JAS ลุ้นเงินกู้ 4G สุดตัว - กองทุนลดหุ้นสื่อสาร

กระทู้ข่าว

JAS ลุ้นเงินกู้ 4G สุดตัว - กองทุนลดหุ้นสื่อสาร
ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

          "แจส" ลุ้นสุดตัว แบงก์ยังไม่ตอบรับปล่อยกู้ "ชาติศิริ" ธ.กรุงเทพเผยยังไม่มีข้อสรุป   "เอสซีบี" อนุมัติเงินกู้ กลุ่มทรูเรียบร้อย  กสทช.ชี้หากผู้ชนะไม่จ่ายเงินต้องเปิดประมูลใหม่ กองทุนหุ้นหนีเสี่ยง พาเหรดปรับลดสัดส่วนลงทุนกลุ่มสื่อสาร

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่บริษัท แจสโมบาย บรอดแบนด์ จำกัด และบริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลคลื่น 900 MHz ด้วยราคา  75,654 ล้านบาท และ 76,298 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีกำหนดจ่ายเงินงวดแรกภายใน 90 วัน จำนวน 8,040 ล้านบาท พร้อมแบงก์การันตีส่วนที่เหลือทั้งหมด ด้วยมูลค่าใบอนุญาตคลื่นที่สูงมากกับความเสี่ยงทางธุรกิจของแจส ทำให้ ขณะนี้มีกระแสข่าวว่ายังไม่มีธนาคารพาณิชย์รายใดที่ตกลงปล่อยกู้และออกแบงก์การันตีให้

          BBL-KBANK ไม่เคาะปล่อยกู้
          นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงเรื่องการสนับสนุนเงินกู้แก่ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ JAS ว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการหารือกันอยู่

          อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เท็จจริงอย่างไรที่บอร์ดธนาคารจะไม่ออกแบงก์การันตีและไม่ให้เงินกู้กับ JAS แล้ว นายชาติศิริกล่าวว่า "ตอนนี้ยังไม่ได้คุยถึงขั้นนั้น เรากำลังคุยกันอยู่ และยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อไร"

          ด้านนายสุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ดูแลกลุ่มลูกค้าสหบรรษัทธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารยังไม่ได้รับการติดต่อจาก JAS เพื่อให้ธนาคารเข้าไปปล่อยสินเชื่อและออกหนังสือค้ำประกัน และธนาคารก็ไม่ได้ติดต่อไปที่ JAS

          ตอนนี้ธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้กับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ส่วนจะเป็นวงเงินกู้เท่าไหร่ ต้องให้คณะกรรมการธนาคาร (บอร์ด) ตัดสินใจ แต่เบื้องต้นคาดว่าจะมีธนาคารเข้าไปร่วมปล่อยกู้ให้กับโครงการนี้ 3-4 แบงก์ โดย 1 ในนั้นมีแบงก์ต่างชาติที่มีผู้ถือหุ้นจากจีน

          "ตอนนี้รอเฟิร์มตัวเลขการอนุมัติให้กับทรูอยู่ ส่วนแจสธนาคารยังไม่ได้รับการติดต่อ ซึ่งตัวเขาเองก็อาจรอให้สถานการณ์และแผนธุรกิจของเขานิ่งด้วย หากถามถึงศักยภาพก็มองว่ามีศักยภาพในอนาคต แต่สิ่งที่ทุกคนต้องพิจารณาคือ รอให้ธุรกิจนิ่งและทุกอย่างลงตัวก่อน" นายสุวัฒน์กล่าว

          บอร์ด SCB อนุมัติปล่อยกู้ TRUE
          นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB เปิดเผยว่า ล่าสุดการพิจารณาปล่อยสินเชื่อรายใหญ่ให้บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ผ่านการพิจารณาของบอร์ดเรียบร้อยแล้ว เมื่อ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่วนวงเงินขณะนี้ไม่สามารถตอบได้ แต่ยอมรับว่าการอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวให้ทรูทำให้การปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มซีพีของไทยพาณิชย์เกินเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (single lending limit) ของ ธปท. ที่กำหนดว่าต้องไม่เกิน 25% ของเงินกองทุนทั้งหมด ซึ่งธนาคารได้ทำเรื่องเพื่อขอผ่อนผัน และ ธปท.ก็อนุญาตตามคำขอดังกล่าวแล้ว

          ส่วนของแจสธนาคารไม่ได้เข้าไปปล่อยกู้ เพราะไม่ได้รับการติดต่อจากบริษัทแต่อย่างใด ซึ่งเชื่อว่าแจสมีพันธมิตรรายใหญ่ จากแบงก์อื่นที่จะช่วยซัพพอร์ตสินเชื่อ อยู่แล้ว อีกทั้งที่ผ่านมาก็ไม่เคยเป็นลูกค้าของธนาคาร แต่หากอนาคตจะเข้ามาเป็นลูกค้าของธนาคารก็ยินดี และเปิดโอกาสให้ทุกธุรกิจ

