สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขอออกตัวไว้ก่อนเลยค่ะ เนื่องจากกระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของเรา หากมีข้อผิดพลาดอะไรยังไง ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ น้อมรับคำชี้แนะค่ะ (^人^)
มันเริ่มจากที่เราได้สวัสดิการไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่นจากทางบริษัท ซึ่งต้องขอขอบคุณทางบริษัทมากๆเลยค่ะ ที่ให้โอกาสผู้หญิงตาดำๆตัวดำๆคนนี้ได้ไปเหยียบญี่ปุ่นในครั้งนี้ ผนวกกับวันหยุดยาวของทางบริษัทเลยทำให้เราได้ไปโต๋เต๋ที่ญี่ปุ่นนานพอตัวเลย ซึ่งบอกตรงๆ ไปญี่ปุ่น ไปไหนดีวะ??? ตัวเลือกมหาศาลล้านแปด ปวดตับมากค่ะ เลือกไม่ถูก
แต่เผอิญเราเป็นชะนีที่บ้ามังงะมานานมากแล้วค่ะ เผอิญเป็นช่วงที่ทำมาหากินตั้งตัวได้ เลยหนักเข้าขั้นเรียกได้ว่าเป็นโอตาคุเลยก็ว่าได้ และมังงะที่ติดเป็นบ้าเป็นหลังช่วงนี้ก็คือ Haikyuu!! โดยในไทย สยามอินเตอร์คอมมิคส์เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ และใช้ชื่อไทยว่า คู่ตบฟ้าประทาน นั่นเองค่ะ
บรรดาหนุ่มๆในเรื่องค่ะ เมนเราคือพ่อหนุ่มแว่นตัวยาวเบอร์ 11 สึกิชิมะ เค ค่ะ ขออนุญาตใช้ภาพจากอนิเมะซีซั่นสองนะคะ
ด้วยความบ้า เลยตามเพจทุกเพจที่เกี่ยวกับหนุ่มๆไฮคิว (ขออนุญาตเรียก ไฮคิวนะคะ) เลยทำให้บังเอิญไปเจอภาพตามรอยหนุ่มๆในเพจสักเพจ เราเลยไปคว้านจนเจอบล็อกต้นทางคือบล็อกนี้นั่นเองค่ะ
http://blogs.yahoo.co.jp/yosicosmic
ซึ่งในบล็อกนี้มีรายละเอียดลงไว้ละเอียดยิบมากกกกก บอกวิธีเดินทางจากโตเกียวทุกเส้นทาง จุดที่ต้องไปชมในแต่ละจุด พร้อมบอกพิกัดลุงกู๋ไว้ให้พร้อมสรรพ รวมถึงข้อระวัง การปฏิบัติตัว ข้อห้าม ที่กิน ที่นอน พร้อมคอร์สตัวอย่างคร่าวๆ สุดยอดมากค่ะ แต่ติดตรงที่เป็นภาษาญี่ปุ่นร้อยเปอร์เซ็นนี่ล่ะค่ะ เราจึงขอเป็นตัวแทนนำเสนอในรูปแบบของเรา อาจจะไม่ละเอียดเท่าบล็อกนั้น แต่ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคนที่กำลังจะไป มีแพลนจะไป หรือทำให้ใครสักคนเกิดอยากจะไป ว่าแล้วก็ออกเดินทางกันเลยดีกว่าค่ะ
จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ เมือง Karumai จังหวัด Iwate ค่ะ ซึ่งอยู่ทางฝั่งโทโฮคุ หรือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ในส่วนของฮอนชูค่ะ ซึ่งภูมิภาคนี้เป็นภูมิภาคนี้เป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากซึนามิครั้งใหญ่เมื่อหลายปีก่อน และในช่วงที่เรามา เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว หากมีการระบุว่าจะมาที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากซึนามิในการขอวีซ่าจะได้รับการยกเว้นค่าวีซ่าด้วยนะคะ ฮี่ๆ
เนื่องจากทริปนี้เบ็ดเสร็จแล้วเรามาอยู่ญี่ปุ่นทั้งสิ้น 19 วันค่ะ เราไปญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 22 ธันวา 58 – 6 มกรา 59 ค่ะ เลยทำให้ต้องขอวีซ่า แต่ก็ได้รับยกเว้นค่าวีซ่าไปในส่วนนี้ค่ะ แต่ส่วนที่เรามารีวิวจะเป็นแค่ที่เราอยู่ที่เมือง Karumai ตั้งแต่วันที่ 25 – 26 ธันวา 58 เท่านั้นนะคะ
(รายละเอียดการยกเว้นค่าวีซ่าสามารถดูเพิ่มเติมได้จาก
http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visa_tohoku.htm นะคะ)
เราใช้ JR East Pass ในการเดินทางค่ะ เรื่องรายละเอียดพาสเพื่อนๆสามารถเสิร์จหารายละเอียดดูได้เลยนะคะ เริ่มที่สถานีโตเกียวเลยค่ะ จากนั้นก็ไปทำการจองตั๋วชินคันเซนสายโทโฮคุ สถานีที่เราจะไปก็คือ Ninohe ค่ะ ซึ่งตอนที่ไปจอง ตอนบอกชื่อสถานี เจ้าหน้าที่ถึงกับถามทวนอีกครั้งเลยค่ะ ว่าใช่หรือเปล่า ฮา เพราะที่เราจะไปกันนั้น ไม่ค่อยมีใครเค้าไปกันค่า คุณผู้ชม!!!! ขนาดคนญี่ปุ่นยังไม่ค่อยไปเลยค่า สตรองมาก!!! เจ้าหน้าที่คง งง เง็ง ว่าชะนีนำเข้านางนี้มันจะไปทำอะไรของมัน ฮาาาาา

ชินคันเซนที่เราจะฝากชีวิตไปกับเค้าค่ะ ฮายาบุสะคุง สุดหล่อที่มีดีกรีเร็วเฟี้ยวฟ้าวที่สุดในญี่ปุ่น ตอนนี้ไม่ทราบว่ามีใครเร็วแซงสุดหล่อนี้ได้หรือยัง ผู้รู้แวะมาตอบด้วยนะคะ แฮ่!!!
