เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะอยากได้ในส่วนของ Surface จาก Microsoft จากการที่ประสบความสำเร็จในด้านการตลาด ซึ่งล่าสุดในส่วนของทาง HP เอง ได้ส่งผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน อย่าง HP Elite x2 ที่เป็นแท้บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 10 ซึ่งนอกจากตัวเครื่องจะมีลักษณะการใช้งานเหมือนกับ Surface ของ Microsoft แล้ว ทาง HP ยังจะมีการเพิ่มปากกาสไตลัส (จากทาง Wacom) มาให้ด้วยในตัว ส่วนคีย์บอร์ดจะแยกจำหน่ายต่างหากเหมือนกับ Surface สนนราคาอยู่ที่ 34,990 บาท

สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core M vPro รุ่นล่าสุด มาพร้อมแรมขนาด 8GB และ SSD ความเร็วสูง แน่นอนว่าเมื่อเปิดใช้งานครั้งแรกก็พร้อมใช้งานทันทีด้วยการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 มาในตัวเครื่องอยู่ ส่งผลให้ตอบสนองการต้องการพื้นฐานได้หมด ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบจริงจัง หรือความบันเทิงเมื่อเราต้องการความเอนเตอร์เทนท์

ดีไซน์โดยรวมถือได้ว่า HP Elite x2 นั้น มีความใกล้เคียงกับ Surface เป็นอย่างมาก โดยตัวส่วนหน้าจอนั้นยังมาพร้อมกับฐานสำหรับตั้งหน้าจอเหมือนกับทาง Surface ด้วยอีกต่างหาก แต่ในส่วนของการเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ดนั้นจะใช้วิธีการที่แตกต่างกับ Surface ไปนิดหน่อย
ตัวเครื่อง HP Elite x2 มีความบางเพียบ 8.1 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งหากเทียบกับ Surface แล้วนั้นจะใหญ่กว่าเล็กน้อย ทางด้านน้ำหนักก็จะมากกว่านิดหน่อยคืออยู่ที่ 840 กรัม (เฉพาะส่วนของหน้าจอแท็บเล็ต) โดย HP Elite x2 นั้นผลิตขึ้นมาจากวัสดุอลูมิเนียมเกรด 7000 เป็นองค์ประกอบในส่วนของฐานตั้งหน้าจอและส่วนอื่นๆ ใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียมเกรด 6000 (มีน้ำหนักน้อยกว่าเกรด 7000) ผสานจากการ CNC ทำให้สวยงามลงตัวแบบสุดๆ

ฐานตั้งหน้าจอของ HP Elite x2 มีความแข็งแรงและทนทานในระดับไว้ใจได้ โดยสามารถที่จะทำการตั้งหน้าจอให้ทำมุมได้มากสุดถึง 150 องศา โดยการตั้งหน้าจอที่มุม 150 องศานี้ทาง HP บอกว่าจะเหมาะสมเป็นอย่างมากกับการใช้งานด้วยสไตลัสในการทำงานต่างๆ
หน้าจอทัชสกรีนของ HP Elite x2 จะมีขนาดอยู่ที่ 12 นิ้ว สัดส่วนเป็น 3:2 โดยเป็นแบบกระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass 4 ความละเอียดระดับ Full HD ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการใช้งานในรูปแบบพกพา แต่คงไม่เหมาะมากเท่าไรนักกับผู้ที่ต้องใช้เป็นเครื่องหลัก ที่แม้ว่าความละเอียดอาจจะน้อยกว่า Surface Pro 3 และ 4 ถือว่าที่ความละเอียดระดับนี้ก็ถือว่าเหลือๆ ต่อความต้องการแล้ว ส่วนระบบเสียงเป็น Bang & Olufsen ที่มีคุณภาพสูงอยู่แล้ว

