เมื่อราวปลายปี 56 เราได้ตกลงใจจองบ้านสองชั้นเนื้อที่ 60 ตารางวา ไว้ในอำเภอที่ห่างจากตัวเมือง 65 กม. ราคาขายตกลงกันอยู่ที่ 3250000 บาท
แต่เราขอซื้อที่เพิ่ม 24 ตารางวา ซึ่งเค้ากันไว้เป็นที่กลับรถ ซึ่งอยู่ข้างที่ที่เราจะซื้อ เค้าคิดราคาให้คือเพิ่มเงิน 90000 บาท สรุปราคาที่ต้องจ่าย
3340000 บาท เราก็โอเคในราคา และมีพี่คนนึงที่รู้จักกับเราได้ซื้อไว้ก่อนหน้านั้น เค้าแนะนำให้ซื้อจะได้มาอยู่ใกล้ๆกัน เราดูแล้วโอเคถูกใจ จึงทำการจองไว้ และเราถามเจ้าของดครงการย้ำหลายครั้ง ว่ากู้ได้ 100 % หรือไม่ เพราะเราไม่อยากมีภาระเพิ่ม นอกจากเงินดาวน์ เราไม่อยากกู้หลายที่ เป็นหนี้หลายที่ เจ้าของโครงการรับปากและบอกว่าได้ 100% และเค้าบอกว่าเค้าสามารถ Contact กับ
ผจก.ธนาคารต่างๆได้ เราเลยเริ่มส่งเอกสารเพื่อยื่นกู้ ตอนนั้นบ้านวางฐาน หล่อเสาไว้แล้ว
ต่อมาเราทำการจัดการเอกสารเพื่อยื่นกู้ การกู้ กู้เป็นชื่อแฟน แฟนกับเราเป็นข้าราชการแต่มีธุรกิจส่วนตัว ที่ใช้ชื่อแฟนเพราะเงินเดือนแฟนเหลือมากกว่า พร้อมแนบธุรกิจส่วนตัวประกอบการยื่นกู้
ยื่นกู้ครั้งที่1 กับธนาคารกรุงไทย ผลไม่ผ่าน เพราะ ชื่อบช.ที่เงินธุรกิจเข้าเป็นชื่อแฟน แต่ในทะเบียนพานิชย์เป็นชื่อเรา เรากลับมาเปลี่ยนให้เงินเดินเข้าบช.เราใช้เวลา 8 เดือน และแฟนมีส่งงวดรถล่าช้าไป2ครั้ง
ยื่นกู้ครั้งที่ 2 กับธนาคารกสิกร เจ้าของโครงการให้เราเตรียมเอกสารแล้วให้ไปที่ธนาคารเลยเค้าบอกว่าคุยไว้แล้ว ผลปรากฏไปธนาคาร เจ้าหน้าที่ดูเอกสารบอกไม่ผ่าน ไม่รู้ว่าทำไม ไม่ได้ชี้แจง ก็งง นิดๆที่เจ้าของโครงการบอก คุยไว้แล้ว เค้าแค่บอกไม่ได้ กู้ไม่ได้ เงิบกลับมา
เดือนต่อมา ยื่นกู้ครั้งที่ 3 กับ ธอส เจ้าของโครงการโทรมานัดให้เตรียมเอกสาร บอกธอส.จะมาจัดบูธที่อำเภอ เข้าไปหาผจก.เลยเค้าจะช่วย เค้าจะดูแล ไปถึงเจอน้องพนักงาน ซึ่งไม่รู้เลยว่าจะมีลูกค้าคนนี้ มาหา ไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย เหมือนไม่ได้คุยก่อน เหมือนโกหกว่าคุยให้แล้ว
น้องให้เตรียมเอกสารเพิ่มเติมนิดหน่อย แล้วไปยื่นสำนักงานใหญ่
ต่อมาเราเตรียมเอกสารไปยื่นใหม่ครบทุกอย่าง ถึงเวลานี้สรุปกู้ผ่าน ได้ยอด 3000000 บาท กู้ได้แต่เครียด ต้องจ่ายสดค่าบ้านที่ไม่พออีก
ที่นี้ปัญหามันอยู่ตรงนี้ค่ะ
1. ครั้งแรกตกลง 3340000 บาท แต่ช่วงระยะ8เดือนที่รอเงินเดินบัญชี เพื่อกู้ใหม่นั้น แม่เจ้าของโครงการ เข้ามาดูแล และบอกว่า................