เราขี่ฮายาบุสะคุงจากสถานีโตเกียว ไปจนถึง สถานีนิโนะเฮะ เบ็ดเสร็จแล้ว 161 นาทีค่ะ แปลงหน่วยแล้วก็ 2 ชั่วโมง 41 นาทีค่ะ
ถึงแล้วค่ะสถานนีนิโนะเฮะ
ใครที่คิดว่า อ่ะ ถึงแล้ว โนววววว คุณคิดผิดนะคะ ต้องไปกันต่อค่ะคุณผู้ชมขา เราต้องไปต่อรถเมล์กันต่อค่า
ต้องขออภัยด้วยนะคะ รูปอาจจะไม่สวยเก๋ นี่เป็นการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรกของเราค่ะ ครั้งแรกก็ไปซะหนาวเลย มือสั่น แข็งค่ะ ฮ่าๆๆ รูปอาจไม่ครบถ้วนไม่ใช่อะไรนะคะ หนาวค่ะ ถ่ายไม่ค่อยจะไหว อากาศตอนไปถึงสถานีนิโนะเฮะนี่ 0-2 องศา โดยประมาณค่ะ อินี่ยังช๊อค
ต้องฝ่าลมหนาวออกมารอรถที่ท่าขึ้นรถเมล์นอกสถานีนะคะ อยู่ใกล้ๆเลยค่ะหาไม่ยาก แต่หนาวมาก -*-
นี่เป็นท่ารอขึ้นรถค่ะ สามารถนั่งรอรถด้านในได้ค่ะ ฮีทเตอร์อุ่นๆว้าฮู้มาก ยืนข้างนอกจะแข็งแกร่งไป มีรถเมล์หลายสาย รถออกตามเวลาเป๊ะนะคะ ดูเวลาดีๆ ในที่นั่งรอจะมีตาราเวลาแปะบอกทุกสายค่ะ สามารถดูได้ รถเมล์คันที่เราต้องนั่งไปคือคันที่แปะว่า 軽米(อ่านว่า Karumai นะคะ)
เราสามารถดูเวลาออกของรถ ทั้งไปกลับไว้ล่วงหน้าได้ที่เว็บนี้เลยค่ะ แต่!!!! ที่ต้องระวังคือ วันธรรมดา กับ เสาร์อาทิตย์ ไม่เหมือนกันเด้อนาง ดูดีๆ เดี๋ยวพลาดรถ ไม่มีกลับนี่ลำบากนะเธอ
อันนี้วันธรรมดาค่ะ
http://www.jrbustohoku.co.jp/route/detail/?RID=5
อันนี้วันเสาร์อาทิตย์ค่ะ
http://www.jrbustohoku.co.jp/route/detail/?PID=&RID=5&BID=303
ส่วนที่กังวลว่า กลัวลงไม่ถูกค่ะ ทำไงดี ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะครั้งนี้เรานั่งยันสุดสายค่ะ ฮ่า ไม่ต้องกังวล ป้ายที่เราขึ้นคือสถานีนิโนะเฮะ 二戸 เราต้องไปลงที่ป้ายโรงพยาบาลเมืองคารุไมค่ะ軽米病院 สุดท้ายเลย สุดสายเลยค่ารถ 1,120 yen ไปจ่ายบนรถนะคะ จ่ายตอนลง เตรียมค่ารถไว้ให้พอดีจะดีกว่านะคะ ตอนขึ้นที่ประตูรถจะมีตู้ตั๋ว ตั๋วจะเป็นกระดาษขาวๆแพลมออกมา ให้เราหยิบมา 1 ใบ นะคะ ตอนลงก็ใส่คืนลงในช่องพร้อมค่าโดยสารเลยค่า
เราไม่มีรูปทุกขั้นตอนนะคะ เพราะไปคนเดียว ลากเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปด้วย ค่อนข้างลำบากเวลาถ่าย และที่สุดเลยคือ หนาวมากก!!!! คือถ้าไม่ติดเกรงใจคงพ่นคำหยาบไปแล้วค่ะ
บวกกับฟ้ามืดเร็ว เลยต้องนั่งรถเมล์ไปเงียบๆค่ะ แต่อาหารตายังมี เด็กผู้ชายในชุดกักคุรันแบบตัวเป็นๆนี่มันดี๊ดีนะคะ 55555 แทบจะลากกระเป๋าลงตามไปส่งถึงบ้านเลย วรั้ยยย
