'ดีแทค' ตัดเงินปันผล จาก80% เหลือ 50% จ่าย 6 เดือน มองปี '59 มือถือแข่งดุกดมาร์จิ้น
โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) เปิดเผยว่า ในปี 2559 บริษัทตั้งเป้ารายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายอยู่ในระดับทรงตัว หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2558 และคาดว่าอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (อีบิตดามาร์จิ้น) จะอยู่ในช่วงประมาณ 27-31% ลดลงจากระดับ 31.8% ในปี 2558 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีแนวโน้มสูงขึ้น จากการขยายโครงข่ายและการทำกิจกรรมทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในอุตสาหกรรม บริษัทมองว่ายังมี แนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจาก ปีที่ผ่านมา เพราะผู้ให้บริการต่างพยายามช่วงชิงตำแหน่งผู้นำการให้บริการ 4จี หลังการประมูลคลื่นความถี่เสร็จสิ้นเมื่อไตรมาส 4/2558 ปัจจุบันดีแทคเปิดให้บริการ 4จี ด้วยปริมาณคลื่นรวม 20 MHz โดยมาจากคลื่นความถี่ 1800 MHz จำนวน 15 MHz และคลื่นความถี่ 2.1 GHz จำนวน 5 MHz
ด้านการลงทุน บริษัทเตรียมเงินลงทุนสำหรับปี 2559 ไว้ใน ระดับเดียวกับปีที่แล้ว เพื่อใช้พัฒนาโครงข่าย 4จี ให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ขยายโครงข่าย 3จี ให้ครอบคลุม 95% ของจำนวนประชากร และทำโครงข่าย 2.1 GHz ให้มีความต่อเนื่องมากขึ้น โดยจะขยายโครงข่าย 4จี ในพื้นที่กรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์โทรศัพท์ที่รองรับเทคโนโลยี 4จี อยู่ในระดับสูงด้วยการพัฒนาสถานีฐาน 2จี บนคลื่น 1800 MHz ที่มีอยู่ให้เป็นเทคโนโลยี 4จี ในขณะที่จะขยายพื้นที่ให้บริการ 4จี บนคลื่น 2.1 GHz ให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งวิธีการพัฒนาสถานีฐานบนคลื่น 1800 MHz ที่มีอยู่เดิมนั้นจะช่วยให้ประหยัดทั้งเงินลงทุนและเวลาดำเนินการ คาดว่าจะสามารถเปิดสัญญาณ 4จี บนคลื่น 1800 MHz ได้อีก 2,200 สถานีในช่วงต้นปี 2559
"ดีแทคมีเป้าหมายที่จะสร้างรายได้จากการให้บริการให้กลับมาเติบโต และรักษาส่วนแบ่งรายได้ต่อไป จึงมีแผนดำเนินกิจกรรมการตลาด รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่น ในโครงข่ายให้เพิ่มมากขึ้นในปีนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างฐานลูกค้าผู้ใช้บริการ 4จี เพิ่มเป็น 4.5 ล้านเลขหมายในสิ้นปี 2559 ด้วยการสร้างโครงข่าย 4จี ที่มีคุณภาพสามารถแข่งขันได้ และนำเสนออุปกรณ์โทรศัพท์ 4จี พร้อมแพ็กเกจที่น่าสนใจ" ดีแทค ระบุ
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิเพียง 5,893 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 2.49 บาท กำไรสุทธิลดลง 4,835 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 45% เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิในปี 2557 จำนวน 10,728 ล้านบาท หรือ 4.53 บาท/หุ้น
"ผลการดำเนินงานของบริษัทได้รับผลกระทบจากการแข่งขันในตลาดที่อยู่ในระดับสูง ทำให้รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายลดลง 3% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้บริการอินเทอร์เน็ตแทนบริการเสียง" ดีแทค ระบุ
ทั้งนี้ ในไตรมาส 4/2558 ดีแทค มีผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 25.3 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 4 แสนเลขหมายจากไตรมาสก่อน โดยมาจากผู้ใช้บริการระบบเติมเงิน 1.92 แสน เลขหมาย และจากผู้ใช้บริการระบบรายเดือน 2.08 แสนเลขหมาย มาจากการทำแคมเปญการตลาดต่างๆ
คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ การจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 0.52 บาทรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,231,261,720 บาท ซึ่งจะจ่ายจากกำไรสะสมของบริษัทที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ในอัตรา 20% ทั้งนี้ หากรวมเงิน ปันผลระหว่างกาลในปี 2558 ที่ จ่ายไปแล้ว 3 ครั้ง จำนวน 2.41 บาท บริษัทจะจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานประจำปี 2558 ทั้งสิ้น 2.93 บาท/หุ้น นับว่าสูงกว่ากำไรสุทธิที่ทำได้ในปี 2558 เพียง 2.49 บาท
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังมีมติอนุมัติการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่ายเงินปันผล จากเดิมไม่ต่ำกว่า 80% ของกำไรสุทธิ ของบริษัทขึ้นอยู่กับฐานะทางการเงินและแผนการประกอบธุรกิจ ในอนาคต โดยบริษัทมีเป้าหมายจะจ่ายเงินปันผลเป็นรายไตรมาส เป็น การจ่ายไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิของบริษัทขึ้นอยู่กับฐานะทาง การเงินและแผนการประกอบธุรกิจของบริษัทในอนาคต โดยบริษัทมีเป้าหมายจะพิจารณาจ่ายเงินปันผลทุกครึ่งปี โดยจะมีผลตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป
ด้านหุ้นกลุ่มสื่อสาร วันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา หุ้น DTAC ไปต่อไม่ไหว ปิดตลาดที่ 35.25 บาท ลดลง 0.25 บาท หลังจากวันก่อนบวกแรงถึง 3 บาท หรือ 9.23% ขณะที่แรงซื้อยังคงไหลเข้าหุ้น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บวก 3 บาท หรือ 1.78% ปิดที่ 171.50 บาท ส่วนบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ราคาทรงที่ 6.40 บาท
แหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 (หน้า B1,B5)
'ดีแทค' ตัดเงินปันผล จาก80% เหลือ 50% จ่าย 6 เดือน มองปี '59 มือถือแข่งดุกดมาร์จิ้น
'ดีแทค' ตัดเงินปันผล จาก80% เหลือ 50% จ่าย 6 เดือน มองปี '59 มือถือแข่งดุกดมาร์จิ้น
โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) เปิดเผยว่า ในปี 2559 บริษัทตั้งเป้ารายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายอยู่ในระดับทรงตัว หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2558 และคาดว่าอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (อีบิตดามาร์จิ้น) จะอยู่ในช่วงประมาณ 27-31% ลดลงจากระดับ 31.8% ในปี 2558 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีแนวโน้มสูงขึ้น จากการขยายโครงข่ายและการทำกิจกรรมทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในอุตสาหกรรม บริษัทมองว่ายังมี แนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจาก ปีที่ผ่านมา เพราะผู้ให้บริการต่างพยายามช่วงชิงตำแหน่งผู้นำการให้บริการ 4จี หลังการประมูลคลื่นความถี่เสร็จสิ้นเมื่อไตรมาส 4/2558 ปัจจุบันดีแทคเปิดให้บริการ 4จี ด้วยปริมาณคลื่นรวม 20 MHz โดยมาจากคลื่นความถี่ 1800 MHz จำนวน 15 MHz และคลื่นความถี่ 2.1 GHz จำนวน 5 MHz
ด้านการลงทุน บริษัทเตรียมเงินลงทุนสำหรับปี 2559 ไว้ใน ระดับเดียวกับปีที่แล้ว เพื่อใช้พัฒนาโครงข่าย 4จี ให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ขยายโครงข่าย 3จี ให้ครอบคลุม 95% ของจำนวนประชากร และทำโครงข่าย 2.1 GHz ให้มีความต่อเนื่องมากขึ้น โดยจะขยายโครงข่าย 4จี ในพื้นที่กรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์โทรศัพท์ที่รองรับเทคโนโลยี 4จี อยู่ในระดับสูงด้วยการพัฒนาสถานีฐาน 2จี บนคลื่น 1800 MHz ที่มีอยู่ให้เป็นเทคโนโลยี 4จี ในขณะที่จะขยายพื้นที่ให้บริการ 4จี บนคลื่น 2.1 GHz ให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งวิธีการพัฒนาสถานีฐานบนคลื่น 1800 MHz ที่มีอยู่เดิมนั้นจะช่วยให้ประหยัดทั้งเงินลงทุนและเวลาดำเนินการ คาดว่าจะสามารถเปิดสัญญาณ 4จี บนคลื่น 1800 MHz ได้อีก 2,200 สถานีในช่วงต้นปี 2559