ตอนนี้ขายบ้านราคาเท่าเดิมไม่ได้แล้ว เพราะเจ้าของโครงการคือลูกเค้าบริหารและขายบ้านหลังก่อนขาดทุน เค้าจึงต้องเข้ามาดูแล ราคาวัสดุเพิ่ม ค่าช่างเพิ่ม เค้าขอเพิ่มราคาอีก 90000 บาท เป็น 3430000 บาท เงิบครั้งที่ 1
2.ราคาที่เราซื้อที่ดินเพิ่มตกลงกันครั้งแรก 90000 บาท เค้าบอกลูกเค้า ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการนั้น คิดผิด ที่ถูกคือเพิ่ม 180000 บาท เงิบครั้งที่ 2
3.สรุปราคาจาก 3340000 เป็นเบ็ดเสร็จ 3430000 บาท เงิบครั้งที่ 2
4.จากการคุยนั้น เถียงกันแล้ว ทะเลาะกันไปแล้ว แฟนเราก็ เอ้า หยวนๆไป โอเคก็ได้ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ถูกต้อง แฟนเลยถามว่าที่เพิ่มราคา ทางโครงการจะให้อะไรเพิ่มบ้างไหม เค้าบอกว่า
ติดเครื่องดูดควัน เตาแก็ส และบิวอินในครัวให้ (แต่ในแบบบ้านมันมีอยู่แล้ว)
เทปูนโรงรถให้ (แต่ในแบบบ้านมันมีอยู่แล้ว นี่เว้ย)
จะทำรั้วเพิ่มสูงจากรั้วปูน ต่อเหล็กดัดขึ้นมาให้ (อันนี้แฟนขอ)
ส่วนที่เราต้องทำเองคือ 1.ซื้อถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสเอง ซื้อปั๊มน้ำเอง เงิบอีก
2. แจ้งขอไฟ ขอประปาเอง เงิบอีก
จากนั้นช่วงระยะเวลาตั้งแต่ตกลงนั้น เราจ่ายเงินไล่ดาวน์ไม่ขาดไม่ต่ำกว่าเดือนละ 20000 บาท (เค้าบอกซื้อบ้านโครงการเค้าต้องดาวน์ 300000 บาท) เค้าก็ทำให้เราเรื่อยๆๆๆ จนเดือนพ.ย. เค้าหยุดทำไปไม่มีความคืบหน้าเลย เราก็หยุดจ่าย มารู้ทีหลังว่าเค้าไม่มีเงินหมุนซื้อของจ้างช่าง เค้าก็โทรมาขอเงินจากเราบอกว่าเราต้องช่วยเค้า คือมันใช่ไหม เรามีหน้าที่ช่วยเค้าแบบนี้เหรอ เราก็ไม่จ่ายบอกเค้าไม่มีตอนนั้นเราจ่ายไปแล้ว 115000 บาท พอวันที่ 4 ม.ค. ทราบว่าอนุมัติแล้วได้ 3000000 บาท เราก็ตกลงเรื่องส่วนที่ขาดหลังหักจากเงินดาวน์คือ 315000 ว่าจะจ่ายเค้ายังไง เราขอผ่อนเค้าไปเรื่อยๆ แต่รับปากจะหมดภายในปีนี้ ให้ทำเป้นสัญญาเงินกู้ได้ เราไม่จ่ายเงินก้อนเพราะ เค้าเป็นคนสัญญากับเราคุยแน่นหนักว่าเราจะไม่มีภาระ และกู้ได้100% เจ้าของโครงการยังบอกเราอีกบอก ให้เราไปกู้ญาติพี่น้อง หรือกู้ธนาคารอื่นมาจ่ายให้ครบ มันใช่มั้ย
ต่อมาสุดท้ายนี้เรื่องรั้ว แม่เจ้าของโครงการบอก ไม่ใช่ไม่ได้ตกลงว่าจะทำเพิ่มให้ คุยกับเจ้าของโครงการบอก ไม่ให้เราบอกแม่เค้า เดี๋ยวเค้าทำให้เองแต่ เค้าบอกจะทำให้หลังได้เงิน 3000000 บาทจากเรา เค้าบอกเค้ารูดบัตรหมดทุกใบไม่มีตัง เพื่อมาดูแลการสร้างบ้านให้เรา ช่างก็บ่นเรื่องเบิกเงิน มีอยู่หนนึงช่างทาสีขอเบิก 400 เพราะเค้าไม่มีตัง เค้าไปเบิกก็ไม่ให้เค้า แฟนเราเลยให้เค้าไปเฉยๆ เพราะสงสาร ช่างทำบ้าน มักทำทำหยุดๆ ช่างทุกคนมักจะพูดว่า ไม่มีของให้เค้าทำ สั่งของทีก็อาทิตย์นึงกว่าจะมา เหมือนเค้าหมุนเงินไม่ทันที่จะมาซื้อของ