จากนิโนะเฮะ ถึง โรงพยาบาลคารุไมใช้เวลา 1 ชั่วโมง 12 นาทีค่ะ ทรหดมาก ชินคันเซนเกือบสามชั่วโมง ต่อรถเมล์อีกชั่วโมงกว่าเราไปถึงตอน 6 โมงเย็น ฟ้ามืดปานสามทุ่ม อากาศตอนนั้น -1 ค่า!!!! นึกว่าตัวเองตาฝาด หนาวมากกกกกกกก ลมโชยทีหนาวยันไส้ติ่ง หน้าชาจนแข็ง แต่เราจองเรียวคังไว้ค่ะ รอบคอบมาก น่าชื่นชม แต่!!! เปิดแมพดู จากโรงพยาบาลถ้าไปเรียวคังเนี่ย 3 กิโลนิดๆ ถ้าฟ้าไม่มืด ไม่หนาวสุดติ่งก็ไม่หวั่นหรอกค่ะ แต่นี่ -1 ปาดน้ำตาเลย เลยหน้าทนเข้าไปถามพนักงานในโรงพยาบาลค่ะ ปรากฏว่า พนักงานใจดีมากกกกกก บอกว่าจะไปส่งที่เรียวคังให้ เย้!!!! รอดตายล่ะโว้ยยย ระหว่างที่นั่งรถไปกับคุณพี่ผู้หญิงใจดี ก็โดนซักไปตามประสา มาจากไหน มาทำอะไร ทำไมมาคนเดียว เราก็ตอบแบบใสซื่อเลย มาตามผู้ชายจากมังงะค่ะ 5555 เท่านั้นล่ะค่ะ อ๋อออออ ไฮคิวสินะ คุณพี่เลยบอกว่า งั้นเดี๋ยวเซอร์วิสให้นะจะขับผ่านที่นึงให้ เป็นร้านร้านนึง พร้อมบอกว่าถ้ามาเพราะไฮคิวก็ต้องที่นี่แหละ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ เราไปเพราะข้อมูลในบล็อกมีแค่นั้นจริงๆ เดี๋ยวเราจะบอกอีกทีในตอนหลังนะคะ ก็คุยสัพเพเหระจนถึงเรียวคังค่ะ อินี่แทบจะกราบในน้ำใจของชาวเมืองคารุไมที่กรุณาชะนีไทยตาดำๆ
เรียวคังที่เราพักคือ Ryokan Takimuraya ค่ะ จัดการจองผ่าน Rakuten Travel อันนี้เป็นเว็บไซต์ของทางเรียวคังค่ะ
http://www.takimuraya.com/
แหมมม มีระบุไว้ที่หน้าเว็บเสร็จสรรพว่าเป็นดินแดนของไฮคิว ฮ่า

นี่เป็นภาพในห้องพักค่ะ เรียล เรียวคังค่ะ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำรวมนะคะ ห้องน่ารักเชียว มีตู้เก็บที่นอนตรงปลายเท้านะคะ คือมันกว้างจนอินี่อยากจะไปนอนในตู้แทนเพราะหนาว
ตอนแรกเราจองแพลนที่ไม่มีอาหารเช้าค่ะ เพราะคิดว่าจะเดินเรื่อยๆหาไรกินแถวนั้น แต่ ด้วยความปรารถนาดี เพิ่มอาหารเช้าเถอะค่ะ ไม่มีนะคะ เซเว่น แฟมมาร์ท อากาศแบบนั้นนั่งกินอุ่นๆในห้องที่เรียวคังเถอะค่ะคุณผู้ชม
นี่เป็นอาหารเช้าที่คุณป้าเตรียมไว้ให้ แต่ละวันเมนูจะไม่เหมือนกันนะคะ ถ้ามีอะไรที่กินไม่ได้ แจ้งไว้ได้ค่ะ เพราะตอนเราขอเพิ่มอาหารเช้าคุณป้าจะถามว่ามีอะไรที่กินไม่ได้มั้ย แต่เราโอเคหมดค่ะ
มัน อร่อย มากกกกกกกกกก ข้าวนี่มีเป็นโถเลยค่ะ หมดก็เติมเองโลดด เครื่องดื่มมี กาแฟ นม ให้บริการตัวเองได้เลยค่ะ แล้วก็ชาร้อนตามแบบฉบับ
หลังจากนั้นก็เก็บข้าวของเชคเอ้าท์เตรียมตัวไปตามรอยหนุ่มๆค่ะ เราวางแผนไว้ว่าจะฝากสัมภาระไว้ที่เรียวคัง แล้วออกไปดูเมืองจนใกล้ๆเวลากลับจะมาเอากระเป๋าลากไปรอขึ้นรถเมล์ค่ะ แต่!!!! คุณป้าบอกว่า กระเป๋าฝากได้ไม่มีปัญหา แต่จะไปคนเดียวหรอ รอสักแปปได้มั้ย แล้วก็หยิบแฟ้มให้ดู ในแฟ้มเป็นรูปคุณลุงคนนึงกำลังบรรยาย พร้อมกับถือบอร์ด ในบอร์ดนั้นมีแต่ไฮคิวค่ะ คุณป้าบอกว่า ไหนๆก็มาแล้ว ถ้ามีคนพาไปจะดีกว่ามั้ย เดี๋ยวจะติดต่อคุณลุงคนนี้ให้นะ น่าจะคุยกันสนุกเพราะจะได้ไปกับคนที่รู้เรื่อง ว่าแล้วคุณป้าก็ต่อสายตรงถึงคุณลุงทันทีค่ะ บอกเสร็จสรรพ ว่าเป็นผู้หญิงมาจากไทยคนเดียว แต่พูดภาษาญี่ปุ่นได้นะ ไม่น่ามีปัญหา แล้วคุณลุงก็ตกลงจะมาหาค่ะ สุดยอดดดดดดด

เอารูปเมนมาคั่นนิดนึงค่ะ เพราะตัวหนังสือเยอะกว่ารูป แหะๆ
