[CR] ก ล้ อ ง 2 ตั ว เ ป้ 1 ใ บ ไ ป แ อ่ ว เ ห นื อ กั น . . .

ถ้าพูดถึงภาคเหนือช่วงเดือนมกราคม ...แน่นอนค่ะ ต้องนึกถึงอากาศหนาว ภาพหมอกหนาๆลอยมา แล้วมโมว่าตัวเองนั้นอยู่บนยอดดอยที่มีดอกไม้เมืองหนาวแปลกๆตา พร้อมทะเลหมอกตรงหน้า ! แต่สำหรับคนโสดๆอย่างเรา บอกกับพายุอากาศหนาวที่ได้รับอิทธิพลมาจากจีนช่วง 25 มกราคม 59 นี้นั้น มันทำให้เราอยากสัมผัสอากาศหนาวแบบถึงใจจริงๆ

แผนการเดินทางของเราคือช่วงวันที่ 28 - 31 มกราคม 59
พิกัดที่เราจะไปคือ จังหวัดเชียงราย - เชียงใหม่ - แพร่  และจุดหลักๆสำคัญที่เราจะไปคือ....

เขา,ดอย (Mountain)

ร้านกาแฟ (Coffee shop)

วัด (Temple)

แน่นอนค่ะ มาแอ่วเหนือทั้งที คงพลาดที่จะขึ้นเขาขึ้นดอยไปไม่ได้ ร้านกาแฟก็เป็นสถานที่ที่ชอบโดยกาส่วนตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะไปเที่ยวภาคไหน จังหวัดอะไร ขาดไม่ได้เลย สามารถนั่งอยู่ในร้านกาแฟได้เป็นวันๆเลยค่ะ 5555 และแน่นอนค่ะ สายบุญอย่างเรา ก็ต้องเข้าวัดเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต

เอาละ !! เข้าเรื่องเลย  การเดินทางของเรา เริ่มต้นที่การเดินทาง 10 ชม. โดยรถบัส 2 ชั้น จากจังหวัดเพชรบุรี พร้อมพี่น้องคณะทัวร์ ซึ่งพี่น้องก็มีแต่ผู้หญิง แต่มีเราที่ "โสด" อยู่คนเดียว 55555

ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อน เราเคยเดินทางประมาณ 12 ชม. เพื่อไปจังหวัดพังงา และเคยสัญญากับตัวเองไว้ว่า จะไม่นั่งรถโดยสารนานๆแบบนี้อีก เพราะมันเสียเวลามาก และเมื้อยมากกกกกกก (ก.ไก่ ล้านตัว) ระหว่างทางเราไม่เห็นอะไรนอกจาก "ดาว" ใช่ !! เราเป็นคนชอบดาวมาก ยิ่งเห็นชัดเท่าไหร่ เราจะยิ่งตื่นเต้นมากๆ แต่การดูดาวแบบขณะรถวิ่งมันก็สร้างความมึน เบลอ เอ๋อๆ ให้สมองเราไม่น้อยเลยทีเดียว เป็นอาการชวนอ้วกมาก !!

และนี่เป็นครั้งที่ 2 ที่เราต้องทนเดินทางเป็นเวลา 10 ชม. เพราะการจองตั๋วเครื่องบินแบบกระทันหันของเรา มันราคาไม่เบาเลย เราจึงเลือกที่จะประหยัดไว้ก่อนดีกว่า อิอิ








"เชียงใหม่"
"ChiangMai"



เราเดินทางถึงเชียงใหม่ประมาณ 06.00 น. เป็นเช้าที่หมอกหนามากๆ และในเช้าวันเดียวกัน มีข่าวว่าสนามบินเชียงใหม่ ยกเลิก 15 เที่ยวบิน เพราะไม่สามารถขึ้นบินได้ เนื่องจากสภาพอากาศ หมอกหนามากกกกกก เรานี่แบบ ... เอาละเว้ยยยย !!! หนาวจับใจแน่ๆ หมอกหนาขนาดเน้ !!!!




คือเรายังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันง่ะ ! แต่เราก็ยังอยากเซลฟี่กะหมอก เราเลยเลือกที่จะทำท่าแบ้วแบบนี้ --" ซึ่งมันขัดกับตัวตนจิงๆมากกกก !!!!




