เล่าประสบการณ์ ขำปนแปลก ในสถานทูตยุโรป ตอน เจ้าพนักงานวัยใส

ตัวจขกทเอง มีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง ตัวฮีเป็นอาจารย กำลังเรียนต่อเอกในยุโรป เวลาฮีเครียดๆ ฮีก็จะไปปล่อยใจตามประเทศใกล้เคียง ซึ่งส่วนใหญ่ ฮีจะแบกเป้ลุยเดียว ตัวจขกทเองก็เป็นคนชอบเที่ยวเหมือนกัน  และชอบมากๆถ้ามีเพื่อนอยู่เมืองที่จะไป เพราะจะได้ความรู้แบบคนท้องถิ่นแท้ๆ  ก็เลยเกิดการติดต่อกันขึ้น  แต่จะให้ดุ่มๆ เฟสไปบอกว่า เทอๆ จำเราได้ไหม เราจะไปหานะ มันก็ไม่มีศิลปะ และตัวเองก็ชอบเจอพวกเพื่อนๆ ที่ร้อยวันพันปีไม่ทัก พอจะมาบอสตันก็รีบส่งเฟสยิกๆ   เป็นไง สบายดีไหม คิดถึงนะ ตบท้ายด้วย อีกสามวันจะมา  พักบ้านเทอนะ  พาไปเที่ยวด้วย เอากับมันสิ  ต่อมคิดถึงแตกไม่พอ (ต้องมาแตกตอนใกล้มา ) ต่อมเอาเปรียบระเบิดบู้ม  ถามเราก่อนไหม  ว่าสะดวกหรือเปล่า นี่ยังไม่รวมพวกฝากซื้อของกลับไทยนะ    บอกตรงๆเลย ปวดเฮดแอนโชวเดอร์มากๆ  อารมณ์เสีย

เอาละ ไหนๆจะไปเดือนเก้า  ขอไลนมันตั้งแต่เดือนหนึ่งเลย  โทรไปคุยทุกเดือน ปรึกษาทุกเรื่อง ไม่สนิท ก็สนิท เราเองก็เป็นนกกระสาแทนคุณ เค้าพาเราเที่ยวยุโรป เราก็พาเค้าเที่ยวเมกาแบบจัดเต็ม    สรุป ตกลงปลงใจไป slow life 1 อาทิตย์  ฮีตอบมาเลย ไม่มีปัญหา มาเลย

แต่จะให้ใดดขึ้นเครื่องไปเลย มันก็ไม่ได้ ใช่มะ เราต้องไปขอ schengen visa ก่อน  ข้าพเจ้าก็รีบวางแผนเลย  ว่าสถานทูตอยู่ตรงไหน ใช่หลักฐานอะไรบ้าง เรื่องเอกสารนี่ไม่มีปัญหาอะไรหรอก  แต่ที่ตั้งสถานทูตนี่สิ เล่นอยู่ใจกลางเมือง ตึกไฮโซไซตี้  ที่จอดรถหายาก ห่างจากที่ทำงาน 1 ชม  (บ้างคนอาจจะคิดว่าแค่ 1ชมเอง แต่ที่บอสตันรถมันไม่ติดนะ  ขับ 1 ชม สำหรับเราถือว่าไกลมาก)
เอาวะ ลางานมันเลยดีกว่า ลาช่วงเช้า แล้วกลับมาทำงานตอนบ่าย  แค่ขอ visa มันจะนานสักเท่าไหร่เชียว ให้สองชั่วโมงเต็มที่เลย


