ก็แค่อยากแชร์ประสบการณ์ความรักตลอดชีวิต 31 ปีที่ผ่านมาให้ฟังกันครับ

ผมจะเริ่มยังไงดีให้มันไม่น่าเบื่อ เพราะผมไม่ใช่เซเล็บ ไม่รู้จะมีใครอ่านแล้วเชื่อตามไหม เอาเป็นว่าอย่างงี้ก็แล้วกันครับ จขกท. เป็นชายหนุ่มอายุ 31 ปี รูปร่างใหญ่โต หน้าตาไม่หล่อ แต่มีแฟนที่น่ารักและรักมากอยู่คนนึง คบกันมาได้สองปีแล้ว อย่าเพิ่งอิจฉา เพราะจะบอกว่ากว่าจะได้พบและรู้จักกับแฟนคนนี้ ก็ผ่านความผิดหวังมาตลอดชีวิตครับ เห็นหลายคนบ่นว่าโสด เหงา แล้วก็ขำ ถามว่าโสดมานานเท่าไหร่แล้ว ตอบ สามเดือนค่ะ ปุ๊ดโธ่! กระจอกแสด กุโสดมาเกือบสามสิบปีแน่ะครับ อย่ามาเทียบรุ่น อย่ามาทำเป็นรู้จักความเหงา


จขกท. เคยเป็นคนที่รักเดียวใจเดียว จีบใครทีละคนมาตลอด เคยรักสาวคนเดิมมา 6 ปี แล้วจบลงด้วยความแห้ว จขกท.เคยโดนหลอกให้รักหลอกให้โทรไปคุยด้วยตลอดสามเดือน ก่อนจะพบว่าที่จริงมันเป็นแค่เกมของเธอกับแฟนที่อยากหาความตื่นเต้นในชีวิตคู่ของเขาทั้งสองแค่นั้นเอง จขกท. เคยโดนหลอกให้ไปเที่ยวด้วยกัน คุยด้วยกัน และทำเหมือนว่ามีใจให้พร้อมทั้งบอกว่าอยากคบกัน พอตกลงคบกันจริงๆ เธอหายตัวได้ครับ หายไปไหนเลยก็ไม่รู้ (ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไรกันแน่) จขกท. เคยผูกสัมพันกับหญิงสาวคนหนึ่งมานานจนตกลงเป็นแฟนกันถึงสองครั้ง แล้วมันก็จบลงด้วยคำว่า "เธอไม่ใช่" ทิ้งให้เรานั่งงงอยู่คนเดียว ที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดนี้ก็คงพอจะเป็นเครื่องการันตีความโชกชนประสบการณ์โสดสนิทมาได้ไม่มากก็น้อย ก็จะขออนุญาตแชร์ประสบการณ์และสรุปข้อคิดวิธีการต่างๆ ในการทำตัวเองให้มีคุณค่ามากพอที่จะมีใครในชีวิตได้สำหรับน้องๆ หนูๆ นะจ๊ะ (โอเค ยอมรับก็ได้ครับว่าผมแก่!)


1. คุณต้องรักตัวเองให้ได้ก่อน
รักตัวเอง ไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องสรรหาแต่สิ่งดีๆ มาใส่ตัวเอง บางคนชอบอ้างว่า "เธอกินเหล้า เธอสูบบุหรี่ เธอไม่รักตัวเอง" เฮ้ยไม่ใช่ครับ ก็ถ้าเขาทำแล้วมีความสุข จะไปห้ามเขาได้ยังไงล่ะ
ประเด็นมันอยู่ที่ว่า คุณต้องรักตัวเองด้วยความพอดี สิ่งสำคัญคือ คุณต้องทำให้ตัวเองมีความสุข ไม่มากไม่น้อยเกินไป นั่นแหละครับคือการรักตัวเองจริงๆ

กินเหล้า ก็กินให้มันพอดี อย่าเยอะจนทำลายสุขภาพ
กินอาหารอ้วนๆ ก็หัดออกกำลังกายเสียบ้าง

เคยเห็นบางคนไหม ทำแต่สิ่งดีๆ ถือศีล ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน แต่ชีวิตเหมือนซังกะตายไปวันๆ คือถ้าทำแล้วมีความสุขก็ทำไปเถิด แต่ถ้ามันฝืน มันไม่ใช่ตัวเราเอง ก็อย่าทำ  รักตัวเอง มันบอกกันไม่ได้ครับ แต่คุณจะปิ๊งขึ้นมาได้เอง เมื่อนั้นคุณจะรู้สึกว่าอยากหาสิ่งดีๆ มาใส่ตัว โดยไม่ต้องบังคับ คุณอาจจะรู้สึกว่า เอ ฉันกินเหล้าเยอะไปนะช่วงนี้ เพลาๆ หน่อยดีกว่า นี่คือรักตัวเองแล้วครับ

