คุณคิดว่าอายุเท่าไหร่ถึงควรจะมีธุรกิจของตัวเองกันครับ?

คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตครับว่าจริงๆ
อายุเท่าไหร่ถึงจะพร้อมมีธุรกิจมีอะไรเป็นของตัวเอง ผมบอกเลยว่าอายุนั้นเป็นแค่ปัจจัยที่เล็กมากครับ
แต่สิ่งที่สำคัญที่คุณควรมีคือวิสัยทัศน์ และแรงบันดาลใจมากกว่า

ต้องบอกก่อนเลยครับว่าผมเรียนจบวิศวะมา ซึ่งเป็นคณะที่พ่อกับแม่เลือกให้ และได้เกียรตินิยมอันดับ 1  พอจบมาก็มาทำงานประจำ  
และเคยสงสัยในคำถามนี้ ก่อนที่ผมจะตัดสินใจลาออกด้วยเหตุผลที่อยากทำอะไรเป็นของตนเอง ไม่อยากเป็นลูกจ้างเขาอีกแล้ว

แต่ที่บ้านทั้งพ่อแม่และพี่ ๆ คัดค้านว่าทำงานประจำมีเงินเดือนอยู่แล้วจะออกมาทำไม ท่านก็ส่งเสียให้เรียนสูง ๆ เรียนก็เก่งจบวิศวะมา
ควรไปทำอะไรที่ตรงสายกว่านี้ไหม

แต่ด้วยความรั้นของผมเอง เพราะผมไปอ่านบทความนึงมาครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าของแอป ที่ใช้สำหรับช่วยจัดการเรื่องบัตรเครดิต
คือมันน่าสนใจตรงที่ว่า เธอไม่ได้จบทางด้านเกี่ยวเทคโนโลยีหรือไอทีใด ๆ เลย
แต่เธอมีความสนใจในเรื่องเทคโนโลยี เธอเรียนรู้สิ่งต่างๆด้วยตนเอง และเกิดไอเดียเกี่ยวกับเรื่องปัญหาการจัดการบัตรเครดิตสำหรับคนที่มีหลายใบจนออกมาเป็นแอป ที่ช่วยจัดการเรื่องนี้ ซึ่งจุดนี้แหละครับที่ทำให้ผมเกิดเป็นแรงบันดาลใจว่าเราสามารถทำธุรกิจเป็นของตนเองได้ ถึงเราจะไม่ได้เรียนจบในด้านนั้นมาหรือมีประสบการณ์ที่มากพอ แค่อาศัยความชอบ ความกล้าที่จะทำ และแรงบันดาลใจที่มากพอ  

หลังจากที่ผมบอกพ่อแม่ผมว่าผมจะลาออกและไปเปิดธุรกิจของตัวเอง ตอนนั้นบรรยากาศในบ้านอึมครึมมาก
เหมือนทุกคนจับตาดูว่าผมจะไปรอดมั๊ย ตอนนั้นผมอายุ 29 ผมก็อาศัยด้วยความที่เป็นคนชอบหาอะไรใหม่ ๆ ชอบหาของอร่อย ๆ ทาน
ทำให้การเปิดร้านอาหารเป็นสิ่งแรกเลยที่ผมคิดจะทำ และที่ผมตัดสินใจเปิดร้านอาหารเพราะคิดว่า ต่อให้เศรฐกิจแย่ขนาดไหน ยังไงคนก็ต้องกิน
ถ้าร้านเราดีอร่อยจริงยังไงก็ขายได้ ผมเลือกทำเลเอง ตกแต่งร้านซื้อของเข้าร้าน โชคดีเรื่องแม่ครัวมีคนรู้จักแนะนำมา ก่อนเปิดร้านวันแรกเครียดไปหมด ช่วงแรก ๆ ขายไม่ดี อันนี้ก็ทำใจไว้แล้ว  แต่ขายไม่ดีหลาย ๆ วันเข้า คราวนี้เครียดหนักเลย เงินลงทุนก็ลงไปแล้ว
อย่าว่าแต่กำไรทุนที่ลงไปแต่ละวันยังไม่ได้คืนเลย ค่าเช่า ค่าพนักงาน ก็ต้องจ่าย พ่อกับแม่เริ่มถามด้วยความเป็นห่วง มีบางวันถึงกับนอนร้องไห้เหมือนกันนะ ถามตัวเองว่าทำไมทำงานประจำมีเงินเดือนดี ๆ อยู่แล้วจะออกมาลำบาก มาเหนื่อยทำไม

แต่พอนึกถึงพ่อกับแม่แล้วทำให้มีแรงฮึดว่าต้องทำให้ท่านทั้งสองเห็นว่าเราทำได้ เราตัดสินใจไม่ผิด หลังจากนั้นก็หาวิธีการดึงดูดลูกค้าเข้าร้าน คิดเมนูใหม่หรือเมนูอะไรที่เขาฮิต ๆ กันก็เอาปรับสูตรขายกับที่ร้าน เริ่มมีลูกค้าประจำ มีการบอกต่อกัน เริ่มมีกำไรถึงจะไม่มากแต่ก็พออยู่ได้ แต่ผมก็ไม่หยุดที่จะทำธุรกิจอย่างอื่น ในช่วงที่ค้นหาเมนูใหม่ หรือธุรกิจใหม่ ๆ ต้องขอขอบคุณเจ้าของเรื่องบทความที่ผมได้อ่านในวันนั้นครับ มันเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมกล้าที่จะทำ ในสิ่งที่ผมชอบ

ล่าสุดเจ้าของแอปคนนี้ก็ได้ไปพูดที่งาน TEDxChiangmai ด้วยครับ งานนี้แนะนำสำหรับคนที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการทำสิ่งใหม่ ๆ  อยากให้ทุกคนที่มีความฝันหรือความชอบแต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำ กล้าที่จะเริ่มทำเหมือนกับที่ผมทำ เพราะถ้าย้อนกลับไป ถ้าในวันนั้นผมไม่กล้าที่จะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง ผมก็คงอยู่ในกรอบเดิม ๆ  มองหาแรงบันดาลใจและกล้าที่จะลงมือทำดีกว่าครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
ผมเชียร์นะ ผมเชียร์ให้คนทำอย่างที่ใจตัวเองเรียกร้อง

ถ้าใจคุณเรียกร้องให้เป็นลูกจ้าง ก็จงเป็นซุปเปอร์ลูกจ้างให้ได้

ส่วนใครที่ต้องการจะเป็นเจ้าของธุรกิจ ก็ขอให้สู้สุดฤทธิ์ (อย่างมีสติ) ผมว่าคนส่วนใหญ่ไม่คิดว่าคุณบ้าหรอก

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดก็คือ การที่รู้ว่าตัวเองอยากจะทำอะไร แต่ไม่ได้ทำเพราะกลัวโน้นนี่นั้นเต็มไปหมด แบบนี้น่าเสียดาย น่าจะหาโอกาสลองทำดู

บางครั้งการเดินตามความฝันก็อาจจะไม่จำเป็นต้องออกจากงานประจำก็ได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่