วันนัด  เวลา 9 AM
  ก้าวเท้าเข้าไปแบบมั่นใจ  จองออนไลนมาล่วงหน้าได้คิวที่สองของวันนั้น  เอกสารพร้อม รูปพร้อม กล้องพร้อม ไฟพร้อม ทุกอย่างพร้อมหมด  ต้องเสร็จในวันเดียว มันต้องได้สิ  แว่บแรกเห็นผชคนหนึ่งกำลังคุยกับพนักงานอยู่ อ้อ สงสัยคิวแรกละสิ ไม่เปนไร นั่งรอได้
9.30 AM
เริ่มรมบ่จอย ทำอะไรนานนักหนา มือถือไม่เล่นมันแล้ว ไหนฟังดูสิ เค้าคุยอะไรกัน  เอียงหูเข้าหาสี่สิบองศา เปิดเรดารทั้งห้า ทั้ง กลิ่น เสียง ท่าทาง จับมาวิเคราะให้หมด แต่ฟังไม่รู้เรื่องเลยงะ  เล่นส่งภาษาพื้นเมืองกันนิ  ไม่เปนไรเราอย่ายอมแพ้ สั่งพักหนึ่ง ผชก็พูด keyword Disney land, florida , sea world  ไรง่ะ นิคุยกันเรื่องไปเที่ยวเหรอ เวลานัดจขกท   9 15 นะโวย ต้องตรงต่อเวลาสิ
9 45
เห้อถึงคิวเราสะที เดินเข้าไปแบบมั่นใจ   เจ้าหน้าที่สถานทูต เป็นคุณป้าใส่แว่นวัยขบเผาะ ดูใจดีและเป็นกันเอง ชีก็ชวนคุยทันที  ถามนู้นถามนี่
บทสนทนา
ป้า   : ขอดูเอกสาร พร้อมใบนัด
เรา : ยื่นให้อย่างเร็ว เรียงเอกสารมาแบบพร้อมสรรพ
ป้า   : รุปละ
เรา : หยิบแฟ้มขึ้นมา แผ่รูปทุกขนาด  มีทุกนิ้ว จะเอากี่รูปมีหมด มีแบบก่อนใช้แอปกัด และหลังแอปกัดแล้ว  สู้ ทุกรูปแบบ
ป้า   :โอ้ ชั้นขอชมเชยนะ เอกสารเธอครบมาก มีทั้งตัวจริง ตัวปลอม ตัวถ่ายสี ตัวถ่ายขาวดำ แล้วรูปก็ถูกต้อง ไม่ต้องตัดอะไรเลย
เรา :  ครับ ผมเตรียมพร้อม ( แน่ละสิ ถ่ายรูปจากไทยมา เอามาทุกขนาด แถมร้านกัดสิวให้ด้วย หน้าใสเหมือนโดม 555)
ป้า   : อาทิตยหน้ามารับ passport นะ
เรา : โอ้ ขอบพระคุณรุ่นช่อง
ป้า   : เอานิ้วแตะเครื่องแสกนเลยคะ
เรา : แตะเลย ไม่รั้งรอ
หลังจากเนี้ยนี่แหละ ปัญหาเริ่มเกิด  เจ้าป้ามองคอม แล้วทำหน้างง กดๆคอม แล้วทำหน้างงอีก เอา passportสแกนแล้ว สแกนอีก  แล้วส่ายหน้าเหม็นเบื่อ
จขกท คิดเลย ทำไงดีเนี้ย ต้องมีปัญหาแน่เลย passport เล่มนี้ก็ใหม่ ทำที่เมกาด้วย จะมีปัญหาหรือเปล่า ปวดตับปวดไต ปวดทุกอย่าง
ป้า   :  รู้เรื่องคอมมั้ย
เรา : ( อ้อ จะมาลองภูมิกันละสิ  ชะ ชะ ช่า  นี่คงเห็นหนังสือรับรองว่ามาจากบริษัท ไอที  ตอบไป มั่นใจเต็มล้านกีบ)
        รู้สิป้า ผมทำบริษัทไอที  ทะลุทะลวงทุกพื้นที่ รู้หมดทุกเรื่อง ถามมาตอบไป
ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดก็เกิดขึ้น ป้ายืนตรงขึ้นมา กดโค้ดลับดาวินชีที่ประตูนิรภัย เปิดประตูหร้อมกระซิบว่า  ช่วยชั้นหน่อย คอมชั้ยเสีย ชั้นกังวล ชั้นสับสน
จขกท : งง  เออ ให้เข้าไปเลยเหรอป้า

ป้า :  เข้ามาเลยเร็วๆ  คำม้อนคำม้อน
เอาวะ ผีมาถึงป้าช้า ไม่เผาก็ต้องฝัง ถ้าไม่เข้า visaก็ไม่ได้ ต้องมาใหม่อีก เสียเวลาลางานอีก เปลืองฟิลม เปลืองแฟรช เปลืองทุกอย่าง ไปก็ไป

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่