สวัสดีค่ะ วันนี้เป็นฤกษ์งามยามดีมากที่เราจะมาแบ่งปันเรื่องราวอันน่ากลัว ที่เกิดกับตัวเราเองในปี 2552
ไม่ได้นานเกินความทรงจำจะลบเลือนเลยจริง ๆ ค่ะ ยังคงจำได้ดีทั้งรูปร่าง หน้าตาและเสียง
เรื่องมีอยู่ว่า ตอนปี 2552 เราอยู่ปี 2 มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งใกล้ ๆ คลอง 6 รังสิต-นครนายก หึหึ...รู้ละสิ
ตอนนั้นเราย้ายจากหอในของมหาวิทยาลัยมาอยู่หอนอกกับแฟน ตามสไตล์คนมีความรักทั่วไป
แฟนเราเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยใกล้เคียงนี่เอง
หอที่เรามาอยู่ค่อนข้างสะอาดและใหม่มากเพราะเปิดมาได้แค่ 3 ปี และมีการดูแลทำความสะอาดอยู่เสมอ
เราเองไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไรเกี่ยวกับห้องพักห้องนี้เลย ทั้ง ๆ ที่เป็นคนค่อนข้างมีเซ้นต์เกี่ยวกับเรื่องลี้ลับ
แต่มันเป็นเพียงแค่เดือนแรกที่เราเข้ามาอยู่เท่านั้น(หลอกให้เราตายใจ)...
ในเดือนที่สองอะไร ๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป เราเริ่มได้ยินเสียงแปลก ๆ ทุกครั้งที่อยู่คนเดียว เสียงเรียกชื่อเบา ๆ ที่เหมือนลอยมาตามลม
เสียงเคาะห้อง เสียงเปิดฝักบัวอาบน้ำ หรือแม้แต่โทรศัพท์ภายในห้องที่ดังแต่ไม่มีเสียงปลายสายตอบรับ
เหตุการณ์แบบนี้เริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนเรารู้สึกว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง
เข้าสู่เดือนที่สาม จากแค่การมาในรูปแบบเสียงก็เริ่มกลายมาเป็นการสัมผัส เวลาที่เรานอน ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน
(ต้องบอกก่อนนะคะ ว่าแฟนเราเนี่ย...ไม่ค่อยอยู่กับเราสักเท่าไหร่เพราะชอบท่องราตรีเป็นผีสุรา
เราเลยต้องนอนคนเดียวเปล่าเปลี่ยวหัวใจบ่อย ๆ555+ เหมือนเช่าห้องมานอนคนเดียว )
เวลาที่นอนอยู่บนเตียง เราจะมีความรู้สึกว่าฟูกข้าง ๆ จะยุบตัวลงเหมือนมีคนมานอนด้วย
ที่หนักเลยคงเป็นความรู้สึกว่ามีคนกอดจากทางด้านหลังจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจเย็นๆแต่เบามากๆ
บางครั้งได้ยินเสียงกรนฟี้ๆอยู่ข้างหลังทั้ง ๆ ที่เราก็นอนอยู่คนเดียว เราเลยมั่นใจว่านั่นแหละ "ผี" แน่นอน
ด้วยความเคยชินกับการเจอเรื่องแบบนี้อยู่บ่อย ๆ เราเลยไม่คิดจะอะไรเพราะบางทีเรื่องที่เกิดมันก็เกินความเชื่อของเราไปมาก
จนวันนึง มันก็เกินไปจริง ๆ วันนั้นเป็นวันศุกร์ เราจำไม่ได้ว่าวันที่เท่าไหร่ วันนั้นเป็นวันที่แฟนเราขอออกไปเมากับเพื่อนตามปกติ
