กระทู้เพื่อความทรงจำดี ๆ แม้ใครที่เข้ามาอ่านจะเผลอเข้ามา เราก็ขอขอบคุณ
เมื่อปลายปี 58 จขกท. แล้วมีโอกาสได้ขึ้นไปบริจาคของและสร้างห้องน้ำให้กับเด็ก ๆ ที่หมู่บ้านแม่สอใต้ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ แม่สอใต้เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ค่ะ มีประชากรอยู่ไม่ถึง 30 หลังคาเรือน ไฟฟ้าไม่มี ฉะนั้นในส่วนของสัญญาณโทรศัพท์จึงไม่ต้องพูดถึงค่ะ ค่ายไหนที่บอกแรง ๆ เจอที่นี่จอดค่ะ ดับสนิท พวกเราเลยอยู่กันแบบพอมืดก็ก่อกองไฟ จุดตะเกียงเอา (แต่ยังดีที่เป็นตะเกียงไฟฉาย) นั่งมองดาวรอดูพระจันทร์ขึ้น แทนการจับมือถือมองจอสี่เหลี่ยมที่วุ่นวายจากโปรแกรมแชทต่าง ๆ ก็รู้สึกดีไปอีกแบบนะคะ โรแมนติก คนมีแฟนไปด้วยคงแฮปปี้ดี 555
ในตอนกลางวัน คนที่มีหน้าที่สันทนาการให้ความสำราญแก่เด็ก ๆ ก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป พวกที่มีหน้าที่ก่อสร้างหรือทำอาหารก็ทำไป ในครั้งนี้พวกเราไปสร้างห้องน้ำ ห้องสุขา อ่างล้างมือ ลานกิจกรรม นำเสื้อผ้า ของเล่นและของใช้จำเป็นไปให้เด็ก ๆ รวมทั้งทุกคนในหมู่บ้าน รวมทั้งตรวจสุขภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับคนในหมู่บ้านด้วย เพราะในทริปเรามีพยาบาลแสนสวย และอดีตเภสัชกรร่วมเดินทางไปกับเราด้วย
ช่วงเวลากลางวันบนแม่สอใต้เป็นอะไรที่โหดมากค่ะ แดดเปรี้ยงสุด ๆ เวลาเราทำกิจกรรมหรือเล่นเกมแม้จะพยายามเข้าที่ร่มแล้วก็ยังร้อนอยู่ดี แต่เด็ก ๆ ที่นี่สู้ตายมากค่ะ เค้ายิ้ม หัวเราะ และดีใจสุด ๆ เมื่อตัวเองได้ของรางวัลแม้จะเป็นเพียงลูกอมแค่ไม่กี่เม็ดก็ตาม แต่ของรางวัลที่เป็นที่กล่าวขานมากที่สุดในทริปนี้น่าจะเป็นหนังสติ๊กที่เวลายิงขึ้นไปบนฟ้าจะมีแสงออกมาด้วย เป็นของเล่นที่เด็ก ๆ เล่นกันตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายที่พวกเรากลับ พวกเค้าดูแลของเล่นที่เราให้ไปทุกชิ้นอย่างดีที่สุด มีช่วงหนึ่งที่เราแจกลูกโป่งให้กับเด็ก เช้ามาพี่ยิ่งตากล้องที่ไปกับพวกเรามาเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนมีเด็กคนหนึ่งเค้าเอาลูกโป่งที่เราแจกไปนอนกอดด้วย เค้าดูแลมันอย่างดีทั้งที่มันเป็นแค่ลูกโป่งธรรมดาที่แตกไปก็ไม่ได้รู้สึกน่าเสียดายอะไรเลยสำหรับเรา แต่สำหรับเด็กที่นั่นมันคือของขวัญที่ล้ำค่ามาก ๆ
