#ยืมล๊อคอินคุณน้ามาค่ะ
สวัสดีค่ะ แนะนำตัวก่อนเลยนะคะ ตอนนี้ดิฉันทำงานพนักงานฝ่ายบุคคลค่ะ จบ ป.ตรี เรียนจบปุ๊บก็มีบริษัท ใน กทม. เรียกไปสัมภาษณ์งาน หลักจากนั้น ประมาน2วัน ก็โทรมาตามให้ไปทำงาน เราก็ด้วยความที่เป็นนักศึกษาจบใหม่ไฟแรงเลย ตอบรับทันที แต่งานแรกก็เจอแจ๊คพอตเลยค่ะ บริษัทตกลงจ้างตอนโทรมาเรียกไปทำงาน บอกว่าค่าจ้าง 18,000 บาท เราเองก็ลองคำนวณค่าห้องค่ารถก็น่าจะพอ ประหยัดๆใช้เอา ทางบ้านก็ดีใจด้วยว่ามีงานทำเลยจัดแจงขนของไปหาหอพักที่ใกล้ๆที่ทำงาน (เราเป็นเด็กบ้านนอกค่ะ)จัดการเรื่องค่ามัดจำ ค่าหอพักเรียบร้อย (แม่เป็นคนจ่ายให้ ค่ามัดจำ 9,000บาท ค่าหอล่วงหน้า 4,500 บาท ค่าเน็ต 400 บาท รวมแล้ว13,900 บาท )แต่พอไปทำงานวันแรก ทางบริษัทก็ขอเปลี่ยนแปลงค่าตอบแทนจากที่ตกลงทางโทรศัพท์ 18,000บาท เป็นเงิน 14,000 บาท แล้วนี่หัวใจหล่นวูบ เฮ้ย!! มีงี้ด้วยหรอ
เราก็แบบอึ้ง !! แต่ทำไงได้ หอพักก็จ่ายไปแล้วลงทุนไปแล้ว เอาไงดี คิดในสมองทุกวัน ไม่ยอมบอกแม่ ไม่บอกทางบ้านกลัวพวกท่านไม่สบายใจ
เราก็เออเอาว่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว ลองดูสักตั้ง เราทำงานผ่านไป 2 เดือน อดทนแบบสุดๆ สุดท้ายไม่ไหว ค่ะ ลาออก !!
ขออนุญาตแม่ ว่าลูกทนไม่ไหวแล้ว ไม่พอใช้ ด้วยหลายๆเหตุผล แม่ก็เออ โอเค งั้นกลับบ้านเราลูก เราก็โล่งได้ยินแม่พูดแบบนั้น สุดท้ายว่างงานเกือบ2เดือน และแล้วก็มีโอกาสที่ดี ได้ไปทำงานจังหวัดใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัย (จังหวัดชนบท)เราถูกใจมากค่ะ เงินเดือนก็ 10,000 มีที่พักให้ เดินทางกลับบ้านสะดวก ห่างจากบ้านประมาณ 100 กว่ากิโล แถมยังใกล้ที่ที่เคยอยู่ ช่วงแรกแฮปปี้มาก แต่พอกลางๆเดือน ที่เราเริ่มไปทำงาน เราก็นำเอกสารไปยื่นเพื่อให้หัวหน้าเพื่อจะถามว่าให้เราเอาไปขึ้นทะเบียน พวกเรื่องประกันสังคม เอง รึว่า หัวหน้าจะไปเองคะ อะไรประมานนี้ เพราะเราเข้ามาทำงานฝ่ายบุคคล ซึ่งตอนนี้มีเราอยู่ฝ่ายนี้คนเดียวไง (ที่รู้ดีเพราะเราเรียนHRมาเลยคิดว่าถ้าตามกฎหมายแล้วบริษัทที่มีพนักงานมากกว่า1จะต้องทำประกันสังคม) แต่ได้คำตอบมาว่า ที่นี่ไม่มีประกันสังคม เงิบสิคะงานนี้ แอบเครียดอยู่เหมือนกัน คิดในใจ นี่เราหนีเสือปะจระเข้รึป่าววะ!!!!
