คุณวิษณุครับ ผมฟังคำชี้แจงกรณีเรื่องศาลฎีกายกฟ้อง ทรท. แล้วไม่เคลียร์เลยครับ-------ทวดเอง

กระทู้คำถาม
จาก ลิงค์นี้ครับ

http://www.matichon.co.th/news/28258

ซึ่งแน่นอนครับ ชาวบ้านธรรมดาๆอย่างผม คงยากจะเข้าใจในข้อกฎหมาย แต่เมื่อเป็นเรื่องของความไม่เป็นธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง และยังเกี่ยวกับความศรัทธาของกระบวนการยุติธรรมไทย ดังนั้นจึงหวังพึ่งเนติบริกรอย่างคุณวิษณุมาช่วยให้ความกระจ่าง

แต่คำตอบของคุณวิษณุยิ่งทำให้ผมเกิดข้อกังขามากยิ่งขึ้น สงสัยมากยิ่งขึ้น ว่าที่แท้แล้ว คำตัดสินของกระบวนการยุติธรรมไทยนั้น มันขึ้นกับอะไรกันแน่ครับ

คุณวิษณุครับ ความจริงมันเป็นคนละเรื่องกันได้อย่างไรกันครับ ในเมื่อที่สงสัยกันก็เรื่องของไทยรักไทย เป็นเรื่องของการยุบพรรค ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง แล้วความจริงของคุณวิษณุคืออะไรกันล่ะครับ งง

ยิ่งคุณวิษณุไปยกเรื่องมูลเหตุที่ใช้ในการพิจารณา คนละหลักกัน มันยิ่งทำให้งงหนักเข้าไปอีก เพราะการพิจารณาคดี การวินิจฉัยในข้อกฎหมาย การตัดสินคดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับประจักษ์พยาน ไม่ได้ขึ้นกับหลักฐานเป็นสำคัญอย่างนั้นหรือครับ จึงได้แบ่งเป็นหลักเขาหลักเราอย่างนี้

คุณวิษณุครับ อย่าลืมนะครับ ที่ศาลฎีกายกฟ้อง เพราะไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ถึงผู้กระทำความผิด ซึ่งน่าจะเป็น “หลัก” ทั่วๆไปของกระบวนการยุติธรรมที่เป็นที่ยอมรับเสมอมาทั้งในและนานาชาติ ยกเว้นบางประเทศเท่านั้นสำหรับโลกใบนี้

แล้ว “หลัก”ของศาลรัฐธรรมนูญล่ะครับ ยึดหลักอะไรหรือครับคุณวิษณุ ไม่จำเป็นต้องอาศัยหลักฐานอย่างนั้นหรือ? ตัดพยานฝ่ายจำเลยออก เพราะไม่จำเป็นก็ได้อย่างนั้นหรือ? คุณวิษณุช่วยไขความกระจ่างให้ทีเถิดครับ

อย่างเรื่องคุณวิษณุถูกชกหน้า แล้วยกเรื่องศาลต่างๆมาให้ผมงงเล่นซะงั้น ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าศาลไหนก็คงลงโทษใครไม่ได้อย่างแน่นอน ถ้าไม่มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่า คนๆนั้นเขาชกคุณวิษณุจริงๆ ถึงแม้คุณวิษณุจะฟันหักปากฉีกก็ตาม

คุณวิษณุครับ แม้แต่พยานปากเอกยังไม่น่าเชื่อถือเท่าพยานหลักฐานนะครับ ไม่อย่างนั้นจะเชื่อข้อมูลไหนดีครับ วันหนึ่งพยานคนนี้บอกถูกจำเลยจ้างมา แต่พอไม่ได้เงิน ก็หันมาบอกถูกโจทย์จ้างมาให้ความเท็จใส่ร้ายฝ่ายจำเลย วุ่นนะครับคุณวิษณุ

