อุทาหรณ์ สำหรับนักปั่น บนเขาใหญ่

สวัสดีเพื่อนๆสมาชิกทุกท่าน เนื่องด้วยวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา ผมก็ไปพักผ่อนหย่อนใจตามประสาคนชอบออกทริป

เรื่องมีอยู่ว่า ผมได้เจอกลุ่มปั่นจักรยาน และ มอร์เตอร์ไซต์อยู่หลายกลุ่ม ผมก็เปิดกระจกสูดอากาศตลอดทาง

และยกนิ้วให้เพื่อเป็นการเคารพและให้กำลังใจทุกๆท่าน เนื่องจากผมก็เป็น Biker เหมือนกันแต่วันนี้ผมขับรถยนต์

มีอยู่ช่วงนึงผมเจอนักปั่น 4 ท่าน ขับเป็นระเบียบชิดซ้าย รถผมนั่งมากัน 5 คน คุยกันชมว่ากลุ่มนี้ปั่นดีเป็นระเบียบดี

ด้วยนักปั่นจะใช้ความเร็ว ราวๆ 10 - 20 กม ต่อ ชม ผมก็ขับตามมาได้สักพักโดยไม่แซงอะไรเพราะผมเข้าใจ + เป็นทางโค้ง

ถนนหนทางเราต้องแบ่งกัน ไม่บีบแตรไล่ เพราะรถผมท่อดัง พอถึงจังหว่ะลงเนินยาวๆ ผมก็ จะทำการแซงขวา เพราะมีรถตามหลังอยู่หลายคันพอควร

จังหว่ะนี้หล่ะครับ รถผม เบ้ออกขวาไปแล้วเพื่อที่จะแซง เปิดไฟสัญญานขวาเป็นสัญญาน ทางตรง ความเร็ว ประมาณ 60-80

แต่สักพักช่วงที่ผมกำลังจะผ่านพวกท่านไป ได้มี นักปั่น 1 ท่าน เบ้ออกขวามาด้วยความประมาท และคะนอง ส่งเสียงร้อง วู้ๆๆ

แบบ ลงเขาสนุกอะไรประมาณนี้ ผมก็ตกใจสิครับ พร้อมกับเสียงนักปั่นท่าน ที่รั้งท้ายตะโกนมาว่า ระวัง + กับเสียงน้องชายผม

ในใจผมก็คิด ว่าถ้าวินาทีนั้นผมหักขวาผมคงตกเขาแน่ๆ จากประสบการณ์ ผมคิดว่า ถ้าผมชนไป จะมีผู้บาดเจ็บ หรืออาจเสียชีวิต 1 คน

แต่ถ้าผมตกเขา อาจมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ถึง 5 คน ผมจึงจับพวงมาลัยตรง ในใจคิดอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดเราไม่ได้มีเจตนาทำร้ายหรือชนใคร

ถ้าบีบแตรไปเค้าอาจตกใจ ไปชนเพื่อนๆเค้าอีก ผมเลยตัดสินใจเร่งให้เร็วกว่าเดิมเพื่อผ่านไปและก็ไม่เกิดการชน หรือเกี่ยวรถท่านล้ม

ผมอยากมาบอกพวกท่านว่า รบกวนขับรถกันระวังๆ ด้วยนะครับ ด้วยความเป็นห่วงใย ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง

อย่าทำให้ชื่อเสียงของนักปั่นต้องหม่นหมอง รวมถึงความชื่นชอบของผมที่มีต่อพวกท่าน

ช่วยกันเคารพกฎ และกติกาการใช้ถนนร่วมกัน รถช้าชิดซ้าย ผมแนะนำให้ท่านติดกระจกมองข้างเพื่อช่วยลด อุบัติเหต

อยากถามท่านทั้งหลาย ถ้าเป็นพวกท่าน จะเลือกรักษา 1 ชีวิต หรือ 5 ชีวิตครับใน กรณีแบบนี้ หรือมีทางใดให้ตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนั้นครับ

ขอบคุณเพื่อนๆ สมาชิกด้วยครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่