เราจะไม่ต้องไปดิ้นรนทำงาน เพื่อหาเงินมาซื้ออาหารกิน จะไม่มีคนในประเทศยากจน ต้องมาอดอาหารตาย ท่านว่าดีไหมครับ อันนี้แค่แนวคิดขำๆนะครับ อย่าซีเรียส
แสงอาทิตย์
มีนักฟิสิกส์จำนวนน้อยนิดที่เคยพยายามจะเข้าใจเรื่อง “อาหาร” ในปี 1930 ชโรดิงเกอร์ (รางวัลโนเบล) เขียนหนังสือเล่มเล็กๆ ชื่อ “What is life?” ชีวิตคืออะไร? ในหนังสือเล่มนี้ เขาบันทึกไว้ว่า คนที่โตเต็มวัยแล้วไม่ได้กินอาหารเพื่อจะให้ได้รับอะตอมไนโตรเจนเพิ่ม เพราะว่าเราโตเต็มที่แล้ว มีอะตอมที่จำเป็นครบแล้ว บางครั้งก็มากเกินไปแล้วด้วย ดังนั้น ทำไมเราถึงยังต้องกินอยู่อีก? เขาสรุปว่า เหตุผลอันแท้จริงคือเพื่อจะรับเอาระเบียบเข้ามา (ตรงกันข้ามกับการแรนดอมเลย) เป็นระเบียบที่เราจำเป็นต้องใช้เพื่อซ่อมเสริมระเบียบของสภาวะภายในของเรา
พริโกจิน, รางวัลโนเบลอีกคน แสดงในปี 1940 ว่าองค์กรชีวิตสามารถสร้างระเบียบจากเคออสได้ ด้วยการนำเข้าระเบียบแบบแผนของสสาร (ในที่นี้คืออาหาร) และกำจัดขยะเคมีซึ่งไม่เป็นระเบียบออกไป พริโกเจนได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของเขาพยายามเข้าใจว่าองค์กรชีวิตสร้างระเบียบภายในตัวเองขึ้นมาได้อย่างไร ปัญหาก็เป็นเพราะว่าองค์กรชีวิตนั้นมีความเป็นระเบียบสูงมากๆ ตัวอย่างเช่น, มีข้อมูลอยู่ 100,000 ล้านล้าน เท่าเก็บอยู่ในเนื้อเยื่อขององค์กรชีวิตมากกว่าเทคโนโยลีคอมพิวเตอร์ที่รู้จักทุกชนิด แล้วอย่างนี้ยังจะบอกว่าเราอยู่ในจักรวาลที่บริหารจัดการด้วยกระบวนการแรนดอม หรือสุ่มสะเปะสะปะอีกหรือ!! ในความเป็นจริงแล้วเกือบทั้งหมด กฏแห่งฟิสิกส์ไม่อาจจะเข้าถึงได้, อย่างกฏเทอร์โมไดนามิกส์ข้อสองที่รู้จักกันว่าแรนดอมจะเพิ่มขึ้นเสมอจนกระทั่งเต็มพิกัด (มันคือประสบการณ์สามัญซึ่งทุกอย่างสึกกร่อน, เน่าเปื่อย, ผุพังลงไป ถูกโจมตีโดยแมลงและสภาพอากาศ ชำรุด ผสมปนเปกัน กลายเป็นเคออส ไร้ระเบียบ) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นกับองค์กรชีวิตที่ดำรงอยู่ในสุขสภาวะ ขณะที่ยังมีชีวิต มีการแสดงว่า การกินทำให้องค์กรชีวิตอยู่กับกฏข้อสองนี้ได้ พริโกจินต้องการจะอธิบายกลศาสตร์นี้ในรายละเอียด แต่เขาได้รางวัลโนเบลจากการแสดงประเภทของปฏิกริยาเคมีซึ่งสร้างระเบียบขึ้นในองค์กรชีวิต
กามอว, ผู้สร้างไอเดียเรื่องบิ๊กแบง เขียนรายงานร่วมกับบริททิน ในปี 1960 แสดงว่าแสงอาทิตย์ส่องมายังผิวโลกแล้วปั๊มความไร้ระเบียบ (randomness) ออกไปนอกอวกาศ แย้งคานกับกฏข้อที่สอง พวกเค้าคำนวนว่ากระบวนการ photosynthesis (สังเคราะห์แสง) นั้นได้รับประโยชน์เพียง 10% จากระเบียบซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยแสงอาทิตย์
ดังนั้น เราจึงได้ภาพที่ว่า แสงแดดส่งมายังพื้นผิวโลก สร้างระเบียบขึ้นจากความไร้ระเบียบ แล้วพืชก็ดูดซับเอาระเบียบไว้ ส่งผ่านไปยังโมเลกุลชีวิต ในรูปแบบของการสังเคราะห์แสง เมื่อองค์กรชีวิตกินพืชหรืออาหาร, ก็รับเอาระเบียบเข้าสู่พวกมัน และถ่ายแรนดอมออกมาเป็นของเสีย, และด้วยกระบวนการนี้จึงรักษาระเบียบแห่งองค์กรชีวิตเอาไว้ได้
