หนีเมืองใหญ่ แวะมาฝากกายใจ "ภูสอยดาว" 9-11/01/2559

กระทู้สนทนา
ดีจ้าาา าา าา .
ก่อนอื่นเลยย ย กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกที่ตั้งนะ อาจจะยังดูงกๆงั่กๆ ยังไงก็ขออภัยไว้ก่อนเน้ออ อมยิ้ม07








    เข้าเรื่องเนาะ เริ่มแรกเลยจริงๆเจ้าของกระทู้นั่งดื่มเบียร์กับเพื่อนสนิทสมัยพระเจ้าเหา อยู่ๆนึกไงไม่รู้เอ่ยปากชวนมันว่า
"เฮ้ยย ไปเที่ยวโมโกจูกะกูป้ะ"  เพื่อนมันเลยตอบมาว่า
"เฮ้ยย ดี กูกับไอ้คิวกำลังอยากไปเหมือนกัน"
หลังจากนั้นเลยเริ่มวางโครงการกันครับ นู่นนี่นั่น บลา ๆ ๆ ตอนนั้นมีเพื่อนอีก2คนมาแจมด้วย รวมเป็น 5คน แผนที่วางไว้เหมือนจะดี แต่ . . .

"ขอโทษนะครับ ตอนนี้ทริปโมโกจูจองเต็มหมดแล้วครับ"


..............

..............

..............


    ติดสตั้นไป 2 วัน ครับ. เลยคิดแผนกันใหม่ เพื่อนก็เสนอ เขาช้างเผือก ภูเสมอดาว บลา ๆ ๆ จริงๆจากที่หาข้อมูลแต่ละที่ดู คือมันน่าสนใจทุกที่แหล่ะ แต่ส่วนตัวเจ้าของกระทู้อยากไปอะไรที่มันท้าทายๆหน่อย(แอบเอาแต่ใจ 555 +) เลยบอกพวกมันไปว่า
"เห้ยย ย พวกลองคิดกันใหม่ดิ๊ " (คือกรูยังไม่โอเคนะ 55)
"งั้นภูสอยดาวละ"

    บทสนทนาเงียบไปครึ่งวัน เจ้าของกระทู้เลยสรรหาข้อมูลมาให้เพื่อนดู สรุปทั้งกลุ่มพร้อมใจตกลงกันโดยมิได้นัดหมายว่าเราจะไป สอยดาวกัน หลังจากนั้นพอโปรเจคเริ่มเป็นรูปเป็นร่างก็มีสมาชิกเพื่อนมาอีก 2 รวมตอนนี้ 7 คน เลขสวยจ้าาา

    กลุ่มเราวางแผนจะเดินทางวันที่ 8 มกราคม 2559 คือตอนนั้นเผด็จการเลย ห้ามแคนเซิล มาได้ไม่ได้ก็ต้องมา ถึงขนาดแลกเวร ลางาน กันเลยทีเดียว วางแผนกันว่าจะไปรวมตัวกันวันที่ 8 ที่ กทม (รถ+เจ้าของรถ อยู่ที่นั่น )

วันที่ 8 รวมตัวกันได้(กว่าจะรวมได้แบบว่า -.-) พวกเราก็ไปซื้อเสบียงกันที่โลตัสอะไรสักอย่าง จำไม่ได้ ฮ่าาาาา ส่วนใหญ่ก็จะเป็นของแห้งรักษาง่ายๆ มีพวกเนื้อบ้าง น้ำเปล่า 2แพ๊คใหญ่ๆ ของกินเล่นนิดหน่อย กับพวกเครื่องครัวที่จำเป็นเล็กๆน้อยๆ ซื้อของเสร็จกะว่าจะไปนอนพักเอาแรงกันสักคืน ที่ไหนได้ . .  

Q : "ป่ะ ไปเลย"
ผองเพื่อน : "หอมีที่ชาจด้วยใช่ไหม"
Q : "ไปทำไมหอกู กูหมายถึงออกเดินทางเลย มิใช่ว่ากูบอกไปแล้วนิ"
ผองเพื่อน : "ห๊ะ ยิ้มบอกตอนไหนนนนนนนน"
Q : "ในแชทกลุ่มนั่นเด้ ไปตอนนี้แหล่ะ จิได้แวะพักบ่อยๆ สงสารรถกูเดิ้งง"
ผองเพื่อน : ".........."