แต่ดันลืมเอากุญแจห้องไปด้วย เราเลยให้แฟนโทรหาเวลามาถึงหอจะได้ลุกไปเปิดประตูให้ แล้วเราก็ล้มตัวลงนอน
หลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ มารู้สึกตัวก็เพราะไฟจากทางเดินในหอพักสาดเข้ามาแยงตาเรา
(เราเอาเตียงชิดผนังห้องข้างประตูเวลาเปิดประตูแสงจะสาดเข้ามาถึงเตียงนอน)
เราหรี่ตามองเพื่อให้สายตาปรับแสง เห็นร่างลางๆว่าเป็นผู้ชายก็คิดว่าเป็นแฟน
เลยถามว่า กลับมาแล้วหรอ ทำไมไม่โทรมาจะได้ลุกไปเปิดประตู
แต่ในใจก็นึกขึ้นได้ มันไม่ได้เอากุญแจห้องไปหนิ ...แล้วมันเปิดประตูห้องได้ไงวะ
เราลุกขึ้นนั่ง ภาพที่เห็นตรงหน้า ไม่ใช่แฟนเรา!! แต่เป็นผู้ชายร่างใหญ่ตัวสูงหัวถึงขอบประตูด้านบน (ประมาณ 2 เมตร)
ตาแดงก่ำ ยิ้มยิงฟันขาว มือหนึ่งจับลูกบิดประตู มืออีกข้างชี้หน้าเรา
ตะคอกใส่เราว่า "กลางวันเป็นของเมิง กลางคืนเป็นของกรู" 555+(เสียงหัวเราะดังมากแบบฮ่า ๆ ๆ ) แล้วเดินออกจากห้องปิดประตูดังปัง!!!
เสียงปิดประตูอย่างแรงดังสะท้อนไปทั้งชั้นของหอพัก เรารีบลงจากเตียงเปิดไฟ เปิดทีวี เราไม่ได้ฝัน เราไม่ได้ครึ่งหลับครึ่งตื่น
(คนที่งัวเงียเมาขี้ตาคงพูดตอบโต้ขนาดนั้นไม่ได้) ภาพ เสียงมันชัดมาก เราลุกไปขยับลูกบิด ลูกบิดยังล็อคอยู่
พอเปิดประตูได้ เราก็รีบวิ่งลงไปชั้นล่างตึก หน้าตาเราตื่นมากจนรปภ.ของหอพักตกใจ ถามเราว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นอะไร
เราตอบไม่ได้ช็อคกับเหตุการณ์เมื่อกี้อยู่ ไม่กล้าพูด กลัวมาก เกิดมาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน
เรานั่งรอข้างล่างหอจนเกือบหกโมงเช้าแฟนเราก็กลับมา พอเช้าเราเลยโทรหาแม่เล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฟัง
หลังจากที่เราได้บอกแม่ และเพื่อนบางคน(เพื่อนสนิท 5 คน) แต่เราไม่กล้าบอกแฟน555+กลัวมันไม่อยู่ด้วย
แม่ก็ให้เราไปทำบุญ ซึ่งเราก็ไปทำวัดใกล้ ๆ มหา’ลัยวันนั้นเลย ส่วนเพื่อนเราแนะนำให้ไปดูดวง
เราก็ไป คิดว่าเผื่อเขามีอะไรให้ช่วยหรือเขาอยากจะบอกอะไรกับเรา เราจะได้รู้และทำบุญหรืออะไรไปให้
แต่ปรากฏว่า มันไม่ใช่เรื่องของการขอส่วนบุญเลยสักนิด...
หมอดูคนที่เราไปดูนี้อยู่แถวรังสิต เป็นผู้ชายอายุประมาณ 35 ร่างท้วม ๆ แต่งตัวธรรมดาไม่ได้เหมือนหมอผีหรือแต่งชุดขาวอะไร
คำแรกที่หมอดูทักเราคือ
“หนูอยู่ห้องพักแถว.................(เซ็นเซอร์) ใช่ไหม?
ชอบเห็นอะไรแปลก ๆ มีเซ้นต์เกี่ยวกับเรื่องวิญญาณเพราะชอบทำบุญ
เป็นพรสวรรค์มาจากชาติที่แล้ว ไม่กลัวผีเลยนะชินแล้วสิ
ที่ห้องอยู่กัน 3 คน หรอ ทำไมมีแฟน 2 คนล่ะ คนหนึ่งเป็นแฟนอีก คนเป็นกิ๊กหรอ
เสน่ห์แรงหนินา ขนาดผียังอยากเป็นแฟนด้วย”
เรากับเพื่อนนั่งเงียบ หมอดูเค้ารู้ได้ไง เราไม่รู้สึกกลัวแต่เพื่อนเรานี่ไม่ต้องสืบจับมือเราแน่นมาก
เราถามหมอดูว่า เขาต้องการอะไรมีอะไรให้เราช่วยไหมเพราะผีส่วนใหญ่ไม่ค่อยต้องการอะไรนอกจากส่วนบุญ
“ความรัก เขาต้องการความรัก พี่ไม่รู้ว่าเขารอหนูมานานแค่ไหนนะ แต่เขาจะอยู่กับหนู
หนูไม่กลัวก็ไม่ต้องไปไล่เขา ท้าวเวสสุวรรณที่แม่หนูบอกให้หามาไว้ในห้อง ไม่ต้องเอามานะ
เขามีแต่จะปกป้อง เขาอยู่ด้วยความเสน่หา ถึงเวลาเดี๋ยวเขาก็ไป”
วันนั้นเราได้คำตอบเราไม่ได้ถามอะไรหมอดูอีก แต่แอบงงในความเก่งของหมอดูมาก
คือ เค้ารู้เรื่องที่แม่บอกให้เราหาท้าวเวสสุวรรณมาไว้ในห้อง ทั้ง ๆ เราเองก็เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำ
เรากลับมาอยู่ที่ห้องใช้ชีวิตเป็นปกติ คิดในทางที่ดีอย่างน้อยก็มีเพื่อนอยู่ด้วย ถึงไม่ใช่คนก็เถอะ
แต่วันนั้นที่มา คุณน่ากลัวมาก ฉี่แทบราด555+
เราสวดมนต์แผ่เมตตาก่อนนอนทุกคืน หลังจากไปหาหมอดูประมาณ 3 วัน
คืนวันที่ 3 เราก็ฝันเห็นผู้ชายคนหนึ่งตัวสูงใหญ่ ผิวขาวเหลือง หน้าตาหล่อมาก(หล่อแบบไทยๆ ซึ่งเราไม่เคยเห็นเขามาก่อน)
นุ่งโจงกระเบนสีแดง ไม่ได้สวมเสื้อ กล้ามชัด ในฝันเราใส่ชุดไทย ห่มสไบเฉียงสีชมพูบานเยน โจงกระเบนสีออกอิฐๆ
บรรยากาศเหมือนเป็นทุ่งนาสีเหลืองทอง(เหมือนฉากในหนังแต่เลือนลาง)
ผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามาหาเรา ยิ้มให้เรา จับมือเราแล้วพูดว่า
“พี่เจอเอ็งแล้ว พี่รอเอ็งมานาน เอ็งอยู่กับพี่ได้หรือไม่ พี่อยากอยู่กับเอ็ง”
เราตอบเขากลับไปว่า หนูอยู่กับแฟน (555+ไม่รู้ในฝันตอบไปแบบนั้นได้ไง)
พี่เป็นใครก็ไม่รู้ พี่จะอยู่กับหนูได้ยังไง
“พี่จะอยู่กับเอ็ง เอ็งไม่ให้พี่อยู่พี่ก็จะอยู่ ไอ้อีหน้าไหนก็ไล่พี่ไปจากเอ็งไม่ได้ พี่รักเอ็ง”
เขากอดเรา กอดเราแน่นมาก แน่นจนเราอึดอัดหายใจแทบไม่ออก
เรารู้สึกตัวลืมตาขึ้น เห็นเขาคร่อมตัวเราอยู่
พยายามเรียกแฟนแต่ไม่มีเสียง เราสู้แรงเขาไม่ไหว ขยับตัวไม่ได้