จากนั้น เราก็ไม่ค่อยสบายใจอะไรนัก เนื่องจากที่นี่ไม่มีโอที ไม่มีโบนัส ไม่มีสวัสดิการอะไรใดๆทั้งสิ้น แต่ก็ทำอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ประมาน 3เดือนแล้วค่ะ รวมเดือนนี้ด้วยก็ เข้าเดือนที่4 แต่ปัญหาคือตอนนี้เราเริ่มคิด เออ แต่จริงๆก็เริ่มคิดตั้งแต่ต้นปีใหม่แล้วร่ะว่าเออ น่าจะหางานใหม่เราก็ฝากประวัติสมัครงานไว้ตามเว็บต่างๆ แล้วเข้าเดือนนี้ มีแต่เรื่องเข้ามา ให้ต้องลางาน ยอมรับว่าลางานบ่อยมาก เดี๋ยวหยุดๆ ประมาน 3 ครั้ง ตั้งแต่ต้นเดือนมา แต่ออกตัวก่อนนะคะ เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบอยู่ค่ะ เราจะไม่เคยทำงานค้าง สั่งปุ๊บ เราจะรีบเคลียร์ รีบทำงานเลยค่ะ จึงไม่เคยมีปัญหาเรื่องงานบกพร่องแต่จะมาเสียก็เรื่องลางานนี้แหละ เราก็เกรงใจ แล้วดั๊นนนนนนน งานที่เราส่งใบสมัครไว้ มาเรียกสัมภาษณ์ ช่วงนี้อีก
คือเราคิดในใจ นี่ชั้นต้องลางานอีกแล้วหรอวะ? เออ ลืมบอกตั้งแต่ช่วงที่เราลางาน บ้าง อะไรบ้าง ที่มันผ่านๆมานี้ เราก็รับรู้ได้ว่าระหว่างเพื่อนร่วมงานในบริษัทก็มองเราแปลก พูดด้วยก็ตีมึนใส่เรา เราก็แอบนอยๆนิดนึง แถมหัวหน้าก็เมินๆ เราเลยสับสนในชีวิตว่า จะเลือกทำงานที่เดิมต่อ รึว่า จะยอมลาออกเพื่อหางานใหม่คะ?
*ปล.เราเกรงใจหัวหน้างานที่นี่ ถ้าจะลาไปสัมภาษณ์ งานบ่อยๆ แต่กับกินเงินเดือนเท่าคนอื่น
ขอความคิดเห็นจากเพื่อนที่เคยประสบปัญหาแบบนี้และสามารถให้ความคิดใหม่ๆด้วยคะ ขอบคุณล่วงหน้าด้วยนะคะ
หลังจากเรียนจบใครเคยเจอปัญหาชีวิต ในการทำงาน แบบเรามั้ย?
สวัสดีค่ะ แนะนำตัวก่อนเลยนะคะ ตอนนี้ดิฉันทำงานพนักงานฝ่ายบุคคลค่ะ จบ ป.ตรี เรียนจบปุ๊บก็มีบริษัท ใน กทม. เรียกไปสัมภาษณ์งาน หลักจากนั้น ประมาน2วัน ก็โทรมาตามให้ไปทำงาน เราก็ด้วยความที่เป็นนักศึกษาจบใหม่ไฟแรงเลย ตอบรับทันที แต่งานแรกก็เจอแจ๊คพอตเลยค่ะ บริษัทตกลงจ้างตอนโทรมาเรียกไปทำงาน บอกว่าค่าจ้าง 18,000 บาท เราเองก็ลองคำนวณค่าห้องค่ารถก็น่าจะพอ ประหยัดๆใช้เอา ทางบ้านก็ดีใจด้วยว่ามีงานทำเลยจัดแจงขนของไปหาหอพักที่ใกล้ๆที่ทำงาน (เราเป็นเด็กบ้านนอกค่ะ)จัดการเรื่องค่ามัดจำ ค่าหอพักเรียบร้อย (แม่เป็นคนจ่ายให้ ค่ามัดจำ 9,000บาท ค่าหอล่วงหน้า 4,500 บาท ค่าเน็ต 400 บาท รวมแล้ว13,900 บาท )แต่พอไปทำงานวันแรก ทางบริษัทก็ขอเปลี่ยนแปลงค่าตอบแทนจากที่ตกลงทางโทรศัพท์ 18,000บาท เป็นเงิน 14,000 บาท แล้วนี่หัวใจหล่นวูบ เฮ้ย!! มีงี้ด้วยหรอ
เราก็แบบอึ้ง !! แต่ทำไงได้ หอพักก็จ่ายไปแล้วลงทุนไปแล้ว เอาไงดี คิดในสมองทุกวัน ไม่ยอมบอกแม่ ไม่บอกทางบ้านกลัวพวกท่านไม่สบายใจ
เราก็เออเอาว่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว ลองดูสักตั้ง เราทำงานผ่านไป 2 เดือน อดทนแบบสุดๆ สุดท้ายไม่ไหว ค่ะ ลาออก !!
