สวัสดีครับ ชาวพันทิป กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของผม ที่ผมกำลังจะหาคำตอบให้แก่ตัวเองโดยถามความเห็นจากคนอื่นๆ ครับ
เรื่องราวของผมมันเกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน (ประมาณเดือนมิถุนายน 2551 ครับ) ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมกำลังจะจบ ม.6 และขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่ผมเพิ่งรู้จักกับความรัก ซึ่งความรักของผมมันเป็นความรักของผู้ชายกับผู้ชายครับ ผมกำลังเตรียมตัวสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งการสอบจะมีทั้งการวัดความรู้ด้วยข้อสอบปรนัย และวัดทัศนคติด้วยข้อสอบอัตนัยโดยการเขียนบทความครับ แน่นอนครับว่าในยุคสมัยนั้นเด็กม.ปลายส่วนใหญ่จะไม่ได้รับการฝึกฝนให้เขียนบทความยาวๆ สักเท่าไร รุ่นพี่โรงเรียนผมซึ่งเรียนอยู่ปี 1 ของคณะที่ผมกำลังจะสอบเข้าก็เลยพาเพื่อนๆ ในคณะมาติวให้ถึงโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนผมตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ใกล้ๆ กับ กทม. ครับ เมื่อถึงวันที่เราจะติววิชาการเขียนเรียงความ/บทความกัน พี่โรงเรียนผมคนหนึ่งซึ่งหน้าตาอยู่ในระดับเดือนโรงเรียน แถมยังเป็นลูกอัยการจังหวัดได้พาเพื่อนเขาที่อยู่คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยในจังหวัดนครปฐมมาติวให้พวกเรา ซึ่งพี่คนนี้จริงๆ ก็เป็นเด็กจังหวัดเดียวกันกับผม แต่คนละโรงเรียนครับ
ผมติวไปก็ไม่ได้คิดอะไร โฟกัสอยู่กับแต่เรื่องของการติวและการสอบตรงเข้าให้ได้ เพราะไม่อยากรอลุ้นผลการสอบแอดมิชชั่น แต่ความรักของผมก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อพี่โรงเรียนผมที่บอกว่าเป็นลูกอัยการจังหวัด (ขอแทนว่าพี่ บอย ละกันนะครับ) พี่บอยทัก MSN มาหาผมและบอกกับผมว่า
พี่บอย : เฮ้ยน้อง มีคนชอบแกว่ะ
ผม : ใครอะพี่บอย
พี่บอย : เพื่อนพี่เอง
ผม : คนไหน
พี่บอย : พี่วินไง ที่มาติวเรื่องเขียนเรียงความให้อะ
ผม : อ้าวหรอ ผมไม่เห็นรู้สึกเลยว่าพี่เขาจะชอบ
พี่บอย : อื้ม เนี่ย มันทัก Mมาบอกพี่ว่าชอบแก
ผม : อื่มๆๆ
ผมยอมรับว่าตอนนั้นตื่นเต้นนะครับที่มีคนมาแอบชอบ เพราะตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยสนใจเรื่องความรักเลย หนำซ้ำยังมองว่าคนที่มีแฟน มีความรักในวัยเรียนเป็นเด็กไม่ดีด้วยซ้ำ ผมไม่ได้สนใจกับเรื่องนี้อีก จนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่ผมกำลังนั่งจด Shot Note อยู่ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าอาคารเรียนในตอนเย็นวันหนึ่งเวลาเกือบจะหกโมงละล่ะครับ เพื่อรอแม่ผมกลับมาจากที่ทำงานและแวะรับผมกลับบ้านพร้อมกัน พี่บอยได้ขี่มอเตอร์ไซค์พร้อมพาพี่วินซ้อนท้ายมาด้วย โดยพี่วินแต่งชุดนักศึกษา ผูกเน็คไทมาด้วย พี่บอยจอดรถและพาพี่วินเดินตรงมาหาผม พร้อมกับแนะนำผมให้รู้จักกับพี่วิน และไอ้พี่บอยมันก็ทิ้งผมไว้กับพี่วินตามลำพัง ผมนั่งคุยกับพี่วินสองต่อสองแบบเคอะเขิน ก้มหน้า ไม่กล้าสบตา ถามคำตอบคำ (ต้องบอกว่าพี่วินน่ารักมากครับ เป็นตุ๊ดที่ไม่ออกสาวสักเท่าไร ตัวเล็กๆ ตาตี่ๆ คิ้วชินจัง ตัวหอมด้วย) พี่วินขออีเมลผมไป เพื่อจะขอแอด MSN ผมก็ให้ไปแต่ในใจไม่ได้คิดจะเป็นแฟนอะไรหรอกครับ คิดแค่จะเอาไว้ปรึกษาเรื่องสอบเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ผลปรากฎว่ามันไม่ใช่ ผมคุยกับพี่วินทุกคืนจนดึกดื่น และเริ่มตกหลุมรัก พี่วินได้ทำลายความคิดเรื่องการมีแฟนแล้วจะเป็นเด็กไม่ดีของผมเสียสิ้น เราสองคนเลยตกลงคบกันเป็นแฟน ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมคิดไปเองว่ามันหอมหวานมาก การที่เด็กมัธยมมีแฟนเป็นเด็กมหาวิทยาลัย มันดูเท่มาก เราสองคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ตะเวนหาของกินในตลาดตอนเย็นๆ ด้วยกัน บางวันพี่วินก็ขับรถมารับผมที่โรงเรียน
แต่ความรักของผมมันก็มาสะดุดลง เมื่อคืนหนึ่งผมได้กดเข้าไปดู Hi5 ของพี่วินซึ่งถ่ายรูปคู่กับน้องม.5 โรงเรียนผม ซึ่งน้องคนนี้เป็นน้องรหัสของเพื่อนสนิทผม ก็ไล่ดูอัลบั้มรูปไปเรื่อยๆ ทั้งHi5 พี่วินและHi5 ของน้องคนนี้ ผมไล่สืบถามเอาจากคนรอบๆ ตัวผม และจากหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฎในโลกออนไลน์จนผมแน่ใจแล้วว่าเขาสองคนเป็นแฟนกัน เป็นมาก่อนที่พี่วินจะมาคบกับผมเสียอีก ผมงง และทำอะไรไม่ถูก สับสน เพราะในใจของผมมันกำลังถกเถียงกันอยู่ระหว่างความรัก และความถูกต้อง ในที่สุดความถูกต้องก็ชนะ ผมตัดสินใจบอกเลิกพี่วิน โดยการโทรศัพท์ไปหาพี่วินแล้วบอกว่าเราเป็นพี่น้องกันเถอะ ขณะที่บอกน้ำตาผมคลอเบ้า พี่วินเองก็ร้องไห้และบอกผมว่าเขาเองไม่สามารถเลือกได้เหมือนกัน จะให้ทิ้งผมก็ทำไม่ได้ จะให้เลิกกับน้องคนนั้นก็ทำไม่ได้ สุดท้ายผมก็แพ้ให้กับคำพูดของพี่วิน จนต้องยอมรับสภาพผัวน้อย คบกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ สับรางรถไฟกันไปมา (ผมอาจจะเลวในตอนนั้นนะครับเพราะรักแรกมันบังตา)
