เคยมีใครมีปัญหา หรือคิดอะไรเหมือนเราบ้างไหม หรือเราคิดมากไปเอง....
ก่อนหน้านี้เราเคยแต่งงาน มีลูก และเลิกกับอดีตสามีไปแล้ว ผ่านมา 3 ปี ตอนนี้มีแฟน และแฟนย้ายเข้ามาอยู่กับเราและลูก
ผู้ใหญ่รับรู้ทั้ง 2 ฝ่าย เพียงแต่กับแฟนใหม่ ยังไม่ได้แต่งงาน หรือจดทะเบียนสมรส
ประเด็นคือ ความรู้สึก ความเกรงใจ และวิธีการแก้ปัญหาอาจจะเปลี่ยนไป สมมุตินะคะ.....
เรื่องเงิน กับอดีตสามี เราจะรู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ ที่เค้าควรจะให้เงินไว้ใช้จ่ายภายในบ้านหรือกับลูก
แต่กับแฟน เราจะรู้สึกว่า เค้าก็ควรจะให้ แต่จะให้เท่าไหร่ มากน้อยแค่ไหน ก็ต้องแล้วแต่เขา
เรื่องผู้หญิง กับอดีตสามี เราจะรู้สึกว่าหากมีผู้หญิงคนไหนมายุ่งกับสามีเรา เราจะต่อสู้ แต่ถ้าสู้แล้วเค้าไม่อยากอยู่ด้วย ก็ต้องปล่อยไป
แต่กับแฟน เรากลับรู้สึกว่า ถ้าเค้าคิดจะไป ก็ไปเถอะ เราจะไม่ต่อสู้ เพราะเราเป็นแค่แฟนกัน
เรื่องพ่อแม่ กับอดีตสามี หากพ่อแม่เราจะไปธุระที่ไหน ทำอะไร ถ้าสามีเราว่าง เราก็จะรบกวน ช่วยพาไปหน่อยนะ
แต่กับแฟน เรารู้กลับรู้สึกเกรงใจแฟนนะ ถ้าทำธุระไม่นาน ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้านาน เรารู้สึกเกรงใจ เพราะคำว่า เป็นแค่แฟนกัน
เรื่องลูกที่เกิดกับอดีตสามี อันนี้เราก็รู้สึกว่า ไม่ต้องมารักลูกเราเหมือนลูกตัวเองหรอก แค่รับได้ก็พอแล้ว
ปล.ช่วงปีใหม่ เป็นทริปแรกที่ไปต่างจังหวัดด้วยกันทั้งครอบครัว (พ่อ แม่ เรา แฟน และลูกชาย) ใช้เวลาเดินทางกว่า 15 ชม.
เนื่องจากรถติด แฟนก็ไม่ได้บ่นอะไร (อันนี้เราแอบเกรงใจและสงสาร)
ไม่รู้สิ มันมีเส้นแบ่งของคำว่า แฟนกัน อยู่ด้วยกัน มันก็เหมือนคู่สามีภรรยากันไปกลายๆ นั่นแหละ
แต่ถ้ายังไม่ได้จัดพิธีแต่งงาน มันก็รู้สึกว่ายังไม่สมบูรณ์ คือจะให้เรียกแฟนว่าสามีหรือผัว ก็เรียกได้ไม่เต็มปาก
กับบางคนบางกลุ่มก็จะมองว่า งานแต่งงานไม่เห็นเป็นเรื่องจำเป็นเลย สิ้นเปลือง โน่น นี่ นั่น....
แต่เรากลับมองว่าจำเป็น จำเป็นในความรู้สึกของพ่อแม่เราฝ่ายหญิง และจำเป็นกับความรู้สึกสามีและภรรยาที่สมบูรณ์
แต่ไม่ได้จำเป็นต้องมาจัดงานใหญ่โตอะไรเพื่อให้สิ้นเปลืองหรือเอาหน้านะ (ใครอย่ามาดราม่าเรื่องนี้นะคะ)
บางคนอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไมแฟนเราไม่ให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ จัดงานแต่งงานให้เราสบายใจไปเลยหละ
แฟน.... มีปัญหากับแม่เค้าอยู่เรื่องเงิน แต่แฟนเคยบอกแม่เราว่า ต่อไปถ้าสถานการณ์ดีขึ้น ก็คงจะได้ทำอะไรให้ถูกต้อง
ส่วนเรา...ไม่รู้สิ โตๆ กันแล้วมั้ง จะ 40 กันอยู่ละ จะบอกว่าเหมือนทดลองอยู่ก่อนแต่งก็คงไม่ผิดนัก
หากต่อไปอะไรจะเกิดขึ้น ก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าอยู่แล้วมีความสุขมากกว่าความทุกข์ ก็อยู่กันไป
ความแตกต่างระหว่างสามี และแฟน
ก่อนหน้านี้เราเคยแต่งงาน มีลูก และเลิกกับอดีตสามีไปแล้ว ผ่านมา 3 ปี ตอนนี้มีแฟน และแฟนย้ายเข้ามาอยู่กับเราและลูก
ผู้ใหญ่รับรู้ทั้ง 2 ฝ่าย เพียงแต่กับแฟนใหม่ ยังไม่ได้แต่งงาน หรือจดทะเบียนสมรส
ประเด็นคือ ความรู้สึก ความเกรงใจ และวิธีการแก้ปัญหาอาจจะเปลี่ยนไป สมมุตินะคะ.....
