จะเป็นยังไงเมื่อคนไร้ตัวตนอย่างผมมีความรัก?

กระทู้คำถาม
สวัสดีครับผมมีชื่อว่า ดิว ครับ ผมเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายธรรดาคนหนึ่งไม่ได้หล่อหรือรวยอะไรมากนัก พออยู่พอกินครับ
ไม่ถึงกับลำบากมากครับ ผมเป็นคนที่เรียนไม่ค่อยเก่งครับออกไปทางด้านห่วยเลยละครับแต่ก็มีอย่างหนึ่งที่มาทดแทนส่วนนั้นของผมคือผมค่อนข้างที่จะเก่งภาษาครับก็เลยค่อยยังชั่วนิดหน่อย และโดยส่วนตัวผมนั้นเป็นคนที่มีเพื่อนน้อยครับหรือเรียกอีกอย่างว่าเพื่อนไม่ครบนั่นเองครับ😭 ผมก็ไม่รู้ทำไมว่าเพื่อนถึงไม่ครบกับผม ผมก็เลยต้องใช้ชีวิตมัธยมแบบตัวคนเดียวนั่นหละครับ ไปเที่ยวคนเดียว กินข้าวคนเดียว ทำงานคนเดียว และอื่นๆอีกมากมายที่ผมทำคนเดียว ชีวิตแบบนี้มันไม่มีสีสันน์เลยใช่ไหมละครับ เพราะแบบนี้ผมเลยตั้งใจว่าจะต้องมีเพื่อนและมีแฟนกับเค้าให้ได้ครับ ตั้งแต่ผมเริ่มเข้าเรียนมัธยมมาผมก็หวังว่าจะมีแฟนหรือมีเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆบ้างแต่ โลกนี้มันช่างโหดร้ายต่อผมยิ่งนัก T-T เพราะผมนั้นขี้อายเอามากๆเลยไม่มีผู้หญิงคนไหนมาสนใจผมเลย แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งเหมือนฟ้าหรือโชคชะตามาเข้าข้างผมทำให้ผมได้มารู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเธอนั้นเป็นรุ่นพี่ ม.5 เธอมีชื่อว่า แก้ว ครับ(นามสมมติ) พี่เค้าเป็นผู้หญิงที่สวย มีเสน่ สูง ขาว หุ่นดี โดยรวมๆแล้วสเปคผมเลยครับ เพื่อนๆคงสงสัยใช่ครับครับว่าผมนั้นไปรู้จักผู้หญิงคนนี้ได้ยังไง ผมนั้นได้รู้จักพี่เค้าตอนช่วงเดือนคริสมาสต์ ปี 57 นี้เองครับ โดยตอนนั้นผมได้เป็นตัวแทนห้องให้ขึ้นไปประกวดชุดซานต้าคอส ที่ทำจากวัสดุเหลือใช้อะครับ ดังนั้นนั่นเลยเป็นเหตุให้ผมรู้จักพี่เค้า(แต่ผมไม่ได้รู้จักพี่เค้าตอนงานนี้นะครับ) ผมรู้จักพี่เค้าตอนที่พี่เค้าทักเฟสบุ๊ค มาตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรนะครับ ผมคิดแค่ว่าก็คงทักมาเล่นๆเฉยๆละมั้งเพราะคนสวยๆอย่างพี่เค้าจะมาสนใจคนไร้ตัวตนอย่างผมทำไมละ? แต่แล้วความคิดของผมนั้นต้องเปลี่ยนไปเนื่องจากผมไม่คิดว่าผมจะคุยกับพี่เค้าได้นานขนาดนี้! ระหว่างที่ผมได้คุยกับพี่เค้านั้นพี่เค้าเป็นคนที่คุยสนุกมากครับ>< มันทำให้หัวใจของผมนั้นเต้นรัวทุกครั้งที่เจอพี่เค้าหรือเวลาที่พี่เค้าทักมามันทำให้หัวใจผมพองโตแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่อาจจะเรียกว่า #ความรักก็ได้มั้งครับ เพราะตัวผมนั้นไม่เคยมีความรักมาก่อนเลยในชีวิต นี้เลยอาจจะเป็นรักครั้งแรกของผมก็เป็นได้ เมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือนผมเลยลองที่จะขอเบอร์พี่เค้าดูครับ โดยเหตุการณ์ในตอนนั้นมีอยู่ว่า ผมทักไปหาพี่เค้าทางเฟสบุ๊ค ผม:พี่แก้วครับทำอะไรอยู่เหรอ พี่แก้ว: พี่กำลังจะนอนอะดิว ดิวมีอะไรหรือเปล่า? ผม: อ่อๆแล้วพี่ไม่ตื่นมาดูดาวตกเหรอครับ? พี่แก้ว: พี่ง่วงอะพี่ว่าจะนอนเอาแรงแล้วค่อยตื่นขึ้นมาดู ผม:แล้วพี่จะตื่นทันเหรอครับ? เอาเบอร์พี่มาสิเดี๋ยวผมโืทรปลุก พี่แก้ว: หืมมม ก็ได้ๆ 0876543xxx อะนี่เบอร์พี่  ผม:งั้นเดี๋ยวผมโทรปลุกนะ ฝันดีครับ พี่แก้ว:อย่าลืมนะ ฝันดีจ้า// โหยยยย เพื่อนๆครับอารมณ์ผมตอนนั้นดีใจมากเลยครับ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าจะมีโอกาสแบบนี้กับเค้าบ้าง คืนนั้นผมดีใจจนนอนไม่หลับเลยครับ ผมเลยคิดว่าที่พี่เค้าให้เบอร์ผมมาพี่เค้าอาจจะมีใจให้ผมสักนิดนึงก็ได้ ถึงแม้ว่าความหวังของผมนั้นจะน้อยนิดก็ตามแต่ถ้าความหวังมันยังไม่ถึง 0 ผมก็กล้าที่จะลองเสี่ยงกับรักครั้งแรกของผมดู หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาแล้ว 2 เดือนในระยะเวลาที่ผ่านมานี้มันทำให้ผมรู้จักกับพี่เค้ามากขึ้นๆ แต่แล้วช่วงเวลาแห่งความสุขนี้มักจะอยู่กับเราได้ไม่นานเสมอ เพราะป้าของผมนั้น เป็นข้าราชการครูอยู่ที่โรงเรียนมัธยมที่ๆผมเรียนอยู่นี้ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไมป้าถึงรู้ว่าผมคุยกับพี่แก้วและทำไมป้าถึงไม่อยากให้ผมยุ่งกับพี่แก้ว พอป้ารู้เรื่องนี้เข้าป้าก็เรียกผมมาคุยที่บ้าน ป้า: ดิว ป้าของสั่งห้ามให้ดิวไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นอีก ผม:ทำไมละครับป้า?ผมทำอะไรผิด?ผมไม่ได้ทำอะไรที่เสียหายสักหน่อยนี่ครับ ป้า:
ป้ารู้ว่าดิวไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ป้าจะบอกอะไรให้ดิวฟัง ผม:อะไรครับป้า //ตอนนั้นผมมีความรู้สึกว่าผมจะไม่มีโอกาสได้คุยกับผู้หญิงที่เป็นรัปครั้งแรกของผมอีกแล้ว//ป้า:เพราะผู้หญิงคนนั้นมีประวัติไม่ดี ชอบโดดเรียน กินเหล้า ติดเพื่อน ไม่ตั้งใจเรียน ที่ป้ารู้เรื่องพวกนี้เพราะว่าป้าเคยเป็นที่ปรึกษาห้องผู้หญิงคนนี้มาก่อน ผม:แต่ป้าครับ นั่นมันเป็นอดีตไปแล้วนะครับ ป้าอย่าตัดสินคนอื่นที่อดีตเค้าเคยทำตัวไม่ดีมาก่อนสิครับ ปัจจุบันเค้าอาจจะดีขึ้นก็ได้ //ความรู้สึกของผมตอนนั้นคือยังไงก็ไม่ยอมเด็ดขาด