จนถึงเวลาประกาศผลการสอบตรง ปรากฎว่าผมสอบไม่ติดครับ ก็เลยต้องสอบแอดมิชชั่น ระหว่างนั้นผมกับพี่วินก็ได้คุยกันถึงเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย พี่วินเองก็บอกกับผมว่าเรียนคณะที่เรียนอยู่นี้ไม่ค่อยรู้เรื่อง ได้เกรดไม่ดี อยากจะซิ่วไปเรียนคณะใหม่ในสาขาเดิม โดยพี่วินกำลังลังเลว่าจะเรียนที่มหาวิทยาลัยสีพาสเทลหรือจะมหาวิทยาลัยสีร้อนแรงดี สุดท้ายผมก็เกลี้ยกล่อมให้เรียนที่เดียวกับผมเพราะผมค่อนข้างจะติดแฟน สรุปว่าเราสองคนสอบแอดมิชชั่นติดมหาวิทยาลัยเดียวกันครับ แต่คนละคณะ และก็ได้ในคณะที่อยากจะเข้าทั้งคู่ เรียกได้ว่าตอนนั้นผมแฮปปี้มากๆ เพราะนอกจากจะสอบติดตามที่ตั้งใจแล้ว ก็ยังได้แยกให้น้องม.5 คนนั้นกับพี่วินห่างจากกันได้อีกด้วย
เมื่อมาถึงเวลาที่จะต้องหาที่พัก ตอนนั้นมหาวิทยาลัยกำลังก่อสร้างหอนอกของมหาวิทยาลัยเอง แบบว่าด้านล่างเป็น Coomunity Mall ส่วนด้านบนเป็นหอพัก เราสองคนเลยตกลงจะพักที่หอนอกแห่งนี้ด้วยกันครับ และเมื่อใกล้เปิดเทอมเราสองคนก็ขนของจากบ้านที่ต่างจังหวัดเข้าไปอยู่หอนี้ ซึ่งขณะนั้นยังสร้างไม่เสร็จเรียบร้อยเลยครับ ยังคงมีการก่อสร้างอยู่ ทั้งฝุ่น ทั้งรถสิบล้อ ปั้นจั่นตอกเสาเข็ม แถมหอนี้ยังอยู่คนละฟากกับมหาวิทยาลัยและไกลจากอาคารเรียนพอให้เดินแล้วรักแร้ชุ่มได้เลยล่ะครับ แต่ในเมื่อเสียเงินจองไปแล้ว พวกเราก็จำต้องทนอยู่ไปก่อนครับ
ผมขอ pause เรื่องผมกับพี่วินไว้ก่อนนะครับ เนื่องจากในตอนปี1นั้นมีเรื่องราวหลายเรื่องเกิดขึ้นกับชีวิตผม มีการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างเกิดขึ้นมากมายครับ
คุณเคยลืมใครบางคนในชีวิตไม่ได้ไหมครับ ทั้งๆ ที่เขาคนนั้นไม่ได้อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา
เรื่องราวของผมมันเกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน (ประมาณเดือนมิถุนายน 2551 ครับ) ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมกำลังจะจบ ม.6 และขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่ผมเพิ่งรู้จักกับความรัก ซึ่งความรักของผมมันเป็นความรักของผู้ชายกับผู้ชายครับ ผมกำลังเตรียมตัวสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งการสอบจะมีทั้งการวัดความรู้ด้วยข้อสอบปรนัย และวัดทัศนคติด้วยข้อสอบอัตนัยโดยการเขียนบทความครับ แน่นอนครับว่าในยุคสมัยนั้นเด็กม.ปลายส่วนใหญ่จะไม่ได้รับการฝึกฝนให้เขียนบทความยาวๆ สักเท่าไร รุ่นพี่โรงเรียนผมซึ่งเรียนอยู่ปี 1 ของคณะที่ผมกำลังจะสอบเข้าก็เลยพาเพื่อนๆ ในคณะมาติวให้ถึงโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนผมตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ใกล้ๆ กับ กทม. ครับ เมื่อถึงวันที่เราจะติววิชาการเขียนเรียงความ/บทความกัน พี่โรงเรียนผมคนหนึ่งซึ่งหน้าตาอยู่ในระดับเดือนโรงเรียน แถมยังเป็นลูกอัยการจังหวัดได้พาเพื่อนเขาที่อยู่คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยในจังหวัดนครปฐมมาติวให้พวกเรา ซึ่งพี่คนนี้จริงๆ ก็เป็นเด็กจังหวัดเดียวกันกับผม แต่คนละโรงเรียนครับ