เราพูดในใจว่า ถ้าจะอยู่ด้วยกันอย่าทำกับเราแบบนี้ เรากลัว อย่าให้เราเกลียด ถ้าอยากอยู่เราจะให้อยู่
จากที่เราขยับไม่ได้เราก็เหมือนหลุดจากภวังค์
จากที่ไม่กลัวเราเริ่มกลัว เพราะเราเห็นเขาชัดขึ้น ๆ เขาสัมผัสเราได้ขนาดนี้
เราใช้ชีวิตอยู่กับผีแบบนี้จนจบปี 4 ระหว่างนั้นมีเรื่องแปลกเกิดขึ้นตลอดแต่ไม่น่าหลัวเหมือนตอนแรกๆ
เวลาที่เราสวดมนต์แผ่เมตตา เราจะบอกว่าขอให้พี่ได้ผลบุญด้วย
ช่วงนึงที่เราฝึกงาน เรากลับมาอยู่บ้าน
เราก็ฝันถึงห้องที่หอพักติดกันเป็นอาทิตย์ ๆ เห็นพี่เขา นั่งอยู่ที่เตียงนอน (คงคิดถึงเรามั้ง55+)
จนเราต้องกลับมานอนหอ ถึงเลิกฝัน เราจะนึกถึงเขาตลอดเวลาทำบุญ
วันพระจะเอาพวงมาลัยมาแขวนไว้หัวเตียง
นาน ๆ ครั้งจะมาเข้าฝัน ในฝันเหมือนคนเป็นแฟนกัน
นอนหนุนตักกันเล่นกัน ในฝันเรามีความสุขมาก ถึงขนาดมีอะไรกันก็เคย
โชคดีที่มันเป็นแค่ความฝัน...
เวลามีเรื่องไม่สบายใจเราจะพูดจะบ่นคนเดียวในห้องเรื่องแย่ ๆ เหล่านั้นก็ผ่านไปได้ด้วยดีเสมอ
ถูกหวยบ่อยมากกกก ถ้าเพื่อน ๆ มาเล่นไพ่ที่ห้องเราจะได้ตลอดไม่เคยเสียเหมือนเขาช่วยเรา
ถามว่าเหมือนเราจะรักเขาไหม เราตอบเลยว่า รัก (555+อาจฟังดูตลกแต่คงเพราะความผูกพันมั้งอยู่กันมาหลายปี)
เพราะยังไง เราก็ต้องอยู่บนโลกแห่งความจริง ซึ่งมันไม่มีทางเป็นไปได้
ครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกับเขาคือตอนเราจบปี 4
เรากลับมาเก็บของที่ห้องทั้งหมดเพราะจะกลับมาอยู่บ้าน ตอนเราเก็บของเสร็จ
เราพูดในห้องว่า “พี่...หนูไปแล้วนะ พี่ก็ไปได้แล้ว ไม่ต้องห่วงหนูอีกแล้ว”
เรารู้สึกเหมือนตัวเองจะร้องไห้ ความรู้สึกเหมือนคนอกหักซึ่งมันแปลกมาก ๆ แล้วคืนนั้นเราก็ฝันอีก
สถานที่เดิมแต่งตัวเหมือนเดิม เขาเดินมาหาเรา จับมือเรา
พูดกับเราว่า “ต่อไปนี้พี่หมดห่วงแล้ว หมดหน้าที่ของพี่แล้ว” แล้วเขาก็เดินหายไป
นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกันหลังจากนั้นเราไม่เคยฝันถึงเขาอีกเลย
ปัจจุบันนี้เราไม่ค่อยเห็นวิญญาณหรือผีอีกแล้ว
อาจเป็นเพราะเราไม่ค่อยได้ทำบุญเหมือนเมื่อก่อนหรืออาจเพราะหน้าที่การทำงานที่ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัว
ขอบคุณทุกคนที่อ่าน ขอบคุณพี่ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ด้วยกัน.
