"เธอเก่งที่ทำให้ฉันยังจำเธอไม่ลืม" มีใครยังลืมแฟนเก่าไม่ได้เหมือนเราบ้างคะ ?

สวัสดีค่ะ พี่น้องชาวพันทิปทุกคน คือเราจะมาแชร์ประสบการณ์เคยคบกับแฟนเก่ามาประมาณ 4 ปีค่ะ แต่สุดท้ายก็แยกทาง เศร้า
                     เรื่องมีอยู่ว่า.. เราเคยเป็นเพื่อนกับแฟนเก่ามาตั้งแต่เด็กๆ รู้จักกันตั้งแต่ป.1เลยค่ะ เข้าโรงเรียนเดียวกัน แล้วก็เรียนด้วยกันจนอยู่ ม.3 แล้วโรงเรียนเปิดสอนสูงสุดถึงชั้นม.3 ปีนั้นก็เป็นปีสุดท้ายแล้วที่จะได้เรียนด้วยกัน แฟนเก่าเราก็ดันมาชอบเราค่ะ ทั้งๆที่เป็นเพื่อนกันมานานแล้ว ตั้งแต่เด็กๆเลย เขาบอกชอบเรา เริ่มส่งข้อความมาหาทางโทรศัพท์ คือไม่กล้าโทรคุยกันค่ะ แรกๆมันเขินๆ เลยส่งข้อความตอบกลับกันไปๆมาๆ แต่ความรู้สึกตอนนั้นเรายังอยากคบกันแบบเพื่อนกันค่ะ คือเราไม่อยากเสียเพื่อนไป ถ้าสมมติวันนึงเราเป็นแฟนกันแล้ว แต่ถ้าได้เลิกกัน เราก็กลัวว่าจะเสียเพื่อนค่ะ ไม่อยากกลายเป็นคนไม่รู้จักกัน เราก็เลยบอกเหตุผลเขาไปว่าไม่อยากเสียเพื่อนไป อยากเป็นเพื่อนกันมากกว่า

                      แต่เขาก็ไม่ฟังค่ะ เขาตั้งหน้าตั้งตาจีบเรา พยายามเข้าหา ตื้อเรา จนเราเริ่มชอบเขาค่ะ เริ่มรู้สึกหวั่นไหว เขาจีบเราเป็นปีเลยค่ะ กว่าจะติด เขาก็เด็ดเดี่ยวมาก ตามจีบจนเราใจอ่อนยอมคบกับเขาเป็นแฟน ใช้เวลาจีบนานพอสมควร กว่าจะตกลงเป็นแฟนกันก็เกือบจบ ม.3 แล้ว ช่วงเวลานั้นมีความสุขมากๆค่ะ เขาเดินไปส่งเรากลับบ้านตลอด เพราะบ้านเราใกล้ รร. เขาชอบวาดรูปด้วยค่ะ ทุกครั้งที่ครูศิลปะสั่งงาน เขาก็จะวาดรูปให้เราตลอด เวลาครูสั่งงานทีไร เหมือนเขามี 2 งานตลอด เพราะ เขาวาดรูปวิชาศิลปะส่งครูให้เราตลอด น่ารักมากๆเลยค่ะ วาดสวยด้วย แล้วเขาก็เล่นกีต้าร์ให้เราฟังที่ รร. ด้วย น่ารักเนอะ

                      พอใกล้จะจบ ม.3 ครูที่ รร. ก็พาไปทัศนศึกษากรุงเทพค่ะ พาไปเที่ยววัดพระแก้ว แล้วก็พา นร. ม.3 ทุกคนไปเที่ยวทะเลด้วย ตอนนั้นเราก็เล่นน้ำทะเลด้วยกันค่ะ มีความสุขที่สุดเลย เป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยที่ได้ไปเหยียบทะเล คณะครูนร.ทุกคนนั่งรถทัวร์ไปนะคะ ขาไปก็เราก็นั่งกับเพื่อน แต่ขา
กลับเรานั่งกับแฟนค่ะ เป็นความรักแบบเด็กๆใสใสมาก จับมือกันนั่งข้างๆกันตลอดทางเลยค่ะ ไม่ค่อยคุยกันเลย นั่งจับมือกันอยู่อย่างนั้น เพราะต่างคนต่างเขินค่ะ555 นึกย้อนไปทีไรก็ทำให้เรายิ้มได้ตลอดเลย จนวันสุดท้ายของการเป็นนร.มัธยมต้นก็มาถึง วันปัจฉิมค่ะ วันรับใบวุฒิบัตรจบ ม.3 เขาก็เขียนเสื้อนร. ให้เราค่ะ เขียนว่า ชีวิตนี้ฉันจะรักเธอแค่คนเดียว 555 ฟังดูน้ำเน่านะคะ แต่เขาน่ารักมากจริงๆ แล้วเขาก็สัญญากับเราว่า ถ้าจบม.3ไปแล้ว เราเรียนกันคนละที่ สัญญาว่าจะไม่มีคนอื่น จะไม่นอกใจ จะรักเราแค่คนเดียว เราก็ปลื้มมากค่ะ อิอิ

