ช่วงนี้ได้เห็นข้อความที่กล่าวเปรียบเทียบความรักกับรองเท้า ก็เลยทำให้ผมอยากเขียนมุมมองของความรักกับรองเท้าในทรรศนะของกระผมเองดูบ้าง
รองเท้า เป็นอุปกรณ์สวมใส่ชนิดหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องเท้าของเราไม่ให้กรวดหนามเศษเสี้ยนมาทำอันตรายต่อเท้าของเรา ป้องกันอันตรายอันเกิดจากการสัมผัสพื้นผิวต่างๆ แล้วมันเกี่ยวกับความรักอย่างไรล่ะ? มีข้อความหนึ่งที่แชร์กันมาได้กล่าวว่า”เวลาเราเดินทางไกล เราเลือกรองเท้าที่ใส่สบาย มากกว่า คู่ที่สวย เพราะความรักคือการเดินทางไกล”ซึ่งผมเองอ่านแล้วก็มีความเห็นว่า มันความหมายมากกว่านั้น เราอย่าลืมว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ ลักษณะของเส้นทางที่เราเลือกเดิน ทุกทางเดินย่อมมีอุปสรรค เช่นหากเราเลือกรองเท้าแตะเพราะว่ามันใส่สบาย แต่ถ้าเราใส่รองเท้าแตะไปเดินป่า ปีนภูเขา จะยังคิดว่ามันใส่สบายอยู่หรือเปล่า? บางคนอาจคิดว่า ฉันไม่คิดว่ามันเป็นปัญหา ฉันสามารถใส่รองเท้าคู่เดิมได้ถึงแม้อุปสรรคจะลำบากเพียงใด แต่สำหรับบางคน ก็เลือกที่จะเปลี่ยนรองเท้าไปใส่รองเท้าคู่อื่น บ้างก็ต้องสละรองเท้ามันไปเพราะรองเท้ากัด หรือไม่ก็ทิ้งรองเท้าแล้วยอมเดินเท้าเปล่าเลยก็มี ซึ่งก็ช่างคล้ายกับความรักเหลือเกิน ที่มีทั้งคู่ที่สามารถเดินทางไปถึงเป้าหมาย คู่ที่ต้องเลิกรากันไปด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ สุดแล้วแต่เหตุผลของคนคนนั้น
แม้กระทั่งการเลือกรองเท้าก็เช่นกัน ในการเลือกซื้อรองเท้าคู่หนึ่ง คุณอาจเลือกคู่ที่สวยถูกใจได้ภายในเวลาไม่กี่นาที แต่การที่จะรู้ว่ารองเท้าคู่นั้นใส่สบายหรือไม่ เหมาะกับการใช้งานของเราหรือไม่ คงต้องลองใส่เดินดูสักระยะหนึ่ง ธรรมดาของคนก็ย่อมเลือกดูรองเท้าคู่ที่ตัวเองสนใจก่อนคู่ที่ใส่สบายเสมอ เพราะคู่ที่สวยก็ไม่ได้แปลว่าใส่สบาย ส่วนคู่ที่สวมใส่สบายก็อาจจะไม่ได้สวยถูกใจ ก็เหมือนความรักนั่นแหละ คนเราจะเลือกศึกษาดูใจกับใครสักคนก็ย่อมเลือกคนที่ตัวเองสนใจก่อน ต่อให้อีกคนที่จะดีเลิศขนาดไหนก็ตาม ถ้าเขาไม่สนใจเขาก็ไม่เลือก เหมือนคำถามที่ว่า”คุณจะเลือกคนที่คุณรักหรือคนที่รักคุณ” ส่วนมากก็ต้องเลือกคนที่รักอยู่แล้วโดยธรรมชาติ และอีกปัจจัยในการเลือกซื้อรองเท้าที่ทุกคนให้ความสนใจก็คือ ราคา ผู้ที่มีกำลังซื้อมากก็ย่อมมีสิทธิ์เลือกได้มากกว่า คนที่มีกำลังซื้อน้อย ซึ่งมองแล้วก็เหมือนกับความรักอีกเช่นกันใช่ไหมล่ะ....
แล้วคุณล่ะ...เลือกรองเท้าคู่ที่ถูกใจได้หรือยัง?