ข้อดีของคีย์บอร์ดสำหรับเชื่อมกับส่วนของหน้าจอของ HP Elite x2 ก็คือมันจะมีการจัดวางตำแหน่งปุ่มต่างๆ เหมือนกับคีย์บอร์ดในรุ่น EliteBooks 1020 ซึ่งมีการจัดวางตำแหน่งปุ่มต่างๆ ได้สวยงามและมีไฟ backlight ในตัว และถือว่าดีกว่าในส่วนของ Smart Keyboard ถ้าเทียบกับของ iPad Pro ที่จะมี Touch Pad มาให้ใช้งานร่วมด้วย ซึ่งทำให้การทำงานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คนั้นน่าจะทำให้ผู้ใช้เกิดความคุ้นเคยมากกว่า
อีกส่วนหนึ่งก็คือส่วนของคีย์บอร์ดของ HP Elite x2 นั้นจะเป็น Cover เครื่องไปในตัวด้วยโดยทางด้านหลังของส่วนคีย์บอร์ดจะเป็นวัสดุผ้าที่อ่อนนุ่ม ทำให้การพกพาสะดวกมากขึ้นเข้าไปใหญ่ด้วยความหนาของคีย์บอร์ดที่อยู่ที่เพียง 5.4 มิลลิเมตร และน้ำหนักอยู่ที่ 395 กรัมเท่านั้น

การเชื่อมต่อต่างๆ ของ HP Elite x2 ก็มาพร้อมพอร์ทการเชื่อมต่อแบบใหม่ครบครันไม่ว่าจะเป็น Thunderbolt 3 ที่เป็นพอร์ทสำหรับใช้ในการชาร์จด้วยในตัวและยังรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์จำพวก USB Type-C (10Gbps USB 3.1 gen 2 ) ด้วยอีกต่างหาก อีกทั้งยังมี USB 3.0 แบบตัวเต็มปกติ และช่องใส่ microSD card
ทางด้านการเชื่อมต่อไร้สายนั้น HP Elite x2 รองรับการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2 ด้วยชิปของทาง Intel แถมยังมีชิปพิเศษจากทาง Qualcomm อย่าง Snapdragon X5 LTE Mobile รุ่นใหม่ล่าสุดทำให้รองรับกับการเชื่อมต่อไร้สายผ่านเครือข่ายด้วยช่องเสียบซิมการ์ดในตัว ทำให้ HP Elite x2 รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 4G LTE ด้วย ส่งผลให้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลา

ในส่วนของสไตลัสนั้นทาง HP ได้ร่วมกับ Wacom ในการผลิต โดยตัวสไตลัสที่มีชื่อว่า Active Pen ซึ่งมีความสามารถเหมือนกันกับสไตลัสของ Surface Pro 4 ทุกอย่าง เช่นจะมาพร้อมกับความสามารถในการใช้งานแบบ N-Trig, มีปุ่มบนตัวสไตลัสจำนวน 2 ปุ่มทางด้านข้างและทางด้านบน (ซึ่งปุ่มทางด้านบนจะเอาไว้ใช้สำหรับการรันโปรแกรม OneNote) และที่สำคัญสไตลัสนี้ยังรองรับระดับแรงกดได้มากถึง 2,048 ระดับเลยทีเดียว แน่นอนว่าเราจะได้รับประสบการณ์ไม่มากไม่น้อยไปกว่า Surface ของ Microsoft เลย
สำหรับอแดปเตอร์ที่ชาร์จของ HP Elite นั้นจะมีขนาดเล็กพอเหมาะเนื่องจากว่าสเป็คของ HP Elite x2 นั้นไม่ได้สูงมากเท่าไร โดยจะเห็นได้ว่าพอร์ทที่ใช้สำหรับการชาร์จนั้นจะเป็น Thunderbolt 3