                      หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันทุกวันบ่อยๆตลอดเหมือนตอนเรียนด้วยกัน พออยู่คนละรร. เราก็เจอกันเกือบทุกวันนั่นแหละค่ะ งงมั้ย ไม่งงเนอะ555 เพราะ เราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน อยู่บ้านใกล้ๆกัน ห่างกันประมาณ 10 กว่าหลังค่ะ ขับมอไซด์ไปหาแปปเดียวก็ถึง เราติดกันมากค่ะ ตัวติดกันเหมือนปาท่องโก๋เลย ทั้งทางบ้านเราแล้วก็บ้านเขาต่างก็รับรู้ว่าเรากับแฟนคบกัน พ่อแม่เราก็ชอบเขานะคะเพราะเห็นว่าเขาเป็นคนดี ตากับยายเขาก็ชอบเราค่ะ เพราะเราดูแลเขาตลอดไม่เคยห่าง เราโทรคุยกันทุกวันก่อนนอน พักเที่ยงหลังจากเรียนเสร็จก็โทรคุยกัน กินข้าวเสร็จก็โทรคุยกัน ตอนเช้าถึง รร. ก็โทรคุยกัน พอตอนเย็นเลิกเรียนก็โทรคุยกันค่ะ เรานั่งรถตู้ไปกลับ รร. ทั้งสองคนเลยค่ะ แต่ขึ้นรถคนละคันนะคะ เพราะอยู่คนละ รร. เขาเรียนสายอาชีพ เราเรียนสายสามัญ ทุกวันจะสลับกันกดโทรฟรีโทรหากันตลอด

                      พอแยก รร. กัน ก็อาจจะมีบ้างที่เริ่มมีใครใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต อย่างเรา ตอนเข้าม.4 ใหม่ๆ ก็มีรุ่นพี่มาจีบค่ะ แต่เราก็ปฏิเสธเขาไป บอกว่ามีแฟนแล้ว ขอโทษด้วยนะคะ พี่เขาก็ไม่ได้ว่าไรค่ะ อย่างแฟนเรา ก็มีคนมาชอบ บางทีแฟนเราก็ชอบคนอื่นบ้าง มีบางครั้งที่ต่างคนต่างเคยไปคุยกับคนอื่นในเฟสบุ๊ค เคยทะเลาะจนถึงต้องเลิกกันหลายรอบมากค่ะ แต่สุดท้ายก็กลับมาคืนดีกัน เหมือนมันหนีกันไม่พ้นค่ะ คนอื่นก็ไม่มีใครรู้ใจเราเท่าเรารู้ใจกันกับแฟนเราแล้วค่ะ ตั้งแต่คบกันปีแรกจนปีสุดท้ายคือ ครบรอบปีที่ 4 เราจะอยู่ด้วยกันทุกเทศกาลเลย เราจะเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยกันทุกปี เค้าท์ดาวด้วยกันทุกปี ลอยกระทงด้วยกันตลอด ไม่ว่าจะเทศกาลไหนๆ เราก็อยู่ด้วยกันค่ะ

