สวัสดีจ้า า าา
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่านี่เป็นการตั้งกระทู้ครั้งแรก ปกติจะเข้ามาอ่าน มาเผือกเงียบๆ สิงอยู่ในพันทิพแบบไม่แสดงตัว วันนี้มีโอกาสเลยมาบอกเล่าประสบการณ์ การไปเที่ยวเวียดนามใต้ --> ณ เมืองโฮจิมินห์ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกยันกลับ งานนี้ไม่เน้นที่เที่ยวเยอะ เน้นไปพักผ่อนเติมพลังกันหน่อยเป็นทริปชิวๆ ถ้าผิดพลาดตรงส่วนไหนก็ขออภัยด้วยนะจ๊ะ
ทริปนี้เกิดขึ้นได้เพราะเรากับแฟนอยากหาทริปไปเที่ยวช่วงปีใหม่ เลยช่วยๆกันเสิร์จหาข้อมูลจากใน Google และจากโซเชียลต่างๆ รวมถึงใน Pantip ก็เลยคิดว่าเอาละเราอยากไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านกัน โดยส่วนตัวแล้วเราอยากจะไปเวียดนาม เหตุผลก็เพราะตอนเด็กๆ เคยดูละครเรื่อง "ฮอยอันฉันรักเธอ" แล้วอยากจะไปตามรอยละครฮอยอันมากๆ (ละครเรื่องนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ทาง ฮอยอันคือเวียดนามตอนเหนือ) ช่วงที่กำลังหาข้อมูลอยู่นั้นสายการบินต่างๆ ก็จัดโปรโมชันกันแบบลดสนั่น เลยเข้าไปทำการหาตั๋วไปเวียดนามแบบถูกที่สุดในช่วงเดือนมกราคม หาไปหามาก็พบกับวันที่เหมาะราคาที่โดนกับสายการบิน....
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้นกแอร์
แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆ เส้นทางที่เราจะได้ไปนั้นไม่ใช่ฮอยอันนะสิ แต่เป็นนครโฮจิมินห์ เมืองที่อยู่ทางใต้ของเวียดนาม ตอนนั้นสองจิตสองใจว่าจะไปดีไหม การตัดสินใจครั้งนี้ก็หาอ่านๆ ๆๆ ๆ อ่าน อีกเช่นเคย "เขาบอกว่าเวียดนามใต้ก็ไม่เลวนะไม่แพ้เวียดนามเหนือทางฮานอย ซาปาเลย" ก็เลยเอาว่ะ จองๆ ไปลงโฮจิมินห์ เดี่ยวที่เหลือยังมีเวลาอีกประมาณสองเดือนก็วางแผนละกันว่าจะไปเที่ยวที่ไหนยังไงบ้าง
การจองตั๋วผ่านไปได้ด้วยดี ราคาไปกลับต่อคนก็ 2000 นิดๆ สำหรับเราก็ถือว่าโอเคนะ ได้โหลดกระเป๋าฟรีๆ ทั้งไปกลับ 30 กก. ด้วย

(เราไปถึงคืนวันเสาร์ กลับเช้าวันอังคาร)
เอาล่ะจองตั๋วเสร็จเรียบร้อย เอาไงต่อดีละ....
