จับตาพฤ.นี้: รมว.ยุติธรรม เชิญทุกฝ่ายฟังและสอบถามในการแถลงดีเอสไอ กรณีฟอกเงิน/รับของโจร + รถเบนซ์

กระทู้ข่าว
มี 2 แหล่งที่มาคือกรุงเทพธุรกิจ กับ สำนักข่าวไทย

http://www.bangkokbiznews.com/mobile/view/news/687309

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร หัวหน้าพนักงานสอบสวนเส้นทางการเงินจากการยักยอกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ไปให้กับวัดพระธรรมกาย พระธัมมชโย และเครือข่ายพระวัดธรรมกาย วงเงิน 2,000 ล้านบาท และพ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักเทคโนโลยีและสารสนเทศ หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีรถเบนซ์จดประกอบเลี่ยงภาษีของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ นำชาร์ตเส้นทางการเงิน พร้อมแผนผังอธิบายขั้นตอนการนำเข้าและจดประกอบรถผิดกฎหมาย รายงานให้พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รับทราบ ก่อนการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของดีเอสไอในวันที่ 18 ก.พ.นี้            

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงการแถลงความคืบหน้าคดีรถเบนซ์จดประกอบของสมเด็จพระมหามังคลาจารย์ หรือสมเด็จฯช่วง ว่า ในวันที่ 18 ก.พ.นี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ จะแถลงรายละเอียดทุกขั้นตอนว่ามีความเป็นมาอย่างไร จึงอยากเชิญให้ผู้สนใจในคดีดังกล่าวเข้าร่วมรับฟังเพราะการแถลงครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้สื่อข่าวให้ซักถามเท่านั้น หากใครมีข้อสงสัยในประเด็นใด ๆ ก็ขอมารับฟังและนำเอกสารมาโต้แย้งได้ โดยการแถลงถึงรายละเอียดทั้งหมดก็เพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับและไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง จึงอยากให้มาฟังเพื่อจะได้ยุติเรื่อง และไม่นำเรื่องดังกล่าวไปขยายผลปลุกม็อบแต่ถ้ายังจะมาก่อม็อบหรือนำม็อบมากดดันการทำงานของกระทรวงยุติธรรม ก็ขอบอกอีกครั้งว่า ตนไม่มีวันทำตามข้อเรียกร้องของม็อบแต่จะทำตามกฎหมายเท่านั้น

"ส่วนการเสนอชื่อแต่ตั้งสมเด็จพระสังฆราช ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอ เราจะทำตามกรอบกฎหมายและอำนาจหน้าที่เท่านั้น สำหรับผลการสอบสวนหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ร้องขอผลสอบก็จะไม่ส่งให้"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าว

ด้านพ.ต.อ.ไพสิฐ เปิดเผยความคืบหน้าคดีรับของโจรและฟอกเงินจากการยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นว่า คณะพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ มีมติว่า ในสัปดาห์หน้าจะทยอยแจ้งข้อกล่าวหาทุกกลุ่มที่รับเช็คโดยไม่ได้มีมูลหนี้ต่อกัน โดยจะมีทั้งข้อหาฟอกเงินและรับของโจร แล้วแต่กรณีไป ซึ่งการทำคดีดังกล่าวดีเอสไอไม่ได้มองเฉพาะตัวบุคคล หรือวัดพระธรรมกาย แต่จะตรวจสอบทุกกลุ่มไม่ว่าเงินนั้นจะได้มาจากการรับบริจาคหรือไม่ก็ตาม โดยดูจากจำนวนเช็คสั่งจ่ายจากสหกรณ์เครดิตยูเนียน 878 ฉบับ ส่วนใครจะโดนข้อหารับของโจรหรือฟอกเงินก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมต่างกรรมต่างวาระกันไป

คลิปข่าวจากสำนักข่าวไทย
http://www.tnamcot.com/content/405531

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่