เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง จากคุณครู...สู่แม่ค้า

กระทู้สนทนา
มานั่งนึกๆไปแล้ว เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง????
เมื่อก่อนเป็นคุณครู แต่งตัวสวยๆไปสอนนักเรียน
งานเอกสารๆๆๆ.  วันนี้...เป็นแม่ค้า.....ไปอ่านเรื่องราวของคนๆนึง เค้าถามว่า
เราควรเริ่มเป็นเจ้าของกิจการตอนอายุเท่าไหร่?????  
             สำหรับแนนแล้ว อายุไม่เกี่ยวค่ะ อยู่ที่เราพร้อมรึยัง คำว่าพร้อมไม่ได้หมายถึง มีเงินพร้อมลงทุนนะคะ. แต่หมายถึง คุณพร้อมจะเสี่ยงรึยัง!!!!!  ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง เคยได้ยินกันใช่มั้ยคะ???? ไม่ใช่เรื่องแปลกค่ะ ที่หลายๆคนคิดอยากเป็นเจ้านายตัวเอง
   แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้....จริงเนาะ^^. คนทำธุรกิจ ต้องกล้าเสี่ยง และพร้อมยอมรับกับการตัดสินใจ ถ้าคุณไม่กล้า!!!! คุณก็ทำไม่ได้!!!!  
     สำหรับแนนยึดหลักง่ายๆค่ะ ของเราต้องเด่น แตกต่าง มีเอกลักษณ์ และลงมือทำอย่างมุ่งมั่น. คนที่ล้ม..ไม่ได้แย่ แต่ถ้าคุณล้มแล้วคุณไม่ลุก...คุณแย่!!!!  ชีวิตคนเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบกันทุกคนนะคะ อย่ารอฟ้าฝน อย่ารอโชคชะตา เรากำหนดชีวิตเราได้ค่ะ
      หลายๆคนอยากทำธุรกิจ แต่มักจะจบลงด้วยคำว่า "ไม่มีทุน". คำนี้เมื่อก่อนแนนเคยพูดค่ะ แต่พอรู้ตัว แนนเลิกพูดนะคะ บางทีโอกาสมันก็เกิดจากการไขว่คว้า. เราไม่มีทุนเราก็หา หาจากการกู้ก็ได้ แต่ต้องมีวินัยในการส่งด้วยเช่นกัน.
      มองหาโอกาส แล้วเดินหน้า อดทนและขยัน เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดค่ะ.


