รางวัลที่น่าภาคภูมิใจ และมีคุณค่าต่อจิตใจและกำลังใจของ "ผู้จัดละคร", "นักแสดง" และ ทีมงานที่เกี่ยวข้อง คือ การยอมรับและชื่นชมจาก "เจ้าของบทประพันธ์" ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ, วัยวุฒิ และมีวิสัยทัศน์ที่กว้างขวาง อีกทั้งยังเป็น "ศิลปินแห่งชาติ" อย่าง คุณโสภาค สุวรรณ ที่ได้รับชมละครเรื่องนี้และส่งคำชื่นชมมายังผู้จัดฯ, นักแสดง และทีมงานทุกระดับ ได้อ่านจดหมายของท่านและปลาบปลื้มแทนทุกคนที่เกี่ยวข้องกับละคร "รักเร่" ขอบคุณที่ทางคุณน้ำผึ้ง ผู้จัดฯ และช่อง 7 ได้นำมาเผยแพร่
ขอยืมคำชมละคร "รักเร่" จาก จดหมายชื่นชมของ คุณโสภาค สุวรรณ ซึ่งท่านได้เขียนด้วยลายมือและส่งมาให้คุณน้ำผึ้ง ซึ่งทางช่อง 7 ได้ออกอากาศใน "สนามข่าวบันเทิง" ตามเนื้อหาด้านล่าง ท่านบอกว่าผลงานนี้ แค่คำว่าปรบมือไม่เพียงพอ ผู้ร่วมงานและเกี่ยวข้องกับละครเรื่องนี้ สมควรกับคำว่า "Standing Ovation"
คุณโสภาค สุวรรณ เขียนจดหมายชื่นชม รักเร่ : สนามข่าวบันเทิง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
http://pantip.com/topic/34723829

หลังจากชมละครเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นจนจบในคืนนี้ ช่างตราตรึง ซาบซึ้ง อิ่มเอม ประทับใจมากๆ ค่ะ เหมือนมีความสุขปนเศร้า แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจและร่างกาย และประทับอยู่ในใจ เริ่มออกเดินทางไปกับ "รามิล", "วายูน" และ "นิโคไล" มาตั้งแต่ต้นเรื่องผ่านช่วงสวยงามของชีวิต ภาพวิวสวย ๆ ดื่มด่ำกับความรักสดใสและเปี่ยมไปด้วยความหวังของพระนาง และหัวใจที่จงรักภักดีของ "นิโคไล"
นอกจากนี้ ตัวละครต่าง ๆ เข้ามาสร้างสีสันให้ เหมือนเข้ามาเป็นบททดสอบของชีวิต บ้างก็ผ่านเข้ามา เพื่อให้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่าง และแยกย้ายจากกันไป เช่น ปู่ผิน (คุณสรพงษ์), อาภักดิ์ (คุณทูน), ปรัชญา (คุณกลม), หญิงจุลมณี (คุณแพร) และหม่อมแม่ (คุณหมู) ที่เข้ามาทำให้เกิดพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของทั้ง รามิล และ วายูน หรือบางตัวละครก็มีส่วนสำคัญของชีวิตของ รามิล วายูน เสมอมา เช่น อาพร้อม (พระองค์หญิง), เพียงเพ็ญ (คุณน้ำผึ้ง), น้านิตยา (คุณจารุณี), ท่านทูต (อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศออสเตรีย),คุณหญิงนิต้า (คุณสุพรรษา), ดามพ์ (คุณอู), ไฮดี้ (คุณสา), คาร์ล, ซึ่งเป็นกลุ่มที่วนเวียนและมีอิทธิพลในชีวิต รามิล และ วายูน และคนเหล่านี้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีสีสันสนุกสนานเรียกเสียงฮาจาก กัญญารัตน์ (คุณกิ๊ก), ปัทมา (คุณนาตาลี), ศิราณี (คุณรุ่ง หนูหิ่น) และ ศิวา