ยังไงผมก็ไม่ยอมให้รักครั้งแรกของผมจบลงแบบนี้เด็ดขาด// ป้า:งั้นก็ได้! ถ้าป้าพูดขนาดนี้แล้วดิวยังไม่ฟังก็แล้วแต่ดิวเลยแลิวกัน เพราะยังไงป้าก็เลี้ยงดิวไดิแต่ตัว หัวใจดิวป้าบังคับไม่ได้หรอก //พอป้าพูดจบผมก็ได้แต่นั่งหน้าจ่อยอยู่ที่โต๊ะอาหาร ณ เวลานั้นมันเป็นความรู้สึกที่หง่อยๆเศร้าเลยละครับ หลังจากนั้น 3 วัน ผมก็กลับมาคุยกับพี่แก้วอีกครั้งแต่ความรู้สึกที่ผมมีต่อพี่เค้านั้นเปลี่ยนไปนิดหน่อยหลังจากที่ผมได้ฟังสิ่งที่ป้าเล่าให้ผมฟัง แต่พอเวลาผ่านไปเรื่องราวเหล่านั้นก็ค่อยเลือนหายไปจากความทรงจำของผม และในที่สุดก็มาถึงช่วงเวลาที่ผมรอคอยนั้นก็คืองานวัด
งานวัดนี้จัดขึ้นที่ใจกลางเมืองของจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน เป็นงานที่ใหญ่โตและสวยงามมากเหมาะแก่การพาคู่รักหรือครอบครัวไปเที่ยวอย่างยิ่งเพราะมีของให้เลือกซื้อมากมายและมีเครื่องเล่นมากมายสำหรับเด็กๆ และที่สำคัญพี่แก้วนั้นได้ชวนผมมางานนี้กันแบบสองต่อสองอีกด้วยพอพี่แก้วมาชวนผมความรู้สึกผมตอนนั้น ดีใจมากไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนเลยว่าวันนี้จะมาถึง หลังจากที่พี่เค้ามาชวนผมผมรีบตอบตกลงทันที เย็นวันนั้นผมอาบน้ำอยู่ 3 รอบ ถูแล้วถูอีกขัดแล้วขัดอีกอยู่อย่างนั้น5555 ก็แบบนี้ละครับคนออกเดทครั้งแรก เรื่องชุดนี่ไม่ต้องพูดถึงครับ เลือกแล้วเลือกอีกไม่นู้ว่าจะใส่ชุดไหนดี แต่พอมาดูเวลา อีก 30 นาทีก็จะถึงเวลาที่พี่เค้าไว้แล้วนี่หว่า แต่กว่าจะไปถึงงานก็ต้องใช้เวลา 15 นาที เผื่อในกรณีที่รถติดด้วย ผมเลยใส่เสื้อยืดสีขาวใส่แจ็คเก็ตทับนอกและกางเกงยืนตัวโปรดแล้วรองเท้าคอนเวิร์สคู่ใจนี่ซะเลย พอผมแต่งตัวเสร็จก็ขับรถมอเตอร์ไซต์ออกไปเลย พอมาถึงงานผมก็มารอพี่เค้าตรงจุดที่นัดกันไว้เกือบไม่ทันเวลา พอมาด๔เวลาเหลือเวลาอีก 5 นาทีก็ถึงเวลานัด ผมก็ยืนรอพี่เค้าอยู่หน้าทางเข้าของงานวัดที่ประดับและตกแต่งได้สวยงามดั่งที่รอคอยงานนี้เลยจริงๆ ขณะที่ผมกำลังยืนดูภายนอกวัดอยู่นั้น ก็มีเสียงอันไพเราะ เรียกชื่อผมออกมานั่นก็คือพี่แก้วนั่นเอง// พี่แก้ว:ไงดิว มานานหรือยัง? พี่ขอโทษนะที่มาสาย //พอผมหันหน้าไปดูพี่เค้าสิ่งที่ผมเห็นก็คือผมที่ปล่อยยาวถึงหลังกับชุดที่มีกระโปรงติดกับชุดอะครับผมก็ไม่รู้ว่าเค้าเรียกว่าชุดอะไร แต่ชุดที่พี่แก้วใส่นั้นมันช่างตัดกับสีผิวของพี่เค้ามากมันทำให้พี่เค้ายิ่งดูมีเสน่มากยิ่งขึ้นไปอีก หลังจากที่ผมยืนตะลึงในความสวยของพี่แก้วอยู่นั้น พี่แก้วก็พูดขึ้นมาว่า //
พี่แก้ว:ดิวๆๆๆ ผม:หะ...ห๊ะ อะไรครับพี่แก้ว?