          หวั่นกระทบเป็นลูกโซ่
          แหล่งข่าวในธุรกิจโทรคมนาคมกล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ถ้าแบงก์กรุงเทพไม่ปล่อยกู้ให้ แจสก็คงไม่สามารถหาเงินไปจ่ายค่าประมูลได้ตามกำหนด จะโดนยึดเงินประกันการประมูล 644 ล้านบาท แต่ความเสียหายทางการเงินคงไม่เท่ากับผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น ต่อบริษัท

          "ถ้าแจสทิ้งไลเซนส์ กสทช.เปิดประมูลใหม่ เรื่องนี้อาจทำให้ทรูคิดหนัก ว่าจะจ่ายเงินค่าประมูลหรือไม่ เพราะการเปิดประมูลอาจได้ราคาที่ถูกกว่านี้ อีกปัจจัยที่ทำให้แบงก์คิดหนักในการปล่อยกู้แจส คือความเป็นไปได้ของแผนธุรกิจที่จะหาลูกค้าสร้างรายได้คืนกลับมา เพราะเอไอเอสเพิ่งเปิดตัวบริการ 4G พร้อมแพ็กเกจดาต้าที่ราคาถูกมาก ถ้าเบอร์หนึ่งทำราคาขนาดนี้ คู่แข่งอื่นคงลำบาก โดยเฉพาะรายใหม่ที่เริ่มต้นจากศูนย์"

          มั่นใจ JAS ไม่ทิ้งใบอนุญาต
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เท่าที่ได้หารือกับผู้บริหารของบริษัท แจสโมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ยืนยันว่า ตั้งใจจริงในการเข้ามาในธุรกิจนี้ และยืนยันที่จะมาชำระเงินค่าประมูลงวดแรก 8,040 ล้านบาท พร้อมกับหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินในวงเงินประมูลที่เหลือทั้งหมดอย่างแน่นอน ซึ่งวันที่ 21 มี.ค.นี้จะครบกำหนด 90 วันที่จะต้องนำเงินมาจ่ายตามกฎการประมูล

          "เท่าที่ได้คุยเบื้องต้น แจสกำลังประสานกับธนาคารเพื่อออกแบงก์การันตีอยู่ จากเดิมที่ธนาคารกรุงเทพจะเป็นผู้ออกให้ทั้งหมด แต่ด้วยวงเงินที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วสูงถึง 8 หมื่นกว่าล้านบาท ทำให้ต้องนำเรื่องส่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เนื่องจากเป็นวงเงินที่เกินกว่าเกณฑ์ปล่อยกู้ ของ ธปท. ตอนนี้จึงกำลังประสานกับธนาคารกสิกรไทยเพื่อขอแบ่งวงเงินแบงก์การันตี ขณะที่เรื่องพาร์ตเนอร์ก็กำลัง คุยกันอยู่ เพราะทางธนาคารกรุงเทพก็อยาก ให้เป็นบริษัทคนไทย" นายฐากรกล่าว

          ทางออก "เปิดประมูลใหม่"
          นายฐากรกล่าวว่า หากเกิดกรณีที่มีผู้ชนะการประมูลไม่มาจ่ายเงินงวดแรกภายในกำหนด สิ่งที่ กสทช.จะต้องดำเนินการคือจัดประมูลใหม่ ไม่สามารถเรียก ผู้เสนอราคาลำดับถัดไปมาเจรจาได้ และเพื่อไม่ให้รัฐเสียหาย การเริ่มต้นประมูล อาจจะใช้ราคาสุดท้ายของการประมูล ครั้งก่อน คือ 75,654 ล้านบาท สำหรับ ใบอนุญาตในช่วงคลื่นที่ 1 ซึ่งทางบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด เป็นผู้ชนะ การประมูล และ 76,298 ล้านบาท สำหรับใบอนุญาตในช่วงคลื่นที่ 2 ที่บริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล ดังนั้นจะไม่มีการเปิดประมูลคลื่นย่านนี้ใหม่ในราคาที่ต่ำกว่าเดิม

          "หากไม่มาชำระ กสทช.จะริบเงินวางประกันการประมูล 644 ล้านบาท หรือ 5% ของมูลค่าคลื่น และถ้าเป็นผู้เข้าประมูลที่เป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจาก กสทช. เช่น ในกรณีของแจสยังมีบริษัทในเครืออย่าง 3BB (บมจ.ทริปเปิ้ลทรี บรอดแบนด์) ที่ถือใบอนุญาตของ กสทช.อยู่ ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะจะถือเป็น ผู้ทิ้งงาน กสทช. ซึ่งอาจจะกระทบกับคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาตได้ และอาจจะต้องดูเงื่อนไขการประมูลอื่น ๆ ว่าจะต้องจ่ายค่าเสียหายเพิ่มแค่ไหน ดังนั้นเชื่อว่า คงไม่มีใครกล้าเสี่ยง"

          ทั้งนี้ ข้อมูลจากหนังสือยินยอมของ ผู้ขอรับใบอนุญาต ระบุว่า ในกรณีที่ผู้ชนะไม่ชำระเงินตามข้อกำหนด คณะกรรมการสงวนสิทธิ์ในการริบหลักประกัน หรือให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจัดประมูล ตลอดจนค่าใช้จ่าย ที่จะเกิดขึ้นหากจะต้องมีการประมูลใหม่เต็มจำนวน

          ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 ม.ค. 2559 สำนักงาน กสทช.ได้ส่งหนังสือชี้แจงว่า จากที่มีกระแสข่าวว่าสำนักงาน กสทช.มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูเรื่องการชำระเงินค่าประมูลคลื่น 900 MHz รวมทั้งได้มีการหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประเด็นการจัดประมูลใหม่ กรณีที่บริษัทชนะประมูลไม่สามารถชำระเงินค่าประมูลงวดแรกยืนยันว่าเรื่องดังกล่าว ไม่เป็นความจริง เนื่องจากผู้ชนะการประมูลยังมีสิทธิที่จะชำระเงินดังกล่าวซึ่งจะครบในวันที่ 21 มี.ค. 2559 และที่ผ่านมา ทั้ง 2 บริษัทได้ติดต่อดำเนินการอย่าง ต่อเนื่อง ทั้งการประสานขั้นตอนการนำเข้า อุปกรณ์และติดตั้งอุปกรณ์เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการประกอบกิจการ

          กองทุนทยอยลดพอร์ตกลุ่มสื่อสาร
          แหล่งข่าวผู้จัดการกองทุน กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า บลจ.มีการปรับลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มสื่อสารมาโดยตลอด เพราะกังวลความเสี่ยงทั้งในด้านต้นทุนการประกอบธุรกิจของผู้ที่ประมูลได้ใบอนุญาตมาในราคาแพง รวมถึงกังวลสถานการณ์การแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีผู้เล่นรายใหม่คือ JAS เข้ามาในตลาด ส่งผลให้สัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มสื่อสารปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่มีการประมูลคลื่นเสร็จไปเมื่อช่วงปลายปี 2558

          "ตอนนี้ในอุตสาหกรรมกองทุนลด น้ำหนักหุ้นกลุ่มสื่อสารลงเยอะมาก ถ้าเปิดพอร์ตสิ้นเดือนของแต่ละกองทุนที่เน้นลงทุนหุ้นไทย จะเห็นได้เลยว่าแทบจะไม่มีกองทุนของ บลจ.ไหนที่ถือหุ้นกลุ่มสื่อสารเยอะจนติดอันดับ 1 ใน 5 ของมูลค่ากองทุน ยกเว้นแต่เคสของ JAS ล้ม แล้วผู้เล่นรายใหญ่เจ้าเดิมในตลาดได้ไลเซนส์นี้ไป กลุ่มสื่อสารจึงจะกลับมาน่าสนใจอีกครั้งในสายตากองทุน" แหล่งข่าวกล่าว

          ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจได้ตรวจสอบไปยังกองทุนหุ้นไทย (ไม่รวม LTF-RMF และกองทุนรวมที่ลงทุนเฉพาะกลุ่ม) ซึ่งบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ได้จัดอันดับกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม ณ สิ้นปี 2557 พบว่า กองทุนอันดับที่ 1 "กรุงศรีหุ้นปันผล" ที่เคยมีสัดส่วนการลงทุนหุ้นกลุ่มสื่อสารอยู่ระดับ 25.9% พบว่า ณ สิ้นปี 2558 สัดส่วนหุ้นกลุ่มสื่อสารเหลือเพียง 11.71%

          ส่วนอีก 2 กองทุนถัดมาคือ "กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกรท" และ "กองทุนเปิด ไทย แวลู โฟกัส อิควิตี้-ปันผล" จากสิ้นปี 2557 มีสัดส่วนการลงทุนหุ้นกลุ่มสื่อสาร 4.6% และ 26.8% ตามลำดับ พบว่า ณ วันที่ 30 ธ.ค. 58 ไม่มีสัดส่วนหุ้นกลุ่มดังกล่าวติดใน 5 อันดับแรกที่กองทุนถือครอง และไม่พบรายชื่อบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ประกอบธุรกิจด้านสื่อสารติดในรายชื่อ 10 อันดับหลักทรัพย์แรกที่กองทุนลงทุน

          แหล่งข่าวกล่าวว่า หากวิเคราะห์เฉพาะ JAS ถือว่ายังไม่เป็นที่น่าสนใจสำหรับกองทุน เพราะนอกจากยังไม่พบทางออกชัดเจน ในเรื่องการหาเงินมาจ่ายค่าไลเซนส์แล้ว ยังมีข่าวลือทั้งเรื่องการที่หัวเว่ยอาจไม่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรเข้ามากดดัน ตลอดจนการจ่ายเงินปันผลครั้งล่าสุด 0.30 บาทต่อหุ้น ซึ่งสร้างความสับสนให้กับคนในวงการค่อนข้างมาก เพราะตามปกติแล้ว หากบริษัทใดต้องการเงินลงทุนสูงจะไม่ตัดสินใจจ่ายเงินปันผลออกมาในลักษณะนี้

แหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 (หน้า 1,13)

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่