คุณวิษณุครับ อย่าว่าแต่การมีอำนาจในการลงโทษ การมีอำนาจให้คุณให้โทษและยังมีอำนาจในการเปลี่ยนวิถีชีวิตคนทั้งชีวิตรวมทั้งคนรอบข้าง ยิ่งต้องละเอียดรอบคอบ ยิ่งต้องมีประจักษ์พยานหลักฐานที่แน่ชัด จนจำเลยหมดข้อกังขาหรือยากจะแข็งขืนปฏิเสธได้ จึงเป็นความยุติธรรมอย่างแท้จริง

คุณวิษณุครับ แม้แต่ขั้นการสอบสวน ซึ่งยังไม่ใช่การชี้ถูกชี้ผิด ยังต้องละเอียดอ่อนในการตรวจสอบเลยนะครับ อย่างเช่นกรณี ของเจ้าคุณเสนาะ ท่านจักรทิพย์ ผบ.ตร. ต้องท้วงติงพนักงานสอบสวนให้รอบคอบ ต้องตรวจพยานหลักฐานอี่นให้รอบด้าน โดยต้องไม่มีธง โดยไม่ด่วนสรุป เพราะเกรงจะเกิดการจัดฉากเหมือนหลายๆคดีที่ผ่านมา

จดหมายสั่งเสีย ต้องตรวจพิสูจน์ว่าเป็นลายมือจริง ปากกาด้ามไหน หมึกเดียวกันหรือไม่
มีร่องรอยบุคคลอื่นหรือเปล่า
มีหลักฐานอื่นที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดอันจะทำให้รูปคดีเปลี่ยนไปหรือไม่

เห็นหรือยังครับ ในขั้นสอบสวนสำหรับคนรู้งาน จำเป็นต้องทำอย่างรอบคอบให้สิ้นสงสัยในทุกประเด็น ไม่ใช่ถือธงนำมาแต่ไกล แล้วดำเนินตามธงที่ตั้งไว้ แบบนี้จะให้ความยุติธรรมกับใครกันได้ล่ะครับ จะทำให้คนศรัทธาได้อย่างไรกันครับ

สุดท้ายอยากถามคุณวิษณุว่า แม้การยุบพรรคถือว่าจบไปแล้วก็จริงครับ แต่คุณวิษณุไม่คิดจะอธิบายให้ดีกว่าที่ชี้แจงหรือครับ

เมื่อศาลหนึ่งตัดสินให้ยุบพรรค เพราะกรรมการบริหารพรรคทำผิด เป็นผลให้กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์การเมืองไปถึง 5 ปี

ส่วนอีกศาลกลับตัดสินให้กรรมการบริหารคนนี้ไม่ผิด เพราะขาดหลักฐาน มันก็ไปขัดกับคำตัดสินข้างบน นั่นคือ เมื่อไม่ได้ทำผิด พรรคก็ไม่สมควรถูกยุบ กรรมการบริหารคนอื่นๆยิ่งไม่ต้องถูกตัดสิทธิ์

ดังนั้นจึงสมควรที่จะค้นหาความถูกต้องมากกว่าปล่อยให้ผ่านไปนะครับคุณวิษณุ เพราะเมื่อเรื่องเดียวกัน ใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน แต่คำตัดสินต่างกันอย่างนี้ แสดงให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรมต้องมีปัญหา จะมาใช้หลักใครหลักมันคงไม่ได้อีกแล้วนะครับคุณวิษณุ

ดังนั้นจึงหวังว่าคุณวิษณุจะให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้วยนะครับ ต้องให้ใช้ “หลัก”เดียวกันให้ได้นะครับ นั่นคือ

หลัก ของความเที่ยงธรรม ไม่เอนเอียง
หลัก ของพยานหลักฐาน ที่ไม่มีใครเถียงได้
และหลัก ของมนุษยธรรมที่ต้องมองผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อนมีคำตัดสิน

ดังนั้นหลักนิติรัฐนิติธรรมในความคิดผม จึงเป็นการใช้ “กฎหมายในการปกครองมนุษย์” ไม่ใช่ใช้ “มนุษย์ในการปกครองมนุษย์” ผมอาจเข้าใจผิดก็เป็นได้ ผิดพลาดประการใด หวังว่า คุณวิษณุให้อภัยด้วยนะครับ ขอบคุณเป็นอันขาด
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่