จขกท. เคยอกหักอย่างแรกจนทนไม่ไหว ลุกขึ้นมาตัดสินใจเปลี่ยนตัวเอง เริ่มต้นจากการตัดผมก่อนเลย เขาว่าอกหักต้องตัดผม ไม่รู้ตัดทำไม แต่ส่วนตัวจขกท. ร้อน 555 คือก่อนหน้านั้นไว้ผมยาวมาตลอดไง ตอนนั้นจริงๆ ทำใจได้แล้วล่ะ แต่มันร้อน และคิดจะเปลี่ยนทรงผมมานานแล้ว ก็ไปตัดสกินเฮดที่ร้านตัดผม เห็นเศษผมหล่นไปจากหัวแล้วก็ใจหาย แต่อยู่ๆ มันก็เกิดสัจธรรมขึ้นมาได้ว่า แล้วไงวะ? ผมตัดไป เดี๋ยวมันก็งอกใหม่ได้น่า ตัดเสร็จกลายเป็นว่าสบายหัวมาก สระผมสะบัดทีเดียวก็แห้ง เฮ้ย เพิ่งค้นพบ ก่อนหน้านั้นคิดว่าตัดสกินเฮดแล้วจะดูเหมือนไจแอนท์มาตลอด กลายเป็นว่าไปๆ มาๆ ตัดสกินเฮดมาได้ 6 ปีแล้ว

นอกจากตัดผมแล้วก็ไปเจาะหู ก่อนหน้านี้คือที่บ้านค่อนข้างหัวโบราณ แต่ในขณะนั้นคิดว่า แล้วไง ก็ชั้นอยากเจาะอ่ะ ชั้นอยากเท่บ้าง ที่บ้านจะว่าก็ช่างเขาสิ โตแล้วนะเฟ้ย (ตอนนั้นเรียนมหาลัยปีสุดท้ายละ) ตอนก่อนเจาะก็กลัวเจ็บ พอเจาะจริงๆ เอ๊ะ มันก็ไม่ได้เจ็บขนาดนั้นนี่หว่า เสร็จแล้วเหรอ เออ เรากลัวไปเองมาตลอดเลยนะเนี่ย การทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ เลยรู้สึกว่าเราจมอยู่กับอะไรที่มันเดิมๆ มามากไปแล้วนะ พอตัดผมกับเจาะหูมา มันดูเท่เหมือนกันนะ ดูเข้ากันไม่เลวเลย ก็เลยรู้สึกว่าเราน่าจะทำอะไรดีๆ ให้ตัวเราเองมากกว่านี้ดีมั้ย ทั้งหมดนี้มันมาจากส่วนลึกของจิตใจตัวเองเลย เหมือนโดนอินเซปชั่น มันไม่ได้ฝืนอะไรเลย ไม่ได้มีใครบังคับด้วย มันอยากจะทำด้วยตัวเอง เพราะเรารู้สึกว่า เรารักตัวเอง เราอยากทำเรื่องดีๆ ให้ตัวเอง (ย้ำอีกครั้ง ทำเรื่องดีๆ ให้ตัวเอง ไม่ได้แปลว่าต้องถือศีลห้า กินเจ อะไรพวกนั้นเสมอไป)

พอคุณรักตัวเองได้ คุณจะไม่รู้สึกอยากได้ใครมาเติมเต็มเลย เพราะคุณรู้ดีอยู่แล้วว่า สิ่งดีๆ ที่คุณทำไป มันไม่มีทางจะสูญเปล่าเหมือนเวลาทำให้คนอื่นบางคนเลย เพราะสุดท้ายแล้วตัวคุณเองนั่นแหละที่ได้ประโยชน์จากสิ่งที่คุณมอบให้ตัวเอง คุณจะรู้คุณค่าในตัวเอง พาพันรดน้ำต้นไม้


2. อย่าปิดกั้นตัวเอง
จขกท.เคยรักผู้หญิงอยู่คนนึงครับ สมมติว่าชื่อน้อง A ก็แล้วกัน เราคุยกันมาประมาณปีกว่าๆ ก่อนจะตัดสินใจเป็นแฟนกันเพราะน้องเค้าอกหักมาจากคนๆ นึง ไอ้เราก็เข้าไปโคตรแมน ด้วยการบอกว่า "ลองคบกันดูไหม พี่ไม่อยากให้หนูคิดว่าผู้ชายเลวหมดทุกคน"

คิดได้ไงวะกรู! นี่นิ้วกลมยังพูดไม่ได้แบบนี้เลยนะเฟ้ย!