เรื่องเงิน กับอดีตสามี เราจะรู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ ที่เค้าควรจะให้เงินไว้ใช้จ่ายภายในบ้านหรือกับลูก
แต่กับแฟน เราจะรู้สึกว่า เค้าก็ควรจะให้ แต่จะให้เท่าไหร่ มากน้อยแค่ไหน ก็ต้องแล้วแต่เขา
เรื่องผู้หญิง กับอดีตสามี เราจะรู้สึกว่าหากมีผู้หญิงคนไหนมายุ่งกับสามีเรา เราจะต่อสู้ แต่ถ้าสู้แล้วเค้าไม่อยากอยู่ด้วย ก็ต้องปล่อยไป
แต่กับแฟน เรากลับรู้สึกว่า ถ้าเค้าคิดจะไป ก็ไปเถอะ เราจะไม่ต่อสู้ เพราะเราเป็นแค่แฟนกัน
เรื่องพ่อแม่ กับอดีตสามี หากพ่อแม่เราจะไปธุระที่ไหน ทำอะไร ถ้าสามีเราว่าง เราก็จะรบกวน ช่วยพาไปหน่อยนะ
แต่กับแฟน เรารู้กลับรู้สึกเกรงใจแฟนนะ ถ้าทำธุระไม่นาน ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้านาน เรารู้สึกเกรงใจ เพราะคำว่า เป็นแค่แฟนกัน
เรื่องลูกที่เกิดกับอดีตสามี อันนี้เราก็รู้สึกว่า ไม่ต้องมารักลูกเราเหมือนลูกตัวเองหรอก แค่รับได้ก็พอแล้ว
ปล.ช่วงปีใหม่ เป็นทริปแรกที่ไปต่างจังหวัดด้วยกันทั้งครอบครัว (พ่อ แม่ เรา แฟน และลูกชาย) ใช้เวลาเดินทางกว่า 15 ชม.
เนื่องจากรถติด แฟนก็ไม่ได้บ่นอะไร (อันนี้เราแอบเกรงใจและสงสาร)
ไม่รู้สิ มันมีเส้นแบ่งของคำว่า แฟนกัน อยู่ด้วยกัน มันก็เหมือนคู่สามีภรรยากันไปกลายๆ นั่นแหละ
แต่ถ้ายังไม่ได้จัดพิธีแต่งงาน มันก็รู้สึกว่ายังไม่สมบูรณ์ คือจะให้เรียกแฟนว่าสามีหรือผัว ก็เรียกได้ไม่เต็มปาก
กับบางคนบางกลุ่มก็จะมองว่า งานแต่งงานไม่เห็นเป็นเรื่องจำเป็นเลย สิ้นเปลือง โน่น นี่ นั่น....
แต่เรากลับมองว่าจำเป็น จำเป็นในความรู้สึกของพ่อแม่เราฝ่ายหญิง และจำเป็นกับความรู้สึกสามีและภรรยาที่สมบูรณ์
แต่ไม่ได้จำเป็นต้องมาจัดงานใหญ่โตอะไรเพื่อให้สิ้นเปลืองหรือเอาหน้านะ (ใครอย่ามาดราม่าเรื่องนี้นะคะ)
บางคนอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไมแฟนเราไม่ให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ จัดงานแต่งงานให้เราสบายใจไปเลยหละ
แฟน.... มีปัญหากับแม่เค้าอยู่เรื่องเงิน แต่แฟนเคยบอกแม่เราว่า ต่อไปถ้าสถานการณ์ดีขึ้น ก็คงจะได้ทำอะไรให้ถูกต้อง
ส่วนเรา...ไม่รู้สิ โตๆ กันแล้วมั้ง จะ 40 กันอยู่ละ จะบอกว่าเหมือนทดลองอยู่ก่อนแต่งก็คงไม่ผิดนัก
หากต่อไปอะไรจะเกิดขึ้น ก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าอยู่แล้วมีความสุขมากกว่าความทุกข์ ก็อยู่กันไป