"ดีแทคมีเป้าหมายที่จะสร้างรายได้จากการให้บริการให้กลับมาเติบโต และรักษาส่วนแบ่งรายได้ต่อไป จึงมีแผนดำเนินกิจกรรมการตลาด รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่น ในโครงข่ายให้เพิ่มมากขึ้นในปีนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างฐานลูกค้าผู้ใช้บริการ 4จี เพิ่มเป็น 4.5 ล้านเลขหมายในสิ้นปี 2559 ด้วยการสร้างโครงข่าย 4จี ที่มีคุณภาพสามารถแข่งขันได้ และนำเสนออุปกรณ์โทรศัพท์ 4จี พร้อมแพ็กเกจที่น่าสนใจ" ดีแทค ระบุ
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิเพียง 5,893 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 2.49 บาท กำไรสุทธิลดลง 4,835 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 45% เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิในปี 2557 จำนวน 10,728 ล้านบาท หรือ 4.53 บาท/หุ้น
"ผลการดำเนินงานของบริษัทได้รับผลกระทบจากการแข่งขันในตลาดที่อยู่ในระดับสูง ทำให้รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายลดลง 3% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้บริการอินเทอร์เน็ตแทนบริการเสียง" ดีแทค ระบุ
ทั้งนี้ ในไตรมาส 4/2558 ดีแทค มีผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 25.3 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 4 แสนเลขหมายจากไตรมาสก่อน โดยมาจากผู้ใช้บริการระบบเติมเงิน 1.92 แสน เลขหมาย และจากผู้ใช้บริการระบบรายเดือน 2.08 แสนเลขหมาย มาจากการทำแคมเปญการตลาดต่างๆ
คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ การจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 0.52 บาทรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,231,261,720 บาท ซึ่งจะจ่ายจากกำไรสะสมของบริษัทที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ในอัตรา 20% ทั้งนี้ หากรวมเงิน ปันผลระหว่างกาลในปี 2558 ที่ จ่ายไปแล้ว 3 ครั้ง จำนวน 2.41 บาท บริษัทจะจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานประจำปี 2558 ทั้งสิ้น 2.93 บาท/หุ้น นับว่าสูงกว่ากำไรสุทธิที่ทำได้ในปี 2558 เพียง 2.49 บาท
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังมีมติอนุมัติการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่ายเงินปันผล จากเดิมไม่ต่ำกว่า 80% ของกำไรสุทธิ ของบริษัทขึ้นอยู่กับฐานะทางการเงินและแผนการประกอบธุรกิจ ในอนาคต โดยบริษัทมีเป้าหมายจะจ่ายเงินปันผลเป็นรายไตรมาส เป็น การจ่ายไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิของบริษัทขึ้นอยู่กับฐานะทาง การเงินและแผนการประกอบธุรกิจของบริษัทในอนาคต โดยบริษัทมีเป้าหมายจะพิจารณาจ่ายเงินปันผลทุกครึ่งปี โดยจะมีผลตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป
ด้านหุ้นกลุ่มสื่อสาร วันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา หุ้น DTAC ไปต่อไม่ไหว ปิดตลาดที่ 35.25 บาท ลดลง 0.25 บาท หลังจากวันก่อนบวกแรงถึง 3 บาท หรือ 9.23% ขณะที่แรงซื้อยังคงไหลเข้าหุ้น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บวก 3 บาท หรือ 1.78% ปิดที่ 171.50 บาท ส่วนบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ราคาทรงที่ 6.40 บาท
แหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 (หน้า B1,B5)