ครั้งแรกตอนที่เราเจอกัน เราเจอกันในเกมส์ออนไลน์เกมส์นึง เป็นความรักในโลกออนไลน์นี่แหละครับ แฮะๆ วันนั้นผมก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ เพราะเราต่างคนต่างก็ไม่เคยคุยกัน ไม่ได้สนิทอะไรกันมากมาย แต่พอมารู้ข่าวว่าเขาเลิกกับแฟนที่เป็นผู้หญิง ผมก็ตอนนั้นยังว่างๆ กำลังเหงาๆด้วย แล้วที่สำคัญมันก็ใกล้จะวาเลนไทน์ด้วย ( อ้อ วันนั้นผมคุยกับเขาวันแรก เมือวันที่ 27/1/2559ครับ ) ก็เลยคิดว่าอยากจะลองขอเขาคบดู >< ผมเป็นเกย์นะครับ ส่วนเขาก็เป็นชายแท้
ตอนแรกคุยกันไปคุยกันมา เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้ชอบแบบ ช-ช นะ ผมนี่แบบ เฮ้ออ =__= จะแห้วอีกแล้วไหมวะตรู แต่ต้องตื้อเท่านั้น บางมีมันอาจจะทำให้เขาเปลี่ยนใจก็ได้ ก็เลยใช้แผนเนียน 555 แลกไอดีไลน์กันตามปกตินี่แหละครับ ก็คุยกัน ตอนเข้ามาในทีเอส ( TS3 เป็นโปรแกรมแชทสำหรับพวกเล่นเกมส์นะครับที่เอาไว้คุยกันออนไลน์ เหมือนอย่าง skype ) เราก็เลยถามเขาว่า " ทำไมหละ ถึงเลิกกับแฟนที่เป็นผู้หญิง " เขาก็เลยบอกว่า เหมือนกับคนๆนั้นจะเอาแต่ใจ อยากจะให้เขามาง้อบ่อยๆเวลาที่นางโมโห ถ้าวันไหนเขาไม่ง้อ นางก็จะไปโพสต์ลงเฟสตัวเอง บ่นๆเหมือนประมาณว่าจะให้งอนจนตายเลยรึไง ( หมั่นไส้ชะนี -*- 5555 ) ก็เลยเป็นต้นเหตุให้เลิกกัน เราก็เลยได้โอกาสเล่าชีวิตเราบ้างว่าเจอกับอะไร ( เผื่อบางทีเขาอาจจะเปลี่ยนใจ จากที่ไม่เคยมีแฟนเป็นเกย์มาก่อน อาจจะชอบเราเป็นคนแรกก็ได้ แบบใช้ความน่าสงสารทำให้เขาเห็นใจ 555 )
เหมือนสวรรค์จะเห็นใจความรักของผมให้เราได้ลองคบกับผู้ชายคนนี้ดู >< ตั้งแต่วันนั้น เราก็คุยไลน์ คุยทีเอสกันบ่อยขึ้น ถามสารทุกข์สุขดิบ " เฮ้ย เป็นไงบ้าง กินข้าวหรือยัง คิดถึงนะ ห้ามนอนดึกนะ " ประโยคนี้เราจะพิมพ์หากันทุกคืนๆ ผมก็รู้สึกมีความสุขนะ คือ ตามประสาคนที่ไม่เคยมีใครทำอะไรดีๆให้แบบนี้ >< ผมเลยหลงรักเขาไป เขาก็เริ่มเปลี่ยน จากที่เคยบอกว่าไม่ชอบ ช-ชแบบเรา ตอนนี้เขาเริ่มมีความรู้สึกที่ดีกับเราแล้วละครับ \(^0^)/ รู้สึกเหมือนทำอะไรสำเร็จไปอย่างนึง เปลี่ยนใจ ช แท้ให้มารักเกย์แบบเราได้ 555 ' อย่างน้อยเราก็จะทำให้เขาไม่รู้สึกแย่กับความรักเหมือนที่เขาเคยคบกับ ผู้หญิงคนก่อนหน้า คือคนแรก หลอกเอาเงินเขาไปแล้วเลิก คนที่สองเอาแต่ใจ ขี้โมโห ' ( แย่มาก 55 )
ตอนนั้นก็ใกล้จะวันวาเลนไทน์ ผมเลยบ่นๆไปว่า "เตง เค้าอยากได้ตุ๊กตา ทิกเกอร์อะในหมีพู เค้าอยากจะเอาไป ม. เวลาเค้าคิดถึงตัวเอง เค้าจะได้เอามากอดให้หายคิดถึง " 555 อย่าว่าผมนะ ทิกเกอร์มันน่ารักเวลามันใช้หางกระโดด ^0^ ดูติ๊งต๊องไปไหมตรู เขาก็เลยบอกผมมาว่า " งั้นตัวเองส่งที่อยู่มา เดี๋ยวเขาจะหาซื้อให้ " ผมก็รู้สึกดีใจมากๆๆ ตอนนั้นคือ จะเป็นของขวัญชิ้นแรกในรอบ 21 ปี วันวาเลนไทน์ที่จะมีคนซื้อของให้ T__T หม่ายก้อด ก็เลยตั้งหน้าตั้งตารอ จนเลยมาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เขาก็มาบอกว่า " เตง มันไม่มีอะ ตุ๊กตาที่เตงอยากได้ เค้าขับรถตามหาทั่วแล้ว ไม่มีเลย " ตอนนั้นรู้สึกนอยๆนะ T_T อดอีกแระตรู แต่ช่างมันเถอะ 555 ผมเลยบอกเขาไป " เตงไม่ต้องซื้อให้เค้าแล้วนะ วันวาเลนไทน์เค้าไม่อยากได้อะไรแล้ว เค้าอยากให้เราอยู่ด้วยกันสองคนไปอย่างนี้นานๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เตงสัญญาได้ไหม ว่าห้ามปล่อยมือ ถ้ามือเค้าจะหลุด เตงต้องคว้าเค้ามากอดไว้น่ะ?" เขาก็รับปากผมนะครับว่าสัญญา จะทำตามที่ผมบอกทุกอย่าง แต่ผมไม่รู้ว่าสัญญาครั้งนี้จะเป็นการผูกมัดเขารึเปล่า =__=
ความรักกำลังไปได้สวยครับ เราต่างคนต่างเห็นใจกันมากขึ้น เป็นห่วงกันมากขึ้น มีเรื่องทะเลาะกัน เราก็คุยกัน แต่จะบอกว่าทะเลาะกันเพราะเรื่องเดิมๆ คือเรื่องแฟนเก่าเขา ที่เขายังเลิกคุยไม่ได้ คือไม่ว่าจะในเกมส์ ในเฟสบุ๊ค ก็ยังเห็นแชทเฟสที่เขาคุยกัน ถึงมันจะไม่ได้คุยกันแบบแฟนก็เถอะ แต่ชะนีคนนั้น เขายังรู้สึกอยากที่จะกลับมาคบกับแฟนผมคนนี้ไง T__T ผมเลยไม่ยอม ก็เลยบอกไปว่า จะเลือกใคร ระหว่างผมกับผู้หญิงคนนั้น เขาก็เลยบอกว่า เขาเลือกผม เขายอมหมดทุกอย่าง ถ้าเห็นเขากลับไปคุยกับผญ คนนั้นอีก เขาจะให้ผมทำอะไรเขาก็ได้ ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ไม่เคยคุยกับผญ คนนี้อีกเลยครับ 555 ชนะเลิศจริงๆ อำนาจของภรรยานี่มันดีจริง 10 10 10
ผมเคยบอกว่า ผมชอบคนที่ร้องเพลงให้ฟังนะ มันดูหายเหนื่อย ( อ้อ ผมเรียนที่พระจอมเกล้าพระนครเหนือครับ เวลาเรียนก็ 9.00 เลิกอีกทีก็ เกือบๆ 2-3ทุ่ม กว่าจะนั่งรถเมล์มาถึงที่พัก มันก็เกือบจะ 3ทุ่มครึ่ง =__= เรียนช่างต้องสตรองมากๆ ) เขาเลยไปสรรหาเพลงบ้าเพลงบออะไรไม่รู้ มาร้องให้ผมฟังทุกวันๆ 555 จากเมื่อก่อนที่ผมกลับห้องมาเจอแต่ห้องสี่เหลี่ยมๆ กับโน๊ตบุ๊คตัวเดิมๆ เหนื่อยก็นอน ไม่ค่อยได้ไปเจอใคร ไม่ค่อยได้คุยกับใคร ตั้งแต่เขาเดินเข้ามาในชีวิตผม ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเลยครับ ^^ พอตอนกลับห้อง เปิดโน๊ตุบ๊คขึ้นมา เขาก็ร้องเพลงให้ผมฟังในทีเอสทุกวันหลังผมเลิกเรียนจนถึงเที่ยงคืนเป็นเวลาที่เขาต้องกลับบ้าน เขาออนร้านคอมนะครับ ตอนนั้นมีความสุขมาก ไม่ต้องการอะไรแล้ว เขาคือความสุขของผม ไม่รู้สิ ก็ ไม่เคยมีใครทำอะไรดีๆแบบนี้ให้มาก่อนในชีวิต : ) ผมรู้สึกดีนะ รักเขามาก จนอยากจะให้เพลงที่เขาร้องให้ฟังทุกวัน เป็นเพลงที่ผมจะต้องได้ยินคนเดียว ไม่อยากให้เขาร้องให้ใครฟัง ก็มันหวงนี่นา 5555 บางครั้งผิดคีย์บ้าง เริ่มเสียงสูง พอท่อนฮุคก็ใช้อีกคีย์นึง 555 แต่เค้าก็ทำให้ผมยิ้มได้ในทุกๆวัน เลิกเรียนพอได้ยินเสียงอาจารย์บอก เอ้า นศ.วันนี้เอาไว้แค่นี้น่ะ ผมนี่วิ่งออกนอกห้องรีบขึ้นรถเมล์กลับไปเปิดโน๊ตเพื่อที่จะไปหาเขาทุกวันๆเลย อยากได้ยินเขาร้องเพลง บางทีเขาก็ชอบทำเสียงอ้อนๆนะครับ เฮอะ ผช อะไร น่ารักขนาดนี้ >< ( ความรักมันคงไม่ได้เกิดโดยบังเอิญอย่างแน่นอน ผมคิดอย่างนั้น แต่จะเก็บช่วงเวลานี้ไว้ให้นานที่สุด เท่าที่จะเก็บไว้ได้ ทำไมผมรู้สึกรักเขาขนาดนี้นะ? )
