สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของเรา หลังจากที่สมัครสมาชิกพันทิปมาหลายเดือน
เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นกับเจ้าของกระทู้จริงๆ ค่ะ อาจจะยาวนิดนึงนะคะ จขกท. เล่าแบบย่อๆ ไม่เป็นค่ะ
เราขอใช้นามสมมุติว่า ชมพู นะคะ (ชอบสีชมพูค่ะ) เข้าเรื่องเลยแล้วกันค่ะ
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ ประมาณ 8 ปีที่แล้ว ชมพูเป็นคน ใน จ.หนึ่งทางภาคอีสานค่ะ และมี่ลูกพี่ลูกน้องที่มีธุรกิจ อยู่ที่ประเทศ ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ขอใช้นามสมมุติพี่คนนี้ว่า พี่หยกนะคะ พี่หยกอยากจะมาทำธุรกิจร้านคาราโอเกะรองรับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น และเอาไว้รับรองลูกค้าทางธุรกิจของพี่หยกด้วย เลยมาขอให้ชมพูไปดูแลกิจการเป็นผู้จัดการร้านที่ กรุงเทพให้ค่ะ ร้านเราอยู่แถวธนิยะ สีลมค่ะ ซึ่งจะเป็นย้านท่องเที่ยวของคนญี่ปุ่นหลายคนคงรู้นะคะ ชมพูก็ตกลงค่ะ ไปแบบที่ชมพูเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรทางด้านนี้เลยนะคะเป็นงานใหญ่และงานแรกในชีวิตจริงๆ และเนื่องด้วยตอนนั้นแฟนของชมพู ซึ่งก็คือสามีตอนนี้ไปรับใช้ชาติเป็น พลทหาร ที่ค่ายทหารย้านบางเขน เป็นโอกาสเหมาะที่ชมพูจะได้ตามไปอยู่ใกล้ๆ แฟนค่ะ (นอกเรื่องมามากโทษทีนะคะ อิอิ) เมื่อต้องเข้าไปใช้ชีวิตลำพังใน เมืองกรุง คุณพี่หยกเจ้าของร้านก็ตกแต่งร้านให้น้องสาวคนนี้ไปบริหารอย่างดี สวย หรู และมีที่พักที่ร้านให้แต่ด้วยชมพูมีแฟนจึงอาจจะไม่สะดวกที่แฟนของชมพูจะมาหาในวันหยุด จึงไม่ขอพักอยู่ที่ร้าน ชมพูและพี่หยกจึงช่วยกันออกตามหาที่อยู่ ในย้ายที่ห้องเช่าไม่แพงมากมีคนอยู่เยอะและเดินทางไปทำงานได้สะดวก เราตามหาที่อยู่ประมาณ สองวันถามแท็กซี่ ถามคน เพราะเนื่องด้วยพี่หยกก็ไม่ได้ชำนาญกรุงเทพเท่าไหร่เพราะส่วนมากก็อยู่ต่างประเทศ จึงมีพี่แท็กซี่คันหนึ่งแนะนำให้เรามาอยู่ เพชรบุรีซอย 7 ซอย 5 ค่ะ เราเดินถามทุกที่อยู่แถวนั้นจนมาเจอค่ะ เป็นที่เดียวแถวนั้นที่ว่างค่ะ ลักษณะจะเป็นอาคารพานิชย์ 1 คูหา และมาตกแต่งข้างในซอยเป็นที่พักให้คนเช่า เป็นห้องเล็กๆค่ะ ทั้งหมดมี 4ชั้น ข้างล่างตึกนั้นจะเป็นร้านนวดแผนโบราณ(ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยังอยู่หรือเปล่า) ทางเดินขึ้นตึกจะเป็นบันไดเหล็กช่องแคบๆค่ะอยู่ข้างตึกมีประตูเหล็กแบบทึบปิดห้ามคนนอกเข้า คนที่พักในห้องเช่าแห่งนี้จะมีกุญแจห้องและกุญแจประตูเหล็กค่ะ ค่าเช่าเดือนละ 3000 บาท