ขออนุญาตแม่ ว่าลูกทนไม่ไหวแล้ว ไม่พอใช้ ด้วยหลายๆเหตุผล แม่ก็เออ โอเค งั้นกลับบ้านเราลูก เราก็โล่งได้ยินแม่พูดแบบนั้น สุดท้ายว่างงานเกือบ2เดือน และแล้วก็มีโอกาสที่ดี ได้ไปทำงานจังหวัดใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัย (จังหวัดชนบท)เราถูกใจมากค่ะ เงินเดือนก็ 10,000 มีที่พักให้ เดินทางกลับบ้านสะดวก ห่างจากบ้านประมาณ 100 กว่ากิโล แถมยังใกล้ที่ที่เคยอยู่ ช่วงแรกแฮปปี้มาก แต่พอกลางๆเดือน ที่เราเริ่มไปทำงาน เราก็นำเอกสารไปยื่นเพื่อให้หัวหน้าเพื่อจะถามว่าให้เราเอาไปขึ้นทะเบียน พวกเรื่องประกันสังคม เอง รึว่า หัวหน้าจะไปเองคะ อะไรประมานนี้ เพราะเราเข้ามาทำงานฝ่ายบุคคล ซึ่งตอนนี้มีเราอยู่ฝ่ายนี้คนเดียวไง (ที่รู้ดีเพราะเราเรียนHRมาเลยคิดว่าถ้าตามกฎหมายแล้วบริษัทที่มีพนักงานมากกว่า1จะต้องทำประกันสังคม) แต่ได้คำตอบมาว่า ที่นี่ไม่มีประกันสังคม เงิบสิคะงานนี้ แอบเครียดอยู่เหมือนกัน คิดในใจ นี่เราหนีเสือปะจระเข้รึป่าววะ!!!!
จากนั้น เราก็ไม่ค่อยสบายใจอะไรนัก เนื่องจากที่นี่ไม่มีโอที ไม่มีโบนัส ไม่มีสวัสดิการอะไรใดๆทั้งสิ้น แต่ก็ทำอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ประมาน 3เดือนแล้วค่ะ รวมเดือนนี้ด้วยก็ เข้าเดือนที่4 แต่ปัญหาคือตอนนี้เราเริ่มคิด เออ แต่จริงๆก็เริ่มคิดตั้งแต่ต้นปีใหม่แล้วร่ะว่าเออ น่าจะหางานใหม่เราก็ฝากประวัติสมัครงานไว้ตามเว็บต่างๆ แล้วเข้าเดือนนี้ มีแต่เรื่องเข้ามา ให้ต้องลางาน ยอมรับว่าลางานบ่อยมาก เดี๋ยวหยุดๆ ประมาน 3 ครั้ง ตั้งแต่ต้นเดือนมา แต่ออกตัวก่อนนะคะ เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบอยู่ค่ะ เราจะไม่เคยทำงานค้าง สั่งปุ๊บ เราจะรีบเคลียร์ รีบทำงานเลยค่ะ จึงไม่เคยมีปัญหาเรื่องงานบกพร่องแต่จะมาเสียก็เรื่องลางานนี้แหละ เราก็เกรงใจ แล้วดั๊นนนนนนน งานที่เราส่งใบสมัครไว้ มาเรียกสัมภาษณ์ ช่วงนี้อีก
คือเราคิดในใจ นี่ชั้นต้องลางานอีกแล้วหรอวะ? เออ ลืมบอกตั้งแต่ช่วงที่เราลางาน บ้าง อะไรบ้าง ที่มันผ่านๆมานี้ เราก็รับรู้ได้ว่าระหว่างเพื่อนร่วมงานในบริษัทก็มองเราแปลก พูดด้วยก็ตีมึนใส่เรา เราก็แอบนอยๆนิดนึง แถมหัวหน้าก็เมินๆ เราเลยสับสนในชีวิตว่า จะเลือกทำงานที่เดิมต่อ รึว่า จะยอมลาออกเพื่อหางานใหม่คะ?
*ปล.เราเกรงใจหัวหน้างานที่นี่ ถ้าจะลาไปสัมภาษณ์ งานบ่อยๆ แต่กับกินเงินเดือนเท่าคนอื่น
ขอความคิดเห็นจากเพื่อนที่เคยประสบปัญหาแบบนี้และสามารถให้ความคิดใหม่ๆด้วยคะ ขอบคุณล่วงหน้าด้วยนะคะ