หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
แสงแดดแห่งความจริง
กระทู้สนทนา
แต่งกลอน
ยืนอยู่ในที่ร่มที่แสนแคบ
หลบแสงแดดแสบร้อนแรงที่ข้องนอก
กับผู้คนแออัดยากหายใจออก
ดั่งเมฆหมอกสุมกองอยู่ที่เดียว
มองออกไปผ่านแสงแดดเจอที่กว้าง
ทั้งรกร้างไร้ผู้คนที่ฉุนเฉียว
ทั้งร่มรื่นดูเย็นชื่นเพียงนั้นเชียว
แต่หัวใจที่บิดเบี้ยวไม่กล้าไป
เขาบอกว่าที่ตรงนั้นมีอาถรรพ์
เขาบอกแดดที่ขวางกั้นร้อนไฉน
เขาบอกออกจากตรงนี้จะมอดไหม้
เขาบอกไม่อย่าไปเลยที่ตรงนั้น
เปรียบเงากว้างและแสงแดดที่ตรงหน้า
เป็นความจริงยิ่งกว่าของตัวฉัน
ความลำบากคือแดดร้อนที่กลัวกัน
ร่มเย็นนั้นคือฝั่งฝันของทุกคน
เพราะไม่เคยสัมผัสกับแดดร้อน
เพราะไม่เคยเปียกปอนกลางสายฝน
เพราะไม่เคยตกลงมาจากเบื้องบน
จึงไม่รู้แท้จริงตนโง่เพียงใด
เอาแต่หลบแดดลมฝนใต้เงาร่ม
เพียงกลัวร้อนหนาวแหลมคมเป็นไหนๆ
เอาแต่หลีกเลี่ยงความจริงในหัวใจ
เพียงกลัวใครต่อใครต่อว่าเอา
ทั้งๆที่ความเป็นจริงอยู่ตรงหน้า
ที่ผ่านมาหลอกตัวเองหลอกใครเขา
ทั้งที่รู้หนีไม่พ้นหรอกตัวเรา
ก็ใครเล่าจะหนีพ้นเงาตนเอง
ในที่สุดตัดสินใจก้าวเดินออก
จากเมฆหมอกที่ลวงหลอกที่ข่มเหง
ใครด่าว่าปล่อยผ่านไปดั่งเสียงเพลง
ที่บรรเลงผ่านมาก็ผ่านไป
จึงค้นพบความเร่าร้อนที่เผาแผด
ที่แสงแดดฉายลงมาอาบหัวไหล่
จึงค้นพบความสุขในหัวใจ
ที่หันหลังใส่ถ้อยคำข่มขู่เรา
แล้วจึงพบความจริงในอีกฟาก
ไม่อาถรรพ์ดังฝีปากของใครเขา
ทั้งยังพบเหล่าผู้คนเช่นตัวเรา
ที่ฝ่าฟันเอาชนะในความจริง
credit รูป :
http://mcot-web.mcot.net/lively/content.php?id=5146c77b150ba07a6f00031a
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
O คือ .. เจ้า .. O
0 สุดรอคอย .. ค่อยเห็นว่าเป็นเจ้า กี่ภพกาลผ่านเล่าที่เฝ้าหา เหมือนพิมพ์ภาคฝากมั่นลงสัญญา ให้ตรึงตราแต่ในน้ำใจเดียว 0 เกิดแต่เมื่อ .. ออดอ้อนเจ้าอ่อนน้อย ที่เฝ้าคอยโต้ตอบให้ลอบเหลียว สายใย-อย่างแฝงเร้น
สดายุ...
ระบำแดดหนาว เช้าตุลาคม
เสียงไก่ขันลอยละลิ่ว ผ่านผืนหมอกบางแห่งทุ่งนาหมอกย้อมขอบฟ้าให้เป็นสีเทาอ่อนดั่งผ้าฝ้ายชุบแสงเดือนลมปลายฝนพัดเอื่อย พาใบหญ้ารำระบำรับอรุณข้างคันนา เด็กน้อยในผ้าขาวม้าแดงวิ่งไล่เงาไผ่หัวเราะสะท้อนกลับสู
ท้าวขี้เมี่ยง ดังปึ่ง
สรุปการเดินทางวันที่ 2 ของทริปที่ 142
สรุปการเดินทางวันที่ 2 ของทริปที่ 142🚌 สวนปลื้มอุดม อ.เมือง ชุมพร⛺ ลานที่ 2 ของทริป🥰 เมื่อคืนที่บ้านแหลมเทียนน่าประทับใจมาก คืนเดือนมืด เห็นดวงดาวสวย เรือหาหมึกเปิดดวงไฟสีเขียวมากมายในทะเล คลื่นลมก็ค
สมาชิกหมายเลข 4116122
สรุปการเดินทางวันแรกของทริปที่ 142
สรุปการเดินทางวันแรกของทริปที่ 142🚌 บ้านแหลมเทียน หาดบางเบิด บางสะพานน้อย ประจวบ🥰 ลานแรกของทริป⛺ ตื่นตี 3 ครึ่ง กำลังนอนหลับสบายเลย ไม่ค่อยอยากจะลุกจากที่นอน อิอิ เมื่อคืนนอนดึกมากไปหน่อย แต่วันนี้ต้
สมาชิกหมายเลข 4116122
เดินทางเมื่อฟ้าสาง
ว่ากันว่าบรรยากาศยามเช้าเป็นอะไรที่สดชื่นมาก ได้เห็นหมอกสีขาวบาง ๆ แดดยามเช้าที่กำลังจะส่องแสงออกมาพร้อมกับอากาศที่เย็นสบาย ช่วงเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงของยามเช้านี้สามารถทำให้เรามีพลังที่พร้อมจะก้าวเดินต
