ดราม่าหนัก! ไม่กินกงสี จะอกตัญญูไม๊

สวัสดีค่ะ เราเกิดในครอบครัวคนจีนแท้ๆเลย
แต่ดั๊นนนน คุณพ่อซึ่งเป็นเจ้าสัวดันมีเมียน้อยตั้งแต่อายุ 10ขวบ
ทุกวันนี้ 25 แล้วค่ะ อย่าถามว่าทำไมถึงรับได้และอยู่มานานขนาดนี้
จริงๆก็ไม่ได้ยอมหรอกค่ะ แต่ก็ไฟท์เต็มที่แล้ว 55+ สรุปเลยปัจจุบันคือ
พ่อ เมียหลวง เมียน้อย อยู่ครบกันทั้งบ้าน แถบชาวบ้านต่างๆก็ต่างชื่นชมว่า
คุณพ่อเจ๋งอย่างงั้นเจ๋งอย่างงี้ค่ะ เอาเถอะ ยิ้ม


เราเกิดมาในครอบครัวที่เมื่อก่อนค่อนข้างยากจน
คุณพ่อมาจากประเทศจีนเริ่มใหม่ทุกอย่างจากศูนย์หมด
เราก็เดินตามคุณพ่อทำงานขายของข้างทางตั้งแต่ยังไม่มีอะไร
ใช้ชีวิตอย่างจนและประหยัดสุดๆ ซึ่งก็มีความสุขนะคะ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องความจนเลย
แต่แล้วเวลาผ่านไปป๊ากับม๊าขยันทำงาน เก็บหอมรอมริบจนมีฐานะ
แม่ก็เลยมีน้องชาย (คนที่3) เราเป็นคนกลางลูกสาว และมีพี่ชายคนโต

คุณแม่ทำงานหนักตื่นเช้าขายของในสมัยนั้น ขายดีมาก
ลูกค้าต้องมาต่อคิวก่อนเปิดร้านแย่งของก่อน เราก็เป็นเด็กที่ช่วยขายตะโกนเรียกลูกค้า
คุณพ่อเลยจ้างลูกน้อง จ้างมาจ้างไป ก็เจอ หญิงสาวใช้ ที่เป็นคนจีน
คุณแม่ก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไร จนโป๊ะเช๊ะ อยู่ๆมีท้องจ้าาาาาา ฮาฮ่า
เอาแล้วสิ ตอนนั้นอยู่ประมาณ ป.6 ได้ ใครๆก็ถามว่าลูกใคร
เอ่ออออ ลูกใครวะ ลูกพ่อกูเหรอ ฮาฮ่า

ด้วยความเป็นเด็กเห็นม๊าเสียใจก็งี่เง่างอแง่ ไม่เชื่อฟังทำตัวเหลวไหลช่วงม.ต้น
ป๊าก็เลยจับส่งไปเรียนเมืองจีนสะนิ๊ ปล่อยเราไปเรียนตั้งแต่ ม.3 โอ้แต่เราก็ใจแข็งนะ
เรียนมาได้จนพูด อ่านเขียน จีนได้ ก็ดื้อ ขอพ่อ(ขอเอง)ไปเรียนสิงค์โปรต่อ สุดท้ายก็ได้ไป
และมาจบปริญญาตรีในไทย ตอนจบใหม่ๆก็สมัครงานกับบริษัทชื่อดังต่างๆ
เค้าก็รับนะไม่ใช่ไม่รับ แต่พ่อบอกว่าถ้าจะออกก็ออกไปเลย แต่อยู่กับป๊าจะดีกว่านะ
เค้าสอนอะไรได้มากกว่าที่ข้างนอกสอน ก็จริงนะคะ เราก็เชื่อฟังอย่างนั้น

ก็ตั้งใจทำงานมาเรื่อยๆกินเงิน หมื่นห้า จนสุดท้ายทะเลาะกับพ่ออยู่ดี
ทะเลาะกันเรื่องงานมีปากเสียงทั่วไป เราทำงานไม่เคยบกพร่อง
แต่พ่อกลัวว่าเราจะไปเก่งกว่าเค้านู้นนี้ บวกกับเค้าบังคับให้แต่งงานอีกต่างหาก
เป็นบ้าไปเลยช่วงนั้น ก็เลยขอไปเรียนต่อโทอินเตอร์ที่จีน หนีปัญหา
พ่อก็ขู่ว่า ไปเรียนรอบนี้กลับมาอาจจะไม่มีป๊าอยู่แล้วนะ ป๊าว่าไม่ต้องเรียนหรอก
เราก็ยืนยันว่าจะไปเรียนไม่สนใจอะไรทั้งนั้น มีหวังทนอยู่เป็นบ้าแน่ๆ