พี่แก้ว: ดิวเป็นอะไรไม่สบายหรือเปล่าเอาแต่จ้องหน้าพี่อยู่ได้พี่อายนะ ผม:ปะ...เปล่านะครับพอดีว่าวันนี้พี่แต่งตัวสวยมากผมเลยอึ้งนิดหน่อยหนะครับ
พี่แก้ว:แหม่ๆปากหวานนะเรา ดิวก็แต่งตัวหล่อใช้ได้เลยนิ ผม:ขะ...ของคุณครับ งั้นเราไปเดินดูในงานกันเลยไหมครับ พี่แก้ว:เอาสิ ไปกันเลย //หลังจากที่พี่เค้าพูดจบผมกีบพี่เค้าก็เดินเข้าไปในงานด้วยกัน หลังจากคืนนั้นมันทำให้ผมไม่สามารถหุบยิ้มได้เลยเวลาที่นึกถึงเรื่องในคืนนั้น มันทำให้หัวใจของผมนั้นมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากหนัก พองานวัดนั่นจบลง ก็เป็นสถานีต่อไปนั่นก็คือวันวาเลนไทน์นั่นเองครับ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าผมได้เตรียมของขวัญวันวาเลนไทน์ไว้สำหรับพี่เค้าอยู่แล้ว ซึ่งของสิ่งนั้นก็คือสร้อยเงินที่สั่งทำพิเศษเฉพาะในช่วงเทศกาลนี้เท่านั้น ซึ่งความพิเศษของสร้อยนี้คือตรงกลางของสร้อยจะมีพลอยรูปหัวใจฝังอยู่โดยรอบพลอยนั้นจะหุ้มด้วยเงินที่เป็นรูปวงกลมไว้ โดยรอบวงกลมนี้จะสลักชื่อพี่เค้าไว้อยู่ครับ เมื่อวันนั้นมาถึงหรือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ช่วงพักกลางวันของวันนั้นผมได้นัดให้พี่เค้าออกมาข้างนอกห้องเรียนและมอบสร้อยนั้นให้พี่แก้วที่ใต้ต้นโพธิ์ต้นใหญ่ต้นหนึ่งในโรงเรียนของผม พอผมมอบของขวัญให้ ผมก็บอกพี่เค้าว่า ลองเปิดดูสิพี่แก้วว่าข้างในมีอะไร พี่แก้วก็แกะกระดาษห่อของขวัญออกและเห็นสร้อยเงินที่บรรจุอยู่ในกล่องพาสติกแบบดี //พี่แก้ว:ขอบคุณนะดิวมันสวยมากเลย ผม:ไม่เป็นไรพี่แก้วดิวตั้งใจซื้อมาให้พี่แก้วโดยเฉพาะเลยนะ
พี่แก้ว:อืมๆขอบคุณมากๆนะดิว ผม:ครับ งั้นดิวใส่ให้นะ หันคอมาสิ พี่แก้ว:อือ เอาสิ //
พี่แก้วก็หันคอมาทางผมผมก็หยิบสร้อยจากในกล่องขึ้นมาและใส่ไว้ที่คอของพี่แก้วพอใส่เสร็จสร้อยนั้นมันเหมาะกับพี่แก้วมากๆใส่แล้วดูน่ารักขึ้นเยอะเลย ผมเลยตัดสินใจที่จะลองขอคบพี่เค้าเป็นแฟนดู แต่พอผมจะพูดออกไปเสียงออดของเวลาพักเที่ยงก็ดังขึ้น พี่แก้วก็เลยขอตัวขึ้นไปเรียนก่อนผมก็เลยได้แต่มองข้างหลังพี่เค้าจนสุดสายตา
พอพี่เค้าเดินกลับเข้าห้องไปผมก็พูดออกมาว่า "ออดมาดังทำไมตอนนี้!อีก 5 นาทีค่อยดังก็ได้" วันนั้นมีทั้งความสุขแบะความเซ็งไปทั้งสองอย่าง พอหลังจากวันนั้นก็เข้าสู่ช่วงสอบปลายภาคและปิดเทอมใหญ่ ซึ่งช่วงปิดเทอมนี้ก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น!!! ช่วงปิดเทอมใหญ่ผมจะลงมาหาพ่อกับแม่ที่กรุงเทพและเช่นเดียวกันพี่แก้วก็ลงมาทำงานที่กรุงเทพช่วง 2 อาทิตย์แรกของการปิดเทอมนั้นเป็นไปด้วยความรีบรื่นพี่เค้าก็ได้งานทำเป็นพนักงานเซเว่นแถวดินแดง ส่วนผมก็ช่วยแม่ทำงานเกี่ยวกับส่งของ ช่วงนั้นทั้งผมและพี่แก้วต่างคนต่างยุ่งกับการทำงานจึงไม่ค่อยมีเวลาได้คุยกันสักเท่าไหร่แต่ผมก็คอยส่งข้อความไปหาพี่แก้วตลอดว่า