รีวิวหนัง : Bakuman มิตรภาพ การต่อสู้ และ ชัยชนะ



ญี่ปุ่นเป็นเมืองหลวงของการ์ตูนในเอเชีย มังงะของประเทศนี้สร้างรายได้และมีอิทธิพลต่อประชาชนมหาศาล รวมถึงยังแผ่ขยายไปในหลายประเทศทั่วโลก ในไทยเองนั้นการ์ตูนญี่ปุ่นถือเป็นเพื่อนเล่นของเด็กไทยมายาวนานตั้งแต่แบเบาะจนย่างเข้าวัยรุ่น แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป หลายๆอย่างก็เปลี่ยนแปลง เรากำลังอยู่ในยุคที่สื่อสิ่งพิมพ์ค่อยๆตายลง หนังสือการ์ตูนก็เป็นหนึ่งในนั้น ช่วง2-3ปีมานี้จึงได้ยินข่าวการปิดตัวของสำนักพิมพ์และร้านหนังสือการ์ตูนหลายแห่งในบ้านเรา ทำเอาเหล่าคนรักการ์ตูนใจหายไปตามๆกัน

หากจะมีการ์ตูนสักเรื่องที่ถ่ายทอดให้เห็นเรื่องราววงการการ์ตูนญี่ปุ่นแบบเจาะลึกคงหนีไม่พ้น Bakuman หรือชื่อไทย วัยซนคนการ์ตูน การ์ตูนขายดีของ สึกุมิ โอบะ และ ทาเคชิ โอบาตะ สองผู้เขียนการ์ตูนในตำนานอย่าง DEATH NOTE ซึ่ง Bakuman ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์โชเนนจัมป์ ก่อนจะพิมพ์เป็นหนังสือออกมา20เล่ม ตีพิมพ์ไปถึง15ล้านเล่ม และได้ทำเป็นซีรี่ส์อนิเมะออกมา 3 ซีซั่นระหว่างปี 2010 ถึง 2013 จนล่าสุดกลายมาเป็นหนังใหญ่ที่กำกับโดย ฮิโตชิ โอเนะ เจ้าของผลงาน Be My Baby (Koi no uzu) หนังอินดี้กระแสดีที่ติด Top 10 ภาพยนตร์แห่งปี 2014 ของญี่ปุ่น

Bakuman เล่าถึง โมริทากะ มาชิโระ (ทาเครุ ซาโต) กับ อากิโตะ ทาคากิ (ริวโนะสุเกะ คามิกิ) สองนักเรียนมัธยมที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน จึงร่วมมือกันสร้างการ์ตูนของตัวเองเพื่อไปเสนอกับ โชเนนจัมป์ นิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ยอดนิยม หากการ์ตูนเรื่องไหนดังจริง ฮิตระเบิด จะได้รับการตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ชูเอชะในเครือเดียวกัน โดย โมริทากะ มีแรงบันดาลใจสำคัญคือ อาซึ่งเป็นนักเขียนการ์ตูนที่เสียชีวิตไปแล้ว และ มิโฮะ อาซึกิ (นานะ โคมัตสึ) เพื่อนนักเรียนสาวที่เขาแอบชอบ

บทหนังนำเสนอเบื้องหลังวงการมังงะของญี่ปุ่นออกมาได้สนุก มีมุมมองจากสองด้านหลักๆคือ ฝั่งนักเขียนการ์ตูน กับ ฝั่งกองบรรณาธิการ (คอการ์ตูนให้นึกภาพคนทวงต้นฉบับ) ที่เป็นตัวแทนของ โลกความฝัน และ โลกธุรกิจ ส่วนตัวไม่เคยอ่านฉบับหนังสือการ์ตูน รวมถึงดูอนิเมชั่นมาก่อน จึงไม่ขอนำมาเปรียบ สำหรับในความเป็นภาพยนตร์นั้น Bakuman ถือว่าทำได้ดีทีเดียว เมื่อเทียบกับหนังญี่ปุ่นที่สร้างมาจากการ์ตูนหลายเรื่อง ถ่ายทอดประเด็น มิตรภาพ การต่อสู้ และ ชัยชนะ ออกมาได้น่าประทับใจ