เมื่อ...กลางวันของYou กลางคืนของMe
ไม่ได้นานเกินความทรงจำจะลบเลือนเลยจริง ๆ ค่ะ ยังคงจำได้ดีทั้งรูปร่าง หน้าตาและเสียง
เรื่องมีอยู่ว่า ตอนปี 2552 เราอยู่ปี 2 มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งใกล้ ๆ คลอง 6 รังสิต-นครนายก หึหึ...รู้ละสิ
ตอนนั้นเราย้ายจากหอในของมหาวิทยาลัยมาอยู่หอนอกกับแฟน ตามสไตล์คนมีความรักทั่วไป
แฟนเราเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยใกล้เคียงนี่เอง
หอที่เรามาอยู่ค่อนข้างสะอาดและใหม่มากเพราะเปิดมาได้แค่ 3 ปี และมีการดูแลทำความสะอาดอยู่เสมอ
เราเองไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไรเกี่ยวกับห้องพักห้องนี้เลย ทั้ง ๆ ที่เป็นคนค่อนข้างมีเซ้นต์เกี่ยวกับเรื่องลี้ลับ
แต่มันเป็นเพียงแค่เดือนแรกที่เราเข้ามาอยู่เท่านั้น(หลอกให้เราตายใจ)...
ในเดือนที่สองอะไร ๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป เราเริ่มได้ยินเสียงแปลก ๆ ทุกครั้งที่อยู่คนเดียว เสียงเรียกชื่อเบา ๆ ที่เหมือนลอยมาตามลม
เสียงเคาะห้อง เสียงเปิดฝักบัวอาบน้ำ หรือแม้แต่โทรศัพท์ภายในห้องที่ดังแต่ไม่มีเสียงปลายสายตอบรับ
เหตุการณ์แบบนี้เริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนเรารู้สึกว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง
เข้าสู่เดือนที่สาม จากแค่การมาในรูปแบบเสียงก็เริ่มกลายมาเป็นการสัมผัส เวลาที่เรานอน ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน
(ต้องบอกก่อนนะคะ ว่าแฟนเราเนี่ย...ไม่ค่อยอยู่กับเราสักเท่าไหร่เพราะชอบท่องราตรีเป็นผีสุรา
เราเลยต้องนอนคนเดียวเปล่าเปลี่ยวหัวใจบ่อย ๆ555+ เหมือนเช่าห้องมานอนคนเดียว )
เวลาที่นอนอยู่บนเตียง เราจะมีความรู้สึกว่าฟูกข้าง ๆ จะยุบตัวลงเหมือนมีคนมานอนด้วย
ที่หนักเลยคงเป็นความรู้สึกว่ามีคนกอดจากทางด้านหลังจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจเย็นๆแต่เบามากๆ
บางครั้งได้ยินเสียงกรนฟี้ๆอยู่ข้างหลังทั้ง ๆ ที่เราก็นอนอยู่คนเดียว เราเลยมั่นใจว่านั่นแหละ "ผี" แน่นอน
ด้วยความเคยชินกับการเจอเรื่องแบบนี้อยู่บ่อย ๆ เราเลยไม่คิดจะอะไรเพราะบางทีเรื่องที่เกิดมันก็เกินความเชื่อของเราไปมาก
จนวันนึง มันก็เกินไปจริง ๆ วันนั้นเป็นวันศุกร์ เราจำไม่ได้ว่าวันที่เท่าไหร่ วันนั้นเป็นวันที่แฟนเราขอออกไปเมากับเพื่อนตามปกติ
