บางทีการที่เยาวชนไทยส่วนหนึ่งเรียนไม่ค่อยดีอาจจะไม่ใช่เพราะการศึกษาไทยทั้งหมด

กระทู้คำถาม
เข้าเรื่องเลยดีกว่านะคะ หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับปัญหาการศึกษาไทยที่ที่เป็นข่าวใหญ่กันมาแล้ว นั้นก็คือส่วนหนึ่งค่ะ  แต่เท่าที่เราสังเกตมา มันก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เยาวชนไทยส่วนหนึ่งไม่ประสบผลสำเร็จในการเรียน เช่น ด้านเศรษฐกิจ ครอบครัว การศึกษา สังคม การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และที่กล่าวมานี้คือสิ่งสำคัญในการเรียนของเยาวชนไทย  ตัวเรานั้นไม่ได้มีอคติกับประเทศไทยแต่อย่างใด ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม เรารักบ้านเกิดเรา ที่ตั้งกระทู้นี้มาก็คือความจริงที่อยากจะแชร์ค่ะ เราสังเกตมาหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะบุคคลไกลตัว หรือคนใกล้ตัว ขออนุญาตยกตัวอย่างเด็กบางคนนะคะ เรียนอยู่ชั้นประถามปีที่5 ก็ยังอ่านหนังสือไม่ออก ก็เข้าใจค่ะว่ายังเด็กนัก เลยเล็งเห็นไปที่ตัวครอบครัวว่า ได้ถามไถ่ลูกบ้างรึเปล่าว่าเรียนเป็นไงบ้าง มีการบ้านมั้ย ทำหรือยัง ก็เข้าใจอีกว่าบางครอบครัวเขาลำบาก ผู้ปกครองต้องทำงานหาเงิน อาจไม่มีเวลาสนใจลูกนัก เลยให้เงินลูก แล้วปล่อยให้เค้าไปไหนก็ได้ บางทีก็เข้าร้านเกมส์ หาความสุขให้ตัวเอง เกมส์น่ะเล่นได้ค่ะ ไม่ห้าม แต่อยากให้ผ็ปกครองเจียดเวลาซัก 10-15 นาที นั่งอยู่กับลูก คุยกับลูก บ้างน่ะค่ะ

   ต่อไปจะเป็นอีกเรื่องนะคะ นักเรียนที่โตขึ้นมาหน่อยอาจจะอยู่สักม.ปลาย หรือ นักศึกษามหาลัยส่วนหนึ่งที่เรียนไม่ค่อยดีนัก เคยถามตัวเองมั้ยว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ เพราะเราเรียนไม่เก่งจริงๆ ไม่เข้าใจ หรือไม่สนใจเวลาเรียน บุคคลกลุ่มนี้มักจะหาข้ออ้างให้ตัวเองทั้งนั้นค่ะ "ก็เราเรียนไม่เก่งวิชานี้อ่า" "ครูคนนี้สอนไม่รู้เรื่องเลย" ประโยคพวกนี้มักได้ยินกันบ่อย ในห้องเรียนทำอะไรกันบ้างคะ คุย หลับ โอเคนี้เข้าใจ คนเราง่วงกันได้ ถามไถ่เรื่องบางเรื่องได้ เคยคิดเหมือนกันมั้ย ถ้าเรานั่งนิ่งๆ เงียบๆ มีสติ อยู่กับตัวเอง เราก็จะฟังสิ่งที่ครูสอนรู้เรื่อง ฟังและคิดตาม แค่ครู่เดียว ครู่เดียวจริงๆนะคะ  ส่วนอีกเรื่องคือความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม เยาวชนไทยส่วนหนึ่ง ไม่มีความรับผิดชอบต่อตนเอง คือ การบ้าน งาน ไม่ทำ รอลอกของเพื่อน หรือทำส่งแบบลวกๆ รู้มั้ยคะว่า การฝึกทำการบ้านด้วยตนเองนั้นทำให้ได้ความรู้เพิ่มขึ้น และเราก็จะเข้าใจกับบทเรียนนั้นๆมากขึ้น  ส่วนความรับผิดชอบต่อส่วนรวม เช่นการทำงานกลุ่ม ทำไมคะ ทำไม ต้องมีใคร สักคนสองคนที่ทำกันอยู๋แค่นั้น คนอื่นไปไหนกันหมด บอกแค่ว่า"มีไรให้ช่วยบอกนะ" แล้วเปลี่ยนจากประโยคนี้ เป็น "เออๆ งานนี้เราเคยทำ เราทำส่วนนี้ก็ได้นะ" ไม่ใช่ เที่ยวหาข้ออ้างไปเรื่อย "เรามีธุระอ่ะ" "เราไม่สบายอ่ะ"  แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริงก็เข้าใจได้ค่ะ   อีกเรื่องนะคะ  เรื่องการเข้าห้องเรียนสาย สมมุติเข้าเรียนจริง 8.30 น. สายได้ ไม่เกิน 9.00 น. เชื่อมั้ยคะ ว่าเยาวชนไทยส่วนหนึ่งที่พูดถึง จะเข้าห้องเรียนสาย เกิน9.00 น. ด้วยซ้ำ ใครๆก็เคยเข้าห้องสาย กับครูไทยไม่ค่อยเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ควรเข้าสาย นอกจากเกิดเหตุอะไรบางอย่าง แต่ที่จะพูดคือการเข้าเรียนสาย ที่เรียนกับครูชาวต่างชาติ คิดมั้ยคะว่าเค้าจะมองพวกเรายังไง โตๆกันแล้ว อย่ามาพูดนะคะว่าไม่แคร์ เพราะมันเป็นเรื่องที่ควรจะใส่ใจ เพราะเป็นการฝึกฝนและพัฒนาศักยภาพของเยาชนไทยส่วนหนึ่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  มันเป็นเรื่องความรับผิดชอบ การตรงต่อเวลา ต่อไปเราก็จะเรียนไปในชั้นสูงๆ ไปฝึกงาน ถ้าคุณเข้าฝึกงานช้า  เค้าก็เตรียมพิจารณาคุณใหม่แล้วล่ะค่ะ...  ขอจบการแชร์ความจริงเพียงเท่านี้ค่ะ


#ขอบคุณทุกคนๆที่เข้ามาอ่าน มาแชร์ความเห็นกันนะคะ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่