แต่ความรักครั้งนั้นจบลงในเวลาไม่ถึงเดือน....คือจขกท. เป็นคนที่พยายามจะโรแมนติก เห็นคู่รักในหนังในนิยายเป็นพวกปากแข็งไง ไม่บอกรักกัน ฉันก็เลยคิดเอาเองของฉันว่า ถ้าฉันมีแฟน ฉันจะบอกรักแฟนให้มากๆ แต่น้อง A ไม่บอกรักผมเลย จนผมถามเธอมากๆ เข้า จึงได้รู้ว่า เธอยังไม่ได้รักผมหรอก แต่เธอลองคบเป็นแฟน เพราะคิดว่าความรักมันจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น

จขกท. เลยตัดสินใจจบความสัมพันธ์นั้นไว้ก่อนดีกว่า เพราะคิดว่า เป็นแฟนกัน ก็คือรักกันแล้วสิใช่มั้ย

แต่จขกท.ก็ยังตัดใจไม่ได้ครับ เคยทั้งฟูมฟาย ทั้งโทรไปร้องไห้กับเพื่อน เวิ่นเว้อต่างๆ นานาบ้าบอ จนวันนึงก็รู้สึกว่า เออ ชีวิตที่ผ่านมาชั้นก็พยายามทำตัว 'เป็นคนดี' มาตลอดแล้วนะ ไม่เห็นจะมีใครกับเขาเลยวุ้ย ไหนลองทำตัวเป็น 'แบดบอย' ดูบ้างดีกว่า

ตอนนั้นแหละครับที่บอกว่าไปตัดผมกับเจาะหู ผลคือราวสัปดาห์หนึ่งหลังจากนั้น จขกท. มีสาวมาขอเบอร์ว่ะ! นี่เป็นสิ่งมหัศจรรย์มากๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองมาก่อนเลยนะเนี่ย! ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงคิดว่า ไม่ล่ะครับ ผมยังรักผู้หญิงคนนึงอยู่ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว กุเป็นแบดบอยแล้วนี่! คุยเลยครับ หยอดเลย ตอนนั้นความรู้สึกคือกุนี่เท่ที่สุดในสามโลก ตอนนั้นไม่ได้จีบแค่คนเดียวนะครับ มีสาวมาติดจขกท. ถึง 5 คน!

หนึ่งในนั้นคือมีเหตุการณ์ประมาณว่า จขกท.ผ่านไปทำธุระแถวที่พักของเธอ เธอเลยชวนไปหา ไอ้จขกท.นี่ก็ไม่ประสีประสาอะไรเลย ไปถึงก็คิดแค่ว่าไปเยี่ยมเยียนเขาเฉยๆ ปรากฏว่าโดนขึ้นคร่อมว่ะ! สาวเจ้าจะเคลมซะงั้น แต่พอดีว่าตกใจ บวกกับต้องรีบเอารถไปคืนที่บ้าน (ขับรถที่บ้านไป) เลยทำเป็นรับโทรศัพท์แล้วหนีออกมาได้ทันกาล!

พอน้อง A ได้ทราบข่าว สิ่งที่เธอบอกมาก็คือ "แหม พอรู้ว่าจะไม่จีบเค้าแล้ว ก็รู้สึกแอบชอบขึ้นมาเลยนะเนี่ย"

สายไปแล้วน้อง พี่เลือกเดินทางของพี่แล้ว 555 ไม่หรอกครับ ในใจจกขท. ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นเพลย์บอยฟันดะอะไรอย่างงั้นหรอก แต่ก่อนหน้านั้นคือเราปิดตัวเองมากไปไง เราก็คิดว่าน่าจะเปิดใจทำความรู้จักหลายๆ คนบ้าง ขอพักจากหนูไว้ก่อนแล้วมองหาคนอื่นดูบ้างนะเผื่อจะพบใครที่เข้ากับเราได้จริงๆ