                      ตอนกลางวันเจอกันตลอด บางทีเขาก็เอาการบ้านมาทำบ้านเรา เราก็นั่งทำการบ้านด้วยกัน เราเรียนศิลป์ภาษาจีนค่ะ บางทีเราปวดมือเจ็บนิ้วเพราะคัดตัวอักษรภาษาจีนเยอะมาก เขาก็คัดแทนเราค่ะ5555 ถึงจะคัดไปบ่นไปแต่เขาก็คัดให้เราค่ะ คัดคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้เราด้วย น่ารักมากๆ เราก็รักเขามากขึ้นทุกวันค่ะ บางวันเบื่อขี้เกียจทำการบ้าน ก็ไปตีแบดกันที่ รร.เก่าค่ะ ขับรถเล่นบ้างไรบ้าง คือทุกๆที่แถวๆบ้านเราไปด้วยกันมาหมดแล้ว ความทรงจำของเราสองคนเยอะมากจนลืมไม่ลงเลย เขารู้กันเกือบทุกคนในหมู่บ้านว่าเราเป็นแฟนกันเลยค่ะ เพราะตัวติดกันตลอด ยกเว้นแค่ตอนกลางคืน เพราะไม่นอนด้วยกัน อยู่กันคนละบ้าน555 เขาเหมือนเป็นทั้งเพื่อนทั้งแฟนทั้งพ่อทั้งพี่น้องเราเลย เหมือนเป็นทุกๆอย่างสำหรับเราเลยก็ว่าได้ค่ะ อิอิ

                      พอเราขึ้นม.5 เขาก็อยู่ ปวช.2 ใช่มั้ยคะ จากที่เขาเคยนั่งรถตู้ไปกลับเหมือนเรา เขากลับต้องเปลี่ยนไปอยู่หอ เพราะลุงคนขับรถตู้รถชนค่ะ ขาหักขับรถรับส่งนร.ต่อไม่ได้แล้ว แฟนเราก็เลยจำเป็นต้องไปอยู่หอ เราก็เลยได้เจอกันแค่วันหยุด 2 วัน เขาก็จะขับมอไซด์ไป-กลับทุกอาทิตย์ บางวันหลังเลิกเรียนเขาก็จะมารับเราไปทานข้าวดูหนังในห้างค่ะ ยังจำได้เลย หนังเรื่องแรกที่เราดูด้วยกันคือ เรื่องไอฟายแต๊งกิ้วเลิฟยู สนุกมากค่ะ จนเวลาผ่านไป เราขึ้นม.6 แฟนเราก็ขึ้นปวช.3 คือปีที่แล้วนี้เองค่ะ ตอนนี้เราอยู่ปี.1 มหาลัยแล้ว ตอนนั้นที่เราอยู่ม.6 เราเริ่มเครียดค่ะ อ่านหนังสือเยอะ ติวเยอะ สอบเยอะ ไหนจะสอบโอเน็ต ไหนจะสอบแกทแพท สอบกลางภาคปลายภาคของชั้นม.6อีก แล้วก็สอบเข้ามหาลัยอีก เราเริ่มไม่มีให้เขาเหมือนเดิมค่ะ

                      แล้วที่แย่ไปกว่านั้น คือทุกครั้งเวลาที่เราทะเลาะกับเขา เราก็ชอบโทรไปปรึกษาเพื่อนเขาค่ะ เพื่อนเขาก็ปลอบใจเรา ว่ายังไงแฟนเราก็รักเราคนเดียว ไม่ได้มีใครแน่นอน เพื่อนเขาพูดดีมาก พูดให้กำลังใจเราตลอด เราปรึกษาทางไลน์กับเพื่อนเขานะคะ แล้วแฟนเราก็เหมือนเข้าใจผิดว่าเราแอบคุยกับเพื่อนเขาแบบชู้สาว ความจริงเราก็แอบรู้สึกดีกับเพื่อนเขานะคะ แต่เราก็รู้สึกรักแฟนเรา ยังไงเราก็เลือกแฟนเราอยู่แล้วค่ะ เราก็อธิบายให้แฟนเราเข้าใจ ว่าเราคิดกับเพื่อนแฟนแค่เพื่อนจริงๆ ที่คุยกันก็แค่ปรึกษาเรื่องตัวนั่นแหละ เพราะบางเรื่องเราก็ไม่กล้าถามแฟนไม่กล้าพูดกับแฟนตรงๆ เลยไปถามเพื่อนแฟน สุดท้าย เขาก็เข้าใจเรานะคะ ก็กลับมาดีกัน