นักแสดงทุกท่านต่างแสดงได้อย่างสมบทบาทและมืออาชีพมาก ทำให้เรายิ้ม, หัวเราะ, เอาใจช่วย, เกลียด, ร้องไห้, เสียใจ,แค้น ไปกับตัวละครแต่ละตัว เรื่องนี้อาจไม่ต้องสื่อกันด้วยคำพูดมากมาย แต่ทุกคนแสดงออกทางสีหน้า, แววตา และน้ำเสียง ได้อย่างสุดยอดมาก
พระนางในเรื่องนี้ อ๋อม กับ แพน เคมีสุดยอดมาก ฝีมือดีขึ้นตามประสบการณ์ในวงการ หลายฉากในตอนจบวันนี้ ทำเอาน้ำตาซึมไปกับ "รามิล" และ "วายูน" ไม่ว่าจะเป็นฉากง้อที่วายูนใจแข็งไม่ยอมคืนดีกับรามิล และรามิลเข้ากอดจูบ ทั้งสองคนถ่ายทอดได้ดีมาก แค้นแทนวายูน และลุ้นแทนรามิล, อีกฉากประทับใจคือ ฉากรามิลตามไปง้อวายูนที่ซัลบวก นอกจากวิวสวยราวเทพนิยายแล้ว ยังเป็นสถานที่สำคัญที่ทั้งสองมีช่วงเวลาดีๆ ด้วยกัน รามิล ขอโทษและขอโอกาส วายูน ให้เริ่มต้นกันใหม่ และให้เห็นแก่ลูกที่จะไม่ต้องเติบโตโดยไม่มีพ่อแม่แบบทั้งสองคน รามิล ถึงกับ คุกเข่า รอคำให้อภัยจาก วายูน แพนไม่ได้พูดอะไรมากในฉากนี้ แต่สีหน้า, น้ำตา แสดงทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดออกมา อ๋อม แพน เป็น "รามิล" และ "วายูน" ที่เดินออกมาจากหนังสือจริงๆ อย่างที่คุณโสภาค ชมเชยในจดหมายจริงๆ ค่ะ
อั๊ต เป็น นิโคไล ได้น่าสงสารมาก อั๊ดทำให้เชื่อว่ารัก วายูน ด้วยทั้งหมดที่มีจริงๆ และพร้อมจะรอเสมอ ตอนที่วายูนบอกว่า ถ้าพร้อมจะมีใครเมื่อไหร่ จะรักนิโคไลเป็นคนแรก และตอนที่บอกว่า จะพยายามรัก นิโคไล ทั้งแพน อั๊ต แสดงได้ดีมาก เข้าใจจิตใจทั้งฝ่ายของ วายูน และ นิโคไล ฉากที่ นิโคไล เอาของขวัญไปให้ ลีล่า และออกมาจากห้องของวายูนกับรามิล นิโคไลเอามือกุมหัวใจ พร้อมเพลงประจำตัว โดนใจมาก สุดท้ายปิดฉากนิโคไลได้สมบูรณ์แบบที่มายืนเปิดอัลบั้มดูภาพเก่าๆ กับ วายูนและลีลา
คุณจารุณี เป็น น้านิตยา จนนาทีสุดท้าย ที่เจ้าทิฐิมากๆ คุณเปิ้ลรักษาคาร์แรกเตอร์ได้สุดยอดมากค่ะ วันที่เฉิดฉาย รูปโฉมภายนอกสวยเนี๊ยบกริบสง่างาม เข้มแข็ง แต่ในวันที่รามิลไปขอขมาพร้อมลูกเมีย คุณเปิ้ลเหมือนกลายเป็นอีกคนที่ไม่แต่งหน้าทำผม เหมือนคนไม่สบายอยู่บ้านจริงๆ แต่ความเจ้าทิฐิ บงการก็ยังคงอยู่ แม้นั่งบนรถเข็น รามิลมากราบขอขมาแทบเท้าพร้อมพวงมาลัย แต่น้านิตยากลับไล่แบบไม่ใยดี จนคนดูอย่างเราคาใจว่าจะจบแบบนี้เหรอ แต่พอคุณเปิ้ลขยับมือไปหยิบมาลัย พร้อมรอยยิ้มในหน้า แค่นี้เองคนดูก็มีความหวังและเข้าใจได้ว่า น้านิตยาดีใจและคงให้อภัยในไม่ช้า