สมาชิกหมายเลข 7918220
โดดเดี่ยวน่าเปลี่ยวใจ
ยามราตรี มีตา คณาแก้วนับพันแวว พร้อยพราย กระจายอยู่ทิวาแสง สว่าง พร่างตาดูก็ขาดคู่ " โดดเดี่ยวน่าเปลี่ยวใจ ""ฉนั้นความ สว่าง ยังว้างวับครั้นแดดดับ เสมือน เป็นเงื่อนไขแม้นราตรี มีตา กว่า
เฒ่ายาจก
…ตื่นเถิด เหล่าสหาย จะสายแล้ว …
ตื่นเถิด เหล่าสหาย จะสายแล้ว ประกายแก้ว โพ้นฟ้า เดี๋ยวมาโผล่ เหล่านกกา คารัง รั้งหัวโง ชวนผกโผ ขบขัน จำนรรจา เดือนเขาลับ ดาวก็กลับ คืนเวียงแก้ว เลิกได้แล้ว
ดุหยง
กลีบมาลีร่วงโรยโปรยพื้นหล้า (รีรัน)
ยามฝนรินดินอุ้มแสนชุ่มฉ่ำ ห้วงธารน้ำเอ่อท้นล้นฝั่งสอง พฤกษาดื่นชื่นหยาดสาดละออง ดั่งรักปองครองสมรื่นรมย์ใจ ครั้นเหมันต์ฝันหวานวิมานแก้ว น้ำค้างแวววาวรับอรุณใส หญ้ายอดอ่อนร่อนพริ้วปลิวลมไกว ปานท่องในส
nana นะคะ
ดูแลจนนิรันดร์
อาจไม่ใช่ คนที่ ดีที่สุด แค่มนุษย์ ทั่วไป หาได้เกร่อ แต่มงกฎ ดอกไม้ สวมให้เธอ แด่คนที่ รักเสมอ นัมเบอร์วัน เป็นร่มเงา ให้คลายร้อน พักผ่อนจิต ยามมืดมิด เป็นแสงท
สมาชิกหมายเลข 1261517
"มณีเมขลา - ขวานรามสูร"
เมขลาล่อแก้วแวววูบวาบ มณีแลบแปลบปลาบฉาบม่านหลัว แมกเมฆหมอกหลอกลุกขมุกขมัว ด้วยเกรงกลัวรามสูรตระกูลยักษ์ พยับเมฆเสกเค้าเงาหมอกหม่น เหล่าอัปสรซุกซนร่นตั้งหลัก เทพเทวาเหิรหาวราวหลบพักตร์ กริ่งเกรงศักดาเ
สมาชิกหมายเลข 1106957
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
แต่งกลอน
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
แสงแดดแห่งความจริง
ยืนอยู่ในที่ร่มที่แสนแคบ
หลบแสงแดดแสบร้อนแรงที่ข้องนอก
กับผู้คนแออัดยากหายใจออก
ดั่งเมฆหมอกสุมกองอยู่ที่เดียว
มองออกไปผ่านแสงแดดเจอที่กว้าง
ทั้งรกร้างไร้ผู้คนที่ฉุนเฉียว
ทั้งร่มรื่นดูเย็นชื่นเพียงนั้นเชียว
แต่หัวใจที่บิดเบี้ยวไม่กล้าไป
เขาบอกว่าที่ตรงนั้นมีอาถรรพ์
เขาบอกแดดที่ขวางกั้นร้อนไฉน
เขาบอกออกจากตรงนี้จะมอดไหม้
เขาบอกไม่อย่าไปเลยที่ตรงนั้น
เปรียบเงากว้างและแสงแดดที่ตรงหน้า
เป็นความจริงยิ่งกว่าของตัวฉัน
ความลำบากคือแดดร้อนที่กลัวกัน
ร่มเย็นนั้นคือฝั่งฝันของทุกคน
เพราะไม่เคยสัมผัสกับแดดร้อน
เพราะไม่เคยเปียกปอนกลางสายฝน
เพราะไม่เคยตกลงมาจากเบื้องบน
จึงไม่รู้แท้จริงตนโง่เพียงใด
เอาแต่หลบแดดลมฝนใต้เงาร่ม
เพียงกลัวร้อนหนาวแหลมคมเป็นไหนๆ
เอาแต่หลีกเลี่ยงความจริงในหัวใจ
เพียงกลัวใครต่อใครต่อว่าเอา
ทั้งๆที่ความเป็นจริงอยู่ตรงหน้า
ที่ผ่านมาหลอกตัวเองหลอกใครเขา
ทั้งที่รู้หนีไม่พ้นหรอกตัวเรา
ก็ใครเล่าจะหนีพ้นเงาตนเอง
ในที่สุดตัดสินใจก้าวเดินออก
จากเมฆหมอกที่ลวงหลอกที่ข่มเหง
ใครด่าว่าปล่อยผ่านไปดั่งเสียงเพลง
ที่บรรเลงผ่านมาก็ผ่านไป
จึงค้นพบความเร่าร้อนที่เผาแผด
ที่แสงแดดฉายลงมาอาบหัวไหล่
จึงค้นพบความสุขในหัวใจ
ที่หันหลังใส่ถ้อยคำข่มขู่เรา
แล้วจึงพบความจริงในอีกฟาก
ไม่อาถรรพ์ดังฝีปากของใครเขา
ทั้งยังพบเหล่าผู้คนเช่นตัวเรา
ที่ฝ่าฟันเอาชนะในความจริง
credit รูป : http://mcot-web.mcot.net/lively/content.php?id=5146c77b150ba07a6f00031a