เมื่อถึงมื้ออาหารครูโจครูเอกที่เป็นครูอาสาที่นั่นบอกกับเราว่า คนในเมืองเวลาจะทานอาหารเราจะเลือกกันว่า "อร่อยหรือไม่อร่อย" แต่คนที่นี่เลือกได้แค่ว่า "อิ่มหรือไม่อิ่ม" มีบางมื้อที่เราแจ้งกับผู้ใหญ่ในหมู่บ้านว่าเราสามารถแจกอาหารให้กับทุกคนครบได้ เราสามารถแจกให้ได้แต่นักเรียน สิ่งพวกเราเห็นคือ เด็ก ๆ จะทานอาหารกันไม่หมดซึ่งปกติจะซัดกันเรียบ ครูบอกกับเราว่านั้นเป็นเพราะเค้าจะเอาอาหารเหล่านั้นไปแบ่งให้กับคนที่บ้านเค้าได้ทานด้วย วินาทีนั้น จขกท. นึกถึงหลาน ๆ ที่บ้านเลยค่ะ ถ้าเป็นหลานฉันมันคงไม่สนใจอะไรคงซัดข้าวหมดเกลี้ยง แถมบ้างทีมีกับข้าวหลายอย่างยังร้องบอกไม่มีอะไรจะกินเลยทั้ง ๆ ที่เด็ก ๆ ที่นั่นมีอะไรก็ต้องกิน โอ้โหสะท้อนใจสุด ๆ ไปเลยค่ะ
ใครบอกว่าเด็กชาวเขาไม่รู้เรื่อง โง่ ไม่ฉลาด คุณจำบทอาขยานสระไม้ม้วน 20 คำกันได้มั้ยคะ แล้วคุณจำกันได้มั้ยว่าคุณใช้เวลานานกันขนาดไหนถึงจะท่องเพื่อจำมันให้ได้ สำหรับ จขกท. จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ ใช้เวลาในการที่จะท่องจำอยู่หลายวันเหมือนกัน แต่เด็ก ๆ ที่นี่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที มันทำให้ จขกท. รู้เลยค่ะ ว่าเด็กที่นี่มีความสามารถแต่เค้าไม่มีโอกาส โอกาสในการศึกษา โอกาสในการที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เพื่อจะมาพัฒนาหมู่บ้านของเค้าต่อไป
หลังจากจบทริปนี้จขกท.ได้มานั่งทบทวนสิ่งที่ตัวเองได้ จากการเดินทางครั้งนี้ ยอมรับก่อนเลยว่าความรู้สึกของ จขกท. ในตอนแรกที่ตกลงใจว่าจะมาที่นี่ ตอนแรกก็แค่อยากได้ประสบการณ์ จขกท.เป็นเด็กที่โตมากับการถูกเลี้ยงดูอย่างดีเลิศงานหนักไม่เคยทำ อยากได้อะไรแค่บอกพ่อแม่ก็หาให้ นั้นคือเหตุผลที่ทำให้อยากรู้สึกว่าเวลาที่เราทำอะไรหรือ "ให้" อะไรใครไปอย่างจริงใจมันมีความรู้สึกยังไง แต่ผิดถนัดเลยค่ะ ทริปนี้แทนที่ จขกท. จะได้ "ให้" กลับได้ "รับ" แทน ได้รับรอยยิ้ม รับความสุข รับมิตรภาพที่แสนสวยงาม จขกท.ได้เพื่อนใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาในชีวิต ได้รู้จักวิถีชีวิตอีกแบบที่แม้เค้าจะไม่มีอะไรเลย ไฟฟ้าไม่มี สัญญาณโทรศัพท์ไม่ถึง สิ่งบันเทิงต่าง ๆ ก็แค่การนั่งพูดคุยถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ไปพบเจอในแต่ละวัน แต่เค้าดูมีความสุขมากกว่าพวกเราที่อยู่ในเมือง ที่บอกว่าตัวเองมีพร้อมทุกอย่างซะอีก
ขอบคุณแม่สอใต้ที่ให้ประสบการณ์ที่ดี ความรู้สึกที่ดี
ขอบคุณเพื่อนร่วมทางทุก ๆ คน ที่จัดโครงการนี้ขึ้นมา ถ้ามีอีกขอไปอีกนะคะ
ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เรามาพบเจอกัน
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านแล้วมีความสุขไปกับเรา

ปล.ขอบคุณภาพสวย ๆ จากพี่ยิ่งตากล้องมือเทพ และตากล้องจำเป็นทุกคนนะคะ
