เจอดีกับเสื้อสูตมือสอง

กระทู้คำถาม
คือเริ่มเลยนะค่ะ เมื่อประมานปี 2555 ทางวิทยาลัยของเราได้มีการจัดกิจกรรมงานราตรีขึ้น ซึ่งเป็นงานของทุกปี และนี่ก็เป็นอีกปีนึงที่เราต้องไปหาซื้อชุดราตรี ซึ่งเป็นอะไรที่ อืมนะ (ต้องเสียตังอีกแล้ว) เรากับแฟนก็ตัดสินใจไปหาซื้อชุดที่เฉลิมไทยชลบุรีคะ พอไปถึงเราก็ไปเดิน ๆ ดูเสื้อผ้าทั่วไปรวมถึงชุดราตรีให้เลือกเยอะมากเลยคะ เราอ่ะ ไม่เรื่องมากหรอก เดินแปบเดียวก็เลือกชุดราตรีมาได้ 1 ชุด เพื่อจะใส่ไปงานราตรี แต่แฟนเรานี่สิ เดินมาเจอร้านนึงคะ เข้าไปในร้านเค้าชอบชุดสูตชุดนั้นมาก ราคาก็ไม่แพง แค่ 650 บาท เค้าก็ลังเลจะเอาดีไม่เอาดี เพราะไซต์ตัวเค้าใส่แล้วมันเต่อ เพราะแฟนเราเป็นคนสูงคะ  เราก็หันไปถามแม่ค้าคะ "พี่คะ แบบนี้ แต่ไซต์ใหญ่กว่านี้มีมั้ยคะ " แม่ค้าบอกเราว่า " ไม่มีคะเหลือตัวเดียวแล้วแต่ที่น้องเค้าลองใส่ก็ดูดีอยู่นะ โอเคเลยพี่ว่า "
ไอ้เราก็คิด (แหมอยากขายก็พูดงี้ทุกคนแหละ..)  เราก็เลยหันไปบอกแฟนเราว่า "ไปหาดุร้านอื่นมั้ย มีอีกตั้งหลายร้าน"  เค้าก็ไปคะ ไปเดินรอบนึง ก็ไม่มีตัวไหนเลยที่ถูกใจ แล้วเราก็เดินวนกลับมาร้านเดิมคะ เค้าก็เดินเข้าไปดูสูตตัวนั้นอีกรอบ แล้วหันมาถามเราว่า "เอาตัวนี้ดีมั้ย" เราก็ไม่อยากขัดเพราะมันเดินมารอบนึงแล้ว เข้าหลายร้านก็ไม่ถูกใจเค้าสักร้าน (เราเดินเราก็เหนื่อย ร้อนด้วย) ก็เลยบอกเค้าไป  "แล้วแต่ ชุดไหนก็ได้ ใส่แค่ครั้งเดียวเอง" แม่ค้าก็ลุ้นมากเลยคะว่าเราจะซื้อตัวนี้มั้ย แม่ค้าบอกว่าถ้าเอาจะลดให้อีก 50 บาท เหลือ 600 ซื่งมันถูกกว่าร้านอื่น ตัวอื่นมาก เค้าก็เลยตัดสินใจเอาสูตตัวนั้นคะ ตอนเย็นเราก็ส่งร้านซักรีดตามปกติ
...หลังจากนั้นก็ยังไม่มีไรเกิดขึ้นนะคะ ไม่มีไรเลยยยย
แต่พอเสร็จสิ้นงานราตรีคะ แฟนเราเค้าไปกินเหล้าต่อกลับเพื่อน ไปในชุดสูตเลยคะ แต่ตอนลงไปกินเหล้าก็ไม่ได้ใส่สูตลงไป ถอดไว้ในรถ  ใส่แต่เสื้อเชิ้ต..
วันรุ่งขึ้น วันนั้นเป็นวันอาทิตย์วิทยาลัยหยุดคะ เราต่างคนต่างอยุ่บ้าน
พอมาวันจันทร์ เค้าบอกว่า "เค้านอนไม่หลับเลยเมื่อคืน ได้ยินเสียงคนหายใจอยู่ข้างหูตลอด เสียงเหมือน คนใส่เครื่องช่วยหายใจเลย " เราก็บอกเค้าผีอำป่าว พ่อกับแม่ก็ไม่อยู่บ้าน แล้วใคจะมาหายใจเสียงดัง  แล้วเค้าก็คุยกับเราถึงเรื่องชุดสูตคะ เค้าเล่าว่า " เมื่อวานเค้าซักสูตอ่ะ ชั้นในของเสื้อสูตอ่ะ มีรอยเลือดด้วย เต็มเลย"  เราก็ถามว่า " มีได้ไงอ่ะ ไปเลอะไรมา" เค้าก้บอกว่า " หึ.. ไม่ได้เลอะไร มีแต่เหล้าหกใส่แต่ไม่เยอะ แล้วก็ไม่ได้หกตรงข้างในด้วย เลอะแค่ปลายชายเสื้อเอง" เราถามว่า " ดุดียัง ใช่เลือดหรอ" เค้าบอก "ใช่ ยังไงก็ใช่ "  เราก็เริ่มกลัวๆขึ้นมาบ้างแล้วคะ เพราะเค้าเล่าทั้งเรื่องที่มีเสียงหายใจอีก ทำให้เราคิดไปแล้วเยอะแยะ ตอนเย็นเลิกเรียนเราก็เลยไปที่บ้านเค้าคะ ไปดูชุดสูตให้เห็นกับตาเลยว่ามันมีรอยเลือดจริงรึป่าว  แต่มันมีเรื่องที่น่าแปลกกว่านั้นคะ เราไปจับๆสูตดู ไม่มีรอยเลือดคะ แต่ในกระเป๋าข้างกลับมี หูกระต่ายที่ใช้กับชุดสูตแล้วก็หวี  หวีคะ!!  