มีแอร์ เตียง โต๊ะเครื่องแป้ง และห้องน้ำในห้องค่ะ เป็นห้องเล็กๆๆๆ มากๆ ค่ะ อพาร์ตเมนท์มีชื่อนะคะ แต่ด้วยหลายปีแล้ว ชมพูเลยจำชื่อไม่ได้ค่ะ ที่จริงก็ไม่ได้น่าอยู่เลยนะคะ แต่ด้วยความที่เราก็ไม่ได้คุ้นเคยกับเมืองกรุงและไม่รู้จะไปหาที่ไหนแล้วเลยตัดสินใจอยู่ไปก่อนค่ะ เมื่อหาที่ใหม่ได้ค่อยย้าย ปกติชมพูจะเป็นคนไม่คิดมากเรื่องผี อะไรพวกนี้นะคะ แต่เมื่อเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ สังเกตุเห็นสายสิญจน์ค่ะ ล้อมรอบอาคารและโยงไปทุกชั้นเลย เราก็ไม่ได้เอะใจอะไรมากเพราะคนที่พาขึ้นมาดูห้องคือเจ้าของร้านเช่าข้างล่างนั้นแหล่ะคาะ เขาบอกว่าตึกนี้เพิ่งเปลี่ยนเจ้าของเขาทำบุญใหม่เลยมีสายสิญจน์ค่ะ ก็เออแล้วไปค่ะ เมื่อเอาของเข้ามาเรียบร้อยชมพูก็ไปทำงานค่ะ เวลาทำงานของชมพูคือเปิดร้าน 5 โมง และปิดตอนเที่ยงคืน กลับมาถึงที่พักไม่เกิน ตี 1 ค่ะ นั่งแท็กซี่ บางวันก็รถเมลค่ะ กับสาวๆ ในร้าน ที่เขาพักอยู่แถวนี้นั่งมาด้วยกัน ที่รู้สึกช่วงแรกๆ ที่เข้ามาพักที่นี่เลยคือชมพูจะนอนไม่หลับเลยค่ะ ในตอนกลางคืนไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร ทั้งๆที่ก็อยากจะหลับนะคะ และก็ไม่ได้คิดเรื่องผีสางอะไรเลย แต่ในใจจะรู้สึกหวิวๆและกลัวค่ะ ทั้งๆ ที่ห้องพักเล็กมากๆๆ จริงๆนะคะ ต้องเปิดไฟและทีวีไว้เป็นเพื่อนทุกวันค่ะ ไม่เคยเป็นแบบนี้เลยตั้งแต่เกิดมา จะมาหลับอีกที่คือประมาณตี 5กว่าๆ เป็นแบบนี้ตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ที่นี่ค่ะ และมีอยู่วันนึงที่หลับไปประมาณตี 5รู้สึกว่าโดน อำค่ะ เหมือนมีคนแก่เป็นผู้หญิงมากระชิบข้างหูว่าที่นี่มีคนตายนะ แต่ไม่ใช่ห้องที่เราอยู่หรอก ชมพูตกใจตื่นขึ้นมา ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบ 6โมงเช้าค่ะเลยอาบน้ำโทรหาแฟนที่เป็น พล ทหาร เล่าให้ฟัง แฟนก็ปลอบว่าคงไม่มีอะไรหรอกแค่ฝัน ซึ่งตอนนั้นแฟนก็ยังไม่เคยมาเห็นห้องนะคะ และชมพูก็นอนต่อจนถึงเวลาไปทำงานค่ะ ก็อาศัยอยู่ที่นี้มาเรื่อยๆ นะคะแบอารมกลัวๆ แต่ก็อยู่ไปเพราะก็ไม่ได้คิดมากจริงๆ ย้อนกลับมายังงงตัวเองเลยว่าอยู่มาได้ยังไงหลายเดือนด้วยค่ะเกือบปี พออยู่มาได้สักพัก ร้านที่เราเป็นผู้จัดการเริ่มอยู่ตัวค่ะ ก็ไม่ต้องไปเฝ้าที่ร้านมากมายเหมือนช่วงแรกๆ บางวันก็แค่ไปเช็คของเข้า ดูรายละเอียดต่างๆ และกลับมาพักค่ะ มาพักแบบกลัว ๆ นอนก็ไม่หลับ ก็ยังจะมา ที่จริงอยู่ร้านก็ดีแล้วเนาะ (แฟนของชมพูจะมาในวันเสาร์ อาทิตย์ ถ้าเป็นช่วงที่ประเทศชาติสงบดีนะคะในตอนนั้น) จึงเริ่มได้สังเกตุ ถึงอะไรแปลกๆค่ะ