นั่งรอสักพักคุณลุงก็มาถึงค่ะ คุณลุงบอกว่าจะพาชมทุกจุดที่มีความเกี่ยวข้องกับหนุ่มๆของเรา ไปกันเลยค่า ความฟินได้บังเกิดขึ้น ณ บัดนี้
เริ่มจากจุดแรก เซอร์ไพรส์มากค่ะ จุดนี้ไม่มีข้อมูลในบล็อกที่เราหาข้อมูล แฟนๆหนุ่มๆน่าจะจำกันได้ดี กับฉากที่โชจัง (ฮินาตะ โชโย) พระเอกตัวจิ๋วได้เห็นภาพการแข่งขันก็ยักษ์ใหญ่ตัวจิ๋วแมทซ์ทั่วประเทศจากจอทีวีหน้าร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ต้นแบบร้านนั้น อยู่ใกล้ๆเรียวคังเลยค่ะ ร้านนี้เลย
จากนั้นคุณลุงพาเดินไปอีกหน่อย เป็นร้านที่เป็นศูนย์รวมข้อมูลสำหรับสาวๆที่มาตามไฮคิวในเมืองคารุไมค่ะ ร้านยังไม่เปิดดีด้วยซ้ำ ไปขอกวนแต่เช้า ไม่มีภาพหน้าร้านนะคะ เพราะตอนแรกเรานึกว่าคุณลุงแค่จะแวะเปลี่ยนตัวกับลูกชาย มีแต่ภาพด้านในร้านค่ะ

ตกใจมากค่ะ เข้ามาก็เจอธีมคาราสุโนะเต็มไปหมด มีทั้งนังแว่นเมนหลัก เคนมะ เนโกมะ เมนรองของเรารอรับทั้งคู่ ฟินมั้ย ไม่เหลือค่ะ 5555

ไฮคิวเต็มไปหมด พวกกู้ดส์พวกนี้เห็นคุณลุง กับลูกชายบอกว่า สาวๆที่มาจากเมืองอื่น เอามาให้ซะก็เยอะนะคะ

ตรงนี้รวมรูปบรรดาแฟนๆที่มาเยี่ยมชมตามรอยหนุ่มๆที่เมืองคารุไมก็มีค่ะ มาไกลจากคิวชูก็มี จากไต้หวันก็มีนะคะ แต่คุณลุงกับลูกชายบอกว่า เราไกลสุดค่ะ 5555 แน่นอนว่า คุณลุงขอถ่ายรูปเรา พร้อมกับให้เขียนข้อความ เอามาแปะรวมกับทุกคนบนบอร์ดนี้ด้วยนะคะ

บอร์ดนี้จะมีแผนที่ไว้ให้ค่ะ สามารถหยิบแล้วไปชมเมืองได้เลย ในแผนที่มีบอกทุกจุดที่เป็นจุดหลักๆของเรื่องค่ะ สามารถใช้เป็นไกด์ได้เลย ในแผนที่จะมีระบุข้อห้าม ข้อควรระวัง ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากทุกคนที่จะไปด้วยนะคะ ให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เรื่องข้อห้ามเราจะระบุท้ายกระทู้อีกครั้งนะคะ
ตัวแผนที่นี้เราก็เก็บมาเป็นที่ระลึกเหมือนกัน ตัวหนังสือสีส้มแถวบนคือชื่อร้านนะคะ ร้านชื่อ 大町商店会 ( oo machi shouten kai ) ค่ะ
[CR] [CR] ตามรอย Haikyuu!! เมือง Karumai จังหวัด Iwate
มันเริ่มจากที่เราได้สวัสดิการไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่นจากทางบริษัท ซึ่งต้องขอขอบคุณทางบริษัทมากๆเลยค่ะ ที่ให้โอกาสผู้หญิงตาดำๆตัวดำๆคนนี้ได้ไปเหยียบญี่ปุ่นในครั้งนี้ ผนวกกับวันหยุดยาวของทางบริษัทเลยทำให้เราได้ไปโต๋เต๋ที่ญี่ปุ่นนานพอตัวเลย ซึ่งบอกตรงๆ ไปญี่ปุ่น ไปไหนดีวะ??? ตัวเลือกมหาศาลล้านแปด ปวดตับมากค่ะ เลือกไม่ถูก
แต่เผอิญเราเป็นชะนีที่บ้ามังงะมานานมากแล้วค่ะ เผอิญเป็นช่วงที่ทำมาหากินตั้งตัวได้ เลยหนักเข้าขั้นเรียกได้ว่าเป็นโอตาคุเลยก็ว่าได้ และมังงะที่ติดเป็นบ้าเป็นหลังช่วงนี้ก็คือ Haikyuu!! โดยในไทย สยามอินเตอร์คอมมิคส์เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ และใช้ชื่อไทยว่า คู่ตบฟ้าประทาน นั่นเองค่ะ
บรรดาหนุ่มๆในเรื่องค่ะ เมนเราคือพ่อหนุ่มแว่นตัวยาวเบอร์ 11 สึกิชิมะ เค ค่ะ ขออนุญาตใช้ภาพจากอนิเมะซีซั่นสองนะคะ
