***สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ห้องราชดำเนินทุกคน***
กระทู้นี้ เป็นมุมพักผ่อน มุมนี้ไม่มีสี ไม่มีกลุ่ม....แต่มีเสียง.........
ห้องเพลงคนรากหญ้าเปิดขึ้นมามีวัตถุประสงค์ เพื่อ
1. มีพื้นที่ให้เพื่อนๆ ได้มาพบปะ พูดคุยระหว่างกัน ในภาวะที่ต้องระมัดระวังการโพสการเมืองอย่างเคร่งครัด
2. เป็นพื้นที่ พักผ่อน ลดความเครียดทางการเมือง ให้เพื่อนๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน
3. สร้างมิตรภาพและความปรองดอง ซึ่งเราหวังให้สังคมไทยเป็นเช่นนี้ แม้นคิดต่างกัน แต่เมื่อคุยกัน
แล้วก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
สุขสันต์เย็นวันอังคารค่ะ ...พี่สาวเหลือน้อย... รับหน้าที่ MC เฉพาะกิจ อีกครั้งค่ะ
วันนี้ อากาศยังหนาวเย็นอยู่ บรรยากาศน่าไปเที่ยวต่อเนอะ
พี่สาวพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวต่อ ก็แล้วกัน เมื่อวานไปเที่ยว เพชรบูรณ์ แล้ว
วันนี้เรา ไปต่อ ที่ "ภูหินร่องกล้า" กัน
เพื่อนๆ หลายคน อาจจะยังไม่รู้ว่า "ภูหินร่องกล้า" ไม่ได้มีแค่ ธรรมชาติสวยงามเท่านั้น
แต่สถานที่นี้ เป็นหน้าหนึ่งของ ของการต่อสู้อันเป็นประว้ติศาสตร์ ที่ต้องบันทึกไว้
ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จัก "ภูหินร่องกล้า" กันสักหน่อย
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า (Phuhinrongkla National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติ
แห่งที่ 48 ของประเทศ และนับเป็นแห่งที่14 ของภาคเหนือ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2527 ซึ่งตั้ง
ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของสามจังหวัด คือ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอนครไทย
จังหวัดพิษณุโลก ภูหินร่องกล้าอันเป็นแหล่งกำเนิดของประวัติศาสตร์การสู้รบอันยาวนาน เป็นวีรกรรมของนักรบไทย
ที่เกิดขึ้น ณ ที่นี้ ตลอดจนสภาพสิ่งก่อสร้างในอดีตได้ถูกบันทึกเก็บรักษาไว้
สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน สภาพภูมิอากาศของภูหินร่องกล้า มีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี ในฤดูหนาว
อุณหภูมิจะต่ำมากประมาณ 0-4 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบาย และในฤดูฝนมีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ
8-25 องศาเซลเซียส
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีจุดเด่นทีน่าสนใจด้านต่างๆ แบ่งออกเป็น 2 ด้านคือ
ด้านประวัติศาสตร์ ได้แก่ โรงเรียนการเมืองการทหาร, สำนักอำนาจรัฐ, หมู่บ้านมวลชน, โรงพยาบาล
ทั้งหมดเป็นฐานปฏิบัติการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีต
ด้านธรรมชาติ ได้แก่ ลานหินแตก, ลานหินปุ่ม, ผาชูธง, น้ำตกหมันแดง, น้ำตกร่มเกล้าภราดร
เกร็ด.... จากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 19 นิสิต นักศึกษา หนีกระเจิงเข้าป่าเป็นทิวแถว พี่สาวสนใจ
เขาไปทำอะไรที่ไหนกัน แหล่งข่าวเดียวที่ เราจะติดตามได้ คือวิทยุคลื่นสั้น ส่งกระจายเสียงจากที่ไหน
ไม่รู้ได้ ส่งเสียงอู้อี้ ให้เรารู้ถึงภาระกิจ ของ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย พี่สาวติดตามอยู่
นาน จำไม่ได้ว่าเลิกติดตามไปตอนไหน
รู้จัก "ภูหินร่องกล้า" กันแล้ว ก็ไปเที่ยวต่อได้แล้วเนอะ
โครงการฯพระราชดำริภูหินร่องกล้า-งดงามทุ่งดอกกระดาษหลากสีสัน
ทุ่งดอกกระดาษหลากสีสัน อีกหนึ่งไฮไลท์แห่ง โครงการฯพระราชดำริภูหินร่องกล้า
ขอพาเพื่อนๆ เข้าสู่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์
ชื่อดังของจังหวัดพิษณุโลก
อุทยานฯภูหินร่องกล้า มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้เที่ยวชมสัมผัสในมนต์เสน่ห์และความงาม ไม่ว่าจะเป็น
“โรงเรียนการเมือง การทหาร” ที่เคยเป็นสถานที่ให้การศึกษาของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีทั้ง
ห้องเรียน บ้านพัก สถานพยาบาล ครัว กระจายตัวอยู่ใต้แมกไม้ใหญ่อันร่มรื่นแน่นหนา, “ลานหินปุ่ม” ที่เป็นลานหิน
มีก้อนหินมนๆผุดกระจายเต็มไปทั่วลาน,“ลานหินแตก” ที่เป็นลานหินกว้างมีรอยแตกคล้ายแผ่นดินแยก, “ผาชูธง”
ผาสูงวิวสวย มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ซึ่งในอดีต พคท.จะขึ้นไปชูธงแดงทุกครั้งเมื่อรบชนะทหารของรัฐบาล
โครงการฯพระราชดำริภูหินร่องกล้ามีจุดชมวิวเป็นหน้าผาชื่อกิ๊บเก๋ต่างๆ
นอกจากนี้อุทยานฯภูหินร่องกล้า ยังมี “โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า” ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว
แห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ที่นี่มีไฮไลท์อยู่ที่เหล่าหน้าผาชมวิวชื่อสุดกิ๊บเก๋ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “ผาไททานิค”,
“ผาพบรัก",“ผาบอกรัก”,“ผาคู่รัก”, “ผารักยืนยง” และ“ผาสลัดรัก” ที่เป็นแนวหน้าผาหินตั้งตระหง่านไล่เรียง
กันไป ให้เราได้ไปยืนชมทัศนียภาพอันงดงามของขุนเขาพงไพรแห่งผืนป่าภูหินร่องกล้า
เส้นทางเดินประดับดอกกระดาษที่ด้านล่างของหน้าผาต่างๆ
ส่วนอีกหนึ่งความพิเศษของโครงการฯพระราชดำริภูหินร่องกล้าก็คือ ในช่วงหน้าหนาวที่นี่จะมีการปลูก “ดอกกระดาษ”
หรือ “บานไม่รู้โรยฝรั่ง” ประดับตกแต่งพื้นที่ในบริเวณริมผาและทางเดินด้านล่างของหน้าผา ซึ่งทางโครงการฯได้ปลูก
เป็นแปลงใหญ่เกิดเป็น“ทุ่งดอกกระดาษ” หลากสีสันสวยงาม ทั้ง แดง ส้ม เหลือง ชมพู ขาว(ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดจะ
อยู่ในช่วงเดือน พ.ย.-ต้นก.พ.)นับเป็นอีกหนึ่งจุดดึงดูดต้องห้ามพลาดแห่งใหม่สำหรับผู้มาเที่ยวพิษณุโลก
นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามที่กล่าวมาแล้ว ในทุกๆกลางฤดูหนาวของทุกปีอุทยานฯภูหินร่องกล้า ยังมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่
“ภูลมโล” ที่เป็นแหล่งชมทุ่ง“ดอกนางพญาเสือโคร่ง”หรือ“ซากุระเมืองไทย”อันเลื่องชื่อในอันดับต้นๆของเมืองไทย
ภูลมโล ยามเมื่อดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบานจะกลายเป็นดังหุบเขาสีชมพู
ภูลมโล - หุบเขาสีชมพู
ภูลมโล เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มียอดสูง 1,680 เมตรจากระดับน้ำทะเล ภูลมโลมีอาณาเขตพื้นที่
ติดต่อกันถึง 3 จังหวัด คือพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ซึ่งแม้พื้นที่ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใน ต. กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย แต่ก็
สามารถขึ้นไปเที่ยวได้จากฝั่งจังหวัดพิษณุโลก ที่“บ้านร่องกล้า” ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางขึ้นสู่ภูลมโล
ที่นักท่องเที่ยวนิยมกันเป็นจำนวนมาก
นักท่องเที่ยวเดินถ่ายรูปชื่นชมความงามนามนางพญาเสือโคร่งออกดอกเบ่งบานที่ภูลมโล
ในอดีตภูลมโลเป็นพื้นที่สีแดง เพราะเคยเป็นสมรภูมิรบระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายพรรคคอมมิวนิสต์ ครั้นเมื่อเหตุการณ์สงบ