แล้ววันที่อะไรๆเริ่มไม่ค่อยจะเหมือนเดิมก็เกิดขึ้น ผมคิดว่ามันเร็วเกินไปนะ เพราะนี่ก็เหลืออีก 5 วัน จะครบ 1 เดือนที่เราคุยกันแล้ว เขาดูเงียบๆไป ผมเลยถามว่าเป็นอะไร? เขาก็ตอบมาตรงๆเลยครับ ว่าเขาไม่อยากจะเปลี่ยนตัวเองจากชายแท้ มาเป็นเกย์ เพราะเขากลัวว่าคนรอบข้างจะมองเขาแปลกๆ กลัวพ่อกับแม่เขาจะไม่โอเคกับความรักแบบเราทั้งสองคน เพราะมันเป็นความรักแบบ ชาย - ชาย แต่เขาก็ยังบอกว่าเขารักผมนะ เขารักมาก ไม่อยากจะเลิก ผมเลยบอกเขาไปว่า " เตง ความรักมันขึ้นอยู่กับเราสองคนนะ ใครจะมองยังไงก็ช่างมันสิ เรามีกันอยุ่แค่ 2 คนไม่ใช่เหรอ " เขาเลยตอบกลับผมมาว่า "แล้วคำว่าช่างมันนี่ รวมถึงพ่อกับแม่เค้าด้วยหรือเปล่า " =___= เจอคำถามนี้ผมก็ไปไม่ถูกเหมือนกันนะครับ เลยได้แต่พูดเผื่อเขาจะคิดในทางที่บวก แล้วก็ไม่อยากจะให้เรื่องระหว่างเรามันจบลงด้วยการที่ต่างฝ่ายครอบครัวต่างไม่ยอมรับกัน ผมเลยบอกไปว่า " ไม่เป็นไรนะเตง งั้นเราลองคบกัน แล้วถ้าวันไหนเค้าเรียนจบ เค้ามีงานทำดีๆ มีหน้าที่การงานที่ดี เค้าจำพิสูจน์ให้ทั้งพ่อแม่ตัวเอง กับพ่อแม่เค้ารู้ว่า การที่เรารักกันแบบนี้ มันก็ไม่ได้แย่นะ ความรัก ช-ชแบบเรา มันไม่ได้แปลก เค้าจะพิสูจน์เอง " แต่ผมก็เข้าใจเขานะครับ เพราะผมเป็นเกย์เคยผ่านช่วงเวลานึงที่โดนเพื่อนล้อบ้าง ไม่ค่อยมีใครเข้าใจบ้าง ผมชินซะแล้วหละครับ แต่ถ้าผมเปลี่ยนให้เขาที่เป็นชายแท้ กลับมาเป็นเกย์ได้สำเร็จ ผมนึกภาพไม่ออกเลย ว่าวันนั้นมันจะวุ่นวายแค่ไหน เขาจะเข้าสังคมที่เขาเคยอยู่ยังไง เขาจะโดนล้อหรือเปล่า มันเจ็บปวดนะครับบางที เวลาได้ยินพวกผู้ชายแท้พูดกัน เฮ้ย มีแฟนเป็นเกย์ ไม่กลัวขี้ติดเหรอวะ เฮ้ย สายเหลือง อยากจะเอาขาคู่กระโดดถีบแบบจาพนม 5555 คือคนเราถ้าเลือกเกิดได้ ไม่มีใครอยากจะเกิดเป็นเพศที่ 3 หรอกครับ แต่ผมชินกับเพศนี้ซะแล้ว แล้วก็เรียนรุ้ที่จะมีความสุขในการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องแคร์คำพูดใคร ว่าใครจะล้อผมยังไง ^_^
เขาก็เลยบอกผมว่า งั้นพรุ่งนี้ เขาจะรวบรวมความกล้าไปถามแม่ตรงๆนะ ว่าโอเคไหม ถ้าเขาจะคบกับผม ตอนนั้นผมกลัวนะ แต่ในใจ คิดไว้แล้ว ว่ายังไง คงไม่ได้แน่นอน มีที่ไหนหล่ะแบบลูกชายเดินจูงมือพาแฟนเป็นเกย์เข้าบ้าน คงจะโดนเด้งออกจากบ้านทั้งคู่แน่ ผมเลยบอกเขา " โอเค เค้าจะรอคำตอบนะเตง " เหมือนทุกอย่างในวันนี้มันมืดไปหมดทุกด้าน คิดอะไรไม่ออก เขาบอกผมมาว่าเขาไม่อยากเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเกย์เขากลัวคนรอบข้างจะมองเขาแปลกๆ ผมกลัวว่าเราจะไม่ได้คบกันอีก เพราะเราต่างคนก็สร้างความรู้สึกดีๆให้กันมาเยอะ แล้ววันๆนึงถ้าเราต้องเลิกคบกัน ผมคงเสียใจนะ เสียใจมากๆ แต่พยายามคิดในแง่บวก ว่าแม่ของเขาคงจะยอมให้เราคบกันต่อ เพื่อให้ผมได้ลองพิสูจน์ตัวเอง แต่มันไม่ได้สวยงามอย่างนั้นครับ ตอนเที่ยงของอีกวัน เขาทักไลน์มาบอกผมว่า "เค้าได้คำตอบละนะ" ผมนี่ตื่นเต้นมากๆ ขอให้คำตอบออกมาเป็นได้ด้วยเถอะ โอ้ยย ลุ้น เขาเลยพิมพ์มาอีกประโยคนึงว่า " คำตอบคือไม่ได้ แม่เขาไม่ให้คบ " ผมนี่แบบ ใจวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยครับ ได้แต่ตั้งคำถามว่า ทำไมๆๆๆ ทำไมถึงคบกันไม่ได้ ชายกับชาย มันไม่ได้แปลกตรงไหนเลยนี่นา ทำไมแม่เขาถึงไม่เข้าใจความรักของเราล่ะ? เราแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ เขาบอกผมนะครับว่าแม่เขาว่า มาเยอะมาก แต่เขาไม่บอกผมว่าแม่เขาพูดอะไร ผมก็ได้คำตอบแล้วละครับ ว่ายังไงก็คงไม่ได้จริงๆ ผมเลยถามว่าถ้าเราจะแอบคบกันหละ จะได้ไม๊ ไม่ต้องเปิดเผยก็ได้ เขาก็บอกว่าถ้าสักวันที่บ้านเขารู้ขึ้นมา มันก็จะยิ่งแย่กว่าเดิมอีก ในใจผมตอนนั้นมันแย่ไปหมดทุกอย่าง ทำไมนะ ทำไมถึงไม่ลองสู้ด้วยกันสักตั้ง ทำไมไม่ลองจับมือคบกันแล้วพิสูจน์ให้เขาเห็นไปเลย จะปล่อยให้ชีวิตมาเป็นอย่างนี้หรอ หรือเราเลือกที่จะฝืนชะตาชีวิตของเราทั้งคู่หละบางทีมันอาจจะดีกว่าเดิมก็ได้
ไม่ว่าจะทำยังไง คำตอบก็คือไม่ได้ เราต้องเลิกกัน เพราะแม่เขาสั่งให้เราเลิกคุยกันครับ มันน่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่านี้ ผมว่าเลิกกันแบบนี้มันเร็วไป มันเหมือนไม่มีเหตุผลอะไรเลย ผมเข้าใจเขานะ ว่าถ้าผมเข้าไปอยู่ในครอบครัวเขาจริงๆ อาจจะโดนเพื่อนบ้าน หรือคนในเครือญาตินินทาเอาก็ได้ ผมก็เลยต้องยอมปล่อย แต่อยากจะจับมือให้นานกว่าเดิม นึกถึงคำสัญญาที่เราเคยให้กัน ไม่ว่าจะเกิดอะไร จะไม่ปล่อยมือเด็ดขาด แต่ ณ วันนี้ ผมต้องปล่อยเขาไปจริง ผมบอกเขานะว่าไม่อยากเลิก เขาก็บอกว่าไม่อยากเลิกเหมือนกัน แต่ต้องทำใจทั้งคู่ครับ เพราะโชคชะตามันดันกำหนดมาเป็นแบบนี้ เราเจอกัน มาสร้างความรู้สึกดีๆต่อกัน แล้วเราก็ต้องจากกัน เราไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ผมเข้าใจดีครับ
จนถึงตอนนี้ผมก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ใจนึงอยากหนีไปให้ไกล ไม่อยากเจอเขาอีก อยากทำให้ตัวเองทำใจได้เร็วกว่านี้ แต่อีกใจนึง ก็ไม่อยากทิ้งเขาไว้คนเดียว แล้วเราหายไปจากชีวิตเขา ถ้าผมจะหายไป วันนั้นต้องมีเขาไปด้วย ไม่อยากให้ตัวผมเองเจ็บ แล้วก็ไม่อยากปล่อยเขาไว้คนเดียว ผมควรจะทำยังไงกับความรักครั้งนี้ดีครับ ถ้าผมเลือกที่จะไป ผมก็จะไม่ได้เจอเขาอีก ไม่ได้ยืนเสียงเขาอีก แต่ถ้าผมเลือกที่จะอยู่ ผมก็ต้องเจ็บแบบนี้ไปทุกวันๆ แต่ยังได้เจอเขา เขาก็บอกผมนะว่า เขาจะอยู่กับผมไปตลอดจนกว่าผมจะทำใจได้ แต่ตอนนี้ผมก็ยังไม่อยากเลิกกับเขาอยู่ดี เขาก็ไม่อยากเลิก แต่มันจำเป็น เขาคือทุกสิ่งทุกอย่างของผมนะ จบแบบนี้มันเร็วเกินไป : ( มันก็จริงนะ ที่ผมไม่ยอมรับความจริง แต่ผมไม่พร้อมจะเสียเขาไป อยากจะรักให้นานกว่านี้ อยากเก็บความรู้สึกไว้ให้นานกว่านี้ เสียงที่ผมอัดไว้ตอนเขาร้องเพลงให้ฟัง ผมก็ยังเปิดมันฟังทุกคืนแล้วก็หลับไป เพราะมันทำให้ผมคิดว่าเขายังอยู่ข้างๆตลอด ถึงมันจะเจ็บ แต่ผมก็ยอมครับ หลับไปทุกคืนทั้งๆที่ยังร้องไห้ ผมอยากบอกเขาว่าผมรักเขามาก แม้วันนี้อาจจะไม่มีโอกาสได้บอกแล้วก็ตาม คิดถึงนะ เค้าคิดถึงแกมากๆๆ เผื่อวันไหนเขาเห็นกระทู้นี่ที่ผมสร้างขึ้นมา อยากจะให้รู้ว่าผมยังรักเขาอยู่ ขอบคุณพื้นที่ในพันทิพย์ที่ให้ผมได้ระบายความรู้สึกที่อยู่ในใจออกมานะครับ ( ผมเชื่อว่าวันนึง ถ้าเราได้เจอกันอีก มันไม่ใช่เพราะโชคชะตา แต่มันคงเป็นพรมลิขิตที่มันขีดเขียนให้เรากลับมารักกันใหม่ เค้ารักแกนะกานต์ )