        "จากคุณครู....สู่....แม่ค้า" ชีวิตคนเรามันมีสิ่งที่ทำให้เราต้องเรียนรู้อยู่ตลอดนะคะ
ใครจะเดินตามฝันของตัวเองยังไง มันขึ้นอยู่ที่เราจะเลือกค่ะ ตั้งแต่วัยเด็กใครถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร แนนก็จะตอบทันทีว่า"เป็นครู"ค่ะ เพราะเด็กบ้านนอกอย่างเราชีวิตผูกพันกับโรงเรียนมาก เห็นคุณครูเก่งๆเราก็อยากเป็นครูบ้าง ทุนเดิมเป็นคนชอบสอนค่ะ จะสอนน้องๆแถวบ้าน อาจจะโชคดีที่เป็นคนขยันหน่อย ไม่ใช่คนเรียนเก่งนะคะ แต่ขยัน  พอจะเข้ามหาวิทยาลัยก็เลือกครูทั้ง4อันดับเลยค่ะ จนได้เป็นครูสมใจ ในคณะศึกษาศาสตร์ มช.  เรียนจบ3ปีครึ่ง. ฝึกสอน และสอบสอนได้ที่ รร.สาธิตมาวิทยาลัยเชียงใหม่ สอนได้ประมาณ3ปีกว่าๆ ก็ถึงจุดอิ่มตัวค่ะ อยากจะทำอะไรที่มันเป็นแบรนด์ของเรา
       แนนกับแฟนเป็นคนชอบกิน ชอบเที่ยวหาของอร่อยๆ พอไปเจอไอติมกะทิสดทรงเครื่องก็น่าสนใจ เพราะมันอร่อยมาก มีเสน่ห์ มีท็อปปิ้งหลากหลายให้เราเลือก และส่วนตัวชอบทำอาหาร/ทำขนมอยู่แล้วค่ะ เค้าก็แนะนำให้เรียนทำไอติมเพิ่มเติม. อีกทั้งตระเวนชิมไอติมกะทิสดทั่วเชียงใหม่ ก็คิดว่าเราสู้เค้าได้สบาย รสชาติไม่เป็นรองใครแน่นอน ก้าวแรกจึงเริ่มต้นค่ะ
        ประสบการณ์ไม่มี ไม่เคยเป็นเจ้าของธุรกิจมาก่อน ไม่เคยลุยตลาดมาก่อน วันแรกนำไอติมใส่รถเก๋งไปตั้งขายกาดหลวง(ตลาดวโรรส เชียงใหม่) เดือนกรกฎาคม 2556 หน้าฝนพอดี งานเข้าค่ะ!!! ฝนก็ตก ร่มก็ไม่มี เรียกได้ว่าไม่มีความเป็นมืออาชีพเลย ขายได้ 40บาท!!!! พระเจ้า!!! มันไม่ใช่ละ คิดหนักสิคะ. ทำไมคนเดินเยอะมากแต่เค้าไม่ซื้อไอติมเรา ทั้งๆที่ไอติมมีท็อปปิ้งน่ากิน ทำไม!!!! เก็บของกลับบ้านไปนอนคิด แต่อย่าคิดนานค่ะ ลงทุนแล้ว เดินหน้าแล้ว เป็นไงเป็นกัน จากนั้นแนนตักไอติมใส่ถ้วยเล็กๆไปกับพี่สาว เดินตลาดแทบจะทุกตลาด แจกไอติมให้กินฟรีค่ะ เดินแจกๆ พร้อมแนะนำตัวเอง และตบท้ายว่าถ้าใครสนใจไอติมของเราติดต่อนำมาขายได้นะคะ มีอุปกรณ์ให้ยืมฟรีค่ะ ไม่น่าเชื่อค่ะ คนเชียงใหม่เค้าจะติดกับอะไรที่เคยทาน ถ้าวันนั้นไม่ตัดสินใจเอาไปเดินแจก จะไม่มีใครรู้จักเรานะคะ มันได้ผลดีมาก คนกินชอบมาก เริ่มเข้ามาสั่ง ไปถามร้านหมูกระทะ เค้าบอกเอามาลงดูก่อนถ้าลูกค้ากินหมดจะสั่ง จัดไปค่ะ!! ลงให้ร้านหมูกระทะ ลูกค้ากินเกลี้ยง!!!! สวรรค์มาละ  ตอนนั้นจำได้ว่าตื่นไปตลาดตีสาม ปั่นไอติมเสร็จเที่ยงคืนตีหนึ่ง สลบค่ะ เพราะเรามีเครื่องปั่นเล็กมาก แต่มีลูกค้าออเดอร์ 30กิโลต่อวัน ยอดขายเดือนแรกอยู่ที่ประมาณ 40,000++ จากวันแรก40บาท พระเจ้า!!!!!  มีโอกาสเกิดค่ะ และเห็นว่าน่าจะไปได้สวย จึงเริ่มลงทุนกู้เงินเพื่อซื้อเครื่องปั่นที่ใหญ่ขึ้น ทำเองค่ะ ทุกขั้นตอน หลายๆคนตอนนั้นถามว่าจะไหวเหรอ จากคุณครูมีแต่คนยกมือไหว้ แต่แนนคิดว่าอาชีพไหนก็มีความหมายค่ะ เดินหน้าสู้ต่อไป จนวันนี้ผ่านมา2ปีครึ่ง เริ่มเป็นที่รู้จักของคนเชียงใหม่มากขึ้น อาศัยขายไม่แพง รสชาติเข้มข้น รักษาคุณภาพให้ดีที่สุด และมีรูปแบบที่หลากหลาย ถ้าตั้งราคาสูงเกินเอากำไรมากๆ คนคิดเยอะ คิดนาน ดังนั้นขายง่ายขายเร็วดีกว่าค่ะ

แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่