สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
เหล็กหล่อเป็นเหล็กขั้นต้นในขบวนการผลิตครับ คือได้จากการถลุงสินแร่
เมื่อได้มา ย่อมมีสารเจอปน พวก คาร์บอน แมงกานิช ฯลฯ ทำให้เปราะ
เหล็กเหนียว ก็เอาเหล็กหล่อมาเข้าขบวนการ หลอม ควบคุมสารประกอบให้มีปริมาณที่พอเหมาะ (ตามข้อกำหนด)
ขึ้นรูปเป็นเหล็กใช้งาน ราคาย่อมแพงกว่า
รู้ได้ อย่างไร....ถามร้านครับ ไม่งั้นก็ต้องเอาเข้า Lab
แต่ว่า นำมาใช้งานทั่วไปเป็นเหล็กเหนียว นอกจากพวกเครื่องใช้ง่ายๆพวกหล่อมาใช้ได้เลย (ฆ้อนปอนด์)
เมื่อได้มา ย่อมมีสารเจอปน พวก คาร์บอน แมงกานิช ฯลฯ ทำให้เปราะ
เหล็กเหนียว ก็เอาเหล็กหล่อมาเข้าขบวนการ หลอม ควบคุมสารประกอบให้มีปริมาณที่พอเหมาะ (ตามข้อกำหนด)
ขึ้นรูปเป็นเหล็กใช้งาน ราคาย่อมแพงกว่า
รู้ได้ อย่างไร....ถามร้านครับ ไม่งั้นก็ต้องเอาเข้า Lab
แต่ว่า นำมาใช้งานทั่วไปเป็นเหล็กเหนียว นอกจากพวกเครื่องใช้ง่ายๆพวกหล่อมาใช้ได้เลย (ฆ้อนปอนด์)
สมาชิกหมายเลข 5199252 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 5793720 ถูกใจ, littleimp ถูกใจ, silentkung ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 893749 ถูกใจ, สุขสันต์วันเกิดนะสุดที่รัก ถูกใจ, kanada ถูกใจ, jason Bourne ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1313750 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1603537 ถูกใจรวมถึงอีก 9 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 5
เหล็กที่สกัดจากสินแร่และมีมลทิน (impurity) เจือปนอยู่สูงคือ pig iron ครับ ไม่เหมาะกับการใช้งานใดๆทั้งสิ้น
เมื่อนำ pig iron มาทำให้บริสุทธิมากขึ้น และปรับแต่งส่วนประกอบทางเคมีตามต้องการแล้วจึงใช้ได้
ในอดีต การลดคาร์บอนในเนื้อเหล็กทำได้ยาก มีคาร์บอนมากกว่าร้อยละ ๑ และอาจเกินร้อยละ ๒ ทำให้เหล็กชนิดนี้แข็งมาก แต่เปราะ รีดไม่ได้ การขึ้นรูปที่ทำได้คือการหล่อ เหล็กชนิดนี้เรียกว่าเหล็กหล่อหรือ cast iron
ต่อมากระบวนการผลิตรับการพัฒนาจนลดคาร์บอนได้จนต่ำกว่าร้อยละ ๐.๑ เนื้อเหล็กจึงมีความเหนียว แต่ความแข็งก็น้อยลง จึงใช้การรีดหรือขึ้นรูปเชิงกลเพื่อเพิ่มความแข็ง (และความแข็งแรงไปด้วย) เหล็กชนิดนี้คือเหล็กกล้า หรือ steel ที่มีคาร์บอนน้อยกว่าร้อยละ ๑
นอกจากการใช้ส่วนประกอบทางเคมีเป็นเกณฑ์แล้ว เหล็กทั้งสองชนิดยังทีโครงสร้างทางจุลภาค (microstructure) ที่ต่างกัน
ลองค้นเพิ่มเติมเพิ่อหารูป microstructure ของ cast iron กับ steel เพิ่มเติมนะครับ อธิบายลำบาก
โดยสรุป คือให้วัดส่วนประกอบทางเคมีกับตรวจสอบโครงสร้างจุลภาคเพื่อยืนยันว่าเป็นเหล็กหล่อหรือเหล็กกล้าครับ
ที่เพิ่มความสับสนขึ้นไปอีก คือ เหล็กกล้าก็เอาไปหล่อได้ครับ เรียกว่า cast steel
ไข่ต้ม
เมื่อนำ pig iron มาทำให้บริสุทธิมากขึ้น และปรับแต่งส่วนประกอบทางเคมีตามต้องการแล้วจึงใช้ได้
ในอดีต การลดคาร์บอนในเนื้อเหล็กทำได้ยาก มีคาร์บอนมากกว่าร้อยละ ๑ และอาจเกินร้อยละ ๒ ทำให้เหล็กชนิดนี้แข็งมาก แต่เปราะ รีดไม่ได้ การขึ้นรูปที่ทำได้คือการหล่อ เหล็กชนิดนี้เรียกว่าเหล็กหล่อหรือ cast iron
ต่อมากระบวนการผลิตรับการพัฒนาจนลดคาร์บอนได้จนต่ำกว่าร้อยละ ๐.๑ เนื้อเหล็กจึงมีความเหนียว แต่ความแข็งก็น้อยลง จึงใช้การรีดหรือขึ้นรูปเชิงกลเพื่อเพิ่มความแข็ง (และความแข็งแรงไปด้วย) เหล็กชนิดนี้คือเหล็กกล้า หรือ steel ที่มีคาร์บอนน้อยกว่าร้อยละ ๑
นอกจากการใช้ส่วนประกอบทางเคมีเป็นเกณฑ์แล้ว เหล็กทั้งสองชนิดยังทีโครงสร้างทางจุลภาค (microstructure) ที่ต่างกัน
ลองค้นเพิ่มเติมเพิ่อหารูป microstructure ของ cast iron กับ steel เพิ่มเติมนะครับ อธิบายลำบาก
โดยสรุป คือให้วัดส่วนประกอบทางเคมีกับตรวจสอบโครงสร้างจุลภาคเพื่อยืนยันว่าเป็นเหล็กหล่อหรือเหล็กกล้าครับ
ที่เพิ่มความสับสนขึ้นไปอีก คือ เหล็กกล้าก็เอาไปหล่อได้ครับ เรียกว่า cast steel
ไข่ต้ม
littleimp ถูกใจ, หมอเถื่อน ถูกใจ, ด้วยจิตคารวะ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 703029 ถูกใจ, MAX ถูกใจ, JackyCharm ถูกใจ, jason Bourne ถูกใจ, คนบางเขน ถูกใจ, ยังมีหวัง ถูกใจ, นายสันทัด ถูกใจรวมถึงอีก 2 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
วิศวกรรมศาสตร์
อสังหาริมทรัพย์
เหล็กเหนียว กับ เหล็กหล่อ ต่างกันอย่างไร แล้วเรารู้ได้อย่างไรว่าอันไหนเป็นเหล็กเหนียว อันไหนเป็นเหล็กหล่อ
เรารู้ได้อย่างไรครับ
ว่าอันไหนเป็นเหล็กเหนียว อันไหนเป็นเหล็ก
แล้วการใช้งานแตกต่างกันอย่างไร
อย่างไหนดีกว่ากัน
ขอบคุณมากครับ