                      แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยเชื่อใจเราเหมือนเดิมแล้ว ตอนนั้นเราก็ติวหนักด้วย ติวข้อสอบโควต้ามช.ค่ะ เราก็กลับบ้านค่ำทุกวัน เพราะเลิกเรียนแล้วต้องติวข้อสอบอีก ตอนนั้นทั้งเครียดทั้งเหนื่อยค่ะ ชีวิตม.6 เป็นอะไรที่กดดันมาก ไหนจะเรื่องเรียน ไหนจะเรื่องแฟน เราเข้าใจนะคะว่า ยังไงเราก็ต้องเอาเรื่องเรียนมาก่อนเป็นอันดับ 1 แต่เราก็เข้าติวตลอดนะคะ มีบางครั้งที่แอบออกมาจากห้องติว มาโทรคุยกับแฟน เพราะอดคิดถึงไม่ได้จริงๆ จนพอใกล้สอบโควต้ามช. เราก็ไม่ค่อยได้คุยกับแฟนเลย เหมือนเริ่มห่างๆกันไปโดยอัตโนมัติ เขาก็อยู่หอกับรุ่นพี่ อยู่กับเพื่อนบ้าง อยู่ในเมืองแสงสี เขาเลยเริ่มไปเที่ยวกลางคืนค่ะ เขาก็เริ่มติด ไปเที่ยวบ่อยขึ้นไรงี้

                      พอวันนั้นเขาชวนเราไปดูหนังค่ะ เราเลยไปกับเขา เพราะไม่ได้ไปด้วยกันนานแล้ว ก็ไปดูกับเพื่อนเขาอีกหลายคนเลย เราเป็นผญคนเดียวในดงผชเลยค่ะ ก็ทำตัวไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ มันเหมือนกดดันยังไงไม่รู้ เพราะเขาเอาเพื่อนผช มาด้วยเยอะไป มันไม่เหมือนไปด้วยกัน 2 คนอ่าค่ะ แล้วหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังเรื่องสุดท้ายที่เราได้ดูด้วยกันค่ะ ชื่อหนัง รักหมดแก้ว ทุกครั้งที่เราฟังเพลง ใจความสำคัญ เราจะคิดถึงเขาตลอดเลยค่ะ เพราะเพลงนี้เป็นเพลงประกอบหนัง รักหมดแก้ว เฮ้ออออ คิดแล้วเศร้าค่ะ พอหลังจากนั้นมา เราก็ไม่เคยไปดูหนังด้วยกันอีกเลย พอเราสอบโควต้ามช.เสร็จ แล้วรอลุ้นผลสอบออก เราก็ต้องปั่นงานส่งค่ะ งานค้างเยอะมาก พอผลสอบออก ปรากฏว่า เราไม่ติดค่ะ!! อยากจะร้องไห้ เราเลือกสอบคณะศึกษาศาสตร์ เพราะเราอยากเป็นครูภาษาไทยค่ะ แต่มันก็พังเพราะเราสอบไม่ติด เลยรอสอบมหาลัยราชภัฏค่ะ

                      เราก็เครียดมากเพราะสอบไม่ติด ความหวังทุกอย่างพัง เพราะเราอยากเรียนมช. แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เราก็เริ่มไม่ค่อยอยากรับสายแฟน ไม่อยากคุยกับใครเลย เพราะเราผิดหวังค่ะ เหมือนอยากอยู่คนเดียว ไม่ออนเฟสเลย ไม่ติดต่อไรกับใครเลย นอกจากเพื่อนสนิท แฟนเราก็ทักเฟสไปถามเพื่อนเรา ว่าเราเป็นยังไงบ้าง เขาก็ยังเป็นห่วงนะคะ เขาบอกว่าจะรอเราหายเครียด เขาก็ฝากเพื่อนมาบอกว่า จะรอคุยด้วยจนกว่าเราจะหายเครียด จะรอจนกว่าเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ระหว่างนั้นที่เขารอ เขาก็ไปเที่ยวกลางคืนบ่อย เจอผญคนอื่นเยอะแยะ จนเขาได้รู้จักกับผญคนหนึ่งค่ะ ที่เขาบอกจะรอ แต่เหมือนการกระทำมันสวนทางกับคำพูด ดูเขามีความสุขกับชีวิตตอนที่ไม่มีเรามาก เราก็เข้าไปส่องเฟสเขา เห็นเขาไปเที่ยวผับกับเพื่อนค่ะ กินเหล้า เช็คอินหลายร้าน