ปล.แต่สุดท้ายก็มีความเห็นหนึ่งกล่าวว่า”ในการเดินทางไกล ขับรถยนต์ไปก็ย่อมไวกว่าเดินเท้า”555+
********เรื่องของความรักกับรองเท้า********
ช่วงนี้ได้เห็นข้อความที่กล่าวเปรียบเทียบความรักกับรองเท้า ก็เลยทำให้ผมอยากเขียนมุมมองของความรักกับรองเท้าในทรรศนะของกระผมเองดูบ้าง
รองเท้า เป็นอุปกรณ์สวมใส่ชนิดหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องเท้าของเราไม่ให้กรวดหนามเศษเสี้ยนมาทำอันตรายต่อเท้าของเรา ป้องกันอันตรายอันเกิดจากการสัมผัสพื้นผิวต่างๆ แล้วมันเกี่ยวกับความรักอย่างไรล่ะ? มีข้อความหนึ่งที่แชร์กันมาได้กล่าวว่า”เวลาเราเดินทางไกล เราเลือกรองเท้าที่ใส่สบาย มากกว่า คู่ที่สวย เพราะความรักคือการเดินทางไกล”ซึ่งผมเองอ่านแล้วก็มีความเห็นว่า มันความหมายมากกว่านั้น เราอย่าลืมว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ ลักษณะของเส้นทางที่เราเลือกเดิน ทุกทางเดินย่อมมีอุปสรรค เช่นหากเราเลือกรองเท้าแตะเพราะว่ามันใส่สบาย แต่ถ้าเราใส่รองเท้าแตะไปเดินป่า ปีนภูเขา จะยังคิดว่ามันใส่สบายอยู่หรือเปล่า? บางคนอาจคิดว่า ฉันไม่คิดว่ามันเป็นปัญหา ฉันสามารถใส่รองเท้าคู่เดิมได้ถึงแม้อุปสรรคจะลำบากเพียงใด แต่สำหรับบางคน ก็เลือกที่จะเปลี่ยนรองเท้าไปใส่รองเท้าคู่อื่น บ้างก็ต้องสละรองเท้ามันไปเพราะรองเท้ากัด หรือไม่ก็ทิ้งรองเท้าแล้วยอมเดินเท้าเปล่าเลยก็มี ซึ่งก็ช่างคล้ายกับความรักเหลือเกิน ที่มีทั้งคู่ที่สามารถเดินทางไปถึงเป้าหมาย คู่ที่ต้องเลิกรากันไปด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ สุดแล้วแต่เหตุผลของคนคนนั้น
แม้กระทั่งการเลือกรองเท้าก็เช่นกัน ในการเลือกซื้อรองเท้าคู่หนึ่ง คุณอาจเลือกคู่ที่สวยถูกใจได้ภายในเวลาไม่กี่นาที แต่การที่จะรู้ว่ารองเท้าคู่นั้นใส่สบายหรือไม่ เหมาะกับการใช้งานของเราหรือไม่ คงต้องลองใส่เดินดูสักระยะหนึ่ง ธรรมดาของคนก็ย่อมเลือกดูรองเท้าคู่ที่ตัวเองสนใจก่อนคู่ที่ใส่สบายเสมอ เพราะคู่ที่สวยก็ไม่ได้แปลว่าใส่สบาย ส่วนคู่ที่สวมใส่สบายก็อาจจะไม่ได้สวยถูกใจ ก็เหมือนความรักนั่นแหละ คนเราจะเลือกศึกษาดูใจกับใครสักคนก็ย่อมเลือกคนที่ตัวเองสนใจก่อน ต่อให้อีกคนที่จะดีเลิศขนาดไหนก็ตาม ถ้าเขาไม่สนใจเขาก็ไม่เลือก เหมือนคำถามที่ว่า”คุณจะเลือกคนที่คุณรักหรือคนที่รักคุณ” ส่วนมากก็ต้องเลือกคนที่รักอยู่แล้วโดยธรรมชาติ และอีกปัจจัยในการเลือกซื้อรองเท้าที่ทุกคนให้ความสนใจก็คือ ราคา ผู้ที่มีกำลังซื้อมากก็ย่อมมีสิทธิ์เลือกได้มากกว่า คนที่มีกำลังซื้อน้อย ซึ่งมองแล้วก็เหมือนกับความรักอีกเช่นกันใช่ไหมล่ะ....
แล้วคุณล่ะ...เลือกรองเท้าคู่ที่ถูกใจได้หรือยัง?
ปล.แต่สุดท้ายก็มีความเห็นหนึ่งกล่าวว่า”ในการเดินทางไกล ขับรถยนต์ไปก็ย่อมไวกว่าเดินเท้า”555+