ถ้าพ่อแม่อีกฝ่ายรู้ว่าเราคบกัน แล้วให้เราเลิกคบ ทั้งๆที่ความรักเรามันเป็นความรักแบบ ช-ช ควรจะทำยังไงดีครับ
ตอนแรกคุยกันไปคุยกันมา เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้ชอบแบบ ช-ช นะ ผมนี่แบบ เฮ้ออ =__= จะแห้วอีกแล้วไหมวะตรู แต่ต้องตื้อเท่านั้น บางมีมันอาจจะทำให้เขาเปลี่ยนใจก็ได้ ก็เลยใช้แผนเนียน 555 แลกไอดีไลน์กันตามปกตินี่แหละครับ ก็คุยกัน ตอนเข้ามาในทีเอส ( TS3 เป็นโปรแกรมแชทสำหรับพวกเล่นเกมส์นะครับที่เอาไว้คุยกันออนไลน์ เหมือนอย่าง skype ) เราก็เลยถามเขาว่า " ทำไมหละ ถึงเลิกกับแฟนที่เป็นผู้หญิง " เขาก็เลยบอกว่า เหมือนกับคนๆนั้นจะเอาแต่ใจ อยากจะให้เขามาง้อบ่อยๆเวลาที่นางโมโห ถ้าวันไหนเขาไม่ง้อ นางก็จะไปโพสต์ลงเฟสตัวเอง บ่นๆเหมือนประมาณว่าจะให้งอนจนตายเลยรึไง ( หมั่นไส้ชะนี -*- 5555 ) ก็เลยเป็นต้นเหตุให้เลิกกัน เราก็เลยได้โอกาสเล่าชีวิตเราบ้างว่าเจอกับอะไร ( เผื่อบางทีเขาอาจจะเปลี่ยนใจ จากที่ไม่เคยมีแฟนเป็นเกย์มาก่อน อาจจะชอบเราเป็นคนแรกก็ได้ แบบใช้ความน่าสงสารทำให้เขาเห็นใจ 555 )
เหมือนสวรรค์จะเห็นใจความรักของผมให้เราได้ลองคบกับผู้ชายคนนี้ดู >< ตั้งแต่วันนั้น เราก็คุยไลน์ คุยทีเอสกันบ่อยขึ้น ถามสารทุกข์สุขดิบ " เฮ้ย เป็นไงบ้าง กินข้าวหรือยัง คิดถึงนะ ห้ามนอนดึกนะ " ประโยคนี้เราจะพิมพ์หากันทุกคืนๆ ผมก็รู้สึกมีความสุขนะ คือ ตามประสาคนที่ไม่เคยมีใครทำอะไรดีๆให้แบบนี้ >< ผมเลยหลงรักเขาไป เขาก็เริ่มเปลี่ยน จากที่เคยบอกว่าไม่ชอบ ช-ชแบบเรา ตอนนี้เขาเริ่มมีความรู้สึกที่ดีกับเราแล้วละครับ \(^0^)/ รู้สึกเหมือนทำอะไรสำเร็จไปอย่างนึง เปลี่ยนใจ ช แท้ให้มารักเกย์แบบเราได้ 555 ' อย่างน้อยเราก็จะทำให้เขาไม่รู้สึกแย่กับความรักเหมือนที่เขาเคยคบกับ ผู้หญิงคนก่อนหน้า คือคนแรก หลอกเอาเงินเขาไปแล้วเลิก คนที่สองเอาแต่ใจ ขี้โมโห ' ( แย่มาก 55 )
ตอนนั้นก็ใกล้จะวันวาเลนไทน์ ผมเลยบ่นๆไปว่า "เตง เค้าอยากได้ตุ๊กตา ทิกเกอร์อะในหมีพู เค้าอยากจะเอาไป ม. เวลาเค้าคิดถึงตัวเอง เค้าจะได้เอามากอดให้หายคิดถึง " 555 อย่าว่าผมนะ ทิกเกอร์มันน่ารักเวลามันใช้หางกระโดด ^0^ ดูติ๊งต๊องไปไหมตรู เขาก็เลยบอกผมมาว่า " งั้นตัวเองส่งที่อยู่มา เดี๋ยวเขาจะหาซื้อให้ " ผมก็รู้สึกดีใจมากๆๆ ตอนนั้นคือ จะเป็นของขวัญชิ้นแรกในรอบ 21 ปี วันวาเลนไทน์ที่จะมีคนซื้อของให้ T__T หม่ายก้อด ก็เลยตั้งหน้าตั้งตารอ จนเลยมาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เขาก็มาบอกว่า " เตง มันไม่มีอะ ตุ๊กตาที่เตงอยากได้ เค้าขับรถตามหาทั่วแล้ว ไม่มีเลย " ตอนนั้นรู้สึกนอยๆนะ T_T อดอีกแระตรู แต่ช่างมันเถอะ 555 ผมเลยบอกเขาไป " เตงไม่ต้องซื้อให้เค้าแล้วนะ วันวาเลนไทน์เค้าไม่อยากได้อะไรแล้ว เค้าอยากให้เราอยู่ด้วยกันสองคนไปอย่างนี้นานๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เตงสัญญาได้ไหม ว่าห้ามปล่อยมือ ถ้ามือเค้าจะหลุด เตงต้องคว้าเค้ามากอดไว้น่ะ?" เขาก็รับปากผมนะครับว่าสัญญา จะทำตามที่ผมบอกทุกอย่าง แต่ผมไม่รู้ว่าสัญญาครั้งนี้จะเป็นการผูกมัดเขารึเปล่า =__=