ถ้าธรรมชาติสร้างเราให้สังเคาะห์แสงได้แบบพืช ไม่ต้องดิ้นรนไปหาอาหารกินก็คงดีเหมือนกันนะ
แสงอาทิตย์
มีนักฟิสิกส์จำนวนน้อยนิดที่เคยพยายามจะเข้าใจเรื่อง “อาหาร” ในปี 1930 ชโรดิงเกอร์ (รางวัลโนเบล) เขียนหนังสือเล่มเล็กๆ ชื่อ “What is life?” ชีวิตคืออะไร? ในหนังสือเล่มนี้ เขาบันทึกไว้ว่า คนที่โตเต็มวัยแล้วไม่ได้กินอาหารเพื่อจะให้ได้รับอะตอมไนโตรเจนเพิ่ม เพราะว่าเราโตเต็มที่แล้ว มีอะตอมที่จำเป็นครบแล้ว บางครั้งก็มากเกินไปแล้วด้วย ดังนั้น ทำไมเราถึงยังต้องกินอยู่อีก? เขาสรุปว่า เหตุผลอันแท้จริงคือเพื่อจะรับเอาระเบียบเข้ามา (ตรงกันข้ามกับการแรนดอมเลย) เป็นระเบียบที่เราจำเป็นต้องใช้เพื่อซ่อมเสริมระเบียบของสภาวะภายในของเรา
พริโกจิน, รางวัลโนเบลอีกคน แสดงในปี 1940 ว่าองค์กรชีวิตสามารถสร้างระเบียบจากเคออสได้ ด้วยการนำเข้าระเบียบแบบแผนของสสาร (ในที่นี้คืออาหาร) และกำจัดขยะเคมีซึ่งไม่เป็นระเบียบออกไป พริโกเจนได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของเขาพยายามเข้าใจว่าองค์กรชีวิตสร้างระเบียบภายในตัวเองขึ้นมาได้อย่างไร ปัญหาก็เป็นเพราะว่าองค์กรชีวิตนั้นมีความเป็นระเบียบสูงมากๆ ตัวอย่างเช่น, มีข้อมูลอยู่ 100,000 ล้านล้าน เท่าเก็บอยู่ในเนื้อเยื่อขององค์กรชีวิตมากกว่าเทคโนโยลีคอมพิวเตอร์ที่รู้จักทุกชนิด แล้วอย่างนี้ยังจะบอกว่าเราอยู่ในจักรวาลที่บริหารจัดการด้วยกระบวนการแรนดอม หรือสุ่มสะเปะสะปะอีกหรือ!! ในความเป็นจริงแล้วเกือบทั้งหมด กฏแห่งฟิสิกส์ไม่อาจจะเข้าถึงได้, อย่างกฏเทอร์โมไดนามิกส์ข้อสองที่รู้จักกันว่าแรนดอมจะเพิ่มขึ้นเสมอจนกระทั่งเต็มพิกัด (มันคือประสบการณ์สามัญซึ่งทุกอย่างสึกกร่อน, เน่าเปื่อย, ผุพังลงไป ถูกโจมตีโดยแมลงและสภาพอากาศ ชำรุด ผสมปนเปกัน กลายเป็นเคออส ไร้ระเบียบ) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นกับองค์กรชีวิตที่ดำรงอยู่ในสุขสภาวะ ขณะที่ยังมีชีวิต มีการแสดงว่า การกินทำให้องค์กรชีวิตอยู่กับกฏข้อสองนี้ได้ พริโกจินต้องการจะอธิบายกลศาสตร์นี้ในรายละเอียด แต่เขาได้รางวัลโนเบลจากการแสดงประเภทของปฏิกริยาเคมีซึ่งสร้างระเบียบขึ้นในองค์กรชีวิต
กามอว, ผู้สร้างไอเดียเรื่องบิ๊กแบง เขียนรายงานร่วมกับบริททิน ในปี 1960 แสดงว่าแสงอาทิตย์ส่องมายังผิวโลกแล้วปั๊มความไร้ระเบียบ (randomness) ออกไปนอกอวกาศ แย้งคานกับกฏข้อที่สอง พวกเค้าคำนวนว่ากระบวนการ photosynthesis (สังเคราะห์แสง) นั้นได้รับประโยชน์เพียง 10% จากระเบียบซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยแสงอาทิตย์
ดังนั้น เราจึงได้ภาพที่ว่า แสงแดดส่งมายังพื้นผิวโลก สร้างระเบียบขึ้นจากความไร้ระเบียบ แล้วพืชก็ดูดซับเอาระเบียบไว้ ส่งผ่านไปยังโมเลกุลชีวิต ในรูปแบบของการสังเคราะห์แสง เมื่อองค์กรชีวิตกินพืชหรืออาหาร, ก็รับเอาระเบียบเข้าสู่พวกมัน และถ่ายแรนดอมออกมาเป็นของเสีย, และด้วยกระบวนการนี้จึงรักษาระเบียบแห่งองค์กรชีวิตเอาไว้ได้