ด้วยความบ้า เลยตามเพจทุกเพจที่เกี่ยวกับหนุ่มๆไฮคิว (ขออนุญาตเรียก ไฮคิวนะคะ) เลยทำให้บังเอิญไปเจอภาพตามรอยหนุ่มๆในเพจสักเพจ เราเลยไปคว้านจนเจอบล็อกต้นทางคือบล็อกนี้นั่นเองค่ะ
http://blogs.yahoo.co.jp/yosicosmic
ซึ่งในบล็อกนี้มีรายละเอียดลงไว้ละเอียดยิบมากกกกก บอกวิธีเดินทางจากโตเกียวทุกเส้นทาง จุดที่ต้องไปชมในแต่ละจุด พร้อมบอกพิกัดลุงกู๋ไว้ให้พร้อมสรรพ รวมถึงข้อระวัง การปฏิบัติตัว ข้อห้าม ที่กิน ที่นอน พร้อมคอร์สตัวอย่างคร่าวๆ สุดยอดมากค่ะ แต่ติดตรงที่เป็นภาษาญี่ปุ่นร้อยเปอร์เซ็นนี่ล่ะค่ะ เราจึงขอเป็นตัวแทนนำเสนอในรูปแบบของเรา อาจจะไม่ละเอียดเท่าบล็อกนั้น แต่ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคนที่กำลังจะไป มีแพลนจะไป หรือทำให้ใครสักคนเกิดอยากจะไป ว่าแล้วก็ออกเดินทางกันเลยดีกว่าค่ะ
จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ เมือง Karumai จังหวัด Iwate ค่ะ ซึ่งอยู่ทางฝั่งโทโฮคุ หรือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ในส่วนของฮอนชูค่ะ ซึ่งภูมิภาคนี้เป็นภูมิภาคนี้เป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากซึนามิครั้งใหญ่เมื่อหลายปีก่อน และในช่วงที่เรามา เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว หากมีการระบุว่าจะมาที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากซึนามิในการขอวีซ่าจะได้รับการยกเว้นค่าวีซ่าด้วยนะคะ ฮี่ๆ
เนื่องจากทริปนี้เบ็ดเสร็จแล้วเรามาอยู่ญี่ปุ่นทั้งสิ้น 19 วันค่ะ เราไปญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 22 ธันวา 58 – 6 มกรา 59 ค่ะ เลยทำให้ต้องขอวีซ่า แต่ก็ได้รับยกเว้นค่าวีซ่าไปในส่วนนี้ค่ะ แต่ส่วนที่เรามารีวิวจะเป็นแค่ที่เราอยู่ที่เมือง Karumai ตั้งแต่วันที่ 25 – 26 ธันวา 58 เท่านั้นนะคะ
(รายละเอียดการยกเว้นค่าวีซ่าสามารถดูเพิ่มเติมได้จาก http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visa_tohoku.htm นะคะ)
เราใช้ JR East Pass ในการเดินทางค่ะ เรื่องรายละเอียดพาสเพื่อนๆสามารถเสิร์จหารายละเอียดดูได้เลยนะคะ เริ่มที่สถานีโตเกียวเลยค่ะ จากนั้นก็ไปทำการจองตั๋วชินคันเซนสายโทโฮคุ สถานีที่เราจะไปก็คือ Ninohe ค่ะ ซึ่งตอนที่ไปจอง ตอนบอกชื่อสถานี เจ้าหน้าที่ถึงกับถามทวนอีกครั้งเลยค่ะ ว่าใช่หรือเปล่า ฮา เพราะที่เราจะไปกันนั้น ไม่ค่อยมีใครเค้าไปกันค่า คุณผู้ชม!!!! ขนาดคนญี่ปุ่นยังไม่ค่อยไปเลยค่า สตรองมาก!!! เจ้าหน้าที่คง งง เง็ง ว่าชะนีนำเข้านางนี้มันจะไปทำอะไรของมัน ฮาาาาา
ชินคันเซนที่เราจะฝากชีวิตไปกับเค้าค่ะ ฮายาบุสะคุง สุดหล่อที่มีดีกรีเร็วเฟี้ยวฟ้าวที่สุดในญี่ปุ่น ตอนนี้ไม่ทราบว่ามีใครเร็วแซงสุดหล่อนี้ได้หรือยัง ผู้รู้แวะมาตอบด้วยนะคะ แฮ่!!!