ความประทับใจหลายๆ อย่างเคยได้พูดถึงมาแล้ว ทั้งเรื่องภาพ, คอสตูม, โลเคชั่นต่างๆ สวยเลอค่า เกินคาดหวังทั้งสิ้น ละครเรื่องนี้ให้ความบันเทิงทั้งทางสายตาด้วยภาพสวยงาม, เพลงประกอบและดนตรีประกอบไพเราะ ได้ความบันเทิงทางหู และเหนือสิ่งอื่นใดคือความบันเทิงทางใจ ที่ได้เสพสิ่งปราณีต ละเมียดละไม พิถีพิถัน ที่บรรจงทำมาอย่างใส่ใจทุกรายละเอียด ให้เกียรติคนดู และเปิดมุมมองโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้กับละครไทย
นอกจากนี้ที่สำคัญมากๆ คือ การแสดงให้เห็นว่า "คนที่ทำผิดพลาด" ในชีวิต ถ้าแก้ไขปัญหาด้วยสติปัญญา วางแผน และรอคอย ก็สามารถทำให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ในทางที่ตั้งใจไว้ เหมือนอย่าง วายูน, รามิล และ สอนให้คนรู้จักคำว่า "ขอโทษ" และ "ให้อภัย" ที่เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตเดินต่อไปข้างหน้า โดยไม่ต้องจมปลักกับความคับแค้นใจในอดีต
สุดท้ายขอขอบคุณช่อง 7 , คุณน้ำผึ้ง, นักแสดง และทีมงานทุกท่านที่ทุ่มเท ตั้งใจ ใส่ใจ กับละคร "รักเร่" จนแม้ผู้ประพันธ์เองยังปลื้มปริ่มและชื่นชม ขอบคุณที่เปิดโลกทัศน์ละครรูปแบบใหม่ๆ ที่หรูหรา เลอค่า ละเมียดละไมทุกองค์ประกอบ และปลาบปลื้มแทนนักแสดงและทีมงานที่ พระองค์หญิงฯ ทรงร่วมแสดงด้วย นับเป็นเกียรติอย่างสูงของผู้ร่วมแสดง และผู้ชม ขอเป็นกำลังใจให้ทางช่อง 7 และผู้จัดฯ สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพเช่นนี้ให้กับผู้ชมออกมาอย่างต่อเนื่องนะคะ ขอบคุณค่ะ
Standing Ovation ให้กับ "รักเร่" - ขอบคุณช่อง 7, คุณน้ำผึ้ง และทีมงานทุกคน สุดยอดมาก
ขอยืมคำชมละคร "รักเร่" จาก จดหมายชื่นชมของ คุณโสภาค สุวรรณ ซึ่งท่านได้เขียนด้วยลายมือและส่งมาให้คุณน้ำผึ้ง ซึ่งทางช่อง 7 ได้ออกอากาศใน "สนามข่าวบันเทิง" ตามเนื้อหาด้านล่าง ท่านบอกว่าผลงานนี้ แค่คำว่าปรบมือไม่เพียงพอ ผู้ร่วมงานและเกี่ยวข้องกับละครเรื่องนี้ สมควรกับคำว่า "Standing Ovation"
คุณโสภาค สุวรรณ เขียนจดหมายชื่นชม รักเร่ : สนามข่าวบันเทิง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หลังจากชมละครเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นจนจบในคืนนี้ ช่างตราตรึง ซาบซึ้ง อิ่มเอม ประทับใจมากๆ ค่ะ เหมือนมีความสุขปนเศร้า แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจและร่างกาย และประทับอยู่ในใจ เริ่มออกเดินทางไปกับ "รามิล", "วายูน" และ "นิโคไล" มาตั้งแต่ต้นเรื่องผ่านช่วงสวยงามของชีวิต ภาพวิวสวย ๆ ดื่มด่ำกับความรักสดใสและเปี่ยมไปด้วยความหวังของพระนาง และหัวใจที่จงรักภักดีของ "นิโคไล"