                      จนทางครอบครัวเราไม่อยากให้คบแล้วค่ะ เพราะเห็นเราเครียดเกินไปแล้ว ไหนจะผิดหวังที่สอบไม่ติด แล้วมาเห็นแฟนเที่ยวแบบนี้อีก แม่เลยบอกให้เราห่างกับแฟนสักพักค่ะ ลองหยุดอยู่กับตัวเอง คิดทบทวนอะไรหลายๆอย่าง ตอนนั้นในหัวเราคิดมาก ฟุ้งซ่านไปหมดเลยค่ะ สติหลุดลอยไปไหนไม่รู้ เหมือนเราซึมเศร้า ไม่ค่อยพูดจากับใคร เรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง เหมือนเป็นโรคประสาทเลยค่ะ นอนไม่หลับเลย ต้องใช้ยานอนหลับช่วยค่ะ ไม่งั้นจะนอนไม่หลับเลย ตอนนั้นคือห่างกับแฟนไปแล้วเหมือนเลิกกันเลยค่ะ ในชีวิตเราตอนนั้นมีแต่ครอบครัวกับเพื่อน เราไม่ค่อยไป รร. เลยค่ะ หลังจากที่เราเป็นโรคเครียด เริ่มขาด รร. บ่อย แฟนเราก็เริ่มทนไม่ไหวค่ะ เพราะเวลาผ่านไป เขาอยู่คนเดียวแล้วคงรู้สึกคิดถึงเราขึ้นมา เลยให้ทางที่บ้านเขาโทรมาบ้านเราค่ะ

                      แม่เราก็รับสาย ยายเขาถามว่าเราเป็นยังไงบ้าง อาการดีขึ้นละยัง แม่ก็บอกว่าเรายังไม่ดีขึ้น แล้วก็ไม่ต้องการให้เรากลับไปคบกับแฟนเราอีกค่ะ ตอนแรกทางที่บ้านแฟนเราเหมือนจะโทรมาแบบอยากรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น ที่ทำให้เราเครียด ทำให้เรากลายเป็นแบบนี้ แต่แม่เราไม่รับแฟนเราเป็นเขยแล้วค่ะ เหมือนพ่อแม่เราผิดหวังที่เรากลายเป็นแบบนี้ แบบเหม่อลอย อาการหนักมากกกกกก เพราะที่เราเป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะสอบไม่ติดอย่างเดียวเป็นเพราะแฟนเราด้วย ที่เรากดดันตอนไปดูหนังกับเพื่อนเขาหลายคน แล้วอีกอย่างเขาเริ่มไม่เหมือนเดิมด้วยค่ะ เราคิดไว้แล้วว่ายังไงสุดท้ายก็คงต้องเลิกกัน แต่พอมาถึงสถานการณ์จริงเรากลับรับไม่ได้ค่ะ แบบเหมือนช็อกไปเลย สมองไม่สั่งงาน ไม่อยากรับรู้ ร่างกายไร้เรี่ยวแรง ไม่กินข้าวด้วย เราผอมลงมากๆเลย พ่อแม่ก็เสียใจที่เห็นเราเป็นแบบนี้ เพื่อนก็สงสารค่ะ

                      ส่วนแฟนเราเขาก็คงเสียใจไม่ต่างกันที่ครอบครัวเราไม่ต้องการความรับผิดชอบจากครอบครัวเขา แฟนเราก็ลบรูปคู่ทุกอย่างในเฟสออกหมดเลย แบบไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเราอีกเลย เราก็เลยให้เพื่อนเราเข้าเฟสเราไปลบรูปคู่กับแฟนออกค่ะ เพราะเราเข้าไปลบเองไม่ได้ ใจแข็งไม่พอค่ะ เดี๋ยวเห็นรูปคู่ก็จะร้องไห้อีก จนเวลาผ่านไป อาการเราก็เริ่มดีขึ้น เริ่มเครียดน้อยลง เพราะกินยารักษาอาการตลอด ได้กำลังใจจากครอบครัวคนรอบข้างก็เริ่มดีขึ้นค่ะ

**เดี๋ยวมาต่อนะคะ เพราะพิมพ์ตัวอักษรเกินแล้ว เดี๋ยวจะมาเล่าต่อใหม่อีกอันนะคะ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
คิดซะว่าที่เป็นอยู่นี่ก็ดีอยู่แล้วครับ พยามอยู่ให้ได้ สักวันก็จะมีคนที่เขาผ่านมา แล้วจะไม่ผ่านไป..
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่