เราขี่ฮายาบุสะคุงจากสถานีโตเกียว ไปจนถึง สถานีนิโนะเฮะ เบ็ดเสร็จแล้ว 161 นาทีค่ะ แปลงหน่วยแล้วก็ 2 ชั่วโมง 41 นาทีค่ะ
ถึงแล้วค่ะสถานนีนิโนะเฮะ
ใครที่คิดว่า อ่ะ ถึงแล้ว โนววววว คุณคิดผิดนะคะ ต้องไปกันต่อค่ะคุณผู้ชมขา เราต้องไปต่อรถเมล์กันต่อค่า
ต้องขออภัยด้วยนะคะ รูปอาจจะไม่สวยเก๋ นี่เป็นการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรกของเราค่ะ ครั้งแรกก็ไปซะหนาวเลย มือสั่น แข็งค่ะ ฮ่าๆๆ รูปอาจไม่ครบถ้วนไม่ใช่อะไรนะคะ หนาวค่ะ ถ่ายไม่ค่อยจะไหว อากาศตอนไปถึงสถานีนิโนะเฮะนี่ 0-2 องศา โดยประมาณค่ะ อินี่ยังช๊อค
ต้องฝ่าลมหนาวออกมารอรถที่ท่าขึ้นรถเมล์นอกสถานีนะคะ อยู่ใกล้ๆเลยค่ะหาไม่ยาก แต่หนาวมาก -*-
นี่เป็นท่ารอขึ้นรถค่ะ สามารถนั่งรอรถด้านในได้ค่ะ ฮีทเตอร์อุ่นๆว้าฮู้มาก ยืนข้างนอกจะแข็งแกร่งไป มีรถเมล์หลายสาย รถออกตามเวลาเป๊ะนะคะ ดูเวลาดีๆ ในที่นั่งรอจะมีตาราเวลาแปะบอกทุกสายค่ะ สามารถดูได้ รถเมล์คันที่เราต้องนั่งไปคือคันที่แปะว่า 軽米(อ่านว่า Karumai นะคะ)
เราสามารถดูเวลาออกของรถ ทั้งไปกลับไว้ล่วงหน้าได้ที่เว็บนี้เลยค่ะ แต่!!!! ที่ต้องระวังคือ วันธรรมดา กับ เสาร์อาทิตย์ ไม่เหมือนกันเด้อนาง ดูดีๆ เดี๋ยวพลาดรถ ไม่มีกลับนี่ลำบากนะเธอ
อันนี้วันธรรมดาค่ะ
http://www.jrbustohoku.co.jp/route/detail/?RID=5
อันนี้วันเสาร์อาทิตย์ค่ะ
http://www.jrbustohoku.co.jp/route/detail/?PID=&RID=5&BID=303
ส่วนที่กังวลว่า กลัวลงไม่ถูกค่ะ ทำไงดี ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะครั้งนี้เรานั่งยันสุดสายค่ะ ฮ่า ไม่ต้องกังวล ป้ายที่เราขึ้นคือสถานีนิโนะเฮะ 二戸 เราต้องไปลงที่ป้ายโรงพยาบาลเมืองคารุไมค่ะ軽米病院 สุดท้ายเลย สุดสายเลยค่ารถ 1,120 yen ไปจ่ายบนรถนะคะ จ่ายตอนลง เตรียมค่ารถไว้ให้พอดีจะดีกว่านะคะ ตอนขึ้นที่ประตูรถจะมีตู้ตั๋ว ตั๋วจะเป็นกระดาษขาวๆแพลมออกมา ให้เราหยิบมา 1 ใบ นะคะ ตอนลงก็ใส่คืนลงในช่องพร้อมค่าโดยสารเลยค่า
เราไม่มีรูปทุกขั้นตอนนะคะ เพราะไปคนเดียว ลากเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปด้วย ค่อนข้างลำบากเวลาถ่าย และที่สุดเลยคือ หนาวมากก!!!! คือถ้าไม่ติดเกรงใจคงพ่นคำหยาบไปแล้วค่ะ
บวกกับฟ้ามืดเร็ว เลยต้องนั่งรถเมล์ไปเงียบๆค่ะ แต่อาหารตายังมี เด็กผู้ชายในชุดกักคุรันแบบตัวเป็นๆนี่มันดี๊ดีนะคะ 55555 แทบจะลากกระเป๋าลงตามไปส่งถึงบ้านเลย วรั้ยยย