เขา,ดอย (Mountain)

เราเลือกที่จะไปขึ้นเขาที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่วาง

"ผาช่อ" เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของลมฝนจนทำให้แผ่นดินที่เชื่อกันว่าเมื่อหลายร้อยปี หรือพันปีก่อนบริเวณแห่งนี้เคยเป็นทางเดินของแม่น้ำปิง ซึ่งสังเกตได้จากก้อนกรวดหินกลมมนกระจัดกระจายอยู่ในเนื้อดินจำนวนมาก จนกระทั่งแม่น้ำปิงได้เปลี่ยนสายย้ายทิศไหลผ่านไปที่อื่น บริเวณนี้ก็ได้ถูกยกตัวเป็นเนินเขาสูง ตะกอนแม่น้ำปิงก่อตัวทับถมกันเป็นชั้นๆ ผ่านกลายเวลาและถูกกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผาและเสาดินที่มีรูปร่างแปลกตา คล้ายกับที่แพะเมืองผีในจังหวัดแพร่ มีลาดลายที่สวยงามและมีขนาดใหญ่มีความสูงราว 30 เมตร (อ้างอิงจาก http://thai.tourismthailand.org)

ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า รถใหญ่ไม่สามารถเข้าไปถึงด้านในได้ ต้องเสียค่าเช่ารถขนาเล็กเข้าไปคนละ 30 บาท และเดินเท้าต่ออีกประมาณ 2 กิโลเมตร










และเมื่อเราก้าวเท้าขึ้นเขา จนมาถึงจุดที่พีคสุด มันทำให้เรารู้สึกหนาว หนาวจนเหงือออก --" ไหน !!?? ความหนาว ไหนหมอกกกก บอกข้าที !!??

ผาช่อ ดูดพลังเราไปหมดเลย ขนาดเราเป็นผู้หญิงที่ถึกมาก ขายังหมดเรี่ยวแรง คงเป็นเพราะสภาพอากาศที่ไม่เย็นเอาเสียเลย T_T


ลงจากเขา เราก็เดินทางเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ พร้อมท้องฟ้าที่มืดแล้ว เราเข้าที่พักเพื่อทานข้าวให้มีแรง เพื่อที่คืนนี้ เราจะไป....ถนนคนเดินเชียงใหม่ Ping Fai Festival

ห่ะ !! อะไรนะ ! มีเฉพาะ เสาร์-อาทิตย์

โถ่... ชีวิตของสาวโสดคืนวันศุกร์ .... และเราก็ไปโผล่กันที่ ไนท์บาซ่า แทน ราคาของต่างๆค่อนข้างแพง เพราะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติค่อนข้างเยอะ ถ้าอยากได้ของราคาน่ารักๆ ให้ไปกาดหน้า มช. แทน และยังได้ไปถ่ายรูปคู่กับประตูท่าแพอีกด้วย แต่เรา.... ไปเพื่อกิน เลยไม่ได้เซลฟี่กะประตูท่าแพ T_T


เนื่องจากเวลามีจำกัด ทริปเชียงใหม่ของเราจึงเป็นแค่ Shottrip เท่านั้น และแน่นอนครั้งหน้า เราจะมาอีก เพราะยังมีหลายที่ที่ยังไม่ได้ไป


"เชียงราย"
"ChiangRai"



เราเริ่มต้นวันที่ 2 กันที่ ไร่บุญรอด (Singha Park)  อากาศจะเย็นๆแค่ช่วงเช้าเท่านั้น ต่ำสุดน่าจะประมาณ 15 องศา แต่ช่วงบ่ายนี่ ก็พอๆกับภาคกลาง (มรสุมจากจีน คงหนีเราไปแล้ว)


















ถึงอากาศจะไม่ค่อยหนาวเย็นสักเท่าไหร่ แต่มาทั้งทีละ เราก็อยากชมธรรมชาติสวยๆภายในไร่ เราและพี่สาวจึงเช่ารถจักรยานแบบปั่นคู่ 150 บาท/ชั่วโมง (จริงๆ มีรถนำเที่ยว แต่เราไม่อยากรอ เพราะมีเป็นรอบๆ) ด้วยความถึกบึกบึนของเรา และแล้วเราก็ปั่นมาจนถึงจุดที่เป็นไร่สตอเบอรี่  แต่ !! มันยังคงเป็นแค่ต้นเล็กๆสีเขียวๆ ไม่มีลูกให้เชยชมเลย คงมาผิดจังหวะจริงๆ  เลยเชยชมกับทุ่งดอกลาเวนเดอร์แทน