ความรักกำลังไปได้สวยครับ เราต่างคนต่างเห็นใจกันมากขึ้น เป็นห่วงกันมากขึ้น มีเรื่องทะเลาะกัน เราก็คุยกัน แต่จะบอกว่าทะเลาะกันเพราะเรื่องเดิมๆ คือเรื่องแฟนเก่าเขา ที่เขายังเลิกคุยไม่ได้ คือไม่ว่าจะในเกมส์ ในเฟสบุ๊ค ก็ยังเห็นแชทเฟสที่เขาคุยกัน ถึงมันจะไม่ได้คุยกันแบบแฟนก็เถอะ แต่ชะนีคนนั้น เขายังรู้สึกอยากที่จะกลับมาคบกับแฟนผมคนนี้ไง T__T ผมเลยไม่ยอม ก็เลยบอกไปว่า จะเลือกใคร ระหว่างผมกับผู้หญิงคนนั้น เขาก็เลยบอกว่า เขาเลือกผม เขายอมหมดทุกอย่าง ถ้าเห็นเขากลับไปคุยกับผญ คนนั้นอีก เขาจะให้ผมทำอะไรเขาก็ได้ ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ไม่เคยคุยกับผญ คนนี้อีกเลยครับ 555 ชนะเลิศจริงๆ อำนาจของภรรยานี่มันดีจริง 10 10 10
ผมเคยบอกว่า ผมชอบคนที่ร้องเพลงให้ฟังนะ มันดูหายเหนื่อย ( อ้อ ผมเรียนที่พระจอมเกล้าพระนครเหนือครับ เวลาเรียนก็ 9.00 เลิกอีกทีก็ เกือบๆ 2-3ทุ่ม กว่าจะนั่งรถเมล์มาถึงที่พัก มันก็เกือบจะ 3ทุ่มครึ่ง =__= เรียนช่างต้องสตรองมากๆ ) เขาเลยไปสรรหาเพลงบ้าเพลงบออะไรไม่รู้ มาร้องให้ผมฟังทุกวันๆ 555 จากเมื่อก่อนที่ผมกลับห้องมาเจอแต่ห้องสี่เหลี่ยมๆ กับโน๊ตบุ๊คตัวเดิมๆ เหนื่อยก็นอน ไม่ค่อยได้ไปเจอใคร ไม่ค่อยได้คุยกับใคร ตั้งแต่เขาเดินเข้ามาในชีวิตผม ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเลยครับ ^^ พอตอนกลับห้อง เปิดโน๊ตุบ๊คขึ้นมา เขาก็ร้องเพลงให้ผมฟังในทีเอสทุกวันหลังผมเลิกเรียนจนถึงเที่ยงคืนเป็นเวลาที่เขาต้องกลับบ้าน เขาออนร้านคอมนะครับ ตอนนั้นมีความสุขมาก ไม่ต้องการอะไรแล้ว เขาคือความสุขของผม ไม่รู้สิ ก็ ไม่เคยมีใครทำอะไรดีๆแบบนี้ให้มาก่อนในชีวิต : ) ผมรู้สึกดีนะ รักเขามาก จนอยากจะให้เพลงที่เขาร้องให้ฟังทุกวัน เป็นเพลงที่ผมจะต้องได้ยินคนเดียว ไม่อยากให้เขาร้องให้ใครฟัง ก็มันหวงนี่นา 5555 บางครั้งผิดคีย์บ้าง เริ่มเสียงสูง พอท่อนฮุคก็ใช้อีกคีย์นึง 555 แต่เค้าก็ทำให้ผมยิ้มได้ในทุกๆวัน เลิกเรียนพอได้ยินเสียงอาจารย์บอก เอ้า นศ.วันนี้เอาไว้แค่นี้น่ะ ผมนี่วิ่งออกนอกห้องรีบขึ้นรถเมล์กลับไปเปิดโน๊ตเพื่อที่จะไปหาเขาทุกวันๆเลย อยากได้ยินเขาร้องเพลง บางทีเขาก็ชอบทำเสียงอ้อนๆนะครับ เฮอะ ผช อะไร น่ารักขนาดนี้ >< ( ความรักมันคงไม่ได้เกิดโดยบังเอิญอย่างแน่นอน ผมคิดอย่างนั้น แต่จะเก็บช่วงเวลานี้ไว้ให้นานที่สุด เท่าที่จะเก็บไว้ได้ ทำไมผมรู้สึกรักเขาขนาดนี้นะ? )