สุดท้ายเรื่องบิวอินในห้องนอน ช่างไฟกับช่างรับเหมาบอกเราว่ามีบิวว ในแบบมี มีเหมือนที่ห้องครัวมี เราก็ถามถึงบิวอิน เค้าบอกไม่มี ช่างไฟก็บอกมีเพราะในแบบมี เจ้าของโครงการบอกไม่มีไม่ใช่ ตรงนั้นเป้นจุดวางเตียงนอนเฉยๆ เราพลาดที่ไม่ได้ดูแบบเพราะพี่ที่รู้จักเค้ามีบ้านเสร็จแล้ว เราเลยดูแบบจากบ้านเค้า จนขอช่างดูทีหลัง เจ้าของโครงการบอกไม่มี ถามใครก็ไม่มี มีสถาปนิก กับวิศวกรที่ไหน จะไฟท์ก็เอามา จะฟ้องถอดใบประกอบให้หมด เค้าว่าแบบนี้ เราเองไม่มีความรู้หรอก แต่ในแบบมันมีเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าไม่ทำให้
ตอนนี้บ้านเสร็จ 80% แล้ว ธอส.โทรมาหาเราว่าเรามีปัญหาอะไร ทำไมไม่เข้าไปทำสัญญาจะเกินเวลานะ เดี๋ยวต้องกู้ใหม่นะ เราก็บอกเราไม่มีปัญหา บ้านโครงการยังไม่เสร็จ จนท.ก็เลยบอกว่า อย่าให้เกินเวลาเราจะเสียสิทธิ์และเวลา
สรุป ขอถามว่า ถ้าเราไม่เอาบ้านหลังนี้แล้วเพราะมีปัญหาตลอดเวลามา จนเรารับไม่ไหวแล้ว และเราก้ยอมมาตลอด เราจะทำอะไรได้บ้างไหม
ขอขอบพระคุณทุกๆท่านมากๆค่ะ
ขอความช่วยเหลือค่ะ ซื้อบ้านเหมือนถูกหลอก
แต่เราขอซื้อที่เพิ่ม 24 ตารางวา ซึ่งเค้ากันไว้เป็นที่กลับรถ ซึ่งอยู่ข้างที่ที่เราจะซื้อ เค้าคิดราคาให้คือเพิ่มเงิน 90000 บาท สรุปราคาที่ต้องจ่าย
3340000 บาท เราก็โอเคในราคา และมีพี่คนนึงที่รู้จักกับเราได้ซื้อไว้ก่อนหน้านั้น เค้าแนะนำให้ซื้อจะได้มาอยู่ใกล้ๆกัน เราดูแล้วโอเคถูกใจ จึงทำการจองไว้ และเราถามเจ้าของดครงการย้ำหลายครั้ง ว่ากู้ได้ 100 % หรือไม่ เพราะเราไม่อยากมีภาระเพิ่ม นอกจากเงินดาวน์ เราไม่อยากกู้หลายที่ เป็นหนี้หลายที่ เจ้าของโครงการรับปากและบอกว่าได้ 100% และเค้าบอกว่าเค้าสามารถ Contact กับ
ผจก.ธนาคารต่างๆได้ เราเลยเริ่มส่งเอกสารเพื่อยื่นกู้ ตอนนั้นบ้านวางฐาน หล่อเสาไว้แล้ว
ต่อมาเราทำการจัดการเอกสารเพื่อยื่นกู้ การกู้ กู้เป็นชื่อแฟน แฟนกับเราเป็นข้าราชการแต่มีธุรกิจส่วนตัว ที่ใช้ชื่อแฟนเพราะเงินเดือนแฟนเหลือมากกว่า พร้อมแนบธุรกิจส่วนตัวประกอบการยื่นกู้
ยื่นกู้ครั้งที่1 กับธนาคารกรุงไทย ผลไม่ผ่าน เพราะ ชื่อบช.ที่เงินธุรกิจเข้าเป็นชื่อแฟน แต่ในทะเบียนพานิชย์เป็นชื่อเรา เรากลับมาเปลี่ยนให้เงินเดินเข้าบช.เราใช้เวลา 8 เดือน และแฟนมีส่งงวดรถล่าช้าไป2ครั้ง