ก็ระหว่างรออีกเกือบสองเดือนก็หาข้อมูลรัวๆ ว่าเรานั่งเครื่องบินจากไทยไปลงที่โฮจิมินห์เนี่ยจะไปเที่ยวต่อที่ไหนได้บ้าง ข้อมูลจากพันทิปก็มีหลายๆกระทู้ เช่น จากเพจเก็บกระเป๋า (อันนี้ชอบมากเป็นการส่วนตัว) ลองไปหาอ่านกันดูนะ
หาไป หามา ก็เหมือนจะเริ่มรู้จักสถานที่เยอะขึ้น แต่ก็ไม่วายไปหาซื้หนังสือมาอ่านอีกเล่ม 5555

ดูเหมือนจะลงทุนนะ ตอนแรกก็คิดว่ามันเปลืองนะ หาอ่านเอาก็ได้ แต่เนื้อหาข้างในก็ค่อนข้างชัดเจน มีสรุปสถานที่ แผนการเที่ยว และข้อมูลจำเป็น ซึ่งถือว่าดีเลยทีเดียว (แถมแผนที่ตัวเมืองให้ด้วย นี่คือเหตุผลที่ตัดสินใจซื้อ)

นี่ก็เป็นแผนที่ที่มากับหนังสือ (เฉพาะเมืองโฮจิมินห์)
และหลังจากที่อ่าน อ่าน อ่าน แล้วก็อ่านมาเยอะก็ได้สรุปว่า หากเราไปถึงนครโฮจิมินห์แล้ว แผนที่คน(ส่วนใหญ่) มักจะไปเที่ยวกัน ก็คือ เช้าเดินทางไปยังนครโฮจิมินห์ เมื่อถึงก็จองทัวร์ไปยังดาลัต (ซึ่งรถนอนจะออกจากโฮจิมินห์ 23.00น.โดยประมาณ) ช่วงเช้าก็อาจจองทัวร์ยังอุโมงค์กูจี๋ แล้วก็รอๆขึ้นรถไปดาลัต เมื่อถึงดาลัตก็เที่ยวๆ เช่น น้ำตกดาลัต เครซี่เฮาส์ จากนั้นก็เดินทางไปยังมุ่ยเน่เพื่อชสทะเลทราย แฟรี่สตรีม จากนั้นก็เดินทางกลับโฮจิมินห์เป็นอันเสร็จ โหหหห แบบพอได้ข้อมูลมาโน่นก็อยากไปนี่ก็อยากไป ข้อมูลในหัวเพียบ แต่มานั่งคิดๆด้วยเวลาที่เรามี ไปถึงโฮจิมินห์คืนวันเสาร์อาจจะประมาณสามทุ่ม ต้องแลกเงิน ต้องนั่งรถจากสนามบินเพื่อไปจองทัวร์ไปดาลัด-มุ่ยเน่ เอ้ยยย จะทันไหม !!!! แล้ว แล้ว แล้ว ไปเที่ยวด้วยเวลาที่เหลืออยู่ อาทิตย์ จันทร์ ไปสองเมือง เดินทางแต่ละเมืองด้วยเวลาประมาณ 6 ชม. จะได้เที่ยวจริงๆ หรือเปล่า หรือจะได้นั่งอยู่บนรถเป็นส่วนใหญ่แล้วต้องรีบเที่ยว เพราะวันอังคารต้องขึ้นเครื่องเช้า อ๊าาาากกก กกก .... เอาไงดีละเนี่ย... ติ๊ก ต๊อก ...
เลยปรึกษากับแฟน ได้ข้อสรุปมาว่า เอางี้ เราไปครั้งนี้ไปเที่ยวกันสองคน ไปต่างประเทศครั้งแรกก็เที่ยวเฉพาะเมืองโฮจิมินห์นี่แหละ เที่ยวให้ทั่ว ไปแบบไม่รีบ นอนพักให้พอดีไหม ตื่นเช้าก็ไปแว้นซื้อของกัน..... อืมก็ดีนะ คิดแล้วจึงวางแผนใหม่......... งั้นตามไปเที่ยวตามแผนใหม่ของเรากันเลยนะ ^^
Part 1 --> เตรียมตัว และ ออกเดินทาง
การเตรียมตัว จัดกระเป๋าก็ เสื้อผ้า ของใช้ห้องน้ำ (แชมพู สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน) เอาไปเผื่อว่าฉุกเฉิน กล้องถ่ายรูปDSLR ไม้เซลฟี่ ยา(โรคประจำตัว แก้ไข้ แก้ปวด เผื่อเป็นอะไรอาจสื่อสารกับเค้าไม่รู้เรื่อง 55 ) สมุด ปากกา เครื่องคิดเลข(สำคัญมาก ใครไม่มีก็เอามือถือนี่แหละจ้า) ทั้งหมดก็ถูกจัดใส่กระเป๋าเราและแฟน อ่อเกือบลืมอีกอย่างที่สำคัญคือ "เงิน" เตรียมไปให้พอใช้ห้ามลืมเด็ดขาด !!!!
----- วันเสาร์ ที่ 23 มกราคม 2559 เครื่องบินออกเวลา 18.30น.