แล้ววันที่อะไรๆเริ่มไม่ค่อยจะเหมือนเดิมก็เกิดขึ้น ผมคิดว่ามันเร็วเกินไปนะ เพราะนี่ก็เหลืออีก 5 วัน จะครบ 1 เดือนที่เราคุยกันแล้ว เขาดูเงียบๆไป ผมเลยถามว่าเป็นอะไร? เขาก็ตอบมาตรงๆเลยครับ ว่าเขาไม่อยากจะเปลี่ยนตัวเองจากชายแท้ มาเป็นเกย์ เพราะเขากลัวว่าคนรอบข้างจะมองเขาแปลกๆ กลัวพ่อกับแม่เขาจะไม่โอเคกับความรักแบบเราทั้งสองคน เพราะมันเป็นความรักแบบ ชาย - ชาย แต่เขาก็ยังบอกว่าเขารักผมนะ เขารักมาก ไม่อยากจะเลิก ผมเลยบอกเขาไปว่า " เตง ความรักมันขึ้นอยู่กับเราสองคนนะ ใครจะมองยังไงก็ช่างมันสิ เรามีกันอยุ่แค่ 2 คนไม่ใช่เหรอ " เขาเลยตอบกลับผมมาว่า "แล้วคำว่าช่างมันนี่ รวมถึงพ่อกับแม่เค้าด้วยหรือเปล่า " =___= เจอคำถามนี้ผมก็ไปไม่ถูกเหมือนกันนะครับ เลยได้แต่พูดเผื่อเขาจะคิดในทางที่บวก แล้วก็ไม่อยากจะให้เรื่องระหว่างเรามันจบลงด้วยการที่ต่างฝ่ายครอบครัวต่างไม่ยอมรับกัน ผมเลยบอกไปว่า " ไม่เป็นไรนะเตง งั้นเราลองคบกัน แล้วถ้าวันไหนเค้าเรียนจบ เค้ามีงานทำดีๆ มีหน้าที่การงานที่ดี เค้าจำพิสูจน์ให้ทั้งพ่อแม่ตัวเอง กับพ่อแม่เค้ารู้ว่า การที่เรารักกันแบบนี้ มันก็ไม่ได้แย่นะ ความรัก ช-ชแบบเรา มันไม่ได้แปลก เค้าจะพิสูจน์เอง " แต่ผมก็เข้าใจเขานะครับ เพราะผมเป็นเกย์เคยผ่านช่วงเวลานึงที่โดนเพื่อนล้อบ้าง ไม่ค่อยมีใครเข้าใจบ้าง ผมชินซะแล้วหละครับ แต่ถ้าผมเปลี่ยนให้เขาที่เป็นชายแท้ กลับมาเป็นเกย์ได้สำเร็จ ผมนึกภาพไม่ออกเลย ว่าวันนั้นมันจะวุ่นวายแค่ไหน เขาจะเข้าสังคมที่เขาเคยอยู่ยังไง เขาจะโดนล้อหรือเปล่า มันเจ็บปวดนะครับบางที เวลาได้ยินพวกผู้ชายแท้พูดกัน เฮ้ย มีแฟนเป็นเกย์ ไม่กลัวขี้ติดเหรอวะ เฮ้ย สายเหลือง อยากจะเอาขาคู่กระโดดถีบแบบจาพนม 5555 คือคนเราถ้าเลือกเกิดได้ ไม่มีใครอยากจะเกิดเป็นเพศที่ 3 หรอกครับ แต่ผมชินกับเพศนี้ซะแล้ว แล้วก็เรียนรุ้ที่จะมีความสุขในการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องแคร์คำพูดใคร ว่าใครจะล้อผมยังไง ^_^
เขาก็เลยบอกผมว่า งั้นพรุ่งนี้ เขาจะรวบรวมความกล้าไปถามแม่ตรงๆนะ ว่าโอเคไหม ถ้าเขาจะคบกับผม ตอนนั้นผมกลัวนะ แต่ในใจ คิดไว้แล้ว ว่ายังไง คงไม่ได้แน่นอน มีที่ไหนหล่ะแบบลูกชายเดินจูงมือพาแฟนเป็นเกย์เข้าบ้าน คงจะโดนเด้งออกจากบ้านทั้งคู่แน่ ผมเลยบอกเขา " โอเค เค้าจะรอคำตอบนะเตง " เหมือนทุกอย่างในวันนี้มันมืดไปหมดทุกด้าน คิดอะไรไม่ออก เขาบอกผมมาว่าเขาไม่อยากเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเกย์เขากลัวคนรอบข้างจะมองเขาแปลกๆ ผมกลัวว่าเราจะไม่ได้คบกันอีก เพราะเราต่างคนก็สร้างความรู้สึกดีๆให้กันมาเยอะ แล้ววันๆนึงถ้าเราต้องเลิกคบกัน ผมคงเสียใจนะ เสียใจมากๆ แต่พยายามคิดในแง่บวก ว่าแม่ของเขาคงจะยอมให้เราคบกันต่อ เพื่อให้ผมได้ลองพิสูจน์ตัวเอง แต่มันไม่ได้สวยงามอย่างนั้นครับ ตอนเที่ยงของอีกวัน เขาทักไลน์มาบอกผมว่า "เค้าได้คำตอบละนะ" ผมนี่ตื่นเต้นมากๆ ขอให้คำตอบออกมาเป็นได้ด้วยเถอะ โอ้ยย ลุ้น เขาเลยพิมพ์มาอีกประโยคนึงว่า " คำตอบคือไม่ได้ แม่เขาไม่ให้คบ " ผมนี่แบบ ใจวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยครับ ได้แต่ตั้งคำถามว่า ทำไมๆๆๆ ทำไมถึงคบกันไม่ได้ ชายกับชาย มันไม่ได้แปลกตรงไหนเลยนี่นา ทำไมแม่เขาถึงไม่เข้าใจความรักของเราล่ะ? เราแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ เขาบอกผมนะครับว่าแม่เขาว่า มาเยอะมาก แต่เขาไม่บอกผมว่าแม่เขาพูดอะไร ผมก็ได้คำตอบแล้วละครับ ว่ายังไงก็คงไม่ได้จริงๆ ผมเลยถามว่าถ้าเราจะแอบคบกันหละ จะได้ไม๊ ไม่ต้องเปิดเผยก็ได้ เขาก็บอกว่าถ้าสักวันที่บ้านเขารู้ขึ้นมา มันก็จะยิ่งแย่กว่าเดิมอีก ในใจผมตอนนั้นมันแย่ไปหมดทุกอย่าง ทำไมนะ ทำไมถึงไม่ลองสู้ด้วยกันสักตั้ง ทำไมไม่ลองจับมือคบกันแล้วพิสูจน์ให้เขาเห็นไปเลย จะปล่อยให้ชีวิตมาเป็นอย่างนี้หรอ หรือเราเลือกที่จะฝืนชะตาชีวิตของเราทั้งคู่หละบางทีมันอาจจะดีกว่าเดิมก็ได้
ไม่ว่าจะทำยังไง คำตอบก็คือไม่ได้ เราต้องเลิกกัน เพราะแม่เขาสั่งให้เราเลิกคุยกันครับ มันน่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่านี้ ผมว่าเลิกกันแบบนี้มันเร็วไป มันเหมือนไม่มีเหตุผลอะไรเลย ผมเข้าใจเขานะ ว่าถ้าผมเข้าไปอยู่ในครอบครัวเขาจริงๆ อาจจะโดนเพื่อนบ้าน หรือคนในเครือญาตินินทาเอาก็ได้ ผมก็เลยต้องยอมปล่อย แต่อยากจะจับมือให้นานกว่าเดิม นึกถึงคำสัญญาที่เราเคยให้กัน ไม่ว่าจะเกิดอะไร จะไม่ปล่อยมือเด็ดขาด แต่ ณ วันนี้ ผมต้องปล่อยเขาไปจริง ผมบอกเขานะว่าไม่อยากเลิก เขาก็บอกว่าไม่อยากเลิกเหมือนกัน แต่ต้องทำใจทั้งคู่ครับ เพราะโชคชะตามันดันกำหนดมาเป็นแบบนี้ เราเจอกัน มาสร้างความรู้สึกดีๆต่อกัน แล้วเราก็ต้องจากกัน เราไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ผมเข้าใจดีครับ
จนถึงตอนนี้ผมก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ใจนึงอยากหนีไปให้ไกล ไม่อยากเจอเขาอีก อยากทำให้ตัวเองทำใจได้เร็วกว่านี้ แต่อีกใจนึง ก็ไม่อยากทิ้งเขาไว้คนเดียว แล้วเราหายไปจากชีวิตเขา ถ้าผมจะหายไป วันนั้นต้องมีเขาไปด้วย ไม่อยากให้ตัวผมเองเจ็บ แล้วก็ไม่อยากปล่อยเขาไว้คนเดียว ผมควรจะทำยังไงกับความรักครั้งนี้ดีครับ ถ้าผมเลือกที่จะไป ผมก็จะไม่ได้เจอเขาอีก ไม่ได้ยืนเสียงเขาอีก แต่ถ้าผมเลือกที่จะอยู่ ผมก็ต้องเจ็บแบบนี้ไปทุกวันๆ แต่ยังได้เจอเขา เขาก็บอกผมนะว่า เขาจะอยู่กับผมไปตลอดจนกว่าผมจะทำใจได้ แต่ตอนนี้ผมก็ยังไม่อยากเลิกกับเขาอยู่ดี เขาก็ไม่อยากเลิก แต่มันจำเป็น เขาคือทุกสิ่งทุกอย่างของผมนะ จบแบบนี้มันเร็วเกินไป : ( มันก็จริงนะ ที่ผมไม่ยอมรับความจริง แต่ผมไม่พร้อมจะเสียเขาไป อยากจะรักให้นานกว่านี้ อยากเก็บความรู้สึกไว้ให้นานกว่านี้ เสียงที่ผมอัดไว้ตอนเขาร้องเพลงให้ฟัง ผมก็ยังเปิดมันฟังทุกคืนแล้วก็หลับไป เพราะมันทำให้ผมคิดว่าเขายังอยู่ข้างๆตลอด ถึงมันจะเจ็บ แต่ผมก็ยอมครับ หลับไปทุกคืนทั้งๆที่ยังร้องไห้ ผมอยากบอกเขาว่าผมรักเขามาก แม้วันนี้อาจจะไม่มีโอกาสได้บอกแล้วก็ตาม คิดถึงนะ เค้าคิดถึงแกมากๆๆ เผื่อวันไหนเขาเห็นกระทู้นี่ที่ผมสร้างขึ้นมา อยากจะให้รู้ว่าผมยังรักเขาอยู่ ขอบคุณพื้นที่ในพันทิพย์ที่ให้ผมได้ระบายความรู้สึกที่อยู่ในใจออกมานะครับ ( ผมเชื่อว่าวันนึง ถ้าเราได้เจอกันอีก มันไม่ใช่เพราะโชคชะตา แต่มันคงเป็นพรมลิขิตที่มันขีดเขียนให้เรากลับมารักกันใหม่ เค้ารักแกนะกานต์ )