    สรุปผิดแผนอีกรอบครับ 5555 (แต่ช่างมันมันคนขับรถ อิอิ ) พวกเราเลยได้ออกจาก กทม คืนวันที่ 8 แบ่งคนขับออกเป็น 3คนช่วยกัน นั่งหน้า 4คน นอนดมรองเท้ากระบะหลังอีก 3 คน 5555



ข้างหลังลมเย็นใช้ได้เลยย เย็นจนสั่น TT

หลังจากนั่งรถมาเกือบ ๆ 8 ชม. (ข้างหลังหลับตั้งแต่ 10กิโลแรกละ 555+) ก็มาถึงตลาดสดเทศบาลป่าแดงครับ ที่นี่พวกเราแวะหาเหยื่อกินมื้อเช้ากันครับ+แวะซื้อของเพิ่มนิดๆหน่อยๆ โชคดีเจอคนบ้านเดียวกันมาได้ครอบครัวที่นี่ คุยกันเพลินเลยยย 5555 +
ออกจากตลาดที่นั่นก็ 6โมงหน่อยๆ คนขับสงสัยขับเพลิน พาหลงทาไปตั้ง30กว่าโล (บักปอบเมทัช -.- )


โค้งหวาดเสียวพอสมควรสำหรับใครที่มาตอนที่ยังไม่สว่างนะครับ


โค้งเยอะอยู่นาา า . .

    หลังจากผ่านมาหลายโค้ง ในที่สุดด ก็ถึงจนได้ ก่อนอื่นต้องเสียค่าบริการก่อนครับ ค่ารถคันละ 20 ถ้าจำไม่ผิดนะ แล้วก็ค่าอะไรอีกเล็กๆน้อยๆ เจ้าของกระทู้นั่งหลังฟังไม่ได้ยิน แหะๆ >< จากนั้นก็นำสัมภาระลงตรวจสอบความพร้อม แยกของที่จะให้ลูกหาบแบกกิโลกรัมละ 30 บาทครับ (ตรงนี้พวกเราพลาดอย่างแรงเลยครับ พลาดยังไงเดียวบอก) จากนั้นก็ให้ตัวแทนกลุ่ม1คนไปกรอกเรียกว่าใบอะไรดี - -* (ขนาดกรอกเองยังลืม แหะๆ ) ก็จะให้กรอกข้อมูลของตัวแทนกลุ่มเผื่อมีปัญหาไรงี้ แล้วก็ข้อมูลของขยะที่นำขึ้นไป จากนั้น จนท.ก็จะเก็บบัตรประชาชนของตัวแทนกลุ่มไว้ก่อนจะคืนให้ตอนลงมาจ้าา
    ถึงตรงนี้เจ้าหน้าที่ก็ถามว่า จะขึ้นไปยอดภูด้วยไหม พวกเราทุกคนขึ้นครับ จนท.บอกว่างั้นอีกคนละ 500 บาทไทยถ้วนครับ ทุกคนหันมองหน้ากัน ...... 555+ แต่มาแล้วยังไงก็ต้องไปครับ สรุปแล้วค่าใช้จ่ายข้างล่างที่พวกเราจ่ายไป 5439 บาทไทย หารมาแล้ว 7คน ก็คนละ 777 บาท เลขสวยจางงง -0-
แล้ว จนท.จะให้บัตรสัมภาระสำหรับไปติดต่อรับของจากลูกหาบข้างบน ของเรากลุ่มที่30ครับ (คือวันนั้นไปกันเยอะมากก เห็นว่า 96+4 คน )จากนั้นจะมีรถของ จนท.พาไปส่งที่ทางขึ้นครับ



ยังไม่รู้ชะตากรรม หึหึ


มันเยี่ยมไปเลยซาร่าา า

    ก่อนขึ้น ขอจั๊กหน่อยแน แวะแชะๆกับป้ายน้ำตก -0-


เอาล่ะ ได้เวลา GOGO !

ช่วงแรก ชิลๆไป . .



ทางช่วงแรกจะเป็นป่าไผ่ครับ มีป้ายบอกชื่อน้ำตกใกล้ๆ



ป่าสนในตำนานอีก 6 km -0-



ตรงไหนขึ้นยากหน่อยไม่ต้องห่วงง เรามีตัวช่วย อิอิ



ช่วงแรกๆเหมือนสรววค์ เดินเพลินๆไปเลยย



ชมนกชมไม้



เดินไปเดินมา บักเมทัชคนขับผู้พาหลงทางนึกอยากเก็บใบตองไว้เป็นเครื่องครัวครับ



ป่ะ เดินต่อ




ในที่สุด .. . ในที่สุด ก็มาถึงง
เนินแรกครับ (สภาพก่อนขึ้นยังเกือบ . . 555+)