พล็อตเน้นเรื่องการมุ่งทำตามความฝันของตัวละคร พาร์ทดราม่าชีวิตนักเขียนการ์ตูนอาชีพเข้มข้นมาก(แม้จะมีมุขตลกแทรกเป็นระยะ)  ทำให้เรารู้ซึ้งเลยว่างานเขียนการ์ตูนเป็นงานหนัก กว่าจะได้หนังสือการ์ตูนให้เราอ่านสักเล่มมันเกือบจะแลกมากับชีวิตของนักเขียนเลยทีเดียว ใช้คำว่าเลือดตาแทบกระเด็นคงไม่เกินเลย ชอบเสียงปากกา-ดินสอที่ขูดกับกระดาษในฉากตัวละครเขียนการ์ตูน ฟังคล้ายซามูไรกำลังกวัดแกว่งดาบ การแข่งกันเขียนการ์ตูนในหนังจึงเหมือนกับการต่อสู้กันจริงๆ(ทั้งสู้กับตัวเองและคู่แข่ง) ทำให้มีความเป็น Live action แฟนตาซีผสมอยู่ด้วย

ทาเครุ ซาโต เข้าขากันกับ ริวโนะสุเกะ คามิกิ (สองคนนี้เคยประลองดาบกันใน Rurouni Kenshin) ตัวละครของ ทาเครุ จะออกเคร่งขรึมหน่อย ตรงข้ามกับตัวละครของ ริวโนะสุเกะ ที่ค่อนข้างจะสดใส ส่วนคนที่มาเพิ่มความดาร์คในหนังคือ โชตะ โซเมะตานิ นักแสดงหนุ่มจาก ปรสิต ซึ่งในเรื่องนี้เราจะได้เห็นเขาพลิกมารับคาแร็กเตอร์ที่เพี้ยนๆหน่อย ลิลลี่ แฟรงกี้ ดารามากฝีมือกับบทบก.ใหญ่ยังคงแสดงได้ยอดเยี่ยมตามมาตรฐาน อีกคนที่น่าสนใจคือ ยามาดะ ทาคายูกิ ที่เล่นเป็น ฮัตโตริ กองบรรณาธิการซึ่งดูแล โมริทากะ กับ อากิโตะ เขาเป็นตัวแทนที่ดีของฝั่งคนทำงานวงการการ์ตูนมังงะ

น่าเสียดายที่หนังเลือกตัดพาร์ทโรแมนติกของ มิโฮะ กับ โมริทากะ ออกจนเกือบหมด นานะ โคมัตสึ จึงแทบจะไม่มีบทบาทอะไรนัก จุดนี้ทำให้ภาพรวมหนังออกมาแข็งๆแมนๆเพราะไม่มีตัวละครผู้หญิงในเรื่องเลย ขณะเดียวกันประเด็นชีวิตวัยรุ่นที่หายไป การรับมือกับชื่อเสียงเงินทอง ของ2ตัวละครนำก็ถูกพูดถึงน้อยเกินไป พาร์ท Coming of age จึงเบาบางมาก

คนที่ชอบอ่านการ์ตูนน่าจะอินกับ Bakuman ได้มากกว่าคนที่ไม่อ่าน โดยเฉพาะเอนเครดิตซึ่งตั้งใจบูชาผลงานเหล่านักวาดการ์ตูนชั้นครูของ Shonen Jump ทั้งหลาย อาทิ Dragon Ball , One Piece , Slam Dunk , JoJo , Captain Tsubasa เป็นต้น หลายมุขคนทั่วไปอาจไม่เก็ท ทว่าเนื้อหาหลักของหนังที่เข้าถึงคนดูทุกกลุ่มก็คือการพยายามทำตามความฝันของตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจได้พอสมควร ดูจบแล้วหลายคนอาจคันไม้คันมือหยิบปากาดินสอขึ้นมา วาดภาพฝันที่เคยร่างทิ้งเอาไว้นานแล้วอีกครั้ง

คะแนน 7.5/10

โดย นกไซเบอร์

เครดิต https://www.facebook.com/cyberbirdmovie

ตัวอย่างหนัง http://movie.bugaboo.tv/watch/188048/?link=4
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่