ผมติวไปก็ไม่ได้คิดอะไร โฟกัสอยู่กับแต่เรื่องของการติวและการสอบตรงเข้าให้ได้ เพราะไม่อยากรอลุ้นผลการสอบแอดมิชชั่น แต่ความรักของผมก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อพี่โรงเรียนผมที่บอกว่าเป็นลูกอัยการจังหวัด (ขอแทนว่าพี่ บอย ละกันนะครับ) พี่บอยทัก MSN มาหาผมและบอกกับผมว่า
พี่บอย : เฮ้ยน้อง มีคนชอบแกว่ะ
ผม : ใครอะพี่บอย
พี่บอย : เพื่อนพี่เอง
ผม : คนไหน
พี่บอย : พี่วินไง ที่มาติวเรื่องเขียนเรียงความให้อะ
ผม : อ้าวหรอ ผมไม่เห็นรู้สึกเลยว่าพี่เขาจะชอบ
พี่บอย : อื้ม เนี่ย มันทัก Mมาบอกพี่ว่าชอบแก
ผม : อื่มๆๆ
ผมยอมรับว่าตอนนั้นตื่นเต้นนะครับที่มีคนมาแอบชอบ เพราะตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยสนใจเรื่องความรักเลย หนำซ้ำยังมองว่าคนที่มีแฟน มีความรักในวัยเรียนเป็นเด็กไม่ดีด้วยซ้ำ ผมไม่ได้สนใจกับเรื่องนี้อีก จนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่ผมกำลังนั่งจด Shot Note อยู่ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าอาคารเรียนในตอนเย็นวันหนึ่งเวลาเกือบจะหกโมงละล่ะครับ เพื่อรอแม่ผมกลับมาจากที่ทำงานและแวะรับผมกลับบ้านพร้อมกัน พี่บอยได้ขี่มอเตอร์ไซค์พร้อมพาพี่วินซ้อนท้ายมาด้วย โดยพี่วินแต่งชุดนักศึกษา ผูกเน็คไทมาด้วย พี่บอยจอดรถและพาพี่วินเดินตรงมาหาผม พร้อมกับแนะนำผมให้รู้จักกับพี่วิน และไอ้พี่บอยมันก็ทิ้งผมไว้กับพี่วินตามลำพัง ผมนั่งคุยกับพี่วินสองต่อสองแบบเคอะเขิน ก้มหน้า ไม่กล้าสบตา ถามคำตอบคำ (ต้องบอกว่าพี่วินน่ารักมากครับ เป็นตุ๊ดที่ไม่ออกสาวสักเท่าไร ตัวเล็กๆ ตาตี่ๆ คิ้วชินจัง ตัวหอมด้วย) พี่วินขออีเมลผมไป เพื่อจะขอแอด MSN ผมก็ให้ไปแต่ในใจไม่ได้คิดจะเป็นแฟนอะไรหรอกครับ คิดแค่จะเอาไว้ปรึกษาเรื่องสอบเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ผลปรากฎว่ามันไม่ใช่ ผมคุยกับพี่วินทุกคืนจนดึกดื่น และเริ่มตกหลุมรัก พี่วินได้ทำลายความคิดเรื่องการมีแฟนแล้วจะเป็นเด็กไม่ดีของผมเสียสิ้น เราสองคนเลยตกลงคบกันเป็นแฟน ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมคิดไปเองว่ามันหอมหวานมาก การที่เด็กมัธยมมีแฟนเป็นเด็กมหาวิทยาลัย มันดูเท่มาก เราสองคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ตะเวนหาของกินในตลาดตอนเย็นๆ ด้วยกัน บางวันพี่วินก็ขับรถมารับผมที่โรงเรียน