แต่ดันลืมเอากุญแจห้องไปด้วย เราเลยให้แฟนโทรหาเวลามาถึงหอจะได้ลุกไปเปิดประตูให้ แล้วเราก็ล้มตัวลงนอน
หลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ มารู้สึกตัวก็เพราะไฟจากทางเดินในหอพักสาดเข้ามาแยงตาเรา
(เราเอาเตียงชิดผนังห้องข้างประตูเวลาเปิดประตูแสงจะสาดเข้ามาถึงเตียงนอน)
เราหรี่ตามองเพื่อให้สายตาปรับแสง เห็นร่างลางๆว่าเป็นผู้ชายก็คิดว่าเป็นแฟน
เลยถามว่า กลับมาแล้วหรอ ทำไมไม่โทรมาจะได้ลุกไปเปิดประตู
แต่ในใจก็นึกขึ้นได้ มันไม่ได้เอากุญแจห้องไปหนิ ...แล้วมันเปิดประตูห้องได้ไงวะ
เราลุกขึ้นนั่ง ภาพที่เห็นตรงหน้า ไม่ใช่แฟนเรา!! แต่เป็นผู้ชายร่างใหญ่ตัวสูงหัวถึงขอบประตูด้านบน (ประมาณ 2 เมตร)
ตาแดงก่ำ ยิ้มยิงฟันขาว มือหนึ่งจับลูกบิดประตู มืออีกข้างชี้หน้าเรา
ตะคอกใส่เราว่า "กลางวันเป็นของเมิง กลางคืนเป็นของกรู" 555+(เสียงหัวเราะดังมากแบบฮ่า ๆ ๆ ) แล้วเดินออกจากห้องปิดประตูดังปัง!!!
เสียงปิดประตูอย่างแรงดังสะท้อนไปทั้งชั้นของหอพัก เรารีบลงจากเตียงเปิดไฟ เปิดทีวี เราไม่ได้ฝัน เราไม่ได้ครึ่งหลับครึ่งตื่น
(คนที่งัวเงียเมาขี้ตาคงพูดตอบโต้ขนาดนั้นไม่ได้) ภาพ เสียงมันชัดมาก เราลุกไปขยับลูกบิด ลูกบิดยังล็อคอยู่
พอเปิดประตูได้ เราก็รีบวิ่งลงไปชั้นล่างตึก หน้าตาเราตื่นมากจนรปภ.ของหอพักตกใจ ถามเราว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นอะไร
เราตอบไม่ได้ช็อคกับเหตุการณ์เมื่อกี้อยู่ ไม่กล้าพูด กลัวมาก เกิดมาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน
เรานั่งรอข้างล่างหอจนเกือบหกโมงเช้าแฟนเราก็กลับมา พอเช้าเราเลยโทรหาแม่เล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฟัง
หลังจากที่เราได้บอกแม่ และเพื่อนบางคน(เพื่อนสนิท 5 คน) แต่เราไม่กล้าบอกแฟน555+กลัวมันไม่อยู่ด้วย
แม่ก็ให้เราไปทำบุญ ซึ่งเราก็ไปทำวัดใกล้ ๆ มหา’ลัยวันนั้นเลย ส่วนเพื่อนเราแนะนำให้ไปดูดวง
เราก็ไป คิดว่าเผื่อเขามีอะไรให้ช่วยหรือเขาอยากจะบอกอะไรกับเรา เราจะได้รู้และทำบุญหรืออะไรไปให้
แต่ปรากฏว่า มันไม่ใช่เรื่องของการขอส่วนบุญเลยสักนิด...
หมอดูคนที่เราไปดูนี้อยู่แถวรังสิต เป็นผู้ชายอายุประมาณ 35 ร่างท้วม ๆ แต่งตัวธรรมดาไม่ได้เหมือนหมอผีหรือแต่งชุดขาวอะไร
คำแรกที่หมอดูทักเราคือ
“หนูอยู่ห้องพักแถว.................(เซ็นเซอร์) ใช่ไหม?