นอกจากนี้ ตัวละครต่าง ๆ เข้ามาสร้างสีสันให้ เหมือนเข้ามาเป็นบททดสอบของชีวิต บ้างก็ผ่านเข้ามา เพื่อให้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่าง และแยกย้ายจากกันไป เช่น ปู่ผิน (คุณสรพงษ์), อาภักดิ์ (คุณทูน), ปรัชญา (คุณกลม), หญิงจุลมณี (คุณแพร) และหม่อมแม่ (คุณหมู) ที่เข้ามาทำให้เกิดพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของทั้ง รามิล และ วายูน หรือบางตัวละครก็มีส่วนสำคัญของชีวิตของ รามิล วายูน เสมอมา เช่น อาพร้อม (พระองค์หญิง), เพียงเพ็ญ (คุณน้ำผึ้ง), น้านิตยา (คุณจารุณี), ท่านทูต (อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศออสเตรีย),คุณหญิงนิต้า (คุณสุพรรษา), ดามพ์ (คุณอู), ไฮดี้ (คุณสา), คาร์ล, ซึ่งเป็นกลุ่มที่วนเวียนและมีอิทธิพลในชีวิต รามิล และ วายูน และคนเหล่านี้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีสีสันสนุกสนานเรียกเสียงฮาจาก กัญญารัตน์ (คุณกิ๊ก), ปัทมา (คุณนาตาลี), ศิราณี (คุณรุ่ง หนูหิ่น) และ ศิวา
นักแสดงทุกท่านต่างแสดงได้อย่างสมบทบาทและมืออาชีพมาก ทำให้เรายิ้ม, หัวเราะ, เอาใจช่วย, เกลียด, ร้องไห้, เสียใจ,แค้น ไปกับตัวละครแต่ละตัว เรื่องนี้อาจไม่ต้องสื่อกันด้วยคำพูดมากมาย แต่ทุกคนแสดงออกทางสีหน้า, แววตา และน้ำเสียง ได้อย่างสุดยอดมาก
พระนางในเรื่องนี้ อ๋อม กับ แพน เคมีสุดยอดมาก ฝีมือดีขึ้นตามประสบการณ์ในวงการ หลายฉากในตอนจบวันนี้ ทำเอาน้ำตาซึมไปกับ "รามิล" และ "วายูน" ไม่ว่าจะเป็นฉากง้อที่วายูนใจแข็งไม่ยอมคืนดีกับรามิล และรามิลเข้ากอดจูบ ทั้งสองคนถ่ายทอดได้ดีมาก แค้นแทนวายูน และลุ้นแทนรามิล, อีกฉากประทับใจคือ ฉากรามิลตามไปง้อวายูนที่ซัลบวก นอกจากวิวสวยราวเทพนิยายแล้ว ยังเป็นสถานที่สำคัญที่ทั้งสองมีช่วงเวลาดีๆ ด้วยกัน รามิล ขอโทษและขอโอกาส วายูน ให้เริ่มต้นกันใหม่ และให้เห็นแก่ลูกที่จะไม่ต้องเติบโตโดยไม่มีพ่อแม่แบบทั้งสองคน รามิล ถึงกับ คุกเข่า รอคำให้อภัยจาก วายูน แพนไม่ได้พูดอะไรมากในฉากนี้ แต่สีหน้า, น้ำตา แสดงทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดออกมา อ๋อม แพน เป็น "รามิล" และ "วายูน" ที่เดินออกมาจากหนังสือจริงๆ อย่างที่คุณโสภาค ชมเชยในจดหมายจริงๆ ค่ะ