การที่คุณเปิดตัวเองออกมา มันจะทำให้คุณได้เห็นแง่มุมต่างๆ ของคนอื่นๆ มากขึ้น จะไม่คิดว่าโลกนี้มีความรักที่สวยงามอย่างเดียว หรือโหดร้ายอย่างเดียว (ประเภท ผู้ชายมันก็เหมือนกันทั้งโลกนั่นแหละ แต่ที่ผ่านมาชั้นหาแต่ผู้ชายในผับนะ โธ่ หาแต่ในผับก็เจอแต่ผู้ชายแนวผับสิเฟ้ย!) เพี้ยนโบ๊ะหน้า



3. ความรักไม่ได้มีแต่ด้านสวยงาม
คุณต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า รักแท้ มันมีอยู่จริง เพียงแต่มันอาจจะไม่ได้เหมือนในนิยายหรือภาพยนตร์ต่างๆ ที่เคยดูมา

ความรักจะว่าไปมันก็เหมือนเล่นหุ้นแหละครับ คือมันบอกไม่ได้หรอกว่าคุณลงทุนไปแล้วจะได้กำไรกลับมาเสมอ ต่อให้หุ้นดีแค่ไหนก็ตาม มันก็มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ทั้งนั้น

เหมือนข้อที่แล้วครับ รู้จักรักอย่างพอดี ทุ่มเทในสิ่งที่จะไม่ทำให้คุณเจ็บ บางคนมีเงินหมื่นบาท อยากเอาใจสาว ซื้อแหวนวงละแสนให้ พอเจ็บกลับมาก็ฟูมฟายว่าชั้นทุ่มเทขนาดนั้นแล้วทำไมเธอไม่รักชั้นตอบ คุณต้องเข้าใจก่อนว่า เวลาคุณรักใครสักคน แล้วคุณทุ่มเทให้เขา ผลลัพธ์มันอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนที่คุณคาดหวังก็ได้

หลังจากที่จขกท. เปิดใจทำความรู้จักกับใครใหม่ๆ ได้แล้ว น้อง A ก็มีเหตุอันให้ต้องไป Work and Travel ที่ต่างประเทศ แปลว่าจากที่เราเคยซี้ๆ กัน ไปไหนไปกันในกลุ่มเพื่อนๆ เราจะไม่ได้เจอกันอีกราวๆ 3-4 เดือนเลย ช่วงนั้นก็อย่างที่บอกครับ จขกท. จีบสาวไปเรื่อย บวกกับช่วงนั้นรีบงานฟรีแลนซ์ ก้มีตังมาเที่ยวมาเลี้ยงสาวบ้าง ระหว่างนั้นก็ยังคุยกับน้อง A ทางสไกป์เป็นระยะ (ตอนนั้นเฟซบุ๊คยังไม่ฮิต) จนพักหนึ่งจขกท. ก็เกิดลังเลขึ้นมา ว่าตกลงเราจะเอายังไงดีหว่า เราลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่เคยใช้มาสักพักแล้วนะ มันก็สนุกดี แต่เนื้อแท้เราจริงๆ ไม่ใช่แบดบอยว่ะ เรามันรักเดียวใจเดียวนั่นแหละ ก็เลยถามน้อง A ไปตรงๆ ว่า "ตกลงพี่ควรจะยังรอน้อง A อยู่มั้ยครับ"

น้อง A ตอบกลับมาว่า "จริงๆ หนูก็ห้ามพี่ไม่ได้นะคะถ้าพี่จะรักใครหรือชอบใคร หนูก็รู้ว่าที่ผ่านมา หนูสร้างปัญหาให้พี่ปวดหัวก็ไม่น้อย หนูทำตัวงี่เง่าก็เยอะ ตอนนี้พูดไปมันก็ฟังดูเห็นแก่ตัว แต่หนูอยากจะบอกว่า....หนูอยากให้พี่รอหนูได้มั้ยคะ"

ใครก็ได้ไปติดต่อ M39 ให้กรูที กรูมีพล็อตหนังรักโคตรพีคจะขาย!

สรุป ตัดสินใจ รอ! แล้วสามเดือนถัดจากนั้น น้องเขากลับมา (ฉากตอนนั้นคือขับรถไปรอเขาที่สนามบินเลย เกือบจะวิ่งมากอดกันแล้ว แต่แม่เขาก็มารอรับด้วย 555) เพี้ยนออกทริป

เราก็ตกลงเป็นแฟนกัน

แต่อย่างที่บอกไปแล้ว...ว่าความรักมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเสมอไป

(เดี๋ยวมาต่อครับ ขอเช็คเรทติ้งหน่อย5555)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่