Thank You
เมื่อฉันไป "อมก๋อย"
เมื่อปลายปี 58 จขกท. แล้วมีโอกาสได้ขึ้นไปบริจาคของและสร้างห้องน้ำให้กับเด็ก ๆ ที่หมู่บ้านแม่สอใต้ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ แม่สอใต้เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ค่ะ มีประชากรอยู่ไม่ถึง 30 หลังคาเรือน ไฟฟ้าไม่มี ฉะนั้นในส่วนของสัญญาณโทรศัพท์จึงไม่ต้องพูดถึงค่ะ ค่ายไหนที่บอกแรง ๆ เจอที่นี่จอดค่ะ ดับสนิท พวกเราเลยอยู่กันแบบพอมืดก็ก่อกองไฟ จุดตะเกียงเอา (แต่ยังดีที่เป็นตะเกียงไฟฉาย) นั่งมองดาวรอดูพระจันทร์ขึ้น แทนการจับมือถือมองจอสี่เหลี่ยมที่วุ่นวายจากโปรแกรมแชทต่าง ๆ ก็รู้สึกดีไปอีกแบบนะคะ โรแมนติก คนมีแฟนไปด้วยคงแฮปปี้ดี 555
ในตอนกลางวัน คนที่มีหน้าที่สันทนาการให้ความสำราญแก่เด็ก ๆ ก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป พวกที่มีหน้าที่ก่อสร้างหรือทำอาหารก็ทำไป ในครั้งนี้พวกเราไปสร้างห้องน้ำ ห้องสุขา อ่างล้างมือ ลานกิจกรรม นำเสื้อผ้า ของเล่นและของใช้จำเป็นไปให้เด็ก ๆ รวมทั้งทุกคนในหมู่บ้าน รวมทั้งตรวจสุขภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับคนในหมู่บ้านด้วย เพราะในทริปเรามีพยาบาลแสนสวย และอดีตเภสัชกรร่วมเดินทางไปกับเราด้วย
ช่วงเวลากลางวันบนแม่สอใต้เป็นอะไรที่โหดมากค่ะ แดดเปรี้ยงสุด ๆ เวลาเราทำกิจกรรมหรือเล่นเกมแม้จะพยายามเข้าที่ร่มแล้วก็ยังร้อนอยู่ดี แต่เด็ก ๆ ที่นี่สู้ตายมากค่ะ เค้ายิ้ม หัวเราะ และดีใจสุด ๆ เมื่อตัวเองได้ของรางวัลแม้จะเป็นเพียงลูกอมแค่ไม่กี่เม็ดก็ตาม แต่ของรางวัลที่เป็นที่กล่าวขานมากที่สุดในทริปนี้น่าจะเป็นหนังสติ๊กที่เวลายิงขึ้นไปบนฟ้าจะมีแสงออกมาด้วย เป็นของเล่นที่เด็ก ๆ เล่นกันตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายที่พวกเรากลับ พวกเค้าดูแลของเล่นที่เราให้ไปทุกชิ้นอย่างดีที่สุด มีช่วงหนึ่งที่เราแจกลูกโป่งให้กับเด็ก เช้ามาพี่ยิ่งตากล้องที่ไปกับพวกเรามาเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนมีเด็กคนหนึ่งเค้าเอาลูกโป่งที่เราแจกไปนอนกอดด้วย เค้าดูแลมันอย่างดีทั้งที่มันเป็นแค่ลูกโป่งธรรมดาที่แตกไปก็ไม่ได้รู้สึกน่าเสียดายอะไรเลยสำหรับเรา แต่สำหรับเด็กที่นั่นมันคือของขวัญที่ล้ำค่ามาก ๆ