พอปั่นจักรยานออกมาจากไร่ ด้วยความร้อนและเหนื่อยมาก เลยจัดไอติมไป 1 ถ้วย รสชาติโอเคเลยทีเดียว ถ้วยละ 45 บาท มีหลายรสชาติให้เลือก เราชี้ไปมั่วๆ น่าจะเป็นราสเบอรี่ นะ (ถ้าจำไม่ผิด)











วัด "Temple"


วัดร่องขุ่น เป็นวัดที่สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินของจังหวัดเชียงราย เพื่อมุ่งสร้างงานพุทธศิลป์ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองและประกาศความยิ่งใหญ่ต่อคนทั้งโลกเพื่อถวายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จนเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติในนาม "White Temple" ระยะเวลาในการสร้างนั้นไม่มีกำหนดจนกว่าจะแล้วเสร็จ ซึ่งได้วางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้วทั้งลูกศิษย์ที่สานต่อและทุนทรัพย์ ประชาชนคนไทยต้องหาโอกาสสักครั้งเพื่อมาชมวัดร่องขุ่น งานพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ให้ได้
(อ้างอิงจาก http://www.watrongkhun.org/)


สำหรับวัดร่องขุ่น ไม่เสียค่าเข้าชม และจำกัดเวลาในการเข้าชม นักท่องเที่ยวต่างชาติค่อนข้างเยอะ ถือว่าเป็นวัดที่งดงามมาก ประทับใจค่ะ














ห้องน้ำสะอาด ภายนอกห้องน้ำเป็นสีทองอร่ามมมม ดูอลังมากเลยทีเดียว
ตรงข้ามกับวัดมีศูนย์อาหาร ราคาตั้งแต่ 50 บาทขึ้นไป ซอยข้างๆจะเป็นร้านข้าวมันไก่ใบเตย และมีร้านกาแฟอยู่ใกล้ๆกันน ร้านนี้จำชื่อไม่ได้ เราสั่งแคนตาลูปโซดาไป รสชาติหวานไปหน่อย การตกแต่งร้านโอเค และร้านค่อนข้างเล็กไปหน่อย





านกาแฟ (Coffee Shop)


เลยถัดออกไปอีก จะเจอกับร้านกาแฟ ร้านนี้ตกแต่งร้านค่อนข้างน่ารัก โดยส่วนตัวชอบร้านแฟอยู่แล้ว ก็อดที่จะลั่นชัตเตอร์ไม่ได้ โดยไม่ได้สั่งกาแฟกิน 5555
















ก็เราเพิ่งกินแคนตาลูปโซดาไปอ่ะ....... ท้องเลยไม่รับกาแฟแล้วหนะสิ T_T



ออกจากวัดร่องขุ่น เราก็เดินทางไปพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ของ อ.ถวัลย์ ต่อเลย !! จริงๆเราชอบที่นี่มากนะ มันดูมีคุณค่ามากๆ อาจารย์สร้างสรรค์งานศิลปะให้คนรุ่นหลังๆได้ดูมากมายจริงๆ บรรยายคงไม่หมด ต้องไปดูเองค่ะ .... เราก็มัวแต่เพลิดเพลินกับศิลปะแปลกๆ ที่ไม่เคยเห็น จนลืมยกกล้องขั้นมาแชะภาพ เลยมีภาพน้อยมากสำหรับที่นี่













ก้าวแรกที่เดินเข้าไป จะพบกับเสาไม้แกะสลัก เราชอบมาก เลยขอถ่ายคู่ด้วยซะหน่อย หลังจากนั้น ก็เพลินเพลินจนลืมใช้กล้องที่พกมา มี 2 ภาพที่ยกกล้องมั่วๆ แล้วลั่นชัตเตอร์มั่วๆ เท่านั้นเอง



จังหวะดีที่เราไป จังหวัดเชียงรายมีงานดอกไม้งาม ครั้งที่ 12 บริเวณถนนคนเดิน และไม่ห่างจากไนท์บาซ่าเชียงรายมากนัก  เมื่อดอกไม้จะใกล้ของกินขนาดนี้ เราก็เลือกมันทั้งสองอย่างเลยแล้วกัน อิอิ







สำหรับของกินแถวถนนคนเดิน เราไม่ได้แชะภาพไว้เลย...ทั้งหนอน ไอติม และอีกมากมาย เพราะเวลาเรากิน เราจะไม่สนใจกล้องเลย !!! คราวหน้า เราต้องโฟกัสเรื่องการถ่ายภาพมากกว่านี้ 555




ชื่อสินค้า:   ท่องเที่ยวภาคเหนือ
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่