สบายดีไหม กินข้างหรือยัง พักผ่อนบ้างหรือเปล่า อย่าหักโหมมากนะ แต่ก็นานๆทีที่พี่แก้วจะตอบสักครั้ง แต่ตอนนั้นผมก็เข้าใจว่าต่างคนต่างยุ่งผมเลยไม่ได้คิดอะไรมาก นานๆครั้งที่ผมจะโทรไปหาพี่แก้วสักที แต่ก็คุยกันได้ไม่นานนักก็ต้องวางสายซะแล้ว แต่ก็ยังดีที่ผมยังได้ยินเสียงว่าพี่แก้วยังสบายดีอยู่ แต่ระยะเวลา 2 เดือนนี้มันก็เหมือนเป็นบทพิสูตว่าผมนั้นจะมีความอดทนหรือรักพี่เค้าเพียงคนเดียวหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าคำตอบคือใช่ ตลอดระยะเวลาของการปิดเทอมผมไม่เคยเปลี่ยนไปเลยผมจะคอยส่งข้อความไปหาทุกวัน คอยถามคอยเป็นห่วง จนถึงช่วง เปิดเทอมภาคเรียนใหม่ ผมขึ้นไปอยู่ชั้น ม.5 ส่วนพี่แแก้วขึ้นชั้น ม.6 หลังจากช่วงเปิดเทอมวันแรกเราได้มาเจอกันอีกครั้งความรู้สึกผมคือพี่เค้ายังเหมือนเดิม แต่การกระทำที่มีต่อผมนั้นมันเปลี่ยนไปซึ่งผมไม่ได้คิดไปเองแต่ด้วยลักษณะท่าทางของพี่เค้าที่มีต่อผมมันเปลี่ยนไป มันเลยทำให้ผมไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่นัก จนผมมารู้ทีหลังว่าเพื่อนรักของผมนั้นได้คบกับพี่แก้วอยู่(ซึ่งต้นเรื่องผมบอกว่าไม่ค่อยมีเพื่อนแต่ไม่ใช่ว่าไม่เลยนะครับ)พอผมรู้ว่าเพื่อนรักของผมนั้นกำลังคบอยู่กับพี่แก้วมันทำให้หัวใจของผมนั้นแทบจะแตกสลายไปมันเหมือนผมโดนมีดแทงเข้าที่อกข้างซ้ายของผม มันจุกจนผมพูดอะไรไม่ออก ณ อารมณ์ตอนนั้นผมทั้งโกรธ ทั้งโมโหแทบฆ่าคนได้แต่ว่าผมได้ระบายความโกรธลงที่ฟุตบอลไปหมดแล้ว ถ้าผมไปทำร้ายมันก็มีแต่จะทำให้เรื่องมันแย่ลงซะเปล่าๆผมเลยตัดสินใจที่จะเป็นคนเดินออกมาเอง หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้คุยกับเพื่อนผมคนนั้นอีกเลยและพี่แก้วด้วย หลังจากที่ผมเจอเรื่องราวเหล่านี้ มันเลยทำให้ผมมีเวลานั่งคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นกับผมในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมานั้น ถ้ามันเป็นความฝันผมก็อยากจะตื่นขึ้น ณ ตอนนั้นเลย ผมเลยมองย้อนไปถึงคำพูดของป้าผมที่ท่านเคยบอกผมเอาไว้ มันเลยทำให้น้ำตาผมไหลโดยไม่รู้ตัว. จากวันนั้นวันที้ผมอกหักจากรักครั้งแรกของผม ก็ผ่านมาแล้ว 8 เดือน ช่วงระยะเวลา 8 เดือนนี้ผมไม่ได้คุยไม่ได้ติดต่ออะไรกับพี่เค้าอีกเลย จนมาถึงวันวาเลนไทน์ ปี 59 ณ ปัจจุบัน ผมได้เป็นส่วนร่วมในการจัดงานนิทรรศการวันวาเลนไทนฺนี้ขึ้นมาซึ่งภายในงานนั้นจะมีทั้งวงศ์ดนตรีของโรงเรียนที่มาเล่น มาร้องเพลงให้ฟัง และยังมีดอกไม้มาจัดจำหน่ายในราคาถูกอีกด้วย และที่ขาดไม่ได้เลยคือสติ๊กเกอร์รูปหัวใจที่ภายในงานก็มีขาย ซึ่งแน่นอนว่าพี่แก้วต้องมาร่วมงานนี้อย่างแน่นอน บรรยากาศภายในงานนั้น สนุกสนาน ตลอดจนเพลงที่พวกพี

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่