แม้ว่าจะมีคนจงเกลียดจงชังท่านไปทั่วประเทศ จากข้อวิพากษ์วิจารณ์และข้อกล่าวหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ล้มเลือกตั้ง, ตกรอบแรกซีเกมส์, เอาผู้เล่นโดนแบนไปแข่งขัน, ถูกกล่าวหาว่า "ขายเสียง", สนามฟุตซอลโลก, ปลอมแปลงเอกสาร, ไม่มีโปรแกรมอุ่นเครื่องทีมชาติ บลา บลา บลา
แต่อย่างน้อย ๆ หากมองในแง่ดี คนที่คิดว่าฟุตบอลไทยมาตกต่ำในยุคของท่าน ก็ดีนะครับ .. มันจะได้เป็นแบบอย่างของความล้มเหลวในด้านการบริหารงาน หรือ การมีบุคลากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผลลัพธ์มันออกมาได้เละเทะตุ้มเป๊ะไปหมด จากที่เคยอยู่อันดับ 45 ของโลก กลับต้องตกไปอยู่ต่ำสุดในยุคของท่านที่ 165 และกระเตื้องขึ้นมาอยู่ในอันดับ 120 ในปัจจุบัน
ผมเชื่อลึก ๆ ว่าท่านก็ได้ต่อสู้ และจัดการทุกอย่างอย่างเต็มความสามารถแล้ว และท่านก็รักฟุตบอลในแบบฉบับของท่าน (แม้มันอาจจะไม่โดนใจคนอื่นก็ตาม) .. คลื่นลูกเก่ากำลังจะจากไป คลื่นลูกใหม่ก็ซัดเข้ามาแทน เหมือนคราวที่ท่านรับตำแหน่งต่อจาก คุณวิจิตร เกตุแก้ว
พี่ยี .. พี่จำได้ไหมครับ คุณวิจิตรตอนลาออกท่านให้เหตุผลว่าอะไร? .. " ไม่สามารถพัฒนาผลงานของสมาคมฯ ได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว" พอคุ้น ๆ ไหมครับ? .. พี่ก็เหมือนกันครับ มันถึงเวลาที่ต้องปล่อยมือจากสิ่งที่พี่รัก แต่ไม่สามารถจะปฏิรูปหรือยกระดับไปได้มากกว่านี้แล้ว
พักเถอะครับพี่ .. ลองให้คลื่นลูกใหม่ได้ลองบริหารงานบ้าง และถ้าเขาบริหารไม่ดี, ผิดพลาด, ไม่โปร่งใส เขาก็จะโดนเหมือนที่พี่โดนมาตลอดในช่วงท้าย ๆ ของการรับตำแหน่งละครับ
ตอนนี้ได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวแล้ว ออกกำลังกายบ้าง ตื่นสายหน่อย เลี้ยงลูกหลานอยู่บ้าน เสพความสุขช่วงบั้นปลายชีวิตให้เต็มที่ครับ
ขอบคุณสำหรับ 7-8 ปีที่พี่เสียสละเพื่อวงการฟุตบอลไทยนะครับ ได้แค่ไหนเอาแค่นั้นครับพี่ และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานพี่อย่างดุเดือดตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามขอให้พี่โชคดีในวัยเกษียนครับ
ป.ล. ไม่จำเป็นต้องไม่มีที่ยืนในสังคม ไม่จำเป็นต้องไล่ให้ไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง เพราะอย่างน้อย ๆ ตอนที่ คุณวรวีร์ เข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ แฟนบอลชาวไทยเกือบทุกคนต่างแซ่ซ้อง สรรเสริญ กันอย่างยิ่ง แต่ในเมื่อไม่เป็นดังคาด ให้เขาได้ลงอย่างสง่างามครับ
อย่างไรก็ตาม .. ขอบคุณอดีตนายกสมาคมฟุตบอลที่ชื่อ วรวีร์ มะกูดีร์ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
แต่อย่างน้อย ๆ หากมองในแง่ดี คนที่คิดว่าฟุตบอลไทยมาตกต่ำในยุคของท่าน ก็ดีนะครับ .. มันจะได้เป็นแบบอย่างของความล้มเหลวในด้านการบริหารงาน หรือ การมีบุคลากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผลลัพธ์มันออกมาได้เละเทะตุ้มเป๊ะไปหมด จากที่เคยอยู่อันดับ 45 ของโลก กลับต้องตกไปอยู่ต่ำสุดในยุคของท่านที่ 165 และกระเตื้องขึ้นมาอยู่ในอันดับ 120 ในปัจจุบัน
ผมเชื่อลึก ๆ ว่าท่านก็ได้ต่อสู้ และจัดการทุกอย่างอย่างเต็มความสามารถแล้ว และท่านก็รักฟุตบอลในแบบฉบับของท่าน (แม้มันอาจจะไม่โดนใจคนอื่นก็ตาม) .. คลื่นลูกเก่ากำลังจะจากไป คลื่นลูกใหม่ก็ซัดเข้ามาแทน เหมือนคราวที่ท่านรับตำแหน่งต่อจาก คุณวิจิตร เกตุแก้ว
พี่ยี .. พี่จำได้ไหมครับ คุณวิจิตรตอนลาออกท่านให้เหตุผลว่าอะไร? .. " ไม่สามารถพัฒนาผลงานของสมาคมฯ ได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว" พอคุ้น ๆ ไหมครับ? .. พี่ก็เหมือนกันครับ มันถึงเวลาที่ต้องปล่อยมือจากสิ่งที่พี่รัก แต่ไม่สามารถจะปฏิรูปหรือยกระดับไปได้มากกว่านี้แล้ว
พักเถอะครับพี่ .. ลองให้คลื่นลูกใหม่ได้ลองบริหารงานบ้าง และถ้าเขาบริหารไม่ดี, ผิดพลาด, ไม่โปร่งใส เขาก็จะโดนเหมือนที่พี่โดนมาตลอดในช่วงท้าย ๆ ของการรับตำแหน่งละครับ
ตอนนี้ได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวแล้ว ออกกำลังกายบ้าง ตื่นสายหน่อย เลี้ยงลูกหลานอยู่บ้าน เสพความสุขช่วงบั้นปลายชีวิตให้เต็มที่ครับ
ขอบคุณสำหรับ 7-8 ปีที่พี่เสียสละเพื่อวงการฟุตบอลไทยนะครับ ได้แค่ไหนเอาแค่นั้นครับพี่ และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานพี่อย่างดุเดือดตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามขอให้พี่โชคดีในวัยเกษียนครับ
ป.ล. ไม่จำเป็นต้องไม่มีที่ยืนในสังคม ไม่จำเป็นต้องไล่ให้ไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง เพราะอย่างน้อย ๆ ตอนที่ คุณวรวีร์ เข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ แฟนบอลชาวไทยเกือบทุกคนต่างแซ่ซ้อง สรรเสริญ กันอย่างยิ่ง แต่ในเมื่อไม่เป็นดังคาด ให้เขาได้ลงอย่างสง่างามครับ