เมื่อถึงมื้ออาหารครูโจครูเอกที่เป็นครูอาสาที่นั่นบอกกับเราว่า คนในเมืองเวลาจะทานอาหารเราจะเลือกกันว่า "อร่อยหรือไม่อร่อย" แต่คนที่นี่เลือกได้แค่ว่า "อิ่มหรือไม่อิ่ม" มีบางมื้อที่เราแจ้งกับผู้ใหญ่ในหมู่บ้านว่าเราสามารถแจกอาหารให้กับทุกคนครบได้ เราสามารถแจกให้ได้แต่นักเรียน สิ่งพวกเราเห็นคือ เด็ก ๆ จะทานอาหารกันไม่หมดซึ่งปกติจะซัดกันเรียบ ครูบอกกับเราว่านั้นเป็นเพราะเค้าจะเอาอาหารเหล่านั้นไปแบ่งให้กับคนที่บ้านเค้าได้ทานด้วย วินาทีนั้น จขกท. นึกถึงหลาน ๆ ที่บ้านเลยค่ะ ถ้าเป็นหลานฉันมันคงไม่สนใจอะไรคงซัดข้าวหมดเกลี้ยง แถมบ้างทีมีกับข้าวหลายอย่างยังร้องบอกไม่มีอะไรจะกินเลยทั้ง ๆ ที่เด็ก ๆ ที่นั่นมีอะไรก็ต้องกิน โอ้โหสะท้อนใจสุด ๆ ไปเลยค่ะ
ใครบอกว่าเด็กชาวเขาไม่รู้เรื่อง โง่ ไม่ฉลาด คุณจำบทอาขยานสระไม้ม้วน 20 คำกันได้มั้ยคะ แล้วคุณจำกันได้มั้ยว่าคุณใช้เวลานานกันขนาดไหนถึงจะท่องเพื่อจำมันให้ได้ สำหรับ จขกท. จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ ใช้เวลาในการที่จะท่องจำอยู่หลายวันเหมือนกัน แต่เด็ก ๆ ที่นี่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที มันทำให้ จขกท. รู้เลยค่ะ ว่าเด็กที่นี่มีความสามารถแต่เค้าไม่มีโอกาส โอกาสในการศึกษา โอกาสในการที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เพื่อจะมาพัฒนาหมู่บ้านของเค้าต่อไป
หลังจากจบทริปนี้จขกท.ได้มานั่งทบทวนสิ่งที่ตัวเองได้ จากการเดินทางครั้งนี้ ยอมรับก่อนเลยว่าความรู้สึกของ จขกท. ในตอนแรกที่ตกลงใจว่าจะมาที่นี่ ตอนแรกก็แค่อยากได้ประสบการณ์ จขกท.เป็นเด็กที่โตมากับการถูกเลี้ยงดูอย่างดีเลิศงานหนักไม่เคยทำ อยากได้อะไรแค่บอกพ่อแม่ก็หาให้ นั้นคือเหตุผลที่ทำให้อยากรู้สึกว่าเวลาที่เราทำอะไรหรือ "ให้" อะไรใครไปอย่างจริงใจมันมีความรู้สึกยังไง แต่ผิดถนัดเลยค่ะ ทริปนี้แทนที่ จขกท. จะได้ "ให้" กลับได้ "รับ" แทน ได้รับรอยยิ้ม รับความสุข รับมิตรภาพที่แสนสวยงาม จขกท.ได้เพื่อนใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาในชีวิต ได้รู้จักวิถีชีวิตอีกแบบที่แม้เค้าจะไม่มีอะไรเลย ไฟฟ้าไม่มี สัญญาณโทรศัพท์ไม่ถึง สิ่งบันเทิงต่าง ๆ ก็แค่การนั่งพูดคุยถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ไปพบเจอในแต่ละวัน แต่เค้าดูมีความสุขมากกว่าพวกเราที่อยู่ในเมือง ที่บอกว่าตัวเองมีพร้อมทุกอย่างซะอีก
ขอบคุณแม่สอใต้ที่ให้ประสบการณ์ที่ดี ความรู้สึกที่ดี
ขอบคุณเพื่อนร่วมทางทุก ๆ คน ที่จัดโครงการนี้ขึ้นมา ถ้ามีอีกขอไปอีกนะคะ
ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เรามาพบเจอกัน
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านแล้วมีความสุขไปกับเรา
ปล.ขอบคุณภาพสวย ๆ จากพี่ยิ่งตากล้องมือเทพ และตากล้องจำเป็นทุกคนนะคะ
Thank You