หวีที่ใช้หวีผมเนี้ยแหละ แต่มันเป็นแบบเก่าๆ เหมือนถูกใช้มาหลายรอบ เราก็ตกใจคะ ถามเค้า " อ้าว มีหูกระต่ายด้วยหรอ.. แล้วนี่หวีใครอ่ะ ทำไมตอนส่งซักเค้าไม่แขวนให้เราเห็นหูกระต่าย (เพราะตอนไปงานก็ต้องใช้นะแต่มันไม่มีมาก็เลยใส่ทับเสื้อเชิ้ตปกติ) เค้าก็ตกใจ "ห่ะ หูกระต่ายอะไร  แล้วหวีใครว่ะเนี้ย เมื่อเช้าซักก็ไม่มีไรอยู่ในกระเป๋านะ " เค้าก็บอกเนี้ยลองดูรอยเลือดสิ แต่พอเปิดออกมา มันไม่มีรอยแล้ว เค้าก็ตกใจหนักกว่าเราอีกคะ  หึ้ยย หายไปไหนแล้วว่ะ ก่อนไป วิทลัย ก็ยังมีอยู่เลย ไอ้เราก็ยิ่งกลัวไปใหญ่เลยคะ บอกเลยว่ามันโยงกันไปหมด เรายิ่งเป็นคนคิดมากอยู่  รีบโทหาแม่เลยคะ  แม่ก็เลยบอกให้เอาสูตมาให้ป้าดู เพราะป้าเค้าเป็นร่างทรงพอจะรู้อะไรบ้าง  พอไปถึงเราก็ส่งสูตให้ป้า   อือหือ... กินแรงจัง เราก็ถามว่ากลิ่นอะไร เค้าบอกกลิ่นเหม็นเน่าที่มากับเสื้อไง  ห่ะ.. กลิ่นหรอ เรา แฟนเรา แล้วก็แม่ไม่ได้กลิ่นอะไรเลยนะ ป้าก็พุดขึ้นมาว่า ลุงเค้าอยากได้สูตคืน เค้าโดนรถชน แล้วเค้าก็ใส่ชุดนี้ก่อนที่เค้าจะตาย ห๊าาา เรากับแฟนเรารีบหันมองหน้ากันเลยคะเพราะ หลายๆอย่างมันปะติดปะต่อกันแล้วมันทำให้เราคิดว่ามันน่าจะใช่  ป้ายังพุดต่ออีกว่า หวีเค้าก็คืนเค้าด้วยนะ เค้าหวีผมให้ศพตอนแต่งหน้าศพ เราเลยถามว่าจะทำยังไงต่อที่จะคืนชุดให้เค้า ป้าบอกว่าให้ไปเผาให้เค้าก่อน 6 โมงเย็นวันนี่ ที่โล่งๆ ไม่มีบ้านคน  เห้ย!! นี่มัน 5  จะครึ่งแล้ว เราก็เลยรีบเอาสูตนี่ไปขี่รถหาที่โล่งๆ เลย  แต่ที่โล่งๆหรอ มันน่ากัว วังเวงอะไรขนาดนี้  ที่โล่งๆที่ว่า ของเราคือ ป่ามันที่เค้าถอนมันออกแล้ว ไม่มีบ้านคนเลย มีแค่เรากับแฟนเรา ณ ตอนนั้นนะคะ ย้ำ..ว่าแค่ 2 คน พอแฟนเราเผาสูต หวี หูกระต่าย เค้าก็พุดว่า ลุงครับผมคืนชุดให้ลุงแล้วนะครับ
บรรยากาศตอนนั้นนะน่ากลัวที่สุดอ่ะ เราก็เลยบอกแฟนเราว่า "กลับกันเถอะ มืดแล้ว อากาศวังเวง" แฟนเรากลับบอกว่า "เดี๋ยว รอให้มันใหม้ให้หมดก่อน " เราก้เลย เงียบๆ เฉยๆ เพราะเรากลัว สักพักนึง  มีเสียงคนไอคะ ไอแบบกะแอมคะ  คือเรากลัวนะ แต่ยังไม่ทันได้พุดอะไร แฟนเรานี่วิ่งตีนแตกไปถึงรถแล้วคะ 5555 นึกแล้วก้ขำ เราก็วิ่งสิคะ รอไร แต่เราบอกเลยนะว่า เราอยุ่กันแค่ 2 คนจิงๆ ลองนึกที่โล่งๆ กำลังจะมืดสิคะ แล้วหลังจากนั้นก้ไม่เคยซื้อเสื้อ ผ้าที่เป็นมือสองอีกเลยคะ เข็ด เพื่อนๆ ที่จะเลือกซื้อเสื้อผ้าก็ดึดีๆนะคะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ประสบการณ์จริง ไม่ได้โกหกแต่อย่างใด ไม่เชื่ออย่าลบหลู่  แล้วก็โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ ขอบคุณคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่