กลับมาไทยเรียนจบก็ตามเดิมนะคะ กลับมาช่วยที่บ้าน รอบนี้บอกกับเราว่า
"ไม่ต้องช่วยป๊าทำบริษัทนี้แล้ว แกทำไม่ได้หรอก ต้องป๊าทำคนเดียวถึงจะมีอนาคต"
ฮัลโหลวววววว ยังไม่ได้ทำเลย และที่ผ่านมาก่อนไปเรียนโท
ก็เป็นทั้งเซลล์ บัญชี เปิดบิล เปิดนู้นนี้เอง จัดบูธ ออกบูธ
โดนไล่ออกอีกละ เชิญให้ไปขายบ้าน (คุณพ่อมีหลายกิจการนะคะ)
เราก็เอาหมดค่ะ เพราะคิดว่า ทำไปก็ต้องเก่งก็ต้องดี
หลังจากที่มีขายบ้านก็โตขึ้นมาอีกก้าวนึง คุณพ่อทำอาคารพาณิชย์ ขายอยู่ติดริมถนน 20ห้อง
เราก็เบิกเงินไปซื้อตู้คอนเทนเนอร์(จากพ่อ 1แสน) และไปนั่งเฝ้าเองที่นุ้น เป็นสำนักงานขายไป

ระหว่างที่ขายไปก่อนเซนสัญญาอะไรต่างๆเค้าก็รู้ว่าเราลูกเจ้าของแหละ
เพราะก่อนปิดจ๊อบคุณพ่อก็จะมารับเงินทำสัญญาเงินดาวน์อะไรต่างๆ
เราทำเองตั้งแต่ สัญญาซื้อขาย โบชัวส์ออกแบบเอง
ทำใบราคาเอง ใบเสนอราคา ป้ายหน้าโครงการ ลูกค้าทุกคนก็ถามว่าป๊าให้ % รึเปล่า
เราก็รู้นะว่าเค้าหลอกถามเพื่อจะเป็นการต่อราคา
แต่ไม่ได้พูดเล่นค่ะ ไม่ได้สักบาท ก็ไม่มีคนเชื่อ TT
ทำงานที่ผ่านมาก็ได้เงินเดือน 2 หมื่นค่ะ เยอะไม๊ถือว่าเยอะค่ะ
แต่เยอะไม่พอค่าน้ำมันที่ต้องเดินทางจากบ้านพระราม2 ไป นนทบุรี
และบางทีก็ต้องรับแม่ที่ทำงานฝั่งพระนครทุกวัน
น้องชายแม่เดียวกับเราเรียน รร ประจำต่างจังหวัด
ก็ต้องไปรับกลับวันศุกร์และไปส่งวันอาทิตย์
สรุปคือไม่ได้เบิกด้วยความเกรงใจว่าพ่อมีค่าใช้จ่ายเยอะแล้ว


เข้าเรื่องเลยค่ะ
การที่เราตั้งใจทำงานอย่างจริงจังและหนักมาก
เพราะพ่อ ส่งไปเรียนเมืองนอกได้เรียนดีๆ ทำให้มีวันนี้
และช่วงมหาลัยก็ดิ้นขอออกรถเบ๊นซ์ ก็จะได้ออกโดนตบหน้าไปหลายที
แต่ก็ไม่ได้ใช้คนเดียวนะคะ แบ่งกับพ่อใช้ (แต่พ่อมีเบ๊นซ์อีกคันนะ)
เรียนจบมาเลยตั้งใจทำให้ดีที่สุดเพื่อที่จะตอบแทนพระคุณแต่ไม่ใช่
เพราะทั้งหมดแล้วเหมือนใช้หนี้

ระหว่างเราช่วยทำงานให้พ่อก็ขายของในอินเตอร์เน็ต เดือนนึงก็พอมีรายได้
จนคิดว่าอยากจะไปอยู่เอง เพราะหลังจากที่พ่อรู้ว่าเริ่มหาเงินเองได้
ก็เริ่มเขม่น เริ่มกัดจิกและไม่พอใจ แค่นั้นยังไม่พอ
พี่น้องรวมทั้งลูกเมียน้อยก็มาขอเงินเราอีกทั้งๆที่เราก็มีเงินแค่พอเลี้ยงตัวเองได้เท่านั้นเอง