จากนิโนะเฮะ ถึง โรงพยาบาลคารุไมใช้เวลา 1 ชั่วโมง 12 นาทีค่ะ ทรหดมาก ชินคันเซนเกือบสามชั่วโมง ต่อรถเมล์อีกชั่วโมงกว่าเราไปถึงตอน 6 โมงเย็น ฟ้ามืดปานสามทุ่ม อากาศตอนนั้น -1 ค่า!!!! นึกว่าตัวเองตาฝาด หนาวมากกกกกกกก ลมโชยทีหนาวยันไส้ติ่ง หน้าชาจนแข็ง แต่เราจองเรียวคังไว้ค่ะ รอบคอบมาก น่าชื่นชม แต่!!! เปิดแมพดู จากโรงพยาบาลถ้าไปเรียวคังเนี่ย 3 กิโลนิดๆ ถ้าฟ้าไม่มืด ไม่หนาวสุดติ่งก็ไม่หวั่นหรอกค่ะ แต่นี่ -1 ปาดน้ำตาเลย เลยหน้าทนเข้าไปถามพนักงานในโรงพยาบาลค่ะ ปรากฏว่า พนักงานใจดีมากกกกกก บอกว่าจะไปส่งที่เรียวคังให้ เย้!!!! รอดตายล่ะโว้ยยย ระหว่างที่นั่งรถไปกับคุณพี่ผู้หญิงใจดี ก็โดนซักไปตามประสา มาจากไหน มาทำอะไร ทำไมมาคนเดียว เราก็ตอบแบบใสซื่อเลย มาตามผู้ชายจากมังงะค่ะ 5555 เท่านั้นล่ะค่ะ อ๋อออออ ไฮคิวสินะ คุณพี่เลยบอกว่า งั้นเดี๋ยวเซอร์วิสให้นะจะขับผ่านที่นึงให้ เป็นร้านร้านนึง พร้อมบอกว่าถ้ามาเพราะไฮคิวก็ต้องที่นี่แหละ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ เราไปเพราะข้อมูลในบล็อกมีแค่นั้นจริงๆ เดี๋ยวเราจะบอกอีกทีในตอนหลังนะคะ ก็คุยสัพเพเหระจนถึงเรียวคังค่ะ อินี่แทบจะกราบในน้ำใจของชาวเมืองคารุไมที่กรุณาชะนีไทยตาดำๆ
เรียวคังที่เราพักคือ Ryokan Takimuraya ค่ะ จัดการจองผ่าน Rakuten Travel อันนี้เป็นเว็บไซต์ของทางเรียวคังค่ะ
http://www.takimuraya.com/
แหมมม มีระบุไว้ที่หน้าเว็บเสร็จสรรพว่าเป็นดินแดนของไฮคิว ฮ่า
นี่เป็นภาพในห้องพักค่ะ เรียล เรียวคังค่ะ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำรวมนะคะ ห้องน่ารักเชียว มีตู้เก็บที่นอนตรงปลายเท้านะคะ คือมันกว้างจนอินี่อยากจะไปนอนในตู้แทนเพราะหนาว
ตอนแรกเราจองแพลนที่ไม่มีอาหารเช้าค่ะ เพราะคิดว่าจะเดินเรื่อยๆหาไรกินแถวนั้น แต่ ด้วยความปรารถนาดี เพิ่มอาหารเช้าเถอะค่ะ ไม่มีนะคะ เซเว่น แฟมมาร์ท อากาศแบบนั้นนั่งกินอุ่นๆในห้องที่เรียวคังเถอะค่ะคุณผู้ชม
นี่เป็นอาหารเช้าที่คุณป้าเตรียมไว้ให้ แต่ละวันเมนูจะไม่เหมือนกันนะคะ ถ้ามีอะไรที่กินไม่ได้ แจ้งไว้ได้ค่ะ เพราะตอนเราขอเพิ่มอาหารเช้าคุณป้าจะถามว่ามีอะไรที่กินไม่ได้มั้ย แต่เราโอเคหมดค่ะ
มัน อร่อย มากกกกกกกกกก ข้าวนี่มีเป็นโถเลยค่ะ หมดก็เติมเองโลดด เครื่องดื่มมี กาแฟ นม ให้บริการตัวเองได้เลยค่ะ แล้วก็ชาร้อนตามแบบฉบับ