แต่ความรักของผมมันก็มาสะดุดลง เมื่อคืนหนึ่งผมได้กดเข้าไปดู Hi5 ของพี่วินซึ่งถ่ายรูปคู่กับน้องม.5 โรงเรียนผม ซึ่งน้องคนนี้เป็นน้องรหัสของเพื่อนสนิทผม ก็ไล่ดูอัลบั้มรูปไปเรื่อยๆ ทั้งHi5 พี่วินและHi5 ของน้องคนนี้ ผมไล่สืบถามเอาจากคนรอบๆ ตัวผม และจากหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฎในโลกออนไลน์จนผมแน่ใจแล้วว่าเขาสองคนเป็นแฟนกัน เป็นมาก่อนที่พี่วินจะมาคบกับผมเสียอีก ผมงง และทำอะไรไม่ถูก สับสน เพราะในใจของผมมันกำลังถกเถียงกันอยู่ระหว่างความรัก และความถูกต้อง ในที่สุดความถูกต้องก็ชนะ ผมตัดสินใจบอกเลิกพี่วิน โดยการโทรศัพท์ไปหาพี่วินแล้วบอกว่าเราเป็นพี่น้องกันเถอะ ขณะที่บอกน้ำตาผมคลอเบ้า พี่วินเองก็ร้องไห้และบอกผมว่าเขาเองไม่สามารถเลือกได้เหมือนกัน จะให้ทิ้งผมก็ทำไม่ได้ จะให้เลิกกับน้องคนนั้นก็ทำไม่ได้ สุดท้ายผมก็แพ้ให้กับคำพูดของพี่วิน จนต้องยอมรับสภาพผัวน้อย คบกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ สับรางรถไฟกันไปมา (ผมอาจจะเลวในตอนนั้นนะครับเพราะรักแรกมันบังตา)
จนถึงเวลาประกาศผลการสอบตรง ปรากฎว่าผมสอบไม่ติดครับ ก็เลยต้องสอบแอดมิชชั่น ระหว่างนั้นผมกับพี่วินก็ได้คุยกันถึงเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย พี่วินเองก็บอกกับผมว่าเรียนคณะที่เรียนอยู่นี้ไม่ค่อยรู้เรื่อง ได้เกรดไม่ดี อยากจะซิ่วไปเรียนคณะใหม่ในสาขาเดิม โดยพี่วินกำลังลังเลว่าจะเรียนที่มหาวิทยาลัยสีพาสเทลหรือจะมหาวิทยาลัยสีร้อนแรงดี สุดท้ายผมก็เกลี้ยกล่อมให้เรียนที่เดียวกับผมเพราะผมค่อนข้างจะติดแฟน สรุปว่าเราสองคนสอบแอดมิชชั่นติดมหาวิทยาลัยเดียวกันครับ แต่คนละคณะ และก็ได้ในคณะที่อยากจะเข้าทั้งคู่ เรียกได้ว่าตอนนั้นผมแฮปปี้มากๆ เพราะนอกจากจะสอบติดตามที่ตั้งใจแล้ว ก็ยังได้แยกให้น้องม.5 คนนั้นกับพี่วินห่างจากกันได้อีกด้วย
เมื่อมาถึงเวลาที่จะต้องหาที่พัก ตอนนั้นมหาวิทยาลัยกำลังก่อสร้างหอนอกของมหาวิทยาลัยเอง แบบว่าด้านล่างเป็น Coomunity Mall ส่วนด้านบนเป็นหอพัก เราสองคนเลยตกลงจะพักที่หอนอกแห่งนี้ด้วยกันครับ และเมื่อใกล้เปิดเทอมเราสองคนก็ขนของจากบ้านที่ต่างจังหวัดเข้าไปอยู่หอนี้ ซึ่งขณะนั้นยังสร้างไม่เสร็จเรียบร้อยเลยครับ ยังคงมีการก่อสร้างอยู่ ทั้งฝุ่น ทั้งรถสิบล้อ ปั้นจั่นตอกเสาเข็ม แถมหอนี้ยังอยู่คนละฟากกับมหาวิทยาลัยและไกลจากอาคารเรียนพอให้เดินแล้วรักแร้ชุ่มได้เลยล่ะครับ แต่ในเมื่อเสียเงินจองไปแล้ว พวกเราก็จำต้องทนอยู่ไปก่อนครับ
ผมขอ pause เรื่องผมกับพี่วินไว้ก่อนนะครับ เนื่องจากในตอนปี1นั้นมีเรื่องราวหลายเรื่องเกิดขึ้นกับชีวิตผม มีการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างเกิดขึ้นมากมายครับ