ชอบเห็นอะไรแปลก ๆ มีเซ้นต์เกี่ยวกับเรื่องวิญญาณเพราะชอบทำบุญ
เป็นพรสวรรค์มาจากชาติที่แล้ว ไม่กลัวผีเลยนะชินแล้วสิ
ที่ห้องอยู่กัน 3 คน หรอ ทำไมมีแฟน 2 คนล่ะ คนหนึ่งเป็นแฟนอีก คนเป็นกิ๊กหรอ
เสน่ห์แรงหนินา ขนาดผียังอยากเป็นแฟนด้วย”
เรากับเพื่อนนั่งเงียบ หมอดูเค้ารู้ได้ไง เราไม่รู้สึกกลัวแต่เพื่อนเรานี่ไม่ต้องสืบจับมือเราแน่นมาก
เราถามหมอดูว่า เขาต้องการอะไรมีอะไรให้เราช่วยไหมเพราะผีส่วนใหญ่ไม่ค่อยต้องการอะไรนอกจากส่วนบุญ
“ความรัก เขาต้องการความรัก พี่ไม่รู้ว่าเขารอหนูมานานแค่ไหนนะ แต่เขาจะอยู่กับหนู
หนูไม่กลัวก็ไม่ต้องไปไล่เขา ท้าวเวสสุวรรณที่แม่หนูบอกให้หามาไว้ในห้อง ไม่ต้องเอามานะ
เขามีแต่จะปกป้อง เขาอยู่ด้วยความเสน่หา ถึงเวลาเดี๋ยวเขาก็ไป”
วันนั้นเราได้คำตอบเราไม่ได้ถามอะไรหมอดูอีก แต่แอบงงในความเก่งของหมอดูมาก
คือ เค้ารู้เรื่องที่แม่บอกให้เราหาท้าวเวสสุวรรณมาไว้ในห้อง ทั้ง ๆ เราเองก็เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำ
เรากลับมาอยู่ที่ห้องใช้ชีวิตเป็นปกติ คิดในทางที่ดีอย่างน้อยก็มีเพื่อนอยู่ด้วย ถึงไม่ใช่คนก็เถอะ
แต่วันนั้นที่มา คุณน่ากลัวมาก ฉี่แทบราด555+
เราสวดมนต์แผ่เมตตาก่อนนอนทุกคืน หลังจากไปหาหมอดูประมาณ 3 วัน
คืนวันที่ 3 เราก็ฝันเห็นผู้ชายคนหนึ่งตัวสูงใหญ่ ผิวขาวเหลือง หน้าตาหล่อมาก(หล่อแบบไทยๆ ซึ่งเราไม่เคยเห็นเขามาก่อน)
นุ่งโจงกระเบนสีแดง ไม่ได้สวมเสื้อ กล้ามชัด ในฝันเราใส่ชุดไทย ห่มสไบเฉียงสีชมพูบานเยน โจงกระเบนสีออกอิฐๆ
บรรยากาศเหมือนเป็นทุ่งนาสีเหลืองทอง(เหมือนฉากในหนังแต่เลือนลาง)
ผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามาหาเรา ยิ้มให้เรา จับมือเราแล้วพูดว่า
“พี่เจอเอ็งแล้ว พี่รอเอ็งมานาน เอ็งอยู่กับพี่ได้หรือไม่ พี่อยากอยู่กับเอ็ง”
เราตอบเขากลับไปว่า หนูอยู่กับแฟน (555+ไม่รู้ในฝันตอบไปแบบนั้นได้ไง)
พี่เป็นใครก็ไม่รู้ พี่จะอยู่กับหนูได้ยังไง
“พี่จะอยู่กับเอ็ง เอ็งไม่ให้พี่อยู่พี่ก็จะอยู่ ไอ้อีหน้าไหนก็ไล่พี่ไปจากเอ็งไม่ได้ พี่รักเอ็ง”
เขากอดเรา กอดเราแน่นมาก แน่นจนเราอึดอัดหายใจแทบไม่ออก
เรารู้สึกตัวลืมตาขึ้น เห็นเขาคร่อมตัวเราอยู่
พยายามเรียกแฟนแต่ไม่มีเสียง เราสู้แรงเขาไม่ไหว ขยับตัวไม่ได้