หลังจากนั้นก็เก็บข้าวของเชคเอ้าท์เตรียมตัวไปตามรอยหนุ่มๆค่ะ เราวางแผนไว้ว่าจะฝากสัมภาระไว้ที่เรียวคัง แล้วออกไปดูเมืองจนใกล้ๆเวลากลับจะมาเอากระเป๋าลากไปรอขึ้นรถเมล์ค่ะ แต่!!!! คุณป้าบอกว่า กระเป๋าฝากได้ไม่มีปัญหา แต่จะไปคนเดียวหรอ รอสักแปปได้มั้ย แล้วก็หยิบแฟ้มให้ดู ในแฟ้มเป็นรูปคุณลุงคนนึงกำลังบรรยาย พร้อมกับถือบอร์ด ในบอร์ดนั้นมีแต่ไฮคิวค่ะ คุณป้าบอกว่า ไหนๆก็มาแล้ว ถ้ามีคนพาไปจะดีกว่ามั้ย เดี๋ยวจะติดต่อคุณลุงคนนี้ให้นะ น่าจะคุยกันสนุกเพราะจะได้ไปกับคนที่รู้เรื่อง ว่าแล้วคุณป้าก็ต่อสายตรงถึงคุณลุงทันทีค่ะ บอกเสร็จสรรพ ว่าเป็นผู้หญิงมาจากไทยคนเดียว แต่พูดภาษาญี่ปุ่นได้นะ ไม่น่ามีปัญหา แล้วคุณลุงก็ตกลงจะมาหาค่ะ สุดยอดดดดดดด
เอารูปเมนมาคั่นนิดนึงค่ะ เพราะตัวหนังสือเยอะกว่ารูป แหะๆ
นั่งรอสักพักคุณลุงก็มาถึงค่ะ คุณลุงบอกว่าจะพาชมทุกจุดที่มีความเกี่ยวข้องกับหนุ่มๆของเรา ไปกันเลยค่า ความฟินได้บังเกิดขึ้น ณ บัดนี้
เริ่มจากจุดแรก เซอร์ไพรส์มากค่ะ จุดนี้ไม่มีข้อมูลในบล็อกที่เราหาข้อมูล แฟนๆหนุ่มๆน่าจะจำกันได้ดี กับฉากที่โชจัง (ฮินาตะ โชโย) พระเอกตัวจิ๋วได้เห็นภาพการแข่งขันก็ยักษ์ใหญ่ตัวจิ๋วแมทซ์ทั่วประเทศจากจอทีวีหน้าร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ต้นแบบร้านนั้น อยู่ใกล้ๆเรียวคังเลยค่ะ ร้านนี้เลย
จากนั้นคุณลุงพาเดินไปอีกหน่อย เป็นร้านที่เป็นศูนย์รวมข้อมูลสำหรับสาวๆที่มาตามไฮคิวในเมืองคารุไมค่ะ ร้านยังไม่เปิดดีด้วยซ้ำ ไปขอกวนแต่เช้า ไม่มีภาพหน้าร้านนะคะ เพราะตอนแรกเรานึกว่าคุณลุงแค่จะแวะเปลี่ยนตัวกับลูกชาย มีแต่ภาพด้านในร้านค่ะ
ตกใจมากค่ะ เข้ามาก็เจอธีมคาราสุโนะเต็มไปหมด มีทั้งนังแว่นเมนหลัก เคนมะ เนโกมะ เมนรองของเรารอรับทั้งคู่ ฟินมั้ย ไม่เหลือค่ะ 5555
ไฮคิวเต็มไปหมด พวกกู้ดส์พวกนี้เห็นคุณลุง กับลูกชายบอกว่า สาวๆที่มาจากเมืองอื่น เอามาให้ซะก็เยอะนะคะ
ตรงนี้รวมรูปบรรดาแฟนๆที่มาเยี่ยมชมตามรอยหนุ่มๆที่เมืองคารุไมก็มีค่ะ มาไกลจากคิวชูก็มี จากไต้หวันก็มีนะคะ แต่คุณลุงกับลูกชายบอกว่า เราไกลสุดค่ะ 5555 แน่นอนว่า คุณลุงขอถ่ายรูปเรา พร้อมกับให้เขียนข้อความ เอามาแปะรวมกับทุกคนบนบอร์ดนี้ด้วยนะคะ
บอร์ดนี้จะมีแผนที่ไว้ให้ค่ะ สามารถหยิบแล้วไปชมเมืองได้เลย ในแผนที่มีบอกทุกจุดที่เป็นจุดหลักๆของเรื่องค่ะ สามารถใช้เป็นไกด์ได้เลย ในแผนที่จะมีระบุข้อห้าม ข้อควรระวัง ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากทุกคนที่จะไปด้วยนะคะ ให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เรื่องข้อห้ามเราจะระบุท้ายกระทู้อีกครั้งนะคะ
ตัวแผนที่นี้เราก็เก็บมาเป็นที่ระลึกเหมือนกัน ตัวหนังสือสีส้มแถวบนคือชื่อร้านนะคะ ร้านชื่อ 大町商店会 ( oo machi shouten kai ) ค่ะ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น