หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
ทริปพลีชีพวันเดียว เที่ยวแบบสตรอง ณ เขาคิชกูฎ 59
กระทู้สนทนา
บันทึกนักเดินทาง
ภาพถ่าย
สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพันทิปค่ะ วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์เที่ยววันหยุดขึ้นเขาคิชกูฎ ก่อนวันมาฆบูชาหรือ 21 กพ. 59 ที่ผ่านมานี่เองค่ะ
จขกท.และเพื่อนๆ รวมแล้วห้าคน เริ่มเดินทางจาก กทม.ตอนตีหนึ่ง วิ่งผ่านมาทางเส้น อ.แกลง รถไม่เยอะมากถนนโล่งดี จนมาถึงจันทบุรี (ก่อนถึงทางขึ้นเขาสักระยะหนึ่ง) ดีใจมากรถไม่เยอะ สงสัยคนคงขึ้นไปกันหมดแล้ว ที่ไหนได้ ถึงทางขึ้นเขาประมาณตีห้าพอดี รถติดหนักเลยมาก....ก.ไก่ ล้านตัว สองชั่วโมงได้มั้ง จากถนนสองเลนส์ปกติก็กลายเป็นสี่เลนส์ในทันตา รถขาลงคงมีเงิบกันบ้าง แบบว่าเหลือให้ลงแค่ทางเดียวอ่ะ ขับรถผ่านมาถึงจุดขึ้นรถที่ 1 วัดกระทิง เห็นคนรอคิวเยอะมาก แต่ จขกท. ไม่ได้แวะขึ้นที่นี่นะ ผ่านเฉยๆอ่ะ ปล.ก็แอบคิดในใจนิดนึงว่าทำไมไม่นั่งรถตรงจุดนี้ ฮ่าๆ
จขกท.และเพื่อนๆ ตัดสินใจไปขึ้นรถที่วัดพลวง แต่รถก็ติดมากๆ จริงๆ เนื่องจากเป็นวันหยุดใกล้วันพระใหญ่ด้วยแหละ ก็เลยจอดรถไว้แถวหน้าร้านขายของชำ (ขอบคุณมากเลยค่ะลุงกับป้าใจดีมาก) แล้วก็เดินเท้าต่อไปอีกสักพัก ประมาณ 45 นาที ก็มาถึงวัดพลวงประมาณ 7 โมงกว่าๆ ค่ะ ในขณะที่กำลังมองหาว่าตั๋วขายอยู่หนใด...ก็เดินไปเจอกับแก๊งบ่าวสวยเสื้อดำ ถามพวกเราว่า “มากันห้าคนรึป่าว” ตอบว่า ใช่ค่ะ แก๊งบ่าวสวยเสื้อดำเค้าบอกว่า มาถึงกันตั้งแต่ตีสาม แต่รอไม่ไหวแล้ว ก็เลยให้ตั๋วพวกเราฟรีๆ เลย แล้วก็อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ (ขอบคุณมากมายนะคะ ^^) ได้เป็นตั๋วใบขาวค่ะ
หลังจากนั้นก็รอเรียกคิว ได้คิว 2137 รอสักพักใหญ่เลย ตอนนั้นถึงแค่คิวพันหกกว่าๆ ได้นั่งรถก็ประมาณ 10.30 น.
คือตอนนั้นดีใจน้ำตาจะไหล หลังจากรอมานาน รถคันนึงก็นั่งได้ หลัง 8-10 คน หน้า 3-4 คน (รถสี่ประตู) ค่าตั๋วครั้งละ 50 บาท ดอกไม้ธูป เทียน ก็ซื้อบริเวณนี้ค่ะ ชุดเล็ก 60 บาท หรือใครจะเตรียมมาก็ได้ค่ะ
มาถึงทางขึ้นก่อนจุดต่อรถก็โหดพอสมควร มีโค้งหักศอกด้วยอ่ะ ยิ่งกว่าดอยสุเทพ เค้าขับรถกันคล่องมากแบบรู้ทางกัน สลับไปมา จขกท.และเพื่อนๆ นั่งข้างหลังนี่ลุ้นระทึก นึกว่าเล่นเรือเหาะ ***แนะนำขณะนั่งรถควรมีผ้าปิดจมูกหรือแว่นตา เนื่องจากฝุ่นเยอะมากจริงๆ ใครผมยาวรวบผมไว้ก็ดี แอบสอบถามชาวบ้านแถวนั้นมาช่วงเวลาที่ปิดเขาจะมีการฝึกขับรถกันด้วยนะ
เป็นวันที่พีคจริงๆ คนเยอะมาก มีการแย่งชิงซื้อตั๋วค่ะ อุตส่าห์เข้าแถวแต่โดนแซงคิว ไม่ใช่ใครอื่นประเทศเพื่อนบ้านเราเอง จะบอกเค้าให้ไปต่อข้างหลังก็พูดไม่เป็น จำใจยอม แต่คนไทยก็เป็นนะ เบียดเสียด จขกท.กับเพื่อนนี่จะเป็นปลากระป๋องเลยทีเดียว นี่คือบรรยากาศการซื้อตั๋ว
ปล.เราคิดว่าน่าจะทำล็อคทางเข้าหรืออะไรสักอย่าง เหมือนเวลาเราไปต่อคิวซื้อตั๋วรถอ่ะ ดีกว่ามาแย่งกันแบบนี้ก็เลยทำให้ช้ามากเลยอ่ะ
ได้ตั๋วแล้วก็รอเรียกขึ้นรถอีกสักพัก
มาถึงจุดพีคสุดๆ ที่ทุกคนต้องสตรองมาก ในวันนั้น รถติดไม่พอ คนติดอีกทีนี้ คนข้างหลังก็จะถามต่อๆ กันมาว่าข้างหน้าติดอะไร ก็คือติดคนนี่แหละค่ะ ทางข้างหน้าเป็นคอขวดอยู่ระยะหนึ่งบวกกับสะพานไม้ยังทำไม่เสร็จ
แล้วทุกคนก็มีความมุ่งมั่นมากที่จะขึ้นเขาก็เลยแย่งกันหาทางไป กลายเป็นว่าทำให้ช้ากว่าเดิม ติดอยู่เกินสองชั่วโมงล่ะมั้ง คนที่ทนไม่ไหวก็กลายเป็นลิงค่างบ่างชะนี ปีนขึ้นเนิน ลัดเลาะไปตามสายไฟแรงสูง เกาะกิ่งไม้ไปเรื่อยๆ แต่ก็มาออกันตรงจุดพีคเหมือนเดิม คือถ้าไปเป็นหมู่คณะต้องเกาะกลุ่มดีๆ ไม่งั้นคุณจะโดนแทรกแล้วแถวขาดนะคะ บางคนมาถึงครึ่งทางเจออุปสรรค ก็ถอดใจกันแล้วหันหลังกลับค่ะ เสียดายมากเลย
และแล้วก็มาถึงประตูสวรรค์ เดินขึ้นมาก่อนไปสักการะบูชารอยพระพุทธบาท จขกท.และเพื่อนๆ ก็แวะหาอะไรใส่ท้องสักหน่อย เพื่อเติมพลัง อ้อ...ต้องแลกคูปองก่อนซื้ออาหารนะคะ โชคดีที่อากาศไม่ร้อนมากนะคะ เลยชิวๆ กัน ก่อนขึ้นไปก็ต้องถอดรองเท้า (ดูแลรองเท้าของท่านให้ดีๆ ไม่อย่างนั้นท่านจะได้เดินลงเท้าเปล่า) จขกท.และเพื่อนๆ ถอดใส่ถุงแล้วหิ้วขึ้นไป ผูกติดกับเสาแถวบริเวณนั้นค่ะ กลัวหาย ฮ่าๆ แล้วหลังจากนั้นก็ไปเข้าแถวต่อคิวหน้ารอยพระพุทธบาทกันค่ะ
จุดพีคที่สองตรงนี้แหละค่ะ ที่ จขกท.และเพื่อนๆ ได้เข้าไปสักการะรอยพระพุทธบาทด้วยแรงผลักและแรงดัน ฝูงชนเยอะมาก ข้างหลังผลักข้างหน้า หัวนี่แทบคะมำ เท้านี้สไลด์ไปตามขั้นบันได โดยที่ไม่ได้ออกแรงเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่สตรองจริงกลายเป็นโดมิโน่ไปแล้วค่ะ สงสารแต่เด็กตัวน้อยๆ ที่ติดสอยห้อยตามมาโดนเบียด ร้องไห้งอแง ไหนจะคนท้องอีก โคตรเสี่ยงอ่ะ เสียดายไม่ได้เดินไปถึงผ้าแดง เพราะออกมาคนก็เยอะแทบไม่มีที่ยืนเลยอ่ะ ก็เลยพากันเดินลง ขาลงก็ไม่ค่อยติดเท่าไรนะ แล้วก็มาซื้อตั๋วขากลับที่จุดเดิมเลยค่ะ
นี่ก็เป็นรูปบรรยากาศ
และแล้วก็ผ่านพ้นสำหรับทริปนี้ค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
บันทึกนักเดินทาง
ภาพถ่าย
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
ทริปพลีชีพวันเดียว เที่ยวแบบสตรอง ณ เขาคิชกูฎ 59
จขกท.และเพื่อนๆ รวมแล้วห้าคน เริ่มเดินทางจาก กทม.ตอนตีหนึ่ง วิ่งผ่านมาทางเส้น อ.แกลง รถไม่เยอะมากถนนโล่งดี จนมาถึงจันทบุรี (ก่อนถึงทางขึ้นเขาสักระยะหนึ่ง) ดีใจมากรถไม่เยอะ สงสัยคนคงขึ้นไปกันหมดแล้ว ที่ไหนได้ ถึงทางขึ้นเขาประมาณตีห้าพอดี รถติดหนักเลยมาก....ก.ไก่ ล้านตัว สองชั่วโมงได้มั้ง จากถนนสองเลนส์ปกติก็กลายเป็นสี่เลนส์ในทันตา รถขาลงคงมีเงิบกันบ้าง แบบว่าเหลือให้ลงแค่ทางเดียวอ่ะ ขับรถผ่านมาถึงจุดขึ้นรถที่ 1 วัดกระทิง เห็นคนรอคิวเยอะมาก แต่ จขกท. ไม่ได้แวะขึ้นที่นี่นะ ผ่านเฉยๆอ่ะ ปล.ก็แอบคิดในใจนิดนึงว่าทำไมไม่นั่งรถตรงจุดนี้ ฮ่าๆ
คือตอนนั้นดีใจน้ำตาจะไหล หลังจากรอมานาน รถคันนึงก็นั่งได้ หลัง 8-10 คน หน้า 3-4 คน (รถสี่ประตู) ค่าตั๋วครั้งละ 50 บาท ดอกไม้ธูป เทียน ก็ซื้อบริเวณนี้ค่ะ ชุดเล็ก 60 บาท หรือใครจะเตรียมมาก็ได้ค่ะ
ปล.เราคิดว่าน่าจะทำล็อคทางเข้าหรืออะไรสักอย่าง เหมือนเวลาเราไปต่อคิวซื้อตั๋วรถอ่ะ ดีกว่ามาแย่งกันแบบนี้ก็เลยทำให้ช้ามากเลยอ่ะ
แล้วทุกคนก็มีความมุ่งมั่นมากที่จะขึ้นเขาก็เลยแย่งกันหาทางไป กลายเป็นว่าทำให้ช้ากว่าเดิม ติดอยู่เกินสองชั่วโมงล่ะมั้ง คนที่ทนไม่ไหวก็กลายเป็นลิงค่างบ่างชะนี ปีนขึ้นเนิน ลัดเลาะไปตามสายไฟแรงสูง เกาะกิ่งไม้ไปเรื่อยๆ แต่ก็มาออกันตรงจุดพีคเหมือนเดิม คือถ้าไปเป็นหมู่คณะต้องเกาะกลุ่มดีๆ ไม่งั้นคุณจะโดนแทรกแล้วแถวขาดนะคะ บางคนมาถึงครึ่งทางเจออุปสรรค ก็ถอดใจกันแล้วหันหลังกลับค่ะ เสียดายมากเลย
นี่ก็เป็นรูปบรรยากาศ
และแล้วก็ผ่านพ้นสำหรับทริปนี้ค่ะ