เราพูดในใจว่า ถ้าจะอยู่ด้วยกันอย่าทำกับเราแบบนี้ เรากลัว อย่าให้เราเกลียด ถ้าอยากอยู่เราจะให้อยู่
จากที่เราขยับไม่ได้เราก็เหมือนหลุดจากภวังค์
จากที่ไม่กลัวเราเริ่มกลัว เพราะเราเห็นเขาชัดขึ้น ๆ เขาสัมผัสเราได้ขนาดนี้
เราใช้ชีวิตอยู่กับผีแบบนี้จนจบปี 4 ระหว่างนั้นมีเรื่องแปลกเกิดขึ้นตลอดแต่ไม่น่าหลัวเหมือนตอนแรกๆ
เวลาที่เราสวดมนต์แผ่เมตตา เราจะบอกว่าขอให้พี่ได้ผลบุญด้วย
ช่วงนึงที่เราฝึกงาน เรากลับมาอยู่บ้าน
เราก็ฝันถึงห้องที่หอพักติดกันเป็นอาทิตย์ ๆ เห็นพี่เขา นั่งอยู่ที่เตียงนอน (คงคิดถึงเรามั้ง55+)
จนเราต้องกลับมานอนหอ ถึงเลิกฝัน เราจะนึกถึงเขาตลอดเวลาทำบุญ
วันพระจะเอาพวงมาลัยมาแขวนไว้หัวเตียง
นาน ๆ ครั้งจะมาเข้าฝัน ในฝันเหมือนคนเป็นแฟนกัน
นอนหนุนตักกันเล่นกัน ในฝันเรามีความสุขมาก ถึงขนาดมีอะไรกันก็เคย
โชคดีที่มันเป็นแค่ความฝัน...
เวลามีเรื่องไม่สบายใจเราจะพูดจะบ่นคนเดียวในห้องเรื่องแย่ ๆ เหล่านั้นก็ผ่านไปได้ด้วยดีเสมอ
ถูกหวยบ่อยมากกกก ถ้าเพื่อน ๆ มาเล่นไพ่ที่ห้องเราจะได้ตลอดไม่เคยเสียเหมือนเขาช่วยเรา
ถามว่าเหมือนเราจะรักเขาไหม เราตอบเลยว่า รัก (555+อาจฟังดูตลกแต่คงเพราะความผูกพันมั้งอยู่กันมาหลายปี)
เพราะยังไง เราก็ต้องอยู่บนโลกแห่งความจริง ซึ่งมันไม่มีทางเป็นไปได้
ครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกับเขาคือตอนเราจบปี 4
เรากลับมาเก็บของที่ห้องทั้งหมดเพราะจะกลับมาอยู่บ้าน ตอนเราเก็บของเสร็จ
เราพูดในห้องว่า “พี่...หนูไปแล้วนะ พี่ก็ไปได้แล้ว ไม่ต้องห่วงหนูอีกแล้ว”
เรารู้สึกเหมือนตัวเองจะร้องไห้ ความรู้สึกเหมือนคนอกหักซึ่งมันแปลกมาก ๆ แล้วคืนนั้นเราก็ฝันอีก
สถานที่เดิมแต่งตัวเหมือนเดิม เขาเดินมาหาเรา จับมือเรา
พูดกับเราว่า “ต่อไปนี้พี่หมดห่วงแล้ว หมดหน้าที่ของพี่แล้ว” แล้วเขาก็เดินหายไป
นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกันหลังจากนั้นเราไม่เคยฝันถึงเขาอีกเลย
ปัจจุบันนี้เราไม่ค่อยเห็นวิญญาณหรือผีอีกแล้ว
อาจเป็นเพราะเราไม่ค่อยได้ทำบุญเหมือนเมื่อก่อนหรืออาจเพราะหน้าที่การทำงานที่ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัว
ขอบคุณทุกคนที่อ่าน ขอบคุณพี่ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ด้วยกัน.