เราก็ออกเดินทางมายังสนามบินดอนเมืองนะ ออกจากบ้านก็ประมาณบ่ายสอง มาถึงดอนเมืองก็บ่ายสามนิดๆ (มาก่อนเวลาดีกว่าเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน) มาถึงก็เช็คอินกับเค้าเตอร์โหลดกระเป๋า
ก่อนเข้าเกตต์ก็ไปแลกเงินไทยเป็นดอลลา (เพราะเมื่อไปแลกเงินเป็นเงินเวียดนาม(เงินด่อง)จะได้ค่าเงินดีกว่าเอาเงินไทยไปแลก) จริงๆเมื่อมาถึงสนามบินเรทราคาที่ให้แลกจะเท่ากันหมดทุกธนาคาร เพราะฉะนั้นก็แลกที่ธนาคารไหนก็ได้ (ถ้าลืมแลกก่อนเข้าเกตต์ เข้าไปในเกตต์ก็ยังมีเค้าเตอร์ธนาคารบริการให้แลกนะจ๊ะไม่ต้องกังวล)
(เรท ณ ตอนนั้น 1 US = 36.64 บาท)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้*** แนะนำ ถ้ามีเวลาเตรียมตัวก็อาจไปแลกกับ super rich อาจได้ราคาดีกว่าแลกที่สนามบิน
อ่อ.. การไปเวียดนามเราควรมีเงินติดตัวทั้งสามสกุลก็ดีนะ ไทย ดอลลา และด่อง
เมื่อเสร็จสิ้นการแลกเงินเราก็ตัดสินใจเดินเข้าไปรออุ่นใจในเกตต์กันดีกว่า ด่านแรกที่เข้าไปเราก็จะเจอ ตม. ซึ่งตม.ไทยก็กันเองสบายๆ ไม่ต้องกังวล

ก่อนผ่านก็จะมีบัตรขาเข้าขาออกให้กรอก

กรอกเสร็จก็ยื่นให้เจ้าหน้าที่ เดินผ่านช่อง แตะนิ้วชี้ ยิ้มสวย แล้วก็เดินผ่านไป
ระหว่างรอเครื่องออก ตอนนี้หากใครอยากจะช็อปปิ้งชิมลางก็สามารถช็อปได้ที่ Duty free กันก่อน
รอ ร๊อออ รอ เวลา สักพักกัปตันก็นำเครื่องบินมาเข้ามาจอดรอเตรียมพร้อมบิน
สักพักแอร์สาวสวยก็เรียกเราขึ้นเครื่อง.... แล้วเราก็ออกเดินทางไปยังไซง่อน(โฮจิมินห์)กันแล้ววววว
--> Part 2 ค่ำคืนแรกที่โฮจิมินห์ ซินจ่าวไซง่อน

มาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิ้ต ความตื่นเต้นก็มาเยือนเพราะที่นี่มันไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของเราแล้ว ผู้คนก็แปลกไป ภาษาก็ใช้ต่างกัน ภาษาอังกฤษที่ได้ร่ำเรียนมา ที่อยู่ในหม้มาช้านนานก็จะได้ควักขึ้นมาใช้กันก็คราวนี้หละ
เมื่อมาถึงเราก้จะต้องผ่าน ตม.ของเวียดนาม ซึ่งเจ้าหน้าที่เขาจะแต่งตัวเหมือนกับทหารหน้าโหดๆ หน่อย 555 แต่เขาใจดีนะ

เค้าเตอร์ก็จะแบ่งเป็นหลายส่วน ชาวไทยของเราก้สามารถไปข้าที่ Asean หรือ All Passport

เข้าคิวรอๆ จนมาถึงคิวเราก็ส่งพาสปอร์ตให้พี่เจ้าหน้าที่ ยิ้มสวยๆหล่อๆ ไม่ต้องเกร็ง เดี่ยวเขาจะหาว่ามีพิรุธ 555

แล้วก็เดินผ่านมาอย่างสวยๆอีกเช่นเคย 55555
จากนั้นเราสองคนก็รีบเร่งฝีเท้าเพราะนี่ก็ปาไป 2 ทุ่มครึ่ง ก็กลัวว่าเค้าเตอร์แลกเงินจะปิด ไม่มีแท๊กซี่ ไม่มีรถไปยังโรงแรม ก็จั้มๆ ไปเอากระเป๋าขึ้นรถเข็น และก็ตรงดิ่งไปยังเค้าเตอร์แลกเงินเราก็จัดการแลกเงินดอลลาเป็นเงินด่อง แต่ก็ยังเหลือเก็บเงินดอลล่าไว้บางส่วน
(เรท ณ ตอนนั้น 1 US = 23,000 VND (ด่อง) )
//เทียบอัตราเงินบาทเป็นด่องจะได้ 1 บาท = 621 ด่อง โดยประมาณ//
และก่อนจะออกจากสนามบินแรไอเท็มที่สำคัญมากๆนั่นคือซิมโทรศัพท์เพื่อเอาไว้ติดต่อกันกับแฟนเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน(คิดไว้ก่อน) และไว้อัพเดทโซเชียล 555 จากที่อ่านมาก็มีค่ายที่โดนพูดถึงและแนะนำมากที่สุด นั่นก็คือ Viettel และ Mobifone
ซึ่งเราก็ไปสะดุดกับเคาเตอร์หนึ่งใกล้ๆกับที่แลกเงินซึ่งพนักงานก็บริการดีเป็นกันเอง

ตามรูปก็จะเป็นราคาซิมรวมแพ็คเกจแล้วที่นี่เค้าขายราคาเดียวกันทั้งสองค่าย Viettel และ Mobifone เหมือนเค้าเป็นตัวแทนจำหน่าย ก็เลยเลือก Viettel มาในราคา 290,000VND ประมาณ 466 บาทไทย (อู้หูกันเลยทีเดียว) ก็จัดไปคนละซิมกับแฟน
แพ็คเกจก็สามารถโทรกลับบ้านที่ไทยและในเวียดนามได้ 20 นาที เล่นเน็ตความเร็ว 15GB ไม่จำกัด (ซึ่งเน็ตบ้านเค้าความเร็ว เร็วจริงๆ เร็วไม่มีตก อัพรูป200 รูปใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที)
เมื่อเสร็จสิ้นเรื่องซิมแล้วก็ต้องมองหาแท็กซี่ ซึ่งหากอ่านมาจากหลายๆท่านที่เคยรีวิวรถบัสประจำทางที่จะพาเราไปสู่ใจกลางเมือง (รถสาย 152) ก้จะหมดไปตั้งแต่ช่วงเย็น ตอนนี้เราก็เลยต้องพึ่งพี่แท๊กซี่ ซึ่งพี่ๆแท๊กซี่ที่นี่ค่อนข้างจะขึ้นชื่อกันมาก จากที่อ่านมาอีกเช่นเคยก็โดนกันไปหลายคน เลยตัดสินใจถามร้านที่ซื้อซิมเค้าก็บอกกับเราว่าที่บริษัทเขาจะจัดหาแท๊กซี่ให้ไปส่งถึงที่ไม่ชาร์จราคา รถคันใหญ่ นั่งสบาย ไว้ใจได้ ก็เลยเอาแผนที่โรงแรมให้เค้าดู
จากสนามบินไปยังย่านฟามงูหลาวซึ่งเป้นจุดที่โรงแรมเราตั้งอยู่เขาคิด 10US ก็ประมาณ 365 บาท เรทนี้ถือว่าไม่แพงถ้าเทียบๆกับอีกหลายๆกระทู้ที่เขาเคยนั่งไป ก็เลยตกลงปลงใจไปกับเค้า ที่นี่เค้าจะมีบิลเซ็นกันเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อตกลงก็จะมีบริการเข็นรถ ยกกระเป๋าอำนวยความสะดวกด้วย

รูปอาจจะเบลอๆหน่อยนะ รีบมาก

เมืองเค้ามอเตอร์ไซค์เยอะจริงๆ ใครที่มาเป็นครั้งแรกเหมือนกับเรา รับรองว่าต้องตื่นตาตื่นใจทั้งปริมาณ ทั้งเสียงแตรบนถนน ฟินนนน --
**เดี๋ยวมาต่อนะจ๊ะ
เมื่อฉันไปแว้น.... ที่ "โฮจิมินห์"
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่านี่เป็นการตั้งกระทู้ครั้งแรก ปกติจะเข้ามาอ่าน มาเผือกเงียบๆ สิงอยู่ในพันทิพแบบไม่แสดงตัว วันนี้มีโอกาสเลยมาบอกเล่าประสบการณ์ การไปเที่ยวเวียดนามใต้ --> ณ เมืองโฮจิมินห์ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกยันกลับ งานนี้ไม่เน้นที่เที่ยวเยอะ เน้นไปพักผ่อนเติมพลังกันหน่อยเป็นทริปชิวๆ ถ้าผิดพลาดตรงส่วนไหนก็ขออภัยด้วยนะจ๊ะ
ทริปนี้เกิดขึ้นได้เพราะเรากับแฟนอยากหาทริปไปเที่ยวช่วงปีใหม่ เลยช่วยๆกันเสิร์จหาข้อมูลจากใน Google และจากโซเชียลต่างๆ รวมถึงใน Pantip ก็เลยคิดว่าเอาละเราอยากไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านกัน โดยส่วนตัวแล้วเราอยากจะไปเวียดนาม เหตุผลก็เพราะตอนเด็กๆ เคยดูละครเรื่อง "ฮอยอันฉันรักเธอ" แล้วอยากจะไปตามรอยละครฮอยอันมากๆ (ละครเรื่องนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ทาง ฮอยอันคือเวียดนามตอนเหนือ) ช่วงที่กำลังหาข้อมูลอยู่นั้นสายการบินต่างๆ ก็จัดโปรโมชันกันแบบลดสนั่น เลยเข้าไปทำการหาตั๋วไปเวียดนามแบบถูกที่สุดในช่วงเดือนมกราคม หาไปหามาก็พบกับวันที่เหมาะราคาที่โดนกับสายการบิน....
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆ เส้นทางที่เราจะได้ไปนั้นไม่ใช่ฮอยอันนะสิ แต่เป็นนครโฮจิมินห์ เมืองที่อยู่ทางใต้ของเวียดนาม ตอนนั้นสองจิตสองใจว่าจะไปดีไหม การตัดสินใจครั้งนี้ก็หาอ่านๆ ๆๆ ๆ อ่าน อีกเช่นเคย "เขาบอกว่าเวียดนามใต้ก็ไม่เลวนะไม่แพ้เวียดนามเหนือทางฮานอย ซาปาเลย" ก็เลยเอาว่ะ จองๆ ไปลงโฮจิมินห์ เดี่ยวที่เหลือยังมีเวลาอีกประมาณสองเดือนก็วางแผนละกันว่าจะไปเที่ยวที่ไหนยังไงบ้าง
การจองตั๋วผ่านไปได้ด้วยดี ราคาไปกลับต่อคนก็ 2000 นิดๆ สำหรับเราก็ถือว่าโอเคนะ ได้โหลดกระเป๋าฟรีๆ ทั้งไปกลับ 30 กก. ด้วย
(เราไปถึงคืนวันเสาร์ กลับเช้าวันอังคาร)
เอาล่ะจองตั๋วเสร็จเรียบร้อย เอาไงต่อดีละ....
ก็ระหว่างรออีกเกือบสองเดือนก็หาข้อมูลรัวๆ ว่าเรานั่งเครื่องบินจากไทยไปลงที่โฮจิมินห์เนี่ยจะไปเที่ยวต่อที่ไหนได้บ้าง ข้อมูลจากพันทิปก็มีหลายๆกระทู้ เช่น จากเพจเก็บกระเป๋า (อันนี้ชอบมากเป็นการส่วนตัว) ลองไปหาอ่านกันดูนะ
หาไป หามา ก็เหมือนจะเริ่มรู้จักสถานที่เยอะขึ้น แต่ก็ไม่วายไปหาซื้หนังสือมาอ่านอีกเล่ม 5555
ดูเหมือนจะลงทุนนะ ตอนแรกก็คิดว่ามันเปลืองนะ หาอ่านเอาก็ได้ แต่เนื้อหาข้างในก็ค่อนข้างชัดเจน มีสรุปสถานที่ แผนการเที่ยว และข้อมูลจำเป็น ซึ่งถือว่าดีเลยทีเดียว (แถมแผนที่ตัวเมืองให้ด้วย นี่คือเหตุผลที่ตัดสินใจซื้อ)
นี่ก็เป็นแผนที่ที่มากับหนังสือ (เฉพาะเมืองโฮจิมินห์)
และหลังจากที่อ่าน อ่าน อ่าน แล้วก็อ่านมาเยอะก็ได้สรุปว่า หากเราไปถึงนครโฮจิมินห์แล้ว แผนที่คน(ส่วนใหญ่) มักจะไปเที่ยวกัน ก็คือ เช้าเดินทางไปยังนครโฮจิมินห์ เมื่อถึงก็จองทัวร์ไปยังดาลัต (ซึ่งรถนอนจะออกจากโฮจิมินห์ 23.00น.โดยประมาณ) ช่วงเช้าก็อาจจองทัวร์ยังอุโมงค์กูจี๋ แล้วก็รอๆขึ้นรถไปดาลัต เมื่อถึงดาลัตก็เที่ยวๆ เช่น น้ำตกดาลัต เครซี่เฮาส์ จากนั้นก็เดินทางไปยังมุ่ยเน่เพื่อชสทะเลทราย แฟรี่สตรีม จากนั้นก็เดินทางกลับโฮจิมินห์เป็นอันเสร็จ โหหหห แบบพอได้ข้อมูลมาโน่นก็อยากไปนี่ก็อยากไป ข้อมูลในหัวเพียบ แต่มานั่งคิดๆด้วยเวลาที่เรามี ไปถึงโฮจิมินห์คืนวันเสาร์อาจจะประมาณสามทุ่ม ต้องแลกเงิน ต้องนั่งรถจากสนามบินเพื่อไปจองทัวร์ไปดาลัด-มุ่ยเน่ เอ้ยยย จะทันไหม !!!! แล้ว แล้ว แล้ว ไปเที่ยวด้วยเวลาที่เหลืออยู่ อาทิตย์ จันทร์ ไปสองเมือง เดินทางแต่ละเมืองด้วยเวลาประมาณ 6 ชม. จะได้เที่ยวจริงๆ หรือเปล่า หรือจะได้นั่งอยู่บนรถเป็นส่วนใหญ่แล้วต้องรีบเที่ยว เพราะวันอังคารต้องขึ้นเครื่องเช้า อ๊าาาากกก กกก .... เอาไงดีละเนี่ย... ติ๊ก ต๊อก ...
เลยปรึกษากับแฟน ได้ข้อสรุปมาว่า เอางี้ เราไปครั้งนี้ไปเที่ยวกันสองคน ไปต่างประเทศครั้งแรกก็เที่ยวเฉพาะเมืองโฮจิมินห์นี่แหละ เที่ยวให้ทั่ว ไปแบบไม่รีบ นอนพักให้พอดีไหม ตื่นเช้าก็ไปแว้นซื้อของกัน..... อืมก็ดีนะ คิดแล้วจึงวางแผนใหม่......... งั้นตามไปเที่ยวตามแผนใหม่ของเรากันเลยนะ ^^
Part 1 --> เตรียมตัว และ ออกเดินทาง
การเตรียมตัว จัดกระเป๋าก็ เสื้อผ้า ของใช้ห้องน้ำ (แชมพู สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน) เอาไปเผื่อว่าฉุกเฉิน กล้องถ่ายรูปDSLR ไม้เซลฟี่ ยา(โรคประจำตัว แก้ไข้ แก้ปวด เผื่อเป็นอะไรอาจสื่อสารกับเค้าไม่รู้เรื่อง 55 ) สมุด ปากกา เครื่องคิดเลข(สำคัญมาก ใครไม่มีก็เอามือถือนี่แหละจ้า) ทั้งหมดก็ถูกจัดใส่กระเป๋าเราและแฟน อ่อเกือบลืมอีกอย่างที่สำคัญคือ "เงิน" เตรียมไปให้พอใช้ห้ามลืมเด็ดขาด !!!!
----- วันเสาร์ ที่ 23 มกราคม 2559 เครื่องบินออกเวลา 18.30น.
เราก็ออกเดินทางมายังสนามบินดอนเมืองนะ ออกจากบ้านก็ประมาณบ่ายสอง มาถึงดอนเมืองก็บ่ายสามนิดๆ (มาก่อนเวลาดีกว่าเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน) มาถึงก็เช็คอินกับเค้าเตอร์โหลดกระเป๋า
ก่อนเข้าเกตต์ก็ไปแลกเงินไทยเป็นดอลลา (เพราะเมื่อไปแลกเงินเป็นเงินเวียดนาม(เงินด่อง)จะได้ค่าเงินดีกว่าเอาเงินไทยไปแลก) จริงๆเมื่อมาถึงสนามบินเรทราคาที่ให้แลกจะเท่ากันหมดทุกธนาคาร เพราะฉะนั้นก็แลกที่ธนาคารไหนก็ได้ (ถ้าลืมแลกก่อนเข้าเกตต์ เข้าไปในเกตต์ก็ยังมีเค้าเตอร์ธนาคารบริการให้แลกนะจ๊ะไม่ต้องกังวล)
(เรท ณ ตอนนั้น 1 US = 36.64 บาท)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
อ่อ.. การไปเวียดนามเราควรมีเงินติดตัวทั้งสามสกุลก็ดีนะ ไทย ดอลลา และด่อง
เมื่อเสร็จสิ้นการแลกเงินเราก็ตัดสินใจเดินเข้าไปรออุ่นใจในเกตต์กันดีกว่า ด่านแรกที่เข้าไปเราก็จะเจอ ตม. ซึ่งตม.ไทยก็กันเองสบายๆ ไม่ต้องกังวล
ก่อนผ่านก็จะมีบัตรขาเข้าขาออกให้กรอก
กรอกเสร็จก็ยื่นให้เจ้าหน้าที่ เดินผ่านช่อง แตะนิ้วชี้ ยิ้มสวย แล้วก็เดินผ่านไป
ระหว่างรอเครื่องออก ตอนนี้หากใครอยากจะช็อปปิ้งชิมลางก็สามารถช็อปได้ที่ Duty free กันก่อน
รอ ร๊อออ รอ เวลา สักพักกัปตันก็นำเครื่องบินมาเข้ามาจอดรอเตรียมพร้อมบิน
สักพักแอร์สาวสวยก็เรียกเราขึ้นเครื่อง.... แล้วเราก็ออกเดินทางไปยังไซง่อน(โฮจิมินห์)กันแล้ววววว
--> Part 2 ค่ำคืนแรกที่โฮจิมินห์ ซินจ่าวไซง่อน
มาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิ้ต ความตื่นเต้นก็มาเยือนเพราะที่นี่มันไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของเราแล้ว ผู้คนก็แปลกไป ภาษาก็ใช้ต่างกัน ภาษาอังกฤษที่ได้ร่ำเรียนมา ที่อยู่ในหม้มาช้านนานก็จะได้ควักขึ้นมาใช้กันก็คราวนี้หละ
เมื่อมาถึงเราก้จะต้องผ่าน ตม.ของเวียดนาม ซึ่งเจ้าหน้าที่เขาจะแต่งตัวเหมือนกับทหารหน้าโหดๆ หน่อย 555 แต่เขาใจดีนะ
เค้าเตอร์ก็จะแบ่งเป็นหลายส่วน ชาวไทยของเราก้สามารถไปข้าที่ Asean หรือ All Passport
เข้าคิวรอๆ จนมาถึงคิวเราก็ส่งพาสปอร์ตให้พี่เจ้าหน้าที่ ยิ้มสวยๆหล่อๆ ไม่ต้องเกร็ง เดี่ยวเขาจะหาว่ามีพิรุธ 555
แล้วก็เดินผ่านมาอย่างสวยๆอีกเช่นเคย 55555
จากนั้นเราสองคนก็รีบเร่งฝีเท้าเพราะนี่ก็ปาไป 2 ทุ่มครึ่ง ก็กลัวว่าเค้าเตอร์แลกเงินจะปิด ไม่มีแท๊กซี่ ไม่มีรถไปยังโรงแรม ก็จั้มๆ ไปเอากระเป๋าขึ้นรถเข็น และก็ตรงดิ่งไปยังเค้าเตอร์แลกเงินเราก็จัดการแลกเงินดอลลาเป็นเงินด่อง แต่ก็ยังเหลือเก็บเงินดอลล่าไว้บางส่วน
(เรท ณ ตอนนั้น 1 US = 23,000 VND (ด่อง) )
//เทียบอัตราเงินบาทเป็นด่องจะได้ 1 บาท = 621 ด่อง โดยประมาณ//
และก่อนจะออกจากสนามบินแรไอเท็มที่สำคัญมากๆนั่นคือซิมโทรศัพท์เพื่อเอาไว้ติดต่อกันกับแฟนเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน(คิดไว้ก่อน) และไว้อัพเดทโซเชียล 555 จากที่อ่านมาก็มีค่ายที่โดนพูดถึงและแนะนำมากที่สุด นั่นก็คือ Viettel และ Mobifone
ซึ่งเราก็ไปสะดุดกับเคาเตอร์หนึ่งใกล้ๆกับที่แลกเงินซึ่งพนักงานก็บริการดีเป็นกันเอง
ตามรูปก็จะเป็นราคาซิมรวมแพ็คเกจแล้วที่นี่เค้าขายราคาเดียวกันทั้งสองค่าย Viettel และ Mobifone เหมือนเค้าเป็นตัวแทนจำหน่าย ก็เลยเลือก Viettel มาในราคา 290,000VND ประมาณ 466 บาทไทย (อู้หูกันเลยทีเดียว) ก็จัดไปคนละซิมกับแฟน
แพ็คเกจก็สามารถโทรกลับบ้านที่ไทยและในเวียดนามได้ 20 นาที เล่นเน็ตความเร็ว 15GB ไม่จำกัด (ซึ่งเน็ตบ้านเค้าความเร็ว เร็วจริงๆ เร็วไม่มีตก อัพรูป200 รูปใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที)
เมื่อเสร็จสิ้นเรื่องซิมแล้วก็ต้องมองหาแท็กซี่ ซึ่งหากอ่านมาจากหลายๆท่านที่เคยรีวิวรถบัสประจำทางที่จะพาเราไปสู่ใจกลางเมือง (รถสาย 152) ก้จะหมดไปตั้งแต่ช่วงเย็น ตอนนี้เราก็เลยต้องพึ่งพี่แท๊กซี่ ซึ่งพี่ๆแท๊กซี่ที่นี่ค่อนข้างจะขึ้นชื่อกันมาก จากที่อ่านมาอีกเช่นเคยก็โดนกันไปหลายคน เลยตัดสินใจถามร้านที่ซื้อซิมเค้าก็บอกกับเราว่าที่บริษัทเขาจะจัดหาแท๊กซี่ให้ไปส่งถึงที่ไม่ชาร์จราคา รถคันใหญ่ นั่งสบาย ไว้ใจได้ ก็เลยเอาแผนที่โรงแรมให้เค้าดู
จากสนามบินไปยังย่านฟามงูหลาวซึ่งเป้นจุดที่โรงแรมเราตั้งอยู่เขาคิด 10US ก็ประมาณ 365 บาท เรทนี้ถือว่าไม่แพงถ้าเทียบๆกับอีกหลายๆกระทู้ที่เขาเคยนั่งไป ก็เลยตกลงปลงใจไปกับเค้า ที่นี่เค้าจะมีบิลเซ็นกันเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อตกลงก็จะมีบริการเข็นรถ ยกกระเป๋าอำนวยความสะดวกด้วย
รูปอาจจะเบลอๆหน่อยนะ รีบมาก
เมืองเค้ามอเตอร์ไซค์เยอะจริงๆ ใครที่มาเป็นครั้งแรกเหมือนกับเรา รับรองว่าต้องตื่นตาตื่นใจทั้งปริมาณ ทั้งเสียงแตรบนถนน ฟินนนน --
**เดี๋ยวมาต่อนะจ๊ะ