เมื่อเพื่อนร่วมอพาร์ตเมนท์ ไม่มีตัวตน
เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นกับเจ้าของกระทู้จริงๆ ค่ะ อาจจะยาวนิดนึงนะคะ จขกท. เล่าแบบย่อๆ ไม่เป็นค่ะ
เราขอใช้นามสมมุติว่า ชมพู นะคะ (ชอบสีชมพูค่ะ) เข้าเรื่องเลยแล้วกันค่ะ
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ ประมาณ 8 ปีที่แล้ว ชมพูเป็นคน ใน จ.หนึ่งทางภาคอีสานค่ะ และมี่ลูกพี่ลูกน้องที่มีธุรกิจ อยู่ที่ประเทศ ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ขอใช้นามสมมุติพี่คนนี้ว่า พี่หยกนะคะ พี่หยกอยากจะมาทำธุรกิจร้านคาราโอเกะรองรับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น และเอาไว้รับรองลูกค้าทางธุรกิจของพี่หยกด้วย เลยมาขอให้ชมพูไปดูแลกิจการเป็นผู้จัดการร้านที่ กรุงเทพให้ค่ะ ร้านเราอยู่แถวธนิยะ สีลมค่ะ ซึ่งจะเป็นย้านท่องเที่ยวของคนญี่ปุ่นหลายคนคงรู้นะคะ ชมพูก็ตกลงค่ะ ไปแบบที่ชมพูเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรทางด้านนี้เลยนะคะเป็นงานใหญ่และงานแรกในชีวิตจริงๆ และเนื่องด้วยตอนนั้นแฟนของชมพู ซึ่งก็คือสามีตอนนี้ไปรับใช้ชาติเป็น พลทหาร ที่ค่ายทหารย้านบางเขน เป็นโอกาสเหมาะที่ชมพูจะได้ตามไปอยู่ใกล้ๆ แฟนค่ะ (นอกเรื่องมามากโทษทีนะคะ อิอิ) เมื่อต้องเข้าไปใช้ชีวิตลำพังใน เมืองกรุง คุณพี่หยกเจ้าของร้านก็ตกแต่งร้านให้น้องสาวคนนี้ไปบริหารอย่างดี สวย หรู และมีที่พักที่ร้านให้แต่ด้วยชมพูมีแฟนจึงอาจจะไม่สะดวกที่แฟนของชมพูจะมาหาในวันหยุด จึงไม่ขอพักอยู่ที่ร้าน ชมพูและพี่หยกจึงช่วยกันออกตามหาที่อยู่ ในย้ายที่ห้องเช่าไม่แพงมากมีคนอยู่เยอะและเดินทางไปทำงานได้สะดวก เราตามหาที่อยู่ประมาณ สองวันถามแท็กซี่ ถามคน เพราะเนื่องด้วยพี่หยกก็ไม่ได้ชำนาญกรุงเทพเท่าไหร่เพราะส่วนมากก็อยู่ต่างประเทศ จึงมีพี่แท็กซี่คันหนึ่งแนะนำให้เรามาอยู่ เพชรบุรีซอย 7 ซอย 5 ค่ะ เราเดินถามทุกที่อยู่แถวนั้นจนมาเจอค่ะ เป็นที่เดียวแถวนั้นที่ว่างค่ะ ลักษณะจะเป็นอาคารพานิชย์ 1 คูหา และมาตกแต่งข้างในซอยเป็นที่พักให้คนเช่า เป็นห้องเล็กๆค่ะ ทั้งหมดมี 4ชั้น ข้างล่างตึกนั้นจะเป็นร้านนวดแผนโบราณ(ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยังอยู่หรือเปล่า) ทางเดินขึ้นตึกจะเป็นบันไดเหล็กช่องแคบๆค่ะอยู่ข้างตึกมีประตูเหล็กแบบทึบปิดห้ามคนนอกเข้า คนที่พักในห้องเช่าแห่งนี้จะมีกุญแจห้องและกุญแจประตูเหล็กค่ะ ค่าเช่าเดือนละ 3000 บาท มีแอร์ เตียง โต๊ะเครื่องแป้ง