจิตของเราถือโอกาสนี้อัพรูปแต่พองาม เพื่อแจ้งให้เพื่อนๆทราบว่าเรายังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้ตัดสินใจตั้งรกรากอยู่ในพม่าอย่างที่หลายๆคนเชียร์

สำหรับแผนเที่ยวมัณฑะเลย์ในวันนี้ เราลิสต์สถานที่ที่อยากไปไว้ เช่น มัณฑะเลย์ ฮิล (Mandalay Hill) , วัดชเวนันดอร์ พระอารามไม้สักปิดทองทั้งหลัง , สะพานไม้อูเบ็ง ก่อนจะลงมาปรึกษาพนักงานโรงแรมที่ล็อบบี้ ซึ่งทางโรงแรมเองก็แนะนำสถานที่เที่ยว พร้อมยื่นใบโปรโมชั่นเหมาแท็กซี่ให้ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน (ของทางโรงแรม) พวกเราตอบตกลงใช้บริการเนื่องจากต้องการประหยัดเวลา ราคาค่าเหมาแท็กซี่ทั้งวันอยู่ที่ 58,000 จ๊าด (ประมาณ 1,600 บาท) รวมถึงการไปเที่ยวเมืองอังวะ ที่ตั้งอยู่ใกล้กับมัณฑะเลย์ด้วย โดยทางโรงแรมเรียกแท็กซี่ให้และเราต้องชำระเงินที่ล็อบบี้ให้เรียบร้อย

ปล.ที่เที่ยวในตัวเมืองมัณฑะเลย์ส่วนใหญ่เป็นวัด เจดีย์ วังเก่า เนื่องจากมัณฑะเลย์เคยเป็นราชธานีสุดท้ายของพม่า และได้รับผลกระทบจากระเบิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้สถานที่หลายแห่งมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ บางแห่งชำรุดจนทางการต้องเข้าบูรณะใหม่เกือบทั้งหมด

เปิดทีวีในโรงแรมเจอ พ่อยอดขมองอิ่ม "เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์" ใน The Imitation Game เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
_______________________________________________________________________________________________

หัวใจอาหารเช้ามื้อแรกในมัณฑะเลย์

หลังจากแท็กซี่มารับพวกเราที่หน้าโรงแรม คนขับแท็กซี่ก็เป็นของพวกเราเรียบร้อย หมายความว่าเราอยากไปที่ไหนก็บอกเขาได้เลย กันเอง ง่ายๆ สไตล์มัณฑะเลย์ แน่นอนว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราอยากให้ "โจโจ้" หนุ่มเมียนมา นัยตาแขกวัย 24 ปี แท็กซี่ของทีมงานบำบัดจิตพาไปปล่อยไว้ที่ร้านอาหารสักครู่ ระบุว่าร้านอะไรก็ได้ ขอแค่ "fast and delicious" โจโจ้พาพวกเรามาที่ร้าน "Shan Ma Ma" ซอยหลังโรงแรม เจ้าของร้านพูดไทยได้แถมแนะนำกับข้าวแต่ละอย่างให้ด้วย อาหารรสชาติอร่อย คุ้นปาก อารมณ์ประมาณข้าวราดแกงบ้านเรา และจะมีเครื่องเคียงจำพวก ผักสด พริกป่น ผัก ถั่วให้กินแกล้มด้วย  หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจมื้อเช้า พวกเรากลับมาที่รถ ซึ่งโจโจ้รอเราอยู่แล้ว เตรียมมุ่งหน้าไปยังจุดหมายแรก
_______________________________________________________________________________________________

หัวใจมองพม่าผ่านโจโจ้
เข้ามาดู

- โจโจ้เป็นหนุ่มพม่า วัย 24 ปี ทำอาชีพขับรถแท็กซี่ในมัณฑะเลย์มาตั้งแต่อายุ 20

- ชาวมัณฑะเลย์มีความเป็นคนเมืองสูงกว่าชาวพุกามมาก

- รถยนต์ในมัณฑะเลย์ขับพวงมาลัยขวา รถส่วนใหญ่เป็นรถญี่ปุ่น

- เมืองมัณฑะเลย์มีการวางผังเมืองเป็นบล๊อคๆ แต่ละซอยแต่ละสตรีทมีหมายเลขถนนกำกับ

- โจโจ้สนใจเรื่องชื่อของคนไทยว่าทำไมมันยาวขนาดนั้น ตอนพวกเราบอกชื่อ โจโจ้ถามทันทีเลยว่านี่เป็นชื่อเล่นใช่มั้ย เพราะทราบมาว่าคนไทยมีชื่อที่ยาวมาก

- คุยๆไปคุยมา จนรู้ว่าโจโจ้เกิดวันจันทร์ที่ 15 กรกฏาคม 2534 (อีกนิดเดียวจะรู้ชื่อพ่อ ชื่อแม่) กลายเป็นว่าพวกเราเกิดปีเดียวกัน ทำให้รู้สึกเป็นกันเองมากขึ้น จนโจโจ้เริ่มพูดเรื่องพม่าบ้าง เช่น แม้เราจะทราบกันดีว่าพม่าได้เปิดประเทศ หลังรัฐบาลทหารที่บริหารประเทศมานานเปิดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ทำให้เริ่มมีนักท่องเที่ยวแห่มาเที่ยวพม่ามากขึ้น แต่ปีที่แล้วต้องยอมรับว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง รายได้ของโจโจ้ก็ลดลงด้วย ซึ่งอันนี้คงเป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่เกิดขึ้นทั่วโลก

- มีพี่ที่เคยไปย่างกุ้งเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งช่วงนั้นเพิ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของพม่า ที่เปิดให้ต่างชาติเข้าสังเกตการณ์เลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 และผลการเลือกตั้งปรากฏว่าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของนางออง ซาน ซูจีชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ทำให้แท็กซี่ที่พี่ๆเขาใช้บริการขับรถพาไปเวียนรอบบ้านพักออง ซาน ซูจี และบ้านนายพลอู อองซาน พร้อมบอกว่า "รอคอยวันนี้มานานแล้ว" (อินเนอร์มาเต็ม ประเด็นนี้เราแค่เล่าต่อให้ฟัง เป็นเพียงประโยคบอกเล่า ไม่ได้ต้องการให้เอาไปเปรียบเทียบ หรือคิดต่อยอดใดๆทั้งสิ้น... ห้ามคิด บอกว่าห้ามคิดไงเล่า)

- ในร้านค้าหลายแห่งมีรูป หนังสือ และสติกเกอร์รูปของออง ซาน ซู จี

- มีเรื่องการเมืองพม่าหลายประเด็นที่เราอยากทราบ แต่ไม่อยากเสี่ยงถามชาวพม่า เพราะอาจทำให้ทริปบำบัดจิตของพวกเรากลายเป็นทริปบำบัดทัศนคติในต่างแดน ท่ดๆ (ช่วงที่พวกเราเดินทางไปพม่า เป็นช่วงที่รัฐบาลประธานาธิบดีเต็ง เส่งประชุมร่วมกับออง ซาน ซูจี ในช่วงเริ่มเปลี่ยนผ่านอำนาจ)

- โจโจ้ พูดเรื่องเหตุระเบิดราชประสงค์ที่กรุงเทพปีที่แล้ว และเราทราบมาว่าในเมืองใหญ่ๆของพม่าเองก็ช่วยติดรูปใบประกาศจับเพื่อช่วยตามหาคนร้ายด้วย
_______________________________________________________________________________________________
(มีต่อ)
ชื่อสินค้า:   พม่า, มัณฑะเลย์ ,อังวะ , อมรปุระ
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview