เจ้าของบริษัทเป็นเองแล้วบจ.จะรอดไหม??

ก่อนอื่น ขอออกตัวก่อน ว่าเราแค่มาระบาย และอยากได้ความคิดเห็นของพี่ๆในนี้ด้วย ย้ำ แค่ระบายเท่านั้นและขอความคิดเห็นว่าเราอาจคิดอะไรผิดหรือเปล่า

เริ่มเรื่องเลย เราเข้ามาสมัครงานตำแหน่งพนง.ขาย ที่บจ.นี้ เพราะเห็นว่าเป็นโฮมออฟฟิศเล็กที่มีพนง.ไม่กี่คน(เราไม่จบป.ตรีเลยใช้วุฒิม.ปลาย) ตอนเข้ามาแรกๆทุกอย่างดูดีสวยหรู ทุกคนพูดจาดี รวมถึงเจ้าของบจ.(เป็นผช.และผญ. ผัวเมียกัน) ทำงานมาได้ 2 เดือนเรามีลค.รายใหญ่มาอยู่แล้วเป้าเลยทะลุ เจ้าของดูอารมณ์ดีและพูดจาดี ว่าจะให้นู่นี่นั่น(แค่คำพูดสวยหรู) เราก็ตั้งใจทำงาน แต่ที่น่าแปลกตอนที่เราเข้ามาทำงาน ช่วงที่เรามาอยู่ได้ 3 เดือน มีพนง.ออก ย้ำว่าออก 4 คน และไม่มีคนเข้ามาสมัคร เราก็รู้สึกแปลกนะ แต่ก็ยังคงทำงานต่อไปและทำหน้าที่ของตัวเอง แต่มีพนง.คนนึงออกไปแบบจบไม่สวย ประกาศด่าเจ้าของบจ.ก่อนออก ช่วงนั่นเรารู้ว่าพนง.คนนั้นออกไปเพราะอะไร และเจ้าของก็ได้เพ่งเล็งมาที่เราว่ามีส่วนเกี่ยวกับการออกงานของพนง.คนนี้ใช่หรือไม่และหลังจากนั้นก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า คนทั้งบจ.(5 คน รวมเจ้าของ) พูดจากับเราเหมือนเราเป็นสาเหตุให้พนง.คนนั้นออก และหลังจากนั้นก็มีรับพนง.เข้ามาใหม่ พนง.ใหม่เคยทำงานที่อื่นมาก่อนเลยพอเข้าใจกับบจ.นี้ว่าเป็นแบบไหน  ที่นี้ขอเข้าประเด็นสำคัญเลย (ขอโทษที่เกริ่นยาว)  เป็นข้อๆเลยนะ  
1. สวัสดิการที่เขียนก่อนรับเข้ามา กับ รับเข้ามาแล้วต่างกัน หน้าเว็บและคู่มือบจ.เบื้องต้น
1.1 ประกันสังคม = เจ้านายบอกว่า ทำประกันชีวิตดีกว่า (ไม่ได้จะทำให้แค่แนะนำ)ไปเสียเงินกับประกันสังคมทำไม ไม่ทำให้ตั้งแต่พนง.เข้ามาทำงาน
1.2 เงินโบนัสตามผลประกอบการ = อันนี้ไม่แน่ใจว่าใช้อะไรตัดสิน แต่เราก็ทำเงินเข้าบจ.ไม่น้อยเพียงแค่เวลาครึ่งปี แต่วันสิ้นปี ไม่มีใส่ซองให้สักบาท (อ่อ เจ้าของเพิ่งมาแจ้งทีหลัง ช่วงต้นปีว่าตำแหน่ง พนง.ขาย ไม่ได้โบนัส เพราะ ค่าคอมและอินเทนซีฟสูงแล้ว ถ้าผลประกอการดีจะพาเที่ยว ตปท.แค่นั้น (ซึ่งแปลว่าถ้าเราทำยอดให้บจ.หลายล้านก็คือไม่ได้ใช่ไหม)
1.3 ข้าวกลางวันฟรี = ในหน้าเว็บเขียนไว้ว่ามีข้าวกลางวันฟรี ไม่ได้มีวงเล็บว่าเฉพาะตำแหน่ง แต่เข้าทำงานจริง ตำแหน่งพนง.ขายไม่ได้นะ เจ้าของให้เหตุผลว่า มีให้แต่พนง.ออฟฟิศ และทุกวันนี้ยกเลิกข้าวกลางวันไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ช่วยเงินพนง.ทุกตำแหน่ง ยกเว้น พนง.ขาย
2. เรามีลค.รายใหญ่ติดตัวมาและได้ขายงานให้ลค.เจ้านี้ แต่ด้วยความที่ว่างานขายของเราต้องคอยตามงานของลค.เจ้าอื่นด้วย จนบกพร่องตามงานให้เจ้านี้ (ตรงนี้โทษตัวเองส่วนนึง) เลยทำให้เจ้าของ อยากได้ลค.เรา โดยการไปเสนอหน้ากับลค.เรา แทนที่จะเป็นพนง.ขายที่ดูแลลค. แล้วเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ว่าเราไม่ตามงานไม่สนใจลค. ลค.ขอเปลี่ยนคนดูแลงาน ความคิดของเจ้าของคือต้องการจะเอาลค.รายนี้อยู่แล้ว เพราะรายได้จากลค.รายนี้ 2 ใน 3 ของรายได้ต่อปี  และเหตุผลจริงๆที่ทางเราขาดตกบกพร่องไปคือ  เจ้าของไปได้งานใหญ่อีกงานมา ซึ่งเจ้าของมีอำนาจอยู่แล้วว่าจะเอางานไหนเข้าก่อนหรืออกก่อนงานเราดิวงานมาก่อน เจ้าของก็แทรกคิวงานเรา จนเราต้องรับหน้ากับลค.ไม่ว่ากี่รอบถึงกี่รอบ แล้วพองานเจ้าของเสร็จ งานเราเสร็จไม่ทันกำหนด ลค.ไม่ได้รู้เรื่องภายในองค์กร เราก็ไม่กล้าพูดอะไรได้แต่เอาหน้ารับกับลค.จนหน้าชา และพองานเดทไลน์ เรากลับกลายเป็นคนผิด เจ้าของไปพูดกับลค.ประมาณว่า เราได้งานใหญ่มาช่วงนั้นและคงโทษว่าเราเอางานนี้แทรกงานลค. เจ้าของได้หน้าไป ถามว่าทำไมเรารู้ เราโทรไปคุยกับลค.มา แต่ไม่ได้เชิงถามหมด แต่คำตอบลค. ที่ตอบเรากลับมา คือ ทำไมเราไปรับงานใหญ่มาแล้วแทรกงานเขา ซึ่งเรางงมาก ว่าช่วงเดือนนั้นเราไม่มีงานใหญ่ จะมีก็มีแต่ของเจ้าของนั่นแหล่ะ  เป็นอันว่าลค.เจ้านี้คงหลุดไปกับเจ้าของบจ.นี้  ซึ่งเราได้แต่อภัยและอโหสิ โดยไม่ต่อปากต่อคำ
3.เวลาประชุม ที่เราคิดคือ มารายงานปัญหาความคืบหน้าเกี่ยวกับงาน แผนการดำเนินบจ. แต่ที่นี่ไม่ใช่ ประชุมคือการนำข้อผิดพลาดและการจับผิดในการทำงานมาด่ากัน ไม่มีแผนนโยบายใหม่ๆ ไม่มีการขับเคลื่อนบจ. มีแต่ด่าความผิดเล็กไปยันใหญ่ แต่คนที่ด่า (เจ้าของและหัวหน้า)ผิด ไม่นำออกมาพูดแต่พยายามหาโทษคนอื่นไปเรื่อย ทั้งที่ตัวเองผิด เราไม่รู้ว่าองค์กรอื่นเป็นแบบนี้ไหม

ต่อให้เราทำถูกก็เป็นผิด ตอนนี้เราได้แค่อดทนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด กำลังใจบางทีก็มาจากลค.บางรายที่ชื่นชมว่าทำงานเก่ง หรือ เขาทาบทามให้ไปทำงานบจ.เขา แต่เรายังไม่พร้อม ทำให้มีกำลังใจและอยากทำงานต่อไป

และสุดท้ายถ้าใครมีข้อคิดหรือข้อเสนอแนะที่ดี ช่วยสอนหรือเม้นบอกเราได้  เพราะบางทีเราอาจจะคิดอะไรเด็กๆก็เป็นได้

ขอบคุณพื้นที่ตรงนี้ที่ให้ระบายความในใจ แท๊กผิดห้องต้องขออภัยด้วย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่