และห้องน้ำในห้องค่ะ เป็นห้องเล็กๆๆๆ มากๆ ค่ะ อพาร์ตเมนท์มีชื่อนะคะ แต่ด้วยหลายปีแล้ว ชมพูเลยจำชื่อไม่ได้ค่ะ ที่จริงก็ไม่ได้น่าอยู่เลยนะคะ แต่ด้วยความที่เราก็ไม่ได้คุ้นเคยกับเมืองกรุงและไม่รู้จะไปหาที่ไหนแล้วเลยตัดสินใจอยู่ไปก่อนค่ะ เมื่อหาที่ใหม่ได้ค่อยย้าย ปกติชมพูจะเป็นคนไม่คิดมากเรื่องผี อะไรพวกนี้นะคะ แต่เมื่อเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ สังเกตุเห็นสายสิญจน์ค่ะ ล้อมรอบอาคารและโยงไปทุกชั้นเลย เราก็ไม่ได้เอะใจอะไรมากเพราะคนที่พาขึ้นมาดูห้องคือเจ้าของร้านเช่าข้างล่างนั้นแหล่ะคาะ เขาบอกว่าตึกนี้เพิ่งเปลี่ยนเจ้าของเขาทำบุญใหม่เลยมีสายสิญจน์ค่ะ ก็เออแล้วไปค่ะ เมื่อเอาของเข้ามาเรียบร้อยชมพูก็ไปทำงานค่ะ เวลาทำงานของชมพูคือเปิดร้าน 5 โมง และปิดตอนเที่ยงคืน กลับมาถึงที่พักไม่เกิน ตี 1 ค่ะ นั่งแท็กซี่ บางวันก็รถเมลค่ะ กับสาวๆ ในร้าน ที่เขาพักอยู่แถวนี้นั่งมาด้วยกัน ที่รู้สึกช่วงแรกๆ ที่เข้ามาพักที่นี่เลยคือชมพูจะนอนไม่หลับเลยค่ะ ในตอนกลางคืนไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร ทั้งๆที่ก็อยากจะหลับนะคะ และก็ไม่ได้คิดเรื่องผีสางอะไรเลย แต่ในใจจะรู้สึกหวิวๆและกลัวค่ะ ทั้งๆ ที่ห้องพักเล็กมากๆๆ จริงๆนะคะ ต้องเปิดไฟและทีวีไว้เป็นเพื่อนทุกวันค่ะ ไม่เคยเป็นแบบนี้เลยตั้งแต่เกิดมา จะมาหลับอีกที่คือประมาณตี 5กว่าๆ เป็นแบบนี้ตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ที่นี่ค่ะ และมีอยู่วันนึงที่หลับไปประมาณตี 5รู้สึกว่าโดน อำค่ะ เหมือนมีคนแก่เป็นผู้หญิงมากระชิบข้างหูว่าที่นี่มีคนตายนะ แต่ไม่ใช่ห้องที่เราอยู่หรอก ชมพูตกใจตื่นขึ้นมา ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบ 6โมงเช้าค่ะเลยอาบน้ำโทรหาแฟนที่เป็น พล ทหาร เล่าให้ฟัง แฟนก็ปลอบว่าคงไม่มีอะไรหรอกแค่ฝัน ซึ่งตอนนั้นแฟนก็ยังไม่เคยมาเห็นห้องนะคะ และชมพูก็นอนต่อจนถึงเวลาไปทำงานค่ะ ก็อาศัยอยู่ที่นี้มาเรื่อยๆ นะคะแบอารมกลัวๆ แต่ก็อยู่ไปเพราะก็ไม่ได้คิดมากจริงๆ ย้อนกลับมายังงงตัวเองเลยว่าอยู่มาได้ยังไงหลายเดือนด้วยค่ะเกือบปี พออยู่มาได้สักพัก ร้านที่เราเป็นผู้จัดการเริ่มอยู่ตัวค่ะ ก็ไม่ต้องไปเฝ้าที่ร้านมากมายเหมือนช่วงแรกๆ บางวันก็แค่ไปเช็คของเข้า ดูรายละเอียดต่างๆ และกลับมาพักค่ะ มาพักแบบกลัว ๆ นอนก็ไม่หลับ ก็ยังจะมา ที่จริงอยู่ร้านก็ดีแล้วเนาะ (แฟนของชมพูจะมาในวันเสาร์ อาทิตย์ ถ้าเป็นช่วงที่ประเทศชาติสงบดีนะคะในตอนนั้น) จึงเริ่มได้สังเกตุ ถึงอะไรแปลกๆค่ะ