อยู่ไปดราม่าไป ชีวิตเหมือนจะสบายในสายตาคนภายนอกแต่ก็ไม่ได้สบาย
พี่ชายจ้องแต่จะรอรับมรดก แต่งงานแล้วนะคะ สะใภ้เข้ามาบ้าน
ทำงานทำการตามหน้าที่ที่คุณพ่อสั่ง แต่ไม่ได้ขายอะไรแบบเรานะคะ
เซ็นอย่างเดียว ทุกชื่อทุกโปรเจค เป็นชื่อพี่ชายหมด รอรับเงินเดือนจากพ่อ
พ่อผ่อนรถให้ทุกอย่าง บอกเมียทุกวันว่า เมื่อไหร่จะมีลูกด้วยกัน
เมียก็บอกว่า ยังไม่มีงานที่มั่นคงเลย จะมีได้ไง พี่ชายก็บอกอย่าโง่
มีลูกมีหลานให้ป๊า ขออะไรก็ได้หมด  โอ้โหหหห นี่คือพี่ชายฉันเองจ้า
คุณพ่อก็เปิดกิจการลงทุนให้ 3 อย่างได้แล้วมั้งโปรเจคละหลายล้านเจ๊งหมด
เอาเงินไปซื้อรถแต่ไม่มีเงินผ่อนต่อเลยต้องมาขอพ่อกลับมากินกงสีใหม่
แถมเวลาเราขายบ้านจะโอนบ้านมีหน้ามาพูดว่าพ่อต้องให้หลังละสองสามหมื่น
เราบอกเพราะอะไร เค้าบอกว่าเค้าเป็นคนเซ็น เราแบบโหคิดได้ไงวะ เราขายยังไม่ได้ไรเลย

ส่วนน้องชายแม่เดียวกับเราน่ารักมากค่ะ กำลังจะเข้ามหาลัย
คุยรู้เรื่องเหมือนเป็นลูกที่ถูกลืมทั้งคู่ ฮาฮ่า
ไม่เคยทะเลาะกัน เค้าบอกว่าเค้าอย่างรีบๆเรียนให้จบเพื่อที่จะออกไปจากบ้านนี้

ส่วนลูกเมียน้อยอีกสองคนเราก็ช่วยเหลือเค้าทุกอย่างมาตลอด
อยู่มต้น เราก็แนะนำโรงเรียนซึ่งเป็นระดับท็อป 3 เอกชนให้กรุงเทพแน่นอน

ไม่เคยอิจฉาใครนะคะ ทำใจยอมรับในหลายๆเรื่อง
แต่ไม่เข้าใจว่า พ่อเนี่ย ทำกับเราเหมือนไม่ใช่ลูก ไม่เคยถามทุกข์สุขดิบนะคะ
เจอหน้ากันก็คือ งาน งาน งาน  ทำงานตรงนี้เสร็จยัง
ตามงานตรงนี้ให้ป๊ายัง คืองานอย่างเดียวและห้าทุ่มก็ยังสั่งงานทุกวัน สั่งด้วยคำหยาบเหมือนหมา
กับลูกเมียน้อยนิโอ้โห ลูกกินอะไรยัง เวลาถึงบ้านเราก็เข้าห้องนอนเลยไม่ยุ่งกับใคร
วันหนึ่งรถเราเกิดเสียครั้งใหญ่ค่าซ่อมแสนกว่าบาท
เราตัดสินใจแล้วว่าถ้าซ่อมก็จะออกเองและถ้าพ่อช่วยก็จะช่วยกันคนละครึ่ง
ยังไม่ทันจะได้ซ่อม พ่อรู้ราคาก็ด่าเรายกใหญ่ บอกว่าเงินหาได้แล้วนิก็จ่ายเองสะ เราก็เงียบ

กลับมาคิดในใจว่าโคดไม่แฟร์เลย ตั้งแต่ทำงานมา
เมื่อสามเดือนที่แล้วเป็นเนื้องอกในลำไส้ พ่อก็ไม่มาสนใจมาดูแลเลย
ไม่แม้แต่มาโรงพยาบาล ผ่าตัด ตัดเนื้องอกทิ้ง ก็ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเอง
ก็เลยตัดสินใจพูดไปตรงๆว่า ป๊า ขอไม่ทำแล้วได้ไหม
ระเบิดลงเลยค่ะ ป๊าก็ด่า เราก็คุยด้วยเหตุผลว่า