ชาวม้งได้เข้ามาครอบครองพื้นที่ หักร้างถางพง ทำไร่เลื่อนลอย จนภูลมโลกลายเป็นเขาหัวโล้น ต่อมาทางอุทยานแห่งชาติ
ภูหินร่องกล้าที่ประกาศจัดตั้งในปี พ.ศ. 2527 ได้ทำการขอพื้นที่คืน โดยตกลงให้ชาวม้งปลูกพืชไร่ควบคู่ไปกับต้นพญาเสือโคร่ง
เป็นระยะเวลา 3 ปี ก่อนออกจากพื้นที่ หลังจากนั้นภูลมโลได้ค่อยๆพลิกฟื้นธรรมชาติให้กลับคืนมา
ภุลมโล แหล่งปลูกนางพญาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย
ปัจจุบันภูลมโลกลายเป็นแหล่งปลูกนางพญาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีจำนวนนับหลายหมื่นต้น บนพื้นที่กว่า 1,200 ไร่
จนได้รับการคัดสรรให้เป็น 1 ใน 22 เส้นทางชมดอกไม้งามทั่วไทยในเดือนมกราคม จากโครงการ “Dream Destinations 2
กาลครั้งนั้น ความฝันผลิบาน” กับความงามของ“ดอกนางพญาเสือโคร่ง”ที่พากันเบ่งบานเป็นสีชมพูสะพรั่ง จนได้รับฉายาว่า
“หุบเขาสีชมพู” อันสวยงามน่าตื่นตื่นตื่นใจ
แปลงนางพญาเสือโคร่งสีชมพูสดใสดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีที่ภูลมโล
สำหรับปีนี้(2559)คาดว่าทุ่งดอกนางพญาเสือโคร่งภูลมโลจะบานเต็มที่ตั้งแต่ราววันที่ 20 ม.ค. ไปจนถึงช่วงประมาณ
กลางเดือน ก.พ. นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเดินทางไปเที่ยวชมในความงามของหุบเขาสีชมพูแห่งภูลมโลกันได้
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9590000006525
รายการนี้ ขอเปิดเพลงของ น้าหงา คาราวาน ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต

ร้อยบุปผา - หงา สุรชัย จันทิมาธร
https://www.youtube.com/watch?v=eor_OZbW-wM
ห้องเพลง**คนรากหญ้า** พักยกการเมือง มุมเสียงเพลง มุมนี้ไม่มีสี ไม่มีกลุ่ม....มีแต่เสียง 26/1/2016.../sao..เหลือ..noi
***สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ห้องราชดำเนินทุกคน***
กระทู้นี้ เป็นมุมพักผ่อน มุมนี้ไม่มีสี ไม่มีกลุ่ม....แต่มีเสียง.........
ห้องเพลงคนรากหญ้าเปิดขึ้นมามีวัตถุประสงค์ เพื่อ
1. มีพื้นที่ให้เพื่อนๆ ได้มาพบปะ พูดคุยระหว่างกัน ในภาวะที่ต้องระมัดระวังการโพสการเมืองอย่างเคร่งครัด
2. เป็นพื้นที่ พักผ่อน ลดความเครียดทางการเมือง ให้เพื่อนๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน
3. สร้างมิตรภาพและความปรองดอง ซึ่งเราหวังให้สังคมไทยเป็นเช่นนี้ แม้นคิดต่างกัน แต่เมื่อคุยกัน
แล้วก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
สุขสันต์เย็นวันอังคารค่ะ ...พี่สาวเหลือน้อย... รับหน้าที่ MC เฉพาะกิจ อีกครั้งค่ะ
วันนี้ อากาศยังหนาวเย็นอยู่ บรรยากาศน่าไปเที่ยวต่อเนอะ
พี่สาวพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวต่อ ก็แล้วกัน เมื่อวานไปเที่ยว เพชรบูรณ์ แล้ว
วันนี้เรา ไปต่อ ที่ "ภูหินร่องกล้า" กัน
เพื่อนๆ หลายคน อาจจะยังไม่รู้ว่า "ภูหินร่องกล้า" ไม่ได้มีแค่ ธรรมชาติสวยงามเท่านั้น
แต่สถานที่นี้ เป็นหน้าหนึ่งของ ของการต่อสู้อันเป็นประว้ติศาสตร์ ที่ต้องบันทึกไว้
ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จัก "ภูหินร่องกล้า" กันสักหน่อย
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า (Phuhinrongkla National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติ
แห่งที่ 48 ของประเทศ และนับเป็นแห่งที่14 ของภาคเหนือ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2527 ซึ่งตั้ง
ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของสามจังหวัด คือ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอนครไทย
จังหวัดพิษณุโลก ภูหินร่องกล้าอันเป็นแหล่งกำเนิดของประวัติศาสตร์การสู้รบอันยาวนาน เป็นวีรกรรมของนักรบไทย
ที่เกิดขึ้น ณ ที่นี้ ตลอดจนสภาพสิ่งก่อสร้างในอดีตได้ถูกบันทึกเก็บรักษาไว้
สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน สภาพภูมิอากาศของภูหินร่องกล้า มีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี ในฤดูหนาว
อุณหภูมิจะต่ำมากประมาณ 0-4 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบาย และในฤดูฝนมีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ
8-25 องศาเซลเซียส
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีจุดเด่นทีน่าสนใจด้านต่างๆ แบ่งออกเป็น 2 ด้านคือ
ด้านประวัติศาสตร์ ได้แก่ โรงเรียนการเมืองการทหาร, สำนักอำนาจรัฐ, หมู่บ้านมวลชน, โรงพยาบาล
ทั้งหมดเป็นฐานปฏิบัติการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีต
ด้านธรรมชาติ ได้แก่ ลานหินแตก, ลานหินปุ่ม, ผาชูธง, น้ำตกหมันแดง, น้ำตกร่มเกล้าภราดร
เกร็ด.... จากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 19 นิสิต นักศึกษา หนีกระเจิงเข้าป่าเป็นทิวแถว พี่สาวสนใจ
เขาไปทำอะไรที่ไหนกัน แหล่งข่าวเดียวที่ เราจะติดตามได้ คือวิทยุคลื่นสั้น ส่งกระจายเสียงจากที่ไหน
ไม่รู้ได้ ส่งเสียงอู้อี้ ให้เรารู้ถึงภาระกิจ ของ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย พี่สาวติดตามอยู่
นาน จำไม่ได้ว่าเลิกติดตามไปตอนไหน
รู้จัก "ภูหินร่องกล้า" กันแล้ว ก็ไปเที่ยวต่อได้แล้วเนอะ
โครงการฯพระราชดำริภูหินร่องกล้า-งดงามทุ่งดอกกระดาษหลากสีสัน
ทุ่งดอกกระดาษหลากสีสัน อีกหนึ่งไฮไลท์แห่ง โครงการฯพระราชดำริภูหินร่องกล้า
ขอพาเพื่อนๆ เข้าสู่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์
ชื่อดังของจังหวัดพิษณุโลก
อุทยานฯภูหินร่องกล้า มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้เที่ยวชมสัมผัสในมนต์เสน่ห์และความงาม ไม่ว่าจะเป็น
“โรงเรียนการเมือง การทหาร” ที่เคยเป็นสถานที่ให้การศึกษาของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีทั้ง
ห้องเรียน บ้านพัก สถานพยาบาล ครัว กระจายตัวอยู่ใต้แมกไม้ใหญ่อันร่มรื่นแน่นหนา, “ลานหินปุ่ม” ที่เป็นลานหิน
มีก้อนหินมนๆผุดกระจายเต็มไปทั่วลาน,“ลานหินแตก” ที่เป็นลานหินกว้างมีรอยแตกคล้ายแผ่นดินแยก, “ผาชูธง”
ผาสูงวิวสวย มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ซึ่งในอดีต พคท.จะขึ้นไปชูธงแดงทุกครั้งเมื่อรบชนะทหารของรัฐบาล
โครงการฯพระราชดำริภูหินร่องกล้ามีจุดชมวิวเป็นหน้าผาชื่อกิ๊บเก๋ต่างๆ
นอกจากนี้อุทยานฯภูหินร่องกล้า ยังมี “โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า” ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว
แห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ที่นี่มีไฮไลท์อยู่ที่เหล่าหน้าผาชมวิวชื่อสุดกิ๊บเก๋ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “ผาไททานิค”,
“ผาพบรัก",“ผาบอกรัก”,“ผาคู่รัก”, “ผารักยืนยง” และ“ผาสลัดรัก” ที่เป็นแนวหน้าผาหินตั้งตระหง่านไล่เรียง
กันไป ให้เราได้ไปยืนชมทัศนียภาพอันงดงามของขุนเขาพงไพรแห่งผืนป่าภูหินร่องกล้า
เส้นทางเดินประดับดอกกระดาษที่ด้านล่างของหน้าผาต่างๆ
ส่วนอีกหนึ่งความพิเศษของโครงการฯพระราชดำริภูหินร่องกล้าก็คือ ในช่วงหน้าหนาวที่นี่จะมีการปลูก “ดอกกระดาษ”
หรือ “บานไม่รู้โรยฝรั่ง” ประดับตกแต่งพื้นที่ในบริเวณริมผาและทางเดินด้านล่างของหน้าผา ซึ่งทางโครงการฯได้ปลูก
เป็นแปลงใหญ่เกิดเป็น“ทุ่งดอกกระดาษ” หลากสีสันสวยงาม ทั้ง แดง ส้ม เหลือง ชมพู ขาว(ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดจะ
อยู่ในช่วงเดือน พ.ย.-ต้นก.พ.)นับเป็นอีกหนึ่งจุดดึงดูดต้องห้ามพลาดแห่งใหม่สำหรับผู้มาเที่ยวพิษณุโลก
นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามที่กล่าวมาแล้ว ในทุกๆกลางฤดูหนาวของทุกปีอุทยานฯภูหินร่องกล้า ยังมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่
“ภูลมโล” ที่เป็นแหล่งชมทุ่ง“ดอกนางพญาเสือโคร่ง”หรือ“ซากุระเมืองไทย”อันเลื่องชื่อในอันดับต้นๆของเมืองไทย
ภูลมโล ยามเมื่อดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบานจะกลายเป็นดังหุบเขาสีชมพู
ภูลมโล - หุบเขาสีชมพู
ภูลมโล เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มียอดสูง 1,680 เมตรจากระดับน้ำทะเล ภูลมโลมีอาณาเขตพื้นที่
ติดต่อกันถึง 3 จังหวัด คือพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ซึ่งแม้พื้นที่ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใน ต. กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย แต่ก็
สามารถขึ้นไปเที่ยวได้จากฝั่งจังหวัดพิษณุโลก ที่“บ้านร่องกล้า” ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางขึ้นสู่ภูลมโล
ที่นักท่องเที่ยวนิยมกันเป็นจำนวนมาก
นักท่องเที่ยวเดินถ่ายรูปชื่นชมความงามนามนางพญาเสือโคร่งออกดอกเบ่งบานที่ภูลมโล
ในอดีตภูลมโลเป็นพื้นที่สีแดง เพราะเคยเป็นสมรภูมิรบระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายพรรคคอมมิวนิสต์ ครั้นเมื่อเหตุการณ์สงบ
ชาวม้งได้เข้ามาครอบครองพื้นที่ หักร้างถางพง ทำไร่เลื่อนลอย จนภูลมโลกลายเป็นเขาหัวโล้น ต่อมาทางอุทยานแห่งชาติ
ภูหินร่องกล้าที่ประกาศจัดตั้งในปี พ.ศ. 2527 ได้ทำการขอพื้นที่คืน โดยตกลงให้ชาวม้งปลูกพืชไร่ควบคู่ไปกับต้นพญาเสือโคร่ง
เป็นระยะเวลา 3 ปี ก่อนออกจากพื้นที่ หลังจากนั้นภูลมโลได้ค่อยๆพลิกฟื้นธรรมชาติให้กลับคืนมา
ภุลมโล แหล่งปลูกนางพญาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย
ปัจจุบันภูลมโลกลายเป็นแหล่งปลูกนางพญาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีจำนวนนับหลายหมื่นต้น บนพื้นที่กว่า 1,200 ไร่
จนได้รับการคัดสรรให้เป็น 1 ใน 22 เส้นทางชมดอกไม้งามทั่วไทยในเดือนมกราคม จากโครงการ “Dream Destinations 2
กาลครั้งนั้น ความฝันผลิบาน” กับความงามของ“ดอกนางพญาเสือโคร่ง”ที่พากันเบ่งบานเป็นสีชมพูสะพรั่ง จนได้รับฉายาว่า
“หุบเขาสีชมพู” อันสวยงามน่าตื่นตื่นตื่นใจ
แปลงนางพญาเสือโคร่งสีชมพูสดใสดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีที่ภูลมโล
สำหรับปีนี้(2559)คาดว่าทุ่งดอกนางพญาเสือโคร่งภูลมโลจะบานเต็มที่ตั้งแต่ราววันที่ 20 ม.ค. ไปจนถึงช่วงประมาณ
กลางเดือน ก.พ. นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเดินทางไปเที่ยวชมในความงามของหุบเขาสีชมพูแห่งภูลมโลกันได้
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9590000006525
รายการนี้ ขอเปิดเพลงของ น้าหงา คาราวาน ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต
ร้อยบุปผา - หงา สุรชัย จันทิมาธร
https://www.youtube.com/watch?v=eor_OZbW-wM