HP Elite x2 early 2016 สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 34,990 บาท (สามารถปรับเปลี่ยนสเปกหรือเพิ่มออฟชั่นอย่างสแกนลายนิ้วมือได้ แต่ราคาก็เปลี่ยนนะ) ที่อาจจะดูราคาสูงกว่าโน้ตบุ๊คหรือแท็บเล็ตที่ใช้ Core m ทั่วไป แต่ดูจากคุณสมบัติและความสามารถต่างๆ ก็คือว่าน่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ทั้งความแข็งแรงทนทาน หน้าจอสวย ทัชกรีนได้ พร้อมรองรับปากกาสไตลัสอย่างมืออาชีพ เหมาะๆ สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้งานแท็บเล็ตที่แปลงร่างเป็นโน้ตบุ๊คได้ อย่างที่เหนือชั้นกว่าคู่แข่งทั่วไป
[SR] รีวิว HP Elite x2 แท็บเล็ต Windows 10 ระดับมืออาชีพ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ พร้อมท้าชน Surface
สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core M vPro รุ่นล่าสุด มาพร้อมแรมขนาด 8GB และ SSD ความเร็วสูง แน่นอนว่าเมื่อเปิดใช้งานครั้งแรกก็พร้อมใช้งานทันทีด้วยการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 มาในตัวเครื่องอยู่ ส่งผลให้ตอบสนองการต้องการพื้นฐานได้หมด ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบจริงจัง หรือความบันเทิงเมื่อเราต้องการความเอนเตอร์เทนท์
ดีไซน์โดยรวมถือได้ว่า HP Elite x2 นั้น มีความใกล้เคียงกับ Surface เป็นอย่างมาก โดยตัวส่วนหน้าจอนั้นยังมาพร้อมกับฐานสำหรับตั้งหน้าจอเหมือนกับทาง Surface ด้วยอีกต่างหาก แต่ในส่วนของการเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ดนั้นจะใช้วิธีการที่แตกต่างกับ Surface ไปนิดหน่อย
ตัวเครื่อง HP Elite x2 มีความบางเพียบ 8.1 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งหากเทียบกับ Surface แล้วนั้นจะใหญ่กว่าเล็กน้อย ทางด้านน้ำหนักก็จะมากกว่านิดหน่อยคืออยู่ที่ 840 กรัม (เฉพาะส่วนของหน้าจอแท็บเล็ต) โดย HP Elite x2 นั้นผลิตขึ้นมาจากวัสดุอลูมิเนียมเกรด 7000 เป็นองค์ประกอบในส่วนของฐานตั้งหน้าจอและส่วนอื่นๆ ใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียมเกรด 6000 (มีน้ำหนักน้อยกว่าเกรด 7000) ผสานจากการ CNC ทำให้สวยงามลงตัวแบบสุดๆ
ฐานตั้งหน้าจอของ HP Elite x2 มีความแข็งแรงและทนทานในระดับไว้ใจได้ โดยสามารถที่จะทำการตั้งหน้าจอให้ทำมุมได้มากสุดถึง 150 องศา โดยการตั้งหน้าจอที่มุม 150 องศานี้ทาง HP บอกว่าจะเหมาะสมเป็นอย่างมากกับการใช้งานด้วยสไตลัสในการทำงานต่างๆ
หน้าจอทัชสกรีนของ HP Elite x2 จะมีขนาดอยู่ที่ 12 นิ้ว สัดส่วนเป็น 3:2 โดยเป็นแบบกระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass 4 ความละเอียดระดับ Full HD ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการใช้งานในรูปแบบพกพา แต่คงไม่เหมาะมากเท่าไรนักกับผู้ที่ต้องใช้เป็นเครื่องหลัก ที่แม้ว่าความละเอียดอาจจะน้อยกว่า Surface Pro 3 และ 4 ถือว่าที่ความละเอียดระดับนี้ก็ถือว่าเหลือๆ ต่อความต้องการแล้ว ส่วนระบบเสียงเป็น Bang & Olufsen ที่มีคุณภาพสูงอยู่แล้ว
