ถามให้คิด ตอนที่พระพุทธเจ้าถามพระสารีบุตรว่า "เชื่อหรือไม่" ตอนนั้นพระสารีบุตรบรรลุอรหันหรือยัง

1.ตอนที่พระพุทธเจ้าถามพระสารีบุตรว่า "เชื่อหรือไม่" แลัวพระสารีบุตรตอบว่า ยังไม่เชื่อพระเจ้าข้า ใช่หรือเปล่าครับ
2.ตอนที่พระพุทธเจ้าถามพระสารีบุตรว่า "เชื่อหรือไม่" ตอนนั้นพระสารีบุตรบรรลุอรหันหรือยัง
3.กฎการ/การควร ยังไม่เชื่อ ควรใช้หรือมีสิทธิยังไม่เชื่อใช้ได้เฉพาะ พระอรหันเท่านั้น  หรือ คนทั่วไปก็ควรใช้ด้วย
4. จากรูปถือว่าอยู่บนหลักของ "เหตุและผล"  หรือ "ทางสายกลาง" หรือเปล่า
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
-------------- เรื่องนี้ สามารถหาความจริง ด้วยตนเอง ได้

http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=19&A=5767&Z=5796&pagebreak=1
...
   [๙๘๔] ดูกรสารีบุตร เธอเชื่อหรือว่า สัทธินทรีย์ที่บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มาก
แล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด วิริยินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์
ที่บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็น
ที่สุด.
...
...

ถามให้คิด........................
------------------------ ต้อง ศึกษาข้อเท็จจริงก่อน ก็จะเข้าใจถูกต้อง  ถ้าเข้าใจข้อเท็จจริงผิด ก็จะ คิดผิด

1.ตอนที่พระพุทธเจ้าถามพระสารีบุตรว่า "เชื่อหรือไม่" แลัวพระสารีบุตรตอบว่า ยังไม่เชื่อพระเจ้าข้า ใช่หรือเปล่าครับ
------------------------ ไม่ใช่ ตอบ อย่างที่เข้าใจ ครับ  ท่านว่าท่านได้เห็นความจริง ท่านจึงไม่ต้องใช้ความเชื่อ(แบบคนที่ยังไม่เห็นความจริง)

2.ตอนที่พระพุทธเจ้าถามพระสารีบุตรว่า "เชื่อหรือไม่" ตอนนั้นพระสารีบุตรบรรลุอรหันหรือยัง
--------------------------  ไม่ได้ทรงถามเช่นนั้น ครับ  อ่านพระสูตรดูก่อน ครับ
                                                  ขณะนั้น  ท่านบรรลุแล้ว

3.กฎการ/การควร ยังไม่เชื่อ ควรใช้หรือมีสิทธิยังไม่เชื่อใช้ได้เฉพาะ พระอรหันเท่านั้น  หรือ คนทั่วไปก็ควรใช้ด้วย
------------------------  ท่านบอกว่า ท่านเห็นความจริง ของเรื่องนั้น   (ไม่ใช่เพราะความเชื่อ)

                                          ธรรมะของพระศาสนา   ผู้ที่เห็นความจริงแล้ว(บรรลุธรรม) จึงไม่ต้องเชื่อ
                                                                         คนธรรมดา ที่ยังไม่เห็นความจริง  ก็ไม่อาจบอกว่า รู้ความจริงเอง(โดยไม่ต้องเชื่อ)
                              
                                              ส่วนถ้าเป็นเรื่องโลก ปกติธรรมดา  คนธรรมดา ก็อาจรู้ความจริงได้โดยไม่เชื่อได้(เพราะไม่ต้อง  บรรลุธรรม)

4.จากรูปถือว่าอยู่บนหลักของ "เหตุและผล"  หรือ "ทางสายกลาง" หรือเปล่า
---------------------------- ไม่ใช่ครับ   รูปที่แสดงเป็นเพียงแต่การคิดไปว่า มีเหตุผล หรือ  อยู่ตรงกลาง จากส่ิ่งที่คิดขึ้นมา ไม่ใช่ตรงกลางจริง  และไม่ใช่ทางสายกลาง

                                         ความจริง ตามพระศาสนา มี 2 ระดับ
                                                       1. ความจริงระดับสมมติ  สำหรับพูดให้คนธรรมดา ที่ยังไม่บรรลุ เข้าใจสภาวะธรรมบางส่วนได้ง่ายขึ้น
                                                                     มีการนับเป็น  สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา  ชาตินี้ชาติหน้าของสัตว์ ของบุคคล
                                                       2. ความจริงระดับจริงแท้(ปรมัตถ์)  มีแต่ ร่างกาย จิต สภาวะที่เกิดกับจิต  ไม่มีที่จะเป็น ใคร หรือสัตว์ บุคคลใด  มีการต่อเนื่องที่เกิดจากเหตุให้เกิด และผล  เกิดดับเปลียนแปลงไปตลอดเวลา  ไม่มีการนับว่าใคร
                                                
                                      ดังนั้น ตามรูป  จึงยังเป็นเพียง ความจริงระดับสมมติ  ที่คิดว่ามีภพของใคร มีใคร(ไม่ใช่ความจริงแท้) (แม้จะพิจารณาว่าภพหน้ามีหรือไม่มี เพื่อคาน กับความเป็นอยู่ในปัจจุบัน(ค่าน้ำค่าไฟ) ก็เป็นการยังไม่เข้าใจความจริงแท้ ว่าไม่มีใคร   เป็นการหลงไปว่ามีตัวตน
                                                                 ไม่ใช่การ คิดที่มีเหตุผลที่ถูกต้อง

                                      ส่วนทางสายกลาง คือ การปฏิบัติ เพื่อความพ้นทุกข์(ทำกาย วาจา ใจ เข้าใจความจริงเบื้องต้น แล้วปฏิบัติเห็นความจริงแท้ มีปัญญาเห็นความจริง แล้วพ้นทุกข์)  ไม่ใช่ ตรงกลาง ระหว่างเข้าใจผิดมาก กับ เข้าใจผิดน้อย

       ยินดีสนทนาครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่