อั๊ต เป็น นิโคไล ได้น่าสงสารมาก อั๊ดทำให้เชื่อว่ารัก วายูน ด้วยทั้งหมดที่มีจริงๆ และพร้อมจะรอเสมอ ตอนที่วายูนบอกว่า ถ้าพร้อมจะมีใครเมื่อไหร่ จะรักนิโคไลเป็นคนแรก และตอนที่บอกว่า จะพยายามรัก นิโคไล ทั้งแพน อั๊ต แสดงได้ดีมาก เข้าใจจิตใจทั้งฝ่ายของ วายูน และ นิโคไล ฉากที่ นิโคไล เอาของขวัญไปให้ ลีล่า และออกมาจากห้องของวายูนกับรามิล นิโคไลเอามือกุมหัวใจ พร้อมเพลงประจำตัว โดนใจมาก สุดท้ายปิดฉากนิโคไลได้สมบูรณ์แบบที่มายืนเปิดอัลบั้มดูภาพเก่าๆ กับ วายูนและลีลา
คุณจารุณี เป็น น้านิตยา จนนาทีสุดท้าย ที่เจ้าทิฐิมากๆ คุณเปิ้ลรักษาคาร์แรกเตอร์ได้สุดยอดมากค่ะ วันที่เฉิดฉาย รูปโฉมภายนอกสวยเนี๊ยบกริบสง่างาม เข้มแข็ง แต่ในวันที่รามิลไปขอขมาพร้อมลูกเมีย คุณเปิ้ลเหมือนกลายเป็นอีกคนที่ไม่แต่งหน้าทำผม เหมือนคนไม่สบายอยู่บ้านจริงๆ แต่ความเจ้าทิฐิ บงการก็ยังคงอยู่ แม้นั่งบนรถเข็น รามิลมากราบขอขมาแทบเท้าพร้อมพวงมาลัย แต่น้านิตยากลับไล่แบบไม่ใยดี จนคนดูอย่างเราคาใจว่าจะจบแบบนี้เหรอ แต่พอคุณเปิ้ลขยับมือไปหยิบมาลัย พร้อมรอยยิ้มในหน้า แค่นี้เองคนดูก็มีความหวังและเข้าใจได้ว่า น้านิตยาดีใจและคงให้อภัยในไม่ช้า
ความประทับใจหลายๆ อย่างเคยได้พูดถึงมาแล้ว ทั้งเรื่องภาพ, คอสตูม, โลเคชั่นต่างๆ สวยเลอค่า เกินคาดหวังทั้งสิ้น ละครเรื่องนี้ให้ความบันเทิงทั้งทางสายตาด้วยภาพสวยงาม, เพลงประกอบและดนตรีประกอบไพเราะ ได้ความบันเทิงทางหู และเหนือสิ่งอื่นใดคือความบันเทิงทางใจ ที่ได้เสพสิ่งปราณีต ละเมียดละไม พิถีพิถัน ที่บรรจงทำมาอย่างใส่ใจทุกรายละเอียด ให้เกียรติคนดู และเปิดมุมมองโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้กับละครไทย
นอกจากนี้ที่สำคัญมากๆ คือ การแสดงให้เห็นว่า "คนที่ทำผิดพลาด" ในชีวิต ถ้าแก้ไขปัญหาด้วยสติปัญญา วางแผน และรอคอย ก็สามารถทำให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ในทางที่ตั้งใจไว้ เหมือนอย่าง วายูน, รามิล และ สอนให้คนรู้จักคำว่า "ขอโทษ" และ "ให้อภัย" ที่เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตเดินต่อไปข้างหน้า โดยไม่ต้องจมปลักกับความคับแค้นใจในอดีต
สุดท้ายขอขอบคุณช่อง 7 , คุณน้ำผึ้ง, นักแสดง และทีมงานทุกท่านที่ทุ่มเท ตั้งใจ ใส่ใจ กับละคร "รักเร่" จนแม้ผู้ประพันธ์เองยังปลื้มปริ่มและชื่นชม ขอบคุณที่เปิดโลกทัศน์ละครรูปแบบใหม่ๆ ที่หรูหรา เลอค่า ละเมียดละไมทุกองค์ประกอบ และปลาบปลื้มแทนนักแสดงและทีมงานที่ พระองค์หญิงฯ ทรงร่วมแสดงด้วย นับเป็นเกียรติอย่างสูงของผู้ร่วมแสดง และผู้ชม ขอเป็นกำลังใจให้ทางช่อง 7 และผู้จัดฯ สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพเช่นนี้ให้กับผู้ชมออกมาอย่างต่อเนื่องนะคะ ขอบคุณค่ะ