ยื่นกู้ครั้งที่ 2 กับธนาคารกสิกร เจ้าของโครงการให้เราเตรียมเอกสารแล้วให้ไปที่ธนาคารเลยเค้าบอกว่าคุยไว้แล้ว ผลปรากฏไปธนาคาร เจ้าหน้าที่ดูเอกสารบอกไม่ผ่าน ไม่รู้ว่าทำไม ไม่ได้ชี้แจง ก็งง นิดๆที่เจ้าของโครงการบอก คุยไว้แล้ว เค้าแค่บอกไม่ได้ กู้ไม่ได้ เงิบกลับมา
เดือนต่อมา ยื่นกู้ครั้งที่ 3 กับ ธอส เจ้าของโครงการโทรมานัดให้เตรียมเอกสาร บอกธอส.จะมาจัดบูธที่อำเภอ เข้าไปหาผจก.เลยเค้าจะช่วย เค้าจะดูแล ไปถึงเจอน้องพนักงาน ซึ่งไม่รู้เลยว่าจะมีลูกค้าคนนี้ มาหา ไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย เหมือนไม่ได้คุยก่อน เหมือนโกหกว่าคุยให้แล้ว
น้องให้เตรียมเอกสารเพิ่มเติมนิดหน่อย แล้วไปยื่นสำนักงานใหญ่
ต่อมาเราเตรียมเอกสารไปยื่นใหม่ครบทุกอย่าง ถึงเวลานี้สรุปกู้ผ่าน ได้ยอด 3000000 บาท กู้ได้แต่เครียด ต้องจ่ายสดค่าบ้านที่ไม่พออีก
ที่นี้ปัญหามันอยู่ตรงนี้ค่ะ
1. ครั้งแรกตกลง 3340000 บาท แต่ช่วงระยะ8เดือนที่รอเงินเดินบัญชี เพื่อกู้ใหม่นั้น แม่เจ้าของโครงการ เข้ามาดูแล และบอกว่า................
ตอนนี้ขายบ้านราคาเท่าเดิมไม่ได้แล้ว เพราะเจ้าของโครงการคือลูกเค้าบริหารและขายบ้านหลังก่อนขาดทุน เค้าจึงต้องเข้ามาดูแล ราคาวัสดุเพิ่ม ค่าช่างเพิ่ม เค้าขอเพิ่มราคาอีก 90000 บาท เป็น 3430000 บาท เงิบครั้งที่ 1
2.ราคาที่เราซื้อที่ดินเพิ่มตกลงกันครั้งแรก 90000 บาท เค้าบอกลูกเค้า ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการนั้น คิดผิด ที่ถูกคือเพิ่ม 180000 บาท เงิบครั้งที่ 2
3.สรุปราคาจาก 3340000 เป็นเบ็ดเสร็จ 3430000 บาท เงิบครั้งที่ 2
4.จากการคุยนั้น เถียงกันแล้ว ทะเลาะกันไปแล้ว แฟนเราก็ เอ้า หยวนๆไป โอเคก็ได้ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ถูกต้อง แฟนเลยถามว่าที่เพิ่มราคา ทางโครงการจะให้อะไรเพิ่มบ้างไหม เค้าบอกว่า
ติดเครื่องดูดควัน เตาแก็ส และบิวอินในครัวให้ (แต่ในแบบบ้านมันมีอยู่แล้ว)
เทปูนโรงรถให้ (แต่ในแบบบ้านมันมีอยู่แล้ว นี่เว้ย)
จะทำรั้วเพิ่มสูงจากรั้วปูน ต่อเหล็กดัดขึ้นมาให้ (อันนี้แฟนขอ)
ส่วนที่เราต้องทำเองคือ 1.ซื้อถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสเอง ซื้อปั๊มน้ำเอง เงิบอีก
2. แจ้งขอไฟ ขอประปาเอง เงิบอีก
