“เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมย์ ประธานคณะกรรมการกลาง เน้นทุกสโมสรส่งชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนายกบอลวันที่ 11 ก.พ.นี้ ต้องเป็นบุคคลที่เกี่ยวพันกับทีม และมีชื่อขึ้นทะเบียนกับ กกท. เท่านั้น และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
หลังจากที่คณะกรรมการกลาง ที่แต่งตั้งโดย ฟีฟ่า ได้ประกาศหมายเลขและชื่อผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ที่จะมีการเลือกตั้งวันที่ 11 ก.พ.นี้ ประกอบไปด้วย 1.ธวัชชัย สัจจกุล, 2.พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง, 3.พินิจ สะสินิน, 4.ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน, 5.ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ 6. พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ ธรัชฤทธิ์เต็ม
“เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมย์ ประธานคณะกรรมการกลาง เปิดเผยว่าขั้นตอนต่อจากนี้คือการส่งชื่อผู้สมัครไปให้กับ 72 สโมสรที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง จากนั้นจะให้ทั้ง 72 สโมสร ส่งรายชื่อบุคคลที่เป็นตัวแทนสโมสรในการใช้สิทธิ์กลับมาให้คณะกรรมการกลางภายในวันที่ 3 ก.พ. เพื่อทำการตรวจเช็ครายชื่อว่ามีความเกี่ยวพันกับทีมจริงหรือไม่
“เมื่อสโมสรแจ้งชื่อมาแล้วจะเปลี่ยนแปลงชื่อผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่ได้ โดยชื่อที่แจ้งกลับมาต้องเป็นผู้มีความเกี่ยวข้องกับสโมสรซึ่งจดทะเบียนกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท.เท่านั้น ส่วนสถานที่เลือกตั้ง เล็งไว้ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก เพราะมีเนื้อที่กว้างขวางและสะดวกต่อการเลือกตั้ง รวมถึงการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนด้วย"
“เสธ.โต” กล่าวต่อว่ากรณีกระแสข่าวที่มี 1 ในผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฯ โดนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. สอบสวนอยู่นั้น ว่ายังคงมีคุณสมบัติในการลงสมัครอยู่ เนื่องจากยังไม่มีผลการตัดสิน จึงถือว่ายังไม่ผิด แต่หากมีข้อยุติแล้วถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงก็จะถูกตัดสิทธิ์ทันที
พล.ร.อ.สุรวุฒิ กล่าวปิดท้ายว่า ฟีฟ่า ได้ส่งหนังสือยืนยันว่า สำนักงานเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ไม่มีอำนาจที่จะตัดสินเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นคณะกรรมการสมคมฟุตบอลฯ แต่เป็นอำนาจเด็ดขาดของทางคณะกรรมการกลางแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นขอให้เข้าใจตรงกันว่าคณะกรรมการกลาง มีอำนาจในการตัดสินใจทุกอย่าง
เครดิต
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1495841317389776
บุคคลสำคัญ! “เสธ.โต” เน้นชื่อผู้เลือกตั้งต้องเกี่ยวข้องทีม
หลังจากที่คณะกรรมการกลาง ที่แต่งตั้งโดย ฟีฟ่า ได้ประกาศหมายเลขและชื่อผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ที่จะมีการเลือกตั้งวันที่ 11 ก.พ.นี้ ประกอบไปด้วย 1.ธวัชชัย สัจจกุล, 2.พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง, 3.พินิจ สะสินิน, 4.ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน, 5.ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ 6. พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ ธรัชฤทธิ์เต็ม
“เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมย์ ประธานคณะกรรมการกลาง เปิดเผยว่าขั้นตอนต่อจากนี้คือการส่งชื่อผู้สมัครไปให้กับ 72 สโมสรที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง จากนั้นจะให้ทั้ง 72 สโมสร ส่งรายชื่อบุคคลที่เป็นตัวแทนสโมสรในการใช้สิทธิ์กลับมาให้คณะกรรมการกลางภายในวันที่ 3 ก.พ. เพื่อทำการตรวจเช็ครายชื่อว่ามีความเกี่ยวพันกับทีมจริงหรือไม่
“เมื่อสโมสรแจ้งชื่อมาแล้วจะเปลี่ยนแปลงชื่อผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่ได้ โดยชื่อที่แจ้งกลับมาต้องเป็นผู้มีความเกี่ยวข้องกับสโมสรซึ่งจดทะเบียนกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท.เท่านั้น ส่วนสถานที่เลือกตั้ง เล็งไว้ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก เพราะมีเนื้อที่กว้างขวางและสะดวกต่อการเลือกตั้ง รวมถึงการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนด้วย"
“เสธ.โต” กล่าวต่อว่ากรณีกระแสข่าวที่มี 1 ในผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฯ โดนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. สอบสวนอยู่นั้น ว่ายังคงมีคุณสมบัติในการลงสมัครอยู่ เนื่องจากยังไม่มีผลการตัดสิน จึงถือว่ายังไม่ผิด แต่หากมีข้อยุติแล้วถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงก็จะถูกตัดสิทธิ์ทันที
พล.ร.อ.สุรวุฒิ กล่าวปิดท้ายว่า ฟีฟ่า ได้ส่งหนังสือยืนยันว่า สำนักงานเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ไม่มีอำนาจที่จะตัดสินเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นคณะกรรมการสมคมฟุตบอลฯ แต่เป็นอำนาจเด็ดขาดของทางคณะกรรมการกลางแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นขอให้เข้าใจตรงกันว่าคณะกรรมการกลาง มีอำนาจในการตัดสินใจทุกอย่าง
เครดิต[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้