เราเป็นลูกสาว ไม่เคยคิดจะลงทุนอะไรให้เลย ช่วยงานก็ช่วยให้ดีที่สุด
เคยคิดเผื่อบ้างไหมว่าลูกคนนี้อนาคตจะเป็นยังไง
หมุนเงินให้ที่บ้านก่อนเดือนละเป็นแสน (จ่ายเงินให้ลูกน้องพ่อหนึ่งแสน)
และพ่อก็จะมาจ่ายเงินคืนทีหลัง 1 เดือน
เป็นกำไรเงินจากการขายของที่เราหาได้เองนะคะ
ค่าเทอมน้อง อะไรต่างออกให้หมด ค่าใช้จ่าย ของน้องๆที่ขอไป
ก็เบิกไม่ได้ ล่าสุดพี่ชายไปเชียงใหม่เงินหมด
ขอเงินแม่ แม่ไม่ให้สักที แม่ก็มาบอกให้เราโอนไปก่อน
คือมันดราม่าหนัก แบบพูดอะไรก็ไม่ได้เลย

ตัวเราก็ไม่คิดจะแต่งงานค่ะ เพราะมีแฟนเป็นผู้หญิงเหมือนกัน
เค้าก็ถามนะว่า จะเอาอะไร เราก็ตอบว่าไม่คิดจะเอาอะไรเลย
แต่อยากให้เห็นว่าเป็นลูกบ้าง เพราะตั้งแต่เรียนจบมาก็ทำงานตั้งใจช่วยเต็มที่
เลยไม่คิดว่าจะเอาอะไรเลย

จนถึงตอนนี้พ่อก็ไม่คุยอะไรถึงความเป็นลูกเหมือนเดิม
แถมบอกว่าโครงการบ้านที่ขาย เราขายหมดแล้วเหลืออีก 5 หลัง ให้ไปถอดป้ายออก
ป๊าจะขายเอง มันหลายๆครั้งที่เรารู้สึกว่าเราไม่ได้มีส่วนอะไรกับกงสีนี้เลย
เพราะเราไม่เคยรู้เรื่องด้วยว่าพ่อมีเงินเท่าไร เป็นบ้านที่ไม่ได้ทำบัญชี พ่อถือเงินคนเดียว
และเมื่อไหร่ที่ทำงานก็จะถูกปลด และไม่เคยเหลือค่าของลูก หรือเหลือค่าของลูกจ้างเลย
มีแต่เค้าจะเอาหน้าและเหยียบเราไปวันๆ

ที่มันเซงยิ่งกว่านั้นคือบ้านเมียน้อยก็ไม่ได้มีเงินอะไรมากมาย
ญาติพี่น้องจากจีนมาก็พาไปรักษาหาหมอ
ล่าสุดเอาพ่อเค้ามาผ่าตัดนิ่วพ่อเราก็ออกให้หมด
ทีเราบอกว่า หาเงินได้แล้วออกได้ก็ออกไปก่อนสิ
ช่วงที่พ่อเมียน้อยมา พ่อเมียน้อยก็เชียร์ให้สร้างบ้าน
บนที่ดินที่เค้ารักมากหวังจะเก็บไว้สร้างคอนโดในอนาคต
เห็นเอ่อออพร้อมตกลงใจ ไปออกแบบบ้านขออนุญาติโดนทันที
เราก็เคยพูดแนะนำอยากให้เค้าอยู่สบายๆเค้าก็ไม่สร้าง
ที่คนอื่นพูดแล้วฟังที่สำคัญคือฟังฝั่งเมียน้อย

คือมันน่าเบื่ออออออออ TT เราเป็นลูกปะวะเนี่ย
ตอนนี้เราก็นั่งแต่รถเมล์ค่ะ อีรถเบ๊นซ์ก็จอดทิ้งไว้ ไม่รู้ว่าพ่อจ่ายค่าซ่อมให้ไม๊
ถ้าไม่ช่วยจ่ายก็ทิ้งมันไว้อย่างนั้นค่ะ นั่งรถเมล์เอาก็ได้
เพราะขืนจ่ายไปมีหวังเงินเก็บทั้งหมดต้องหายไป
วินาทีต้องรักตัวเองที่สุดค่ะ พ่อสายเลือดเดียวกัน
นี่ยังดีนะหน้าเหมือนกันเป๊ะ ถ้าไม่เหมือนนิไม่ใช่ลูกแน่ๆ


คิดว่าอย่างจะออกไปอยู่เองจะดีไม๊คะ ถ้าเพื่อนๆเจอสถานการณ์แบบนี้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่