เป็นเนินตัดกำลังที่ใช้ได้เลย TT



สังเกตว่าตากล้องเริ่มที่จะไม่ค่อยทำหน้าที่แล้วนะช่วงนี้ (ต้องถามมันว่ายกกล้องไหมไหว ฮ่าาาาา)


ผู้หญิงคนเดียวของกลุ่มเรา


เนินป่าก่อ 1600 เมตร แต่นี่ยังไม่ใช่นะครับ ยังไม่หมดกรรมส่งญาติ TT





เหนื่อยก็พักก




ต่อมาก็ เนินปราบเซียนน เนินนี้ สมชื่อครับ TT


780 เมตร  TT



ยังดี ที่มีแลนด์มาร์คให้พัก ><



พวกยิ้มเหมือนคู่รักมากก ถถถถ+



ระหว่างทาง ไหนลองหันขวาซิ๊




ครึ่งทางแล้วว งือ ๆ ๆ TT



เพื่อนบอกว่า "ที่ยิ้มให้กูเดินริมน้ำ ชมนกชมไม้ตอนแรก ยิ้มหลอกให้กูตายใจใช่ม๊ายยย TT "



อาการมาละ



ที่เห็นไกลๆนู๊นนน นั่นแหล่ะฮะท่านผู้ชม เนินมรณะในตำนาน (ไกลจังเว่ยยยย)


    ในรูปข้างบนจะสังเกตเห็นขวดน้ำนะครับ คือ อ . . ที่เคยบอกไว้ตอนส่งของให้ลูกหาบว่าคิดผิดอย่างแรง คือตอนแรกแยกน้ำไว้พอดีแล้ว แต่มีคนเข้าใจผิดยกน้ำบางส่วนสำหรับดื่นตอนเดินขึ้น ไปให้ลูกหาบครับ สรุป 7 คน มีน้ำ 2 ขวดใหญ่ (ขวด 1.5 ลิตร) กับ 1ขวดเล็ก ( 0.7 ลิตร )

    ใช่แล้วครับบบ ใช่แล้วว พวกเรามีปัญหาแล้วว น้ำเราหมด น้ำหมดดดดด !!!! ครึ่งทางน้ำดื่มหมดดดด ตอนนั้นเจ้าของกระทู้คิดแบบว่า "กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไม่รู้ว่ากูจะตายตอนไหน TT "  แต่ดีตรงที่ พวกเราไม่มีใครทำตัวเป็นปัญหาของคนอื่นในกลุ่มครับ ใช่ครับ ทุกคนเหนื่อย ทุกคนไม่มีน้ำ แต่ทุกคนต่างต้องรับผิดชอบตัวเอง


เลิกบ่นแล้วเดินต่อฮะ



เนินเสือโคร่งแล้ววววว ใกล้แล้วววว




ไม่ไหวจ่ะ ขอฉันพักดาจ่ะ




เดินไปเดินมา สวัสดี เจอกันจนได้นะ TT



ตอนนี้คือ หยุดนานไม่ได้ครับ ไม่งั้นขาไปแน่ กลุ่มเราเลยมีทั้งคนเดินเร็ว เดินช้า



จะมรณะจริงๆ TT



เมทัชเริ่มใช้เครื่องคิดเลขถ่ายรูปแล้วครับ มือนิ่งๆหน่อยเห้ยย ฮ่าาาาาาาา



เดินไปเดินมา หันไปมองเพื่อนข้างหลัง ปรากฎว่า . . . . . .



สวยงามมม



แต่แลกมาด้วยหงาดเหงื่อ แรงกาย . . มหาศาล . . . .




แต่คุ้มมมมมม (ถ่ายออกมาไม่สวย แต่ของจริง แบบ . .  ><)




    จริงๆคือควรถ่ายรูปตอนขาขึ้นให้เยอะกว่านี้ แต่ไม่ไหวจริงๆครับ ทั้งระยะทาง ความชัน ความสูง น้ำหนักของกระเป๋า ยกมือไม่ให้สั่นยังยากครับบ
ทำให้รูปขาขึ้นหมดแค่นี้ ขอโทษจริงๆนะ >< แต่เราถ่ายขาลงแก้มืออยู่ อิอิ
    นี่ยังไม่ถึงครึ่งทริปนะฮะ ไว้เดี๋ยวมาต่อให้ใหม่ เจ้าของกระทู้โดนเพื่อนเรียกตัวไปเล่นคณิตคิดเลขเร็วที่ห้อง ฮ่าาาาาาา า
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่