ข้อดีของคีย์บอร์ดสำหรับเชื่อมกับส่วนของหน้าจอของ HP Elite x2 ก็คือมันจะมีการจัดวางตำแหน่งปุ่มต่างๆ เหมือนกับคีย์บอร์ดในรุ่น EliteBooks 1020 ซึ่งมีการจัดวางตำแหน่งปุ่มต่างๆ ได้สวยงามและมีไฟ backlight ในตัว และถือว่าดีกว่าในส่วนของ Smart Keyboard ถ้าเทียบกับของ iPad Pro ที่จะมี Touch Pad มาให้ใช้งานร่วมด้วย ซึ่งทำให้การทำงานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คนั้นน่าจะทำให้ผู้ใช้เกิดความคุ้นเคยมากกว่า
อีกส่วนหนึ่งก็คือส่วนของคีย์บอร์ดของ HP Elite x2 นั้นจะเป็น Cover เครื่องไปในตัวด้วยโดยทางด้านหลังของส่วนคีย์บอร์ดจะเป็นวัสดุผ้าที่อ่อนนุ่ม ทำให้การพกพาสะดวกมากขึ้นเข้าไปใหญ่ด้วยความหนาของคีย์บอร์ดที่อยู่ที่เพียง 5.4 มิลลิเมตร และน้ำหนักอยู่ที่ 395 กรัมเท่านั้น
การเชื่อมต่อต่างๆ ของ HP Elite x2 ก็มาพร้อมพอร์ทการเชื่อมต่อแบบใหม่ครบครันไม่ว่าจะเป็น Thunderbolt 3 ที่เป็นพอร์ทสำหรับใช้ในการชาร์จด้วยในตัวและยังรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์จำพวก USB Type-C (10Gbps USB 3.1 gen 2 ) ด้วยอีกต่างหาก อีกทั้งยังมี USB 3.0 แบบตัวเต็มปกติ และช่องใส่ microSD card
ทางด้านการเชื่อมต่อไร้สายนั้น HP Elite x2 รองรับการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2 ด้วยชิปของทาง Intel แถมยังมีชิปพิเศษจากทาง Qualcomm อย่าง Snapdragon X5 LTE Mobile รุ่นใหม่ล่าสุดทำให้รองรับกับการเชื่อมต่อไร้สายผ่านเครือข่ายด้วยช่องเสียบซิมการ์ดในตัว ทำให้ HP Elite x2 รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 4G LTE ด้วย ส่งผลให้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลา
ในส่วนของสไตลัสนั้นทาง HP ได้ร่วมกับ Wacom ในการผลิต โดยตัวสไตลัสที่มีชื่อว่า Active Pen ซึ่งมีความสามารถเหมือนกันกับสไตลัสของ Surface Pro 4 ทุกอย่าง เช่นจะมาพร้อมกับความสามารถในการใช้งานแบบ N-Trig, มีปุ่มบนตัวสไตลัสจำนวน 2 ปุ่มทางด้านข้างและทางด้านบน (ซึ่งปุ่มทางด้านบนจะเอาไว้ใช้สำหรับการรันโปรแกรม OneNote) และที่สำคัญสไตลัสนี้ยังรองรับระดับแรงกดได้มากถึง 2,048 ระดับเลยทีเดียว แน่นอนว่าเราจะได้รับประสบการณ์ไม่มากไม่น้อยไปกว่า Surface ของ Microsoft เลย
สำหรับอแดปเตอร์ที่ชาร์จของ HP Elite นั้นจะมีขนาดเล็กพอเหมาะเนื่องจากว่าสเป็คของ HP Elite x2 นั้นไม่ได้สูงมากเท่าไร โดยจะเห็นได้ว่าพอร์ทที่ใช้สำหรับการชาร์จนั้นจะเป็น Thunderbolt 3
HP Elite x2 early 2016 สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 34,990 บาท (สามารถปรับเปลี่ยนสเปกหรือเพิ่มออฟชั่นอย่างสแกนลายนิ้วมือได้ แต่ราคาก็เปลี่ยนนะ) ที่อาจจะดูราคาสูงกว่าโน้ตบุ๊คหรือแท็บเล็ตที่ใช้ Core m ทั่วไป แต่ดูจากคุณสมบัติและความสามารถต่างๆ ก็คือว่าน่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ทั้งความแข็งแรงทนทาน หน้าจอสวย ทัชกรีนได้ พร้อมรองรับปากกาสไตลัสอย่างมืออาชีพ เหมาะๆ สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้งานแท็บเล็ตที่แปลงร่างเป็นโน้ตบุ๊คได้ อย่างที่เหนือชั้นกว่าคู่แข่งทั่วไป