จากนั้นช่วงระยะเวลาตั้งแต่ตกลงนั้น เราจ่ายเงินไล่ดาวน์ไม่ขาดไม่ต่ำกว่าเดือนละ 20000 บาท (เค้าบอกซื้อบ้านโครงการเค้าต้องดาวน์ 300000 บาท) เค้าก็ทำให้เราเรื่อยๆๆๆ จนเดือนพ.ย. เค้าหยุดทำไปไม่มีความคืบหน้าเลย เราก็หยุดจ่าย มารู้ทีหลังว่าเค้าไม่มีเงินหมุนซื้อของจ้างช่าง เค้าก็โทรมาขอเงินจากเราบอกว่าเราต้องช่วยเค้า คือมันใช่ไหม เรามีหน้าที่ช่วยเค้าแบบนี้เหรอ เราก็ไม่จ่ายบอกเค้าไม่มีตอนนั้นเราจ่ายไปแล้ว 115000 บาท พอวันที่ 4 ม.ค. ทราบว่าอนุมัติแล้วได้ 3000000 บาท เราก็ตกลงเรื่องส่วนที่ขาดหลังหักจากเงินดาวน์คือ 315000 ว่าจะจ่ายเค้ายังไง เราขอผ่อนเค้าไปเรื่อยๆ แต่รับปากจะหมดภายในปีนี้ ให้ทำเป้นสัญญาเงินกู้ได้ เราไม่จ่ายเงินก้อนเพราะ เค้าเป็นคนสัญญากับเราคุยแน่นหนักว่าเราจะไม่มีภาระ และกู้ได้100% เจ้าของโครงการยังบอกเราอีกบอก ให้เราไปกู้ญาติพี่น้อง หรือกู้ธนาคารอื่นมาจ่ายให้ครบ มันใช่มั้ย
ต่อมาสุดท้ายนี้เรื่องรั้ว แม่เจ้าของโครงการบอก ไม่ใช่ไม่ได้ตกลงว่าจะทำเพิ่มให้ คุยกับเจ้าของโครงการบอก ไม่ให้เราบอกแม่เค้า เดี๋ยวเค้าทำให้เองแต่ เค้าบอกจะทำให้หลังได้เงิน 3000000 บาทจากเรา เค้าบอกเค้ารูดบัตรหมดทุกใบไม่มีตัง เพื่อมาดูแลการสร้างบ้านให้เรา ช่างก็บ่นเรื่องเบิกเงิน มีอยู่หนนึงช่างทาสีขอเบิก 400 เพราะเค้าไม่มีตัง เค้าไปเบิกก็ไม่ให้เค้า แฟนเราเลยให้เค้าไปเฉยๆ เพราะสงสาร ช่างทำบ้าน มักทำทำหยุดๆ ช่างทุกคนมักจะพูดว่า ไม่มีของให้เค้าทำ สั่งของทีก็อาทิตย์นึงกว่าจะมา เหมือนเค้าหมุนเงินไม่ทันที่จะมาซื้อของ
สุดท้ายเรื่องบิวอินในห้องนอน ช่างไฟกับช่างรับเหมาบอกเราว่ามีบิวว ในแบบมี มีเหมือนที่ห้องครัวมี เราก็ถามถึงบิวอิน เค้าบอกไม่มี ช่างไฟก็บอกมีเพราะในแบบมี เจ้าของโครงการบอกไม่มีไม่ใช่ ตรงนั้นเป้นจุดวางเตียงนอนเฉยๆ เราพลาดที่ไม่ได้ดูแบบเพราะพี่ที่รู้จักเค้ามีบ้านเสร็จแล้ว เราเลยดูแบบจากบ้านเค้า จนขอช่างดูทีหลัง เจ้าของโครงการบอกไม่มี ถามใครก็ไม่มี มีสถาปนิก กับวิศวกรที่ไหน จะไฟท์ก็เอามา จะฟ้องถอดใบประกอบให้หมด เค้าว่าแบบนี้ เราเองไม่มีความรู้หรอก แต่ในแบบมันมีเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าไม่ทำให้
ตอนนี้บ้านเสร็จ 80% แล้ว ธอส.โทรมาหาเราว่าเรามีปัญหาอะไร ทำไมไม่เข้าไปทำสัญญาจะเกินเวลานะ เดี๋ยวต้องกู้ใหม่นะ เราก็บอกเราไม่มีปัญหา บ้านโครงการยังไม่เสร็จ จนท.ก็เลยบอกว่า อย่าให้เกินเวลาเราจะเสียสิทธิ์และเวลา
สรุป ขอถามว่า ถ้าเราไม่เอาบ้านหลังนี้แล้วเพราะมีปัญหาตลอดเวลามา จนเรารับไม่ไหวแล้ว และเราก้ยอมมาตลอด เราจะทำอะไรได้บ้